วันนี้หอบโน๊ตบุ๊กมานั่งที่ศาลาตอบผู้มาเยี่ยมบันทึกและตามไปเยี่ยมไปทักทายหลายๆท่าน ลมพัดโชยตลอดเวลาเย็นใจสบายจริงๆค่ะ เจ้ากระรอกมาส่งเสียงที่ ต้นไม้ซึ่งอยู่ติดศาลา เห็นหางขาวนวลเป็นพู่น่ารักเชียว
ทานอาหารกลางวันง่ายๆคนเดียว เสร็จแล้วเลยลงไปเดินเล่นนอกรั้วบ้านด้วย ในที่อีกแปลงที่คนข้างกายเขาทำโรงเรือนไว้ให้คนงานทำงานและเก็บข้าวของ แค่มีพื้นปูน มีหลังคา เปิดโล่งหมดสี่ด้าน มีต้นจัน เก่าแก่สูงมากอยู่ติดที่ เขาเลยทำช่องหลังคาให้ ต้นจัน เติบโตได้ ไม่ต้องตัดทิ้ง ไม่เบียดเบียนกัน

คอยจ้องว่าจะถ่ายรูปตอนมีลูกอยู่บนต้น แต่ไม่เคยสำเร็จ เพราะต้นสูงมาก เกินสิบเมตรค่ะ
ต้นจัน เป็นต้นไม้โบราณ เดี๋ยวนี้หายาก ตอนเด็กๆอยู่โรงเรียนใกล้วัด ชอบไปเก็บลูกจันร่วงที่ลานวัดมาดมเล่นและแบ่งให้เพื่อนดมด้วย
วันนี้ตื่นเต้นเห็นลูกจัน สีเหลืองนวล ร่วงหล่นเต็มไปหมด นึกว่าจะได้เก็บมาดมเล่น พอหยิบขึ้นมาขั้วถูกเจาะโบ๋หมด ก็ฝีมือฝูงกระรอกนั่นแหละค่ะ เลยเก็บลูกร่วงๆมากอง เก็บภาพได้แค่นี้ก็ยังดี

สังเกตเห็นว่าลูกที่แบนๆมีขนาดเล็ก และ ยังมีลูกป้อมๆขนาดใหญ่กว่ามาก ดูเป็นผลไม้คนละชนิดสงสัยว่า เอ ทำไมลูกถึงไม่เหมือนกัน ทว่าเป็นไปได้อย่างไรที่ผลไม้คนละชนิดมาตกอยู่ด้วยกัน ก็เรามี ต้นจัน นี้ต้นเดียวนี่นา
ค้นหาข้อมูลจึงได้ทราบว่า ต้นจัน จะ ให้ผลสองแบบ มีทั้งลูกแบน และลูกป้อมค่อนข้างกลม ในต้นเดียวกัน ช่างน่าประหลาดใจ ใช่ไหมคะ
ภายในผลลูกอิน มีเมล็ด๒-๓ เมล็ด
แม้มีเมล็ดใหญ่แต่เนื้อลูกอินก็เยอะ
ภายในลูกจัน ไม่มีเมล็ด เนื้อมาก สวยงาม หอมมากค่ะ
ข้อมูลจาก นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่ม : 365 เดือน-ปี : 09/2552 เขียนโดย รศ.ดร.กรณ์กาญจน์ ภมรประวัติธนะ ให้ข้อมูลไว้ละเอียดและน่าสนใจ ตามไปอ่านได้ที่ http://www.doctor.or.th/node/7612
ขอนำแค่ข้อมูลบางส่วนมาฝากกัน และในบทความนี้เรียกชื่อต้นไม้นี้ว่า ต้นจันโอ-จันอิน ค่ะ
จันโอ-จันอิน มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเอเชียแถบเขตร้อน มักปลูกกันตามวัด เพราะเป็นต้นไม้ยืนต้นโตช้า
จันโอ-จันอินนำมากินเป็นอาหารได้ ชาวอีสานกินผลดิบ
กล่าวว่าเอามาตำกินแซบอีหลีจริงๆ ผลสุกกินเล่น เป็นผลไม้ที่มีรสหวาน
ก่อนกินจะต้องคลึงให้ช้ำเพื่อให้ยางฝาดที่แทรกอยู่ในเนื้อลดลง
แต่เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีกลิ่นหอมจรุงใจเป็นเอกลักษณ์จึงมักนำมาดมเล่นก่อนแล้วค่อยกินเนื้อผลในภายหลัง
ต้นจันโอ-จันอิน เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง ๑๐-๒๐ เมตร วงศ์เดียวกับลูกพลับสีส้มจากประเทศจีน มะพลับ ตะโกและมะเกลือ
ผลมีลักษณะแตกต่างกันเป็น 2
แบบ
แบบหนึ่งผลกลมแป้น
มีรอยบุ๋มตรงกลางผล ไม่มีเมล็ดหรือเป็นเมล็ดลีบ
รสฝาดอมหวาน มีกลิ่นหอม เรียกกันว่า ลูกจัน
อีกแบบหนึ่งผลกลมหนา
และไม่มีรอยบุ๋ม มี เมล็ด 2-3 เมล็ด เรียกกันว่า
ลูกอิน มีเมล็ดข้างใน
มีรสฝาดอมหวาน
ถ้าทำให้ช้ำ รสฝาดของลูกจันและลูกอิน จะหายไป
...ลูกจันโอ-จันอินน้ำกะทิ
เครื่องปรุง ลูกจันโอ-จันอิน 10 ลูก น้ำกะทิ 800 กรัม น้ำตาลปี๊บ ตามชอบ
ข้าวเหนียวมูน
วิธีทำ
คลึงให้ลูกจันโอ-จันอินน่วม แล้วปอกเปลือก ออก แคะเม็ด ฉีกเนื้อลูกจันโอ-จันอินเป็นชิ้นๆ
ตั้งกะทิให้ร้อนบนไฟอ่อน ใส่น้ำตาลปี๊บ ค่อยๆ คนให้น้ำตาลละลาย ปิดเตา
ใส่เนื้อลูกจันโอ-จันอินแล้วก็คนเบาๆ กินกับข้าวเหนียวมูล....
เคยได้ยินคุณย่าเล่าถึง ลูกจันน้ำกะทิ ไม่เคยได้ลิ้มรสหรอกค่ะ เพิ่งได้ข้อมูลมาเพิ่มว่าแถวบ้านผู้เขียน ป้าฉัตร แกทำ ลูกจันแกงบวด ด้วยค่ะ เหมือนกล้วยบวชชี
ท่านใดเคยชิม ขอเชิญมาเล่าให้ฟังด้วยนะคะ
น้านนะซิอยากปลูกบ้างจังเลย
ไม่รู้ว่าจะรอดยากหรือไม่
ได้กลิ่นหอม..ลูกจันโชยมาเลยค่ะ
พาลูกศิษย์ไปถวายเทียนพรรษาที่วัดมาค่ะ
คิดถึงสมัยเป็นเด็กนักเรียน ได้รับแจกลูกจันทร์หอมๆจากเพื่อนที่อยู่บ้านขุนนาง มีต้นไม้มงคลเป็นร่มเงาค่ะ
เขาว่าปลูกยากอยู่เหมือนกันนะคะอาจารย์โสภณ เปียสนิท แถมโตช้าด้วยค่ะ ต้นที่บ้านนี้เขาว่าอายุกว่าร้อยปีแล้วค่ะ
อนุโมทนากับคุณครู ป.1ค่ะที่พาเด็กๆให้น้อมนำในพุทธศาสนา ขอบคุณที่มาแวะทักทายหอมกลิ่นลูกจันค่ะ
ค่ะพี่ใหญ่นาง นงนาท สนธิสุวรรณ ลูกจัน-ลูกอินนี่ทำให้นึกถึงสมัยเด็กๆ เดินไปโรงเรียน ไว้แวะเวียนต้นไม้ข้างทาง และยังมีเพื่อนๆแบ่งปันอะไรๆให้อีก
ขอบพระคุณพี่ใหญ่ที่ให้กำลังใจค่ะ
สวัสดีค่ะพี่นุช ขอมาผ่อนพักเดินชมสวนที่บ้านวัด :) ด้วยคนค่ะ
เพิ่งเคยเห็นลูกจัน ลูกอิน ทำให้นึกถึงแฝดอิน จัน นะคะ
สุขสันต์วันพระ นะคะพี่นุช
คิดถึง....กลิ่นหอมที่คุ้นเคยเลยค่ะ
ตอนนี้ต้นใหญ่มากๆๆ เห็นมีที่สวนสุนันทาค่ะ....
สำหรับต้นจันที่บ้านมีค่ะกำลังลูกร่วงหล่นช่วงนี้เช่นกันค่ะ
ลูกกลมๆที่บ้านเรียกจันโอ ลูกแบนๆเรียกจันอินค่ะ
แม่เคยทำน้ำกะทิให้ทานกับข้าวเหนียวมูล
คล้ายทานข้าวเหนียวทุเรียนค่ะ หอมๆหวานมันอร่อยค่ะ
แต่ทำเองไม่เป็นเห็นสูตรที่คุณนุชนำมานี้น่าทดลองทำนะคะ
ขอบคุณสำหรับหนังสือที่มอบให้และความรู้เรื่องลูกจันค่ะ
สวัสดีค่ะพี่นุช
•พี่นุชสบายดีน่ะค่ะ
•ยังไม่เคยกินผลสดๆ
•กินแต่แบบเชื่อมแห้ง ลูกจันเชื่อมแห้งแบบเป็นเส้นๆน่ะค่ะ อย่างเดียวกันหรือป่าวค่ะ
•คิดถึงเสมอค่ะ^^
ธรรมะสวัสดีค่ะน้องปูจ๋าPoo วันนี้นั่งทำงานที่ศาลาได้ฟังพระสวดมนต์เกือบทั้งวันค่ะ
คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยมีโอกาสเห็นและเล่นกับธรรมชาติเหมือนคนรุ่นพี่หรอกค่ะ สมัยก่อนอาจเป็นเพราะเราไม่ได้มีของเล่นมากมาย อะไรที่อยู่ใกล้ หยิบจับได้ก็เอาสร้างความเพลิดเพลินหมดแหละค่ะ
น้องปูคงได้พักผ่อนวันหยุดยาว บุญรักษานะคะ
กลิ่นไม้ดอก ไม้ผลไทยๆเป็นกลิ่นหอมนุ่มนวล หวานๆ เย็นๆดีนคะคุณคุณแจ๋ว
สวนสุนันทาเป็นวังเก่าคงมีต้นไม้โบราณที่หาพบได้ยากมากมายค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์ลำดวน ดีใจที่ได้ทราบว่าได้รับหนังสือแล้ว หวังว่าแม้จะไม่ใช่หนังสืออ่านสนุกแต่ก็อาจมีแง่คิดหลายประการจากเรื่องเล่าต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อการทำให้ชุมชนอยู่ได้อย่างมีความสุขค่ะ
นุชจะหาโอกาสไปเยี่ยมอาจารย์และไปชื่นชมต้นไม้บ้านอาจารย์สักครั้งค่ะ ได้อ่านในบันทึกหนึ่งของอาจารย์ที่เล่าไว้ถึงการปลูกต้นไม้และความสุขที่ได้อยู่บ้าน ชอบมากเลยค่ะ
ได้เห็นลูกจัน-ลูกอินแบบใกล้ชิดเป็นเจ้าของต้น เลยทำให้สามารถเก็บมาเลือก มาผ่าให้ชมอย่างนี้ค่ะ เป็นการระลึกถึงวัยเด็กและพอค้นคว้าก็ได้เรียนรู้เพิ่มขึ้นด้วยค่ะ
ดีจังที่น้องหนูรีมาบอกการกินลูกจันอีกวิธี พี่เพิ่งเคยได้ยิน ไม่เคยเห็นค่ะว่าลูกจันเชื้อมแห้งหน้าตาเป็นอย่างไร น่าจะหวานๆ หอมๆ ที่จริงเนื้อข้างในคล้ายลูกพลับที่สุกมากๆนะคะ มีเส้นใยเยอะ
ตอนเป็นเด็กพี่เคยชิมลูกจันสุก แต่เนื่องจากไม่มีความรู็ว่าต้องบีบให้ช้ำเพื่อให้ยางหายไปก่อนค่อยกิน ปอกแล้วเช็ดๆยางที่ซึมแล้วกัดกินเลยค่ะ จำได้ว่ามันฝาดเลยไม่กินแต่เอามาเล่นดมให้หอมๆชื่นใจแทนค่ะ
คิดถึง "อิน-จัน แฝดสยาม" ครับพี่นุช คุณนายดอกเตอร์ ;)...
คิดถึงลูกจัน ผมยังทันอยู่ อนาคตจะลองปลูกที่สวนหน้าบ้านดูครับ พี่นุช ;)...
คิดถึงตอนอยู่มัธยมค่ะ ไว้ไหนมีลูกจัน หอมกันทั้งวัน หวานอร่อยด้วยนะคะลูกแป้นๆ ดาชอบมากกลิ่นของลูกจัน พึ่งทราบว่ามาทานกับกะทิได้ น่าอร่อย ไว้ดาเจอที่เชียงใหม่จะลองทำค่ะ นำใบลำไยทั้งต้น มาให้คนอ้วนลดไขมันด้วยนะคะ
http://gotoknow.org/blog/kanda02/449216
เข้ามาอีกครั้งหนึ่งครับ คราวนี้ออกความเห็นครับ จากบันทึกนี้ ทำให้ได้ความรู้ที่เคยนึกผิดมาจากสมัยเด็กว่า ลูกจันและลูกอินนั้นเป็นต้นไม้ต่างชนิดกัน แต่ก็เคยแปลกใจเมื่อเดินผ่านต้นอิน-จัน ว่าทำไมทั้งลูกอินและลูกจันจึงตกมาอยู่รวมกัน นั้นคือความคิดที่ฝังมาจากวันเด็กครับ มาอ่านบันทึกนี้ ทำให้รู้ว่า ตกลงอิน-จัน คือต้นเดียวกันหรอกหรือ นอกจากนั้น คำว่า อิน-จัน ที่เคยนึกผิดมาตลอด เข้าใจว่า "อินทร์" (พระอินทร์) และ "จันทร์" ทำให้รู้ว่า ผมเข้าใจผิดมาตลอด ต้องขอขอบคุณมาทีเดียวครับ
....
แถวในเมืองนครปฐมเขานำมาขาย ๓ ผล ๕ บาทก็พอขายได้
นาน ๆ เห็นครั้งค่ะ
สวัสดีครับคุณนายนุช
ยังไม่เคยเห็นต้นอินจันเลยครับ แต่ลูกอิจันเคยทานตอนเที่ยวเชียงใหม่
เมื่อวานงานยุ่งจนแทบไม่ได้เงยหน้าจากกองเอกสารบ่อยเหมือนเคย ก็เลยพลาดจากบันทึกพี่นุช (ได้ไงเนี่ย..ย..ย)
ว้าว หางกระรอกเป็นพวงดูน่ารักจัง แถมตัวขาวๆ นั่นอีก ต้อมเพิ่งจะเคยได้เห็นนะคะ เพราะแถวบ้านต้อมที่เคยเจอก็จะเป็นสีน้ำตาลๆ และไม่ค่อยได้เจอในระยะประชิดแบบพี่นุช จะเห็นแค่แวบๆ แป๊บๆ เพราะเขาจะปราดเปรียวมาก
ไม่เคยเห็นลูกอิน - ลูกจัน ด้วย อิอิ ช่างเป็นคนที่ไม่ค่อยจะรู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย อยากให้เว็บบล็อก go to know เป็นแบบสี่มิติจังเลย เวลาเข้ามาอ่านบันทึกนี้จะได้กลิ่นหอมๆ ของลูกจัน อิอิ ((เพ้อ))
บันทึกพี่นุชช่างรื่นรมย์..ไม่เคยเปลี่ยน ดีใจที่วันนี้เข้ามาเจอค่ะ
คิดถึงนะคะ ^^