สมาชิก
แลกเปลี่ยน

การแข่งขันกระโดดร่มนานาชาติ.ครั้งที่ ๑ - ตอนแรก.

 โตนี่ - ฟาง. GotoKnow. 

การกระโดดร่ม. - Skydives. 

พูดถึงการกระโดดร่มแล้ว ผู้เขียนยังไม่เคยพบเห็นหลักฐานว่าเริ่มมีมาตั้งแต่เมื่อไร ? แต่พอจะจำได้เพราะเคยเห็นจากภาพยนต์บ้าง ภาพเก่าๆบ้าง ซึ่งน่าจะมีการกระโดดกันมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นครั้งที่หนึ่ง หรือครั้งที่สอง.ทหารหาญเหล่านั้นจะกระโดดร่ม  เพื่อไปลงในดินแดนของฝ่ายตรงข้าม. ในปัจจุบันนี้เรียกกันว่าส่งทางอากาศนั่นเอง.ซึ่งเป็นการส่งคน และอุปกรณ์ต่างๆลงสู่พื้น.ในยุคนั้นร่มได้มีการใช้เฉพาะทางทหาร. ในยามปกติและยามสงคราม.ที่สำคัญนักกระโดดร่มยังใช้ร่มแบบทรงกลม และต้องเป็นทหารเท่านั้น !

๑.ร่มทรงกลมในยุคแรก -  ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ท. 

สาเหตุหนึ่ง น่าจะเป็นเพราะค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมยังสูงอยู่พอสมควร ต่อมาได้มีการเปิดสอนในเมืองไทย และมีการเรียนกันเฉพาะในหมู่ทหารและข้าราชการเสียเป็นส่วนใหญ่.ในระยะแรกๆ. ต่อมาได้มีการเปิดสอนให้กับพลเรือน และมีการนำร่มรูปเหลี่ยมแบบผ้าขาวม้าเข้ามาใช้กันมากขึ้น โรงเรียนที่มีชื่อที่สุดของทหารไทยในยุคนั้นก็คือ :

๑.รร.ทหารพลร่มป่าหวาย  ลพบุรี. ทหารพลร่มป่าหวายซึ่งแต่งตัวเท่ห์มากในยุคนั้น รองเท้าโอ๊บมันแว๊ป  เสื้อผ้ากรีบโง้ง หมวกบัลเล่ย์สีแดง เป็นหน่วยเดียวในประเทศไทยมีสายสีแดงร้อยที่ไหล่ขวา..เท่ห์มาก.ผมอยากเตือนท่านทั้งหลายว่า ถ้าอยากแต่งชุดนี้แสดงอะไรก็ตาม.ควรติดปีกและสวมสายให้ถูกด้าน เพราะบรรดาทหารพลร่มนั้น กว่าพี่แกจะได้รับการประดับปีกและติดสายร่ม  พวกเขาต้องเอาชีวิตเข้าเสี่ยง  แต่พวกท่านได้มาโดยไม่ต้องเอาอะไรไปแลกเลยน๊ะ แค่ติดให้ถูกต้องทำไมจึงไม่ทำกัน ?  โปรดจำไว้เสมอว่า ปีกซ้าย - สายขวา. ยุคต้นๆนั้นยังต้องกระโดดร่มลงมาจากเครื่องบินบ้าง เฮลิคอร์ปเตอร์บ้าง.หลายปีต่อมา ได้มีการนำบอลลูนเข้ามาให้ผู้เข้ารับการอบรมกระโดดกัน ที่ค่ายป่าหวาย-ลพบุรี เป็นแห่งแรกในเมืองไทย.สมัยนั้นที่รร.นี้ยังไม่ค่อยเข้มงวดกับนักกระโดดร่มหน้าใหม่นัก. 

๒.รายละเอียดต่างๆของร่มเหลี่ยม.-  ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ท.

มีเพื่อนผมคนหนึ่ง ไปอบรมเรื่องการปฎิบัติการจิตวิทยา.ปจว.พี่แกใจถึงครับไปขอ กระโดดร่มจากบอลลูน ทั้งที่ไม่เคยกระโดดร่มมาก่อนในชีวิต พี่แกไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าต้องยืดอก-เก็บคอ-งอเข่า-เท้าชิด.พอลงถึงพื้นขาหักสิครับ. เมื่อหลายปีก่อน  ผมพบเขาเดินด้วยไม้เท้าในตลาดสัตหีบ เขาเล่าให้ฟังแบบมิได้เคอะเขิน  แถมพอเล่าจบแล้วเพื่อนรุ่นเดียวกับผมยังหัวเราะแบบสบายใจเสียด้วยน๊ะ.ทีหลังอย่าทำน๊ะ.หมวดชลอ.เขารู้กันหมดแล้ว.หลังจากนั้นเป็นต้นมาทางรร.ที่ป่าหวาย จึงต้องตรวจใบประกาศ ฯก่อนว่าท่านเคยกระโดดร่มมาก่อนหรือไม่ ?สาเหตุนี้เองเขาจึงพูดกันเสมอๆว่า “ระเบียบมักจะออกหลังผู้ปฎิบัติ” เขียนถึงตรงนี้ผมนึกได้ว่าใบประกาศ ฯนั้นแท้จริงแล้ว..มิได้สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดนัก. เพราะผมเคยเห็นนายทหารนย.ท่านหนึ่ง.พี่แกติดปีกร่มใหม่เอี่ยมเลยน๊ะแถมยังคุยแบบไม่อายว่า ผมไปเรียนที่ลพบุรีมา. เพื่อนทบ.ที่เรียนด้วยกันถามว่า  พี่อยากติดปีกแบบไม่ต้องเรียนไหมล่ะ ? มีประกาศ ฯให้ด้วยน๊ะ พี่แกจึงไม่กลัวใครถามเวลาติดปีกร่มเอราวัณ. 

 ๓.เครื่องช่วยฝึกกระโดดร่มของทหารนาวิกโยธินอเมริกัน.-ที่แค๊มป์เพ็นเดิลตั้น.

เพราะพี่แกมีใบประกาศ ฯมาให้ดูจริงๆด้วยน๊ะ!นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ผอ.บางท่านนำใบประกาศฯมาขายให้ลูกศิษย์  จนเป็นข่าวคราวดังเมื่อเร็วๆนี้. เฮ้อเขียนไปก็ได้แต่เศร้าใจไป ! บรรทัดนี้คงจะไม่เกี่ยวและไม่คิดจะเกี่ยวกับใบประกาศ ฯ แต่อย่างใด ?มีทหารนายหนึ่งที่กองพันลาดตระเวนนย.พี่แกมักจะไปคอยช่วยเหลือการกระโดดร่มของหน่วยเสมอและมีข้าราชการท่านหนึ่งได้ยุให้ลองกระโดดร่มดู แบบที่ไม่ต้องผ่านการอบรม เรื่องการกราวด์บนพื้นนั้น.พี่ทหารแกทำได้ครับแถมยังดีกว่านักเรียน  บางท่านเสียอีก. แกเริ่มกระโดดตั้งแต่แบบเกี่ยวขอ ร่มเปิดเอง. เลยไปถึงการต่อร่ม  และในที่สุดพี่แกก็เปิดร่มเองได้สำเร็จ ประสบการมากพอสมควร   ต่อมาแกต้องตกม้าตายเพราะมีคนชวนให้เข้าแข่งขันกระโดดร่ม.โดยคิดว่ายังไงๆต้องผ่านแน่..แต่ไม่สามารถผ่านไปได้เพราะก่อนการสมัคร จนท.ต้องขอตรวจใบประกาศ ฯว่าพี่จบรร.ร่มมาจากสถาบันไหน-เมื่อไร-จบรุ่นไหน ? ทีนี้รู้หรือยังว่าประกาศฯนั้นใครว่าไม่สำคัญ  ถ้าไม่เชื่อให้ไปถามพี่ ทหารหาญท่านนั้นได้น๊ะครับ. คงปลดประจำการไปแล้วกระมัง !

 ๒.รร.พลร่มตำรวจหัวหิน. เป็นของตำรวจตระเวนชายแดน ค่ายมฤคทายวันฯ สถานที่แห่งนี้มีบุคคลสำคัญของไทยหลายๆท่านเข้ารับการฝึกมาแล้ว.จ่าหงบของผม ก็เคยมาฝึกที่นี่.

๔.การกระโดดประเภทแม่นยำ. ต้องค่อยๆลง..ช้า-ช้า..

หนึ่งพันหนึ่ง..หนึ่งพันสอง.รวมทั้งในหลวงของเรา.ถ้าจำไม่ผิด.   ส่วนเจ้าฟ้าชายนั้นทรงจบการกระโดดร่มจากรร.นายร้อยที่ประเทศออสเตรเลีย..ต่อมาท่านทรงมาฝึกทบทวนที่กรมนาวิกโยธินตามโอกาส. มีครูทวี เอี่ยวพานิชย์..ข้าราชการอีกหลายนายเป็นครูผู้ฝึกสอน. พี่ทวี นั้นเป็นนรจ.นย.รุ่นพี่พอจบหลักสูตรนักทำลายใต้น้ำ  กองทัพเรือ  พี่แกต้องประจำอยู่ที่เกาะพระเสียหลายปี  เพื่อสอนรุ่นหลังต่อไป..ก่อนจะมาประจำนย.เพื่อรอการเกษียณอายุ. เราพบกันที่งานเลี้ยงของสมาคมศิษย์เก่านาวิกโยธิน ที่อาคารเอนกประสงค์ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน.เมื่อ๑๑ก.ย.๕๔ ที่ผ่านมา.ผมยังแวะไปทักทายด้วยน๊ะ.ต่อมาการกระโดดร่มได้เริ่มมีการพัฒนาเป็นการกีฬา และมีการเปิดกว้างขึ้นโดยมีฝ่ายพลเรือนเข้ามามีส่วนร่วมด้วย  ในต่างประเทศนั้นนักกระโดดร่มSkydiver. มักจะกระโดดจากเฮลิคอร์ปเตอร์ หรือจากเครื่องบินยังมีนักโดดที่บ้าบิ่นอีกหลายคนมักจะแอบไปกระโดดตามหน้าผาสูงบ้างตึกหรือสะพานสูงๆที่เรียกกันว่าเบสจั๊มพ์.Base Jump.ที่จริงต้องแอบกระโดดครับเพราะในต่างประเทศเขาถือว่าผิดกฎหมาย.แม้ผู้เขียนเคยไปศึกษาและดูงานที่สหรัฐอเมริกามาแล้วแต่ยังไม่เคยเห็นหรอกครับ.ดูจากภาพยนตร์ และครั้งล่าสุด..ที่มีการกระโดดจากตึกใบหยกในบ้านเรา. ตอนผมอยู่ที่แค๊มป์เพ็นเดิลตั้นนั้น เคยเห็นพวกแองกลิโก Angligo.ทหารนย.อเมริกันเด็กๆมักจะนำร่มมาทดลองกาง แล้วฝึกปรับแต่งทิศทางบนพื้นดินเสมอๆ. ด้านหัวอาคารพักนั้น Barrack.ลมทะเลจะพัดเข้ามาแรงพอสมควร  จนสามารถทำให้ตัวร่มลอยขึ้นได้ตลอดเวลา.เสียดายที่ไม่แรงพอจะยกคนขึ้นไปได้.  

๕. ร่มเปิดหมดแล้ว. แสดงว่าปลอดภัยทุกคน. - ที่สนามแข่งพัทยา. ปี ๒๕๓๐.

ผู้เขียนเห็นสถานที่ฝึกของทหารอเมริกันรูปที่สาม.จำไม่ได้ว่าดูจากช่องดิสคอพ เวอรรี่ Discover Channel.หรือช่องไหนกันแน่ ?  เดี๋ยวนี้ทีวีเสรีมีมากช่องเหลือเกิน แถมยังมีพิธีกรที่เป็นสาวประเภทสามมากเกินความจำเป็น  นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่มีกระเทยเต็มเมือง.เปล่าไม่ได้หนักที่สวมหัวผู้เขียนหรอก..แต่อยากบอกให้ทราบกันบ้าง ถ้าไม่นำเสนอ.หลายๆ..นึกไม่ออกว่าจะเรียกหน่วยนับเป็นอะไร ? สุภาพบุรุษหรือสุภาพสตรีเหล่านั้น.คงไม่มีใครเอาอย่างกันหรอก..แก้ไม่ได้เสียแล้วเพราะขนาดอธิบดีบางคน  ยังเผลอพูดออกมาว่าผมผู้ชายน๊ะย๊ะ  ตัวเอง !  ต่อมามีการนำมาแข่งขันกันภายในประเทศก่อน.ระหว่างเหล่าทัพ. เมื่อนักโดดไทยเริ่มมีความสามารถพอและทางหน่วยพอมีทุนรอนมากขึ้น  จึงมีการคัดเลือกตัวนักโดดจากตามเหล่าทัพ  เพื่อไปแข่งขันกระโดดร่มทหารโลกตามประเทศต่างๆ และได้พบว่ามีการทำชื่อเสียงให้กับประเทศบ่อยขึ้น.จากทุกเหล่าทัพ.โดยเฉพาะจากกองทัพเรือ.ยุคที่ผมยังเป็นจ่าใหม่นั้นการกระโดดร่มเพิ่งจะเริ่มต้น  ทหารนย.ต้องไปอบรมและฝึกกับทหารพลร่มที่ป่าหวาย ลพบุรี.และต้องเทสร่างกายแข่งขันกัน-Test.จากต้นสังกัดไปก่อน. ก็แหมรับ๑๐คน. พี่แกแห่มาสมัครกันเกือบร้อยคน. ผู้ที่ผ่านจะได้รับการบรรจุที่กองร้อยลาดตระเวนนย. ต่อมาขยายเป็นกองพัน. สาเหตุที่อยากไปเรียนกันก็คือต่อมาทางกองทัพเรืออนุมัติให้ได้รับเงินค่าปีก. เฉพาะผู้ที่มาประจำที่กองร้อยลาดตระเวนเท่านั้น !

๖.พิธีประดับเครื่องหมายความสามารถ. - หลักสูตรส่งทางอากาศนาวิกโยธิน. 

 ๓.รร.ทหารพลร่มนาวิกโยธิน. ยุคของพล.รท.ยุทธยา เชิดบุญเมือง.ผบ.นย.ทหารพลร่มนย.จึงมีโอกาสได้เบ่งบาน เพราะกองทัพเรือได้อนุมัติให้เปิดโรงเรียนทหารพลร่มนย.เป็นหลักสูตรส่งทางอากาศ ใช้เวลาเรียนประมาณ๕สัปดาห์  เปิดรับทั่วไปจากนย.เอง ทบ.-ทร.-ทอ.และตำรวจ. ไปถามหรือไปสำรวจดูเถอะครับใครก็ตามถ้ามีปีกร่มประดับอกไม่ว่าจะจากหลักสูตรใด พี่แกมักจะกลายเป็นนักล่าไปเองโดยปริยาย นักโดดรุ่นเก่าหลายคนมีทั้งร่มป่าหวาย ร่มนย.บางคนมีร่มทอ.ด้วยน๊ะ..นักโดดนย.ที่จบมาใหม่ๆสมัยนั้นพอรู้ว่าที่ไหน ?  จะมีการกระโดดร่มมักจะไปขอเขาทำการกระโดดพ่วงด้วยเสมอ  ที่นักโดดด้วยกันนิยมเรียกว่ากระโดดผี.ไม่ใช่ผีกระโดด. * สมัยที่ผมยังรับราชการที่ร้อย๓พันป.ผส.นย. เคยมีการกระโดดร่มโดยใช้สนามพันสามเก่าและมีนักโดดผีร่วมด้วยหนึ่งท่าน เขาเล่าว่าเธอกระโดดออกมาแล้วคางคงจะไปตีกับพื้นเครื่องที่เรียกว่าแรมพ์ Ramp.น๊อคตั้งแต่กลางอากาศแล้ว เพื่อนเธอกระโดดตามมาเพื่อทำการช่วยกระตุกร่มให้แต่ยังไงๆก็ไม่ทัน เธอหล่นลงมาบริเวณสนามฟุตบอลของกองพันทหารปืนใหญ่ ข้างๆต้นไม้ใหญ่. ริมถนนจรดลศึกษา. ต่อมามีการทำบุญและนำพระมาสวดให้ เนื่องจากกลางคืนตอนดึกมักมีทหารยามได้ยินเสียงผู้หญิงร้องว่า..โอย..เจ็บ..ความสูงทำให้เธอหล่นลงมากระแทกพื้นดินลึกลงไปประมาณสองฟุต..ตายตั้งแต่กลางอากาศแล้วครับ. ขอให้เธอไปอย่างสงบสุขด้วยเถิด..ผมเองไม่เคยเข้ารับการอบรมมาก่อนก็ยังมีกับเขา๑ร่ม..เป็นร่มแบบสามตอน ซื้อมาจากใต้ถุนตึกสันติสุข หาดใหญ่. เมื่อหลายปีก่อน.  รร.ส่งทางอากาศนย.นี้ตั้งอยู่ในค่ายกรมหลวงชุมพรฯ สัตหีบ. บริเวณกองร้อยพยาบาลเดิม ตรงข้ามดริลฮอลล์ในปัจจุบัน. นักเรียนทั้งหมดต้องกระโดดด้วยร่มกลมเท่านั้น ! เมื่อมีการต่อสายและตัดสายได้เมื่อไร ? จึงจะมีโอกาสได้กระโดดด้วยร่มสี่เหลี่ยม  หรือที่นิยมเรียกว่าร่มผ้าขาวม้านั่นเอง.ต่อมาทางนย.ได้เปิดให้บรรดานักโดดที่ยังไม่เคยกระโดดร่มลงน้ำมาทำการกระโดดเทียบได้ เพราะหลักสูตรนี้นร.ต้องกระโดดร่มลงน้ำด้วยจึงจะถือว่าสมบูรณ์. เคยมีทหารเก่าและพลเรือนอเมริกันเหมากันมาเข้ารับการอบรม สาเหตุเพราะค่าใช้จ่ายถูกกว่ากันมาก ที่สำคัญ.ผู้ฝึกสอนของหน่วยมีประสบการณ์และความรู้มากพอสมควร. หลังจากนั้นมีประชาชนมารับการฝึกเพื่อเอาปีกกระโดดหอมาติดกัน..ทางรร.รับไม่ไหวเพราะเข้าคิวมากันมากเหลือเกิน.

๗. ผบ.นย.พล.รท.พงษ์ศักดิ์ ภูรีโรจน์ ทำการประดับปีกร่มให้กับผู้เข้ารับการฝึก.

นอกจากนั้นรร.นี้เคยมีทหารนย.อม.จากหน่วยงานจั๊สแมค.มาเข้ารับการฝึกอบรมพร้อมๆกับนร.ทหารไทยด้วย. ขณะเขียนเรื่องนี้ผมดูจากเคเบิ้ลทีวี  มีการประดับปีกให้กับนักเรียนที่มาอบรมรุ่นล่าสุดด้วย. มีข้าราชการหลายๆคนหันไปเอาดีทางการกระโดดร่ม  และยังได้สร้างชื่อเสียงให้กับนย.ในเวลาต่อมา. ผมขอเอ่ยนามเท่าที่ยังพอจำได้น๊ะครับ * พี่ทวี  เอี่ยวพานิชย์. -  ครูสำรวย  กิจปลื้ม   -  ครูสุรพล  คนล้ำ. ท่านนี้จบจากนรจ.นย.รุ่น๑๑ รุ่นเดียวกับผู้เขียน.  พอเริ่มเบื่อการกระโดดร่มก็หันไปเอาดีกับการตีก๊อล์ฟ Golf.  สุดท้ายมาลงที่การเล่นวู๊ดบอล. Woodball. ตามสบายครับใครถนัดด้านไหนก็เอาด้านนั้น.ไม่ว่ากัน. * ผู้การยุธยา เชิดบุญเมือง. - ผู้การ สมภูรณ์  สุนทรเกตุ. - ผู้การชุมพล  หงษ์ทอง - ผู้การสุวิทย์   ธารารูป. ท่านหลังนี้กระโดดร่มตั้งแต่ยังเป็นนายทหารเด็กๆ.ตั้งแต่เริ่มประจำการ. ที่กองพันลาดตระเวน.จนได้ดำรงตำแหน่งเป็นผบ.นย. ที่สำคัญท่านได้รับความไว้วางใจจากกองทัพเรือ.ให้เป็นผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน และเป็นผู้แข่งขันด้วยในเวลาเดียวกัน.  มีรุ่นพี่ - รุ่นน้องอีกหลายๆคนที่ผู้เขียนจำชื่อไม่ได้เสียแล้ว   ต้องขออภัยจริงๆครับ.ความจำเลอะเลือนเสมอ.. ในยุคต้นๆของนักโดดนย.นั้นน่าสงสารครับ  ทุกคนพร้อมที่จะทำการกระโดดร่ม..แต่ต้องไปตระเวนหาสนามโดดกัน แรกๆก็หากินแถวพัทยาบ้าง  บ้านฉางบ้าง ฯ  

๘. เอ้า..รอดตายแล้วมาถ่ายรูปหมู่กันหน่อยเร็ว..- ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ท.

 พอรร.ร่มนย.เปิดเป็นทางการแล้ว  จึงมีการเปิดสนามกระโดดร่มเป็นของตนเองไปด้วย ที่หลังพันสามเก่า.  ก่อนที่ผมจะเริ่มเข้ารับราชการนั้นบริเวณนี้  เคยเป็นที่ตั้งของกองพันทหารราบที่๓ ในยุคแรกๆของกรมนาวิกโยธิน  แล้วมีการย้ายหน่วยไปที่ชายทะเล. บริเวณเดิมนั้นจึงถูกข้าราชการและครอบครัวตั้งชื่อว่าพันสามเก่า. พอผมเริ่มรับราชการแล้วต่อมาพื้นที่ก็เริ่มคับแคบลง เพราะหน่วยต่างๆได้รับการขยายใหญ่ขึ้นพันร.๓นย.จึงได้ย้ายไปที่ค่ายแสมสารเดิม.หลังจากสงครามเวียตนามสงบลง. ทางกองทัพเรือจึงได้มอบพื้นที่นี้ให้หน่วยนาวิกโยธินรับผิดชอบ. ค่ายแสมสาร. ยุคต่อมาจึงเรียกบริเวณนี้ว่าลานมารีนมีตลาดขายอาหาร-นานาชนิด. ช่วงที่ผู้เขียนย้ายจากสงขลา  ก็มาได้บ้านพักในค่ายกรมหลวงชุมพรฯที่นย.จัดให้.บ้านอยู่ที่ซอย ๙/๕ ยังไม่มีใครหล่นลงมาบนหลังคาบ้านเลยสักคน. รออยู่นาน. จนทางนย.ได้เลิกใช้สนามนี้ไปแล้ว.เพราะความเจริญเข้าถึง จึงมีการสร้างบ้านพักขึ้นเต็มพื้นที่. พอรร.เปิดแล้วทางนย.ก็เปิดรับพนักงานพับร่มสาวๆ และมีการฝึกสอนการกระโดดร่มไปพร้อมๆกัน.  ต่อมามีการตระเวนไปกระโดดโชว์ตามที่ต่างๆ  บ่อยครั้งที่นักโดดสาว นย.ได้ที่หนึ่ง  จากการแข่งขันในประเทศบ้าง  จากการแข่งขันกระโดดร่มทหารโลกบ้าง และยังสร้างชื่อเสียงให้นย.เป็นอย่างมาก.ในยุคนั้นที่ผู้เขียนยังพอจะจำชื่อก็มี นส.บังเอิญ. คนนี้เป็นภรรยาของจ่าสำเนา  รุ่นพี่ผมจากกองช่างนย. อีกสาวหนึ่งน่าจะชื่อเล่นว่าแขก ที่ผมจำได้แม่นเพราะ ตอนผมอยู่ที่สงขลาเธอไปกระโดดโชว์แถวๆแหลมสมิหรา..แต่โชคไม่ดีนักเพราะไปติดสายไฟ.หลายปีมาแล้วครับแต่ถ้าเผอิญจำชื่อหรือจำคนผิด..ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยน๊ะ..นักโดดสาวนย.

.สาวแขกนี่เอง..นักกระโดดร่มนย.ยุคแรกๆ. - ที่สนามแข่ง. ปี ๒๕๓๔.

ที่ผมไม่อาจลืมได้คือ ผบ.หน่วย สั่งให้ผมไปคอยรับผบ.นย. เพื่อมิให้ท่านลงสัมผัสพื้นดินเพราะขาท่านไม่ค่อยดี เกิดจากการกระโดดร่มนั่นแหละ !   ท่านเป็นนักโดดอาวุโสครับ เพราะขณะเป็นพลเรือเอกแล้วท่านยังกระโดดอยู่เลยครับ. ผู้เขียนขับรถให้ท่านนั่งหลายครั้ง  และยังเคยไปกินต้มหัวปลาเผือกหม้อไฟกับคณะของท่าน ที่ร้านแห่งหนึ่งในหาดใหญ่. ผมยังจำได้ดีเวลาท่านไปตรวจเยี่ยมหน่วยตามชายแดน  ท่านไม่ค่อยพอใจที่พบข้าราชการหรือทหารนย.ที่ผมยาว. ท่านอาจจะยุ่งจนลืมมองคนขับรถตัวเอง.  พี่จ่าแกผมยาวกว่าทหารในแถวตั้งหลายคน.เจ้านายมักจะเป็นเช่นนี้เสมอ.เหตุนี้กระมัง !ผมไม่เคยคิดอยากจะเป็นเจ้านายใครสักครั้งในชีวิต แต่แปลกครับหลังจากที่ลาออกมาร่วมงานกับบริษัทเอกชน.  ผมเป็นหัวหน้าใหญ่และทำงานได้ดีเสียด้วย หัวหน้าสาขา. ก็ถือว่าใหญ่แล้วครับ.มีเสมียนสาวพนักงานขับรถบรรทุก และคนขับรถฟ๊อคล์ลิฟท์อีก ๑ คน..ยังไม่นับยามน๊ะครับ.ที่จริงตอนนั้นถ้าผู้เขียนสามารถเข้าไปสู่วงการกระโดดร่มกับเขาได้ อาจจะรุ่งไปแล้วก็ได้ครับ เอ..หรือว่าจะร่วงก็เป็นไปได้ครับ คติที่ทำให้นักโดดร่มไม่อาจลืมได้ก็คืออย่าประมาท.  เพราะชีวิตแขวนอยู่บนเส้นเชือก. ทำงานเป็นวินาที. ผมรู้จักนักโดดหลายๆคนและมีหลายท่าน ต้องจบชีวิตลงก่อนวัยอันควร ขอเขียนถึงนักโดดผู้ล่วงลับไปแล้วเพื่อเป็นการระลึกถึงเขาเหล่านั้นน๊ะครับ  มิใช่ซ้ำเติม   :

๑๐.เขาจ้างผมมาทำงานฝ่ายต่างประเทศครับ. - ที่บริษัทในเครือขุดเจาะน้ำมัน.

๑). ครูณรงค์.  เสียชีวิตเพราะการกระโดดร่มลงน้ำ  ถูกสายร่มพันตัวเพราะเรือมาช่วยไม่ทัน.สมัยนั้นเรือยังมีไม่พอ.  เวลามีการกระโดดลงน้ำครั้งละ๕-๑๐คน..แต่มีเรือเร็วเพียง๑-๒ลำเท่านั้น ! สาเหตุที่สำคัญคือความแรงลมทำให้ร่มมักตกห่างกัน  เรือจึงไปไม่ทันทั้งที่นักโดดทุกคนมีการฝึกการพยุงตัวกันมาก่อนแล้ว..

 ๒).จ่าพัฒน์พงศ์. ชื่อคล้ายผู้เขียน. เสียชีวิตเพราะร่มพันกัน  พอคัทอเวย์แล้วไปตกในป่าไผ่..เสียชีวิต. ไม่ทราบว่าถูกหนามตำหัวใจหรือไม่ ? ผมไม่กล้าเดา.         

 ๓).หมวดนาวี. เป็นนรจ.รุ่นน้องน่าจะเสียชีวิต เพราะฟังคำสั่งผิดครูสั่งให้คนอื่นทำการคัทอเวย์แต่ตัวเองไปคัทเสียเอง..ขณะที่ร่มยังอยู่สูงจากพื้น. มีอีกหลายคนแต่ผู้เขียนไม่ทราบ.. สองคนหลังนี้ผมจำแม่นเพราะก่อนเสียชีวิต. ทั้งคู่มายืมตำราภาษาอังกฤษจากผม..เพื่อจะสอบไปเรียนที่ต่างประเทศ  พอทราบข่าวผมยังงงอยู่ว่าเอ๊ะ ! อบรมที่ศูนย์ภาษาแล้วมาเสียชีวิตได้อย่างไร ? ผมมีโอกาสไปงานศพของทั้งคู่และได้รับตำราคืนในเวลาต่อมา. 

๑๑.ขอลงซ้ำ. จากซ้าย - กองมี - ผู้เขียนและวินัย ว. ที่แค๊มป์เพ็นเดิลตั้น ปี๒๕๒๘.  

เพื่อนผู้เขียนท่านหนึ่ง  ช่วงที่จบมาใหม่ๆนั้นพี่แกห้าวพอสมควร กระตุกร่มแล้ว แต่อุปกรณ์คงจะเก่าเก็บ.ทำให้ริพคอร์ด Rip Cord.หลุดมาทั้งยวงเลยครับ  ถ้าเป็นนักโดดที่ไม่มีสติและตกใจ คงจะม่องสิก้องด้องไปนานแล้ว.แต่เพื่อนกองมีของผมเปิดร่มช่วย และนำตัวเองลงพื้นอย่างปลอดภัย เออ.พี่แกอยู่จนเป็นนาวาเอกได้ในที่สุดน.อ.กองมี ขุนแข็ง รน.ขอคาราวะแด่เพื่อนท่านนี้ที่สามารถรอดมาได้  เรายังดื่มด้วยกันบ่อยๆหลังเกษียณ. ช่วงปี ๒๕๒๘. ผมย้ายจากเท๊กซัส Texas. มาต่อด้วยหลักสูตรการซ่อมบำรุงรถสายพาน เอ เอ วี เบื้องต้นที่แคลิฟอเนียร์ California.พี่แฮ๊ฟแกย้ายมาจากเวอร์จิเนียร์มาดูงาน Virginia. เราจึงมีโอกาส ชนแก้วกันสามคนที่แค๊มป์เพ็นเดิลตั้น  USMC.Camp Pendleton , Ca. วินัย  เวชสิทธิ์นั้นตามมาติดๆจากเท๊กซัส.ที่จริงผมกับวินัยนั้นเราเมากันบ่อยๆ. ตอนอยู่ที่เท๊กซัส. การกีฬาทางอากาศนั้นได้มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง  ต่อมามีการนำอุปกรณ์ที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง. มีชื่อภาษาอังกฤษว่าแฮงค์ไกลเดอร์ Hang Glider.-พารามอเตอร์ Paramotor.-ไล้ท์แอร์เพลน Light Airplane.บรรดาเครื่องเล่นเหล่านี้ยังต้องพึ่งพาร่มเพื่อช่วยชีวิต  ในยามที่เครื่องขัดข้อง  ปัจจุบันถ้าใครสนใจก็สามารถเข้ารับการอบรมได้.  เพราะมีผู้เปิดโรงเรียนสอนในทางธุรกิจกันมากเช่น..ที่ศรีราชา..โคราช..สระบุรี และนครปฐม.นอกจากจะนำมาเพื่อการกีฬาแล้ว ยังนำมาใช้ทางด้านการควบคุมการจราจร อีกต่างหาก. ที่น่านฟ้านครปฐม..บินกันเกลื่อนไปหมด..ไม่ใช่ยุง !

๑๒.ขอลงซ้ำ.หัวหน้าหล่อ.-ผู้เขียน -ปัญญา ดอกจันทร์.-ที่กองรนบ.นย.ปี ๒๕๒๘.

 

*ก่อนที่ผมจะมาเป็นจนท.  ประจำทีมต่างประเทศ. ปกติแล้ว  การการแข่งขันกระโดดร่มภายในเหล่าทัพนั้นบก-เรือ-อากาศ และตำรวจ. ทางกระทรวงกลาโหม  ได้จัดการแข่งขันขึ้นเกือบทุกปี เพื่อเป็นการคัดเลือกและฝึกนักกระโดดร่ม.โดยเฉพาะนักโดดร่ม.จากพันลว.นย.เพื่อหาตัวนักโดดฯ ที่มีความสามารถมาประจำทีม นย.ไทยและนักกีฬา จะได้มีโอกาสออกไปแข่งขันนอกประเทศกับเขาบ้าง.  ผมเคยร่วมงานกับกองทัพเรือในการแข่งขันกระโดดร่มนานาชาติ  ตั้งแต่ครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน.International Parachute Festival.จนถึงครั้งที่สาม. ก่อนจะอำลาจากกองทัพเรือ.ผมมาในตำแหน่ง จนท.ประจำทีม.ผมย้ายจากพันร.๘ ผส.นย.อ.เมืองสงขลามายังหน่วยใหม่ในกรมนาวิกโยธิน. กอง.รนบ.นย. ปลายปีพ.ศ.๒๕๒๘.หลังจากเดินทางกลับจากการไปศึกษาและดูงาน  ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในครั้งที่สอง. *ระเบียบนย.ระบุไว้แล้วว่าใครที่ไปศึกษาและดูงานที่ต่างประเทศ.ไม่ว่าทุนใดใด ?  ผู้เขียนได้ไปเรียนภาษาอังกฤษและการซ่อมบำรุงรถสะเทินน้ำสะเทินบกจากสหรัฐฯจึงต้องย้ายมาประจำที่ กองรนบ.นย.แต่ความเป็นจริงมีอีกหลายนายที่กลับมาแล้วไม่ยอมย้ายมาบ้าง  สอบเลื่อนฐานะได้บ้าง  เจ้านายขอตัวไว้ใช้ที่หน่วยบ้าง อันนี้สำคัญครับ. บางคนโชคดีสามารถสอบไปเป็นเสมียนทูตก็มีครับ.ไปเรียนหลักสูตรเบสิคเอ เอ วี Basic AAV. repair man.พร้อมผู้เขียน. 

๑๓.ขอลงซ้ำ.นย.ไทย.เกาหลี และนย.อม. หลักสูตรซ่อมรถสายพานเบื้องสูง.

ที่แค๊มป์เดลม่าปี๒๕๒๘.

แต่ผู้เขียนไปเรียนในหลักสูตรอินเทอร์มิเดียท. Intermediate AAV. repair man. เอาเข้าจริงๆไปเรียนมาแล้ว แต่มิได้นำความรู้ความสามารถมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับหน่วยแม้แต่น้อย. ที่เขียนมาเช่นนี้ผมมิได้อิจฉาใครแต่อย่างใด ? จริงๆครับ. แต่เสียดายความรู้ครับ.ว่าไปแล้วช่างนย.ที่ยังไม่เคยไปเรียนมาจากต่างประเทศนั้นเขาก็ซ่อมทำได้ครับเพราะมากประสบการณ์. ถ้านำความรู้และประสบการณ์มาประสานกันได้.ผมว่าหน่วยน่าจะเจริญมากกว่านี้น๊ะครับ.ที่ผ่านมาสมองไหลกันหมดสาเหตุน่าจะเป็นเพราะอยู่ไปแล้วไม่รุ่งต่างหาก  ผมเองเคยสังเกตครับว่าทำไม ? นักเรียนนอกมักจะลาออกกันหมด.หลังจากที่ได้ใช้ทุนแล้วคำตอบคงอยู่ในตัวน๊ะครับ.ผมไม่อยากอธิบายซ้ำ.แต่ก็ยังมีผู้ที่หลงผิดเพราะรักหน่วยหรือไม่มีที่ไปจริงๆ. คนพวกนี้ผมว่าน่าสงสารเพราะอาจจะมีความสามารถก็จริงแต่  ยังคงขาดความมั่นใจเป็นแน่. No self confidence.  ผมเคยชวนหลายคนให้ออกมาทำงานบริษัทด้วย   พี่แกบอกผมว่าไม่กล้าลาออกเพราะกลัวจะทำงานได้ไม่นาน  แม้ผมจะปลอบเสมอๆว่าถ้าเรามีความสามารถจริงไม่ต้องเกรงกลัวใดใด ? ดูผมเป็นตัวอย่างสิ ! ที่ไหนให้เงินเดือนมากกว่าเราก็ลาออกจากที่เดิมเสีย เพราะที่จริงเราสามารถเลือกงานได้นั่นเอง.ตามความสามารถ. ไม่เหมือนงานหลวงหรอกครับ   ถ้าเจ้านายไม่ชอบหน้าเขามักจะเตะโด่ง  ให้ไปอยู่ไกลหูไกลตาเสียเลย. ถ้ายังไม่กล้าลาออกก็ให้เกาะสมอไปก่อน  แต่ต้องเกาะให้แน่นๆน๊ะ ! 

๑๔. ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ท.   

ในยุคปัจจุบันนี้การกระโดดร่มได้ก้าวไกลไปมากครับ  แถมยังมีการดำเนินการ ในรูปธุรกิจอีกด้วย มีหลายสถาบันที่เชิญชวนให้เรา-ท่านๆไปกระโดดร่มกัน..โดยไม่จำเป็นต้องมีการฝึกฝนมาก่อน แต่อย่างใด ?  ช่วงที่ผมได้เป็นจนท.ประจำทีมนั้นมีนักโดดต่างชาติเล่าให้ผมฟังว่า.ที่บ้านเขามีเครื่องเป่าลมขนาดใหญ่ใช้ฝีกการลอยตัวในอากาศเพื่อ ปรับการทรงตัวบ้าง..ปรับทิศทางบ้าง  รวมถึงการหัดเปิดร่มและอื่นๆ  ผมเพิ่งทราบว่าที่หน่วยทหารในบ้านเราก็มีเครื่องมือแบบนี้ใช้ด้วย เสียดายครับที่ผมเป็นคนลืมง่ายเลยจำไม่ได้จริงครับว่า  หน่วยใด ? ที่มีเครื่องแบบนี้.. ท่านอาจจะไม่เชื่อก็ได้เพราะ.เดี๋ยวนี้มีการกระโดดร่มแบบไม่ต้องใช้ร่มกันแล้ว. ผมดูจากยูทูปแล้วเชื่อสนิทใจเลยครับ.ท่านสามารถเข้าชมเว็ปนี้ได้  ตามรายละเอียดด้านล่างนี้ครับ. hhtp://www.google.co.th/search?hl parachute พี่แกกระโดดออกมา ตัวเปล่าๆไม่สวมเสื้อด้วยน๊ะ ไอ้กางเกงนั้นมันต้องสวมอยู่แล้วถ้าไม่กลัวไข่แตก ก็ตามใจสิ!พอลอยตัวในอากาศแล้ว  นักดิ่งสองคนก็กระโดดตามออกมาประกบหัว-ท้าย. ไม่ใช่แบบแซนด์วิส.! พอลอยตัวอยู่ในอากาศได้สักพัก   จึงกอดคนที่ไม่มีร่มแล้วลงสู่พื้นอย่างปลอดภัย.ใครเข้าไปดูจะได้ยินเสียงพี่แกแหกปากลั่นออกมา..ดีใจที่รอดตาย. ไม่ทราบว่าเสียงดังเกิน๘๕ เดซิเบลหรือไม่ ? ผิดกฎหมายน่ะสิ !  หน่วยงานใดเกี่ยวข้องอย่าลืมมาสอดส่องดูด้วย..ถ้าปล่อยวางอาจจะถูกส่องก็ได้น๊ะ เดี๋ยวนี้พวกสะไนเปอร์กำลังตกงานกันอยู่. ระวังไว้บ้างก็คงจะดีน๊ะ ! การแข่งขันกระโดดร่มนั้น  ผมอาจจะเขียนได้ไม่ละเอียดนักเพราะในชีวิตจริง ยังไม่เคยกระโดดร่มจริงเลยสักครั้ง ตอนเป็นจ่าใหม่ผมเองก็เคยสมัครเข้าแข่งขัน   เพื่อไปอบรมในหลักสูตรนี้ด้วยแต่สกอร์ Score.ของผม คงจะสู้บรรดาคู่แข่งไม่ได้เลยเลิกความคิดที่จะต้องแข่งขันด้วยการใช้แรงเสียเลย ช่วงใดที่ผมเขียนห่างไกลหรือเกินความเป็นจริงนัก ต้องขออภัยต่อบรรดานักโดดร่มตัวจริงที่เผอิญเข้ามาอ่าน  ผมบอกท่านแล้วนี่ครับว่าผมเป็นนักเขียนหน้าใหม่ อย่าโกรธผมเลยน๊ะ.

สวัสดีครับ.

โตนี่ฟาง.

๔ ธ.ค.๕๔

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

· คำสำคัญ: โตนี่ฟางคนล่าฝัน. นรจ.ทร.๐๙ นรจ.นย.๑๑ 
· หมายเลขบันทึก: 470262 · เขียน:  
· อ่าน: แสดง 
· สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์