มะตูม รอด(เดน)ตาย

ผู้เขียนมีสมบัติเป็นต้นมะตูมอยู่ต้นหนึ่ง ได้เป็นเจ้าของด้วยเหตุผลที่ออกจะแปลก คือ เจ้ามะตูม ต้นนี้เป็นของชาวบ้านอยู่ก่อนถึงบ้านเรา วันหนึ่งเขาลุกขึ้นมาถาง ฟันต้นไม้ในที่ของเขา และกำลังจะฟันต้นมะตูมทิ้ง คนข้างกายเห็นเลยไปถามไถ่ เจ้าของเขาบอกว่าเกะกะรกที่ เราเลยขอซื้อทั้งต้น เขาขอหนึ่งพันห้าร้อยบาทโดยเราขอให้ต้นยังคงอยู่ในที่เดิม ไม่ต้องตัด ไม่ต้องย้าย ชาวบ้านส่วนใหญ่เดี๋ยวนี้ชอบตัดต้นไม้ ชอบที่โล่งๆ แปลกมากค่ะ

คงไม่ค่อยมีคนทราบว่า มะตูม เป็นพันธุ์ไม้พระราชทานประจำจังหวัดชัยนาท ปลูกเพื่อเป็นศิริมงคล ยิ่งกว่านั้นยังเป็นได้ทั้งอาหารและยา

สมัยผู้เขียนเป็นเด็กจำได้ว่าเวลาไปบ้านสวนแก่งคอย มีต้นมะตูมหลายต้น คุณปู่ท่านชอบทานผลมะตูมสุก โดยทุบให้แตกออกและตักเนื้อทานเป็นผลไม้ ส่วนมากคนสมัยนี้คุ้นกับ ชามะตูม น้ำมะตูม กันมากกว่า

สมัยก่อนยอดมะตูมก็เป็นผักจิ้มน้ำพริกเหมือนยอดมะกอก ยอดมะม่วง เดี๋ยวนี้ไม่ต้องไปหาซื้อเลย เพราะคงไม่พบง่ายๆ ไม่เป็นที่นิยม ไม่มีใครรู้จัก กระทั่งมะตูมเชื่อมก็ยังมีขายเป็นบางแหล่งเท่านั้น เด็กสมัยนี้อาจทานไม่เป็นด้วยซ้ำ (คนยุคใหม่อาจจะรู้จักแต่ เค้กมะตูม)

มะตูมนั้นเป็นพืชที่มีถิ่นฐานมาจากอินเดีย ชื่อภาษาอังกฤษที่ไม่คุ้นหูเราก็คือ Bael fruit จะให้คุ้นขึ้นมาหน่อยก็ต้องเทียบกับผลไม้ที่รู้จักกันทั่วไป มะตูมจึงมีชื่ออื่นๆในภาษาอังกฤษตามลักษณะของผลที่มีเปลือกแข็งหนาค่ะ คือ Stone Apple และ Wood Apple ลักษณะต้นมะตูมก็มักจะสูงๆเรียวๆอย่างนี้แหละค่ะ ตำราว่าสูงได้ถึงสิบแปดเมตร

มะตูมถือว่าเป็นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาฮินดู ชาวฮินดูจะใช้ใบมะตูมบูชาพระศิวะ

(อ่านข้อมูลมาจาก http://en.wikipedia.org/wiki/Bael)

เคยทราบมาว่ากำลังมีการวิจัยพืชผัก ผลไม้ไทยที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ มะตูมก็เป็นพืชชนิดหนึ่งที่มีค่าดัชนีต้านอนุมูลอิสระสูง

ในตำราอายุรเวทของอินเดียใช้ มะตูม รักษาโรคหลายอย่าง ที่เด่นมากคือใช้รักษาโรคท้องผูก

จากบทความเผยแพร่ทางวิทยุของ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ  คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตหาดใหญ่ มีรายละเอียดมาก ตามไปอ่านกันได้ที่

 http://natres.psu.ac.th/radio/radio_article/radio46-47/46-470007.htm

ขอยกส่วนที่เป็นวิชาการมาให้อ่านแค่นี้ค่ะ

"มะตูม" มีคุณค่าทางโภชนาการคือ ประกอบด้วย สารเพคติน (pectin) สารเมือก (mucilage) และสารแทนนินซึ่งให้รสฝาด นอกจากนี้ยังมีสารขมต่างๆ ได้แก่ สารคูมาริน (coumarin) และมีสารฟลาโวนอยด์ (flavonoids) อีกด้วย ดังนั้นจึงมีสรรพคุณแก้ท้องเสีย แก้บิด ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ยางของผลดิบใช้ผสมสีทากระดาษแทนกาวได้ เปลือกของผลให้สีเหลืองใช้ย้อมผ้า เนื้อในเชื่อมทำของหวาน หรือนำมาตากแห้งใช้ทำเครื่องดื่ม ช่วยย่อยอาหาร รักษาโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร แก้ท้องเสีย ส่วนผลมะตูมสุกใช้เป็นยาระบาย

คนไทยโบราณรู้ดีถึงสรรพคุณของมะตูมว่า ช่วยบำรุงธาตุ ช่วยให้เจริญอาหาร แก้บิด แก้ร้อนใน ขับลม แก้โรคลำไส้

  • น้ำมะตูมนั้นมีสรรพคุณเจริญอาหาร บำรุงร่างกาย ลดเสมหะ ทำให้ชุ่ม
    คอ รักษาโรคหอบหืด และป้องกันโรคท้องเสีย
  • ใบมะตูมนั้น มีสรรพคุณในการช่วยให้เจริญอาหาร บำรุงร่างกาย รักษาอาการท้องเดิน
  • ส่วนรากมะตูมมีสรรพคุณแก้ไข้ แก้ไอ และขับเสมหะ
  • ได้ทราบจากการคุยกับคนข้างกายว่า ชาวบ้านรู้ดีว่าผลมะตูมมีสรรพคุณพิเศษอีกอย่างหนึ่ง ที่ทำให้เหมาะแก่การจัดทำเป็นน้ำมะตูมให้ผู้ถือศีลเช่นพระภิกษุสามเณรได้ดื่มเป็นน้ำปานะ เพราะมีฤทธิ์ลดความกำหนัด ทำให้สงบผ่อนคลาย เป็นภูมิปัญญาที่น่าทึ่ง

หากจะว่ากันด้วยคุณสมบัติทางจิตใจ ความเชื่อ ซึ่งคนไทยได้รับอิทธิพลมาจากทางอินเดีย เห็นได้จากในพิธีการ ใบมะตูม ถือเป็นใบไม้แห่งสิริมงคล ใช้ ทัดหู ในพิธีพราหมณ์ และใช้ประพรมน้ำมนต์ ขับไล่เสนียดจัญไรและขับภูตผีปีศาจ

เล่ามายาว กลับมาที่บ้านปากท่ากันค่ะ หลังจากผู้เขียนสำรวจพืชพรรณไม้ที่รอดชีวิตจากน้ำท่วม พบว่าต้นมะตูม ที่ช่วยชีวิตไว้แข็งแรงดี แถมปีนี้ออกลูกดกมาก ทว่าต้นสูงชะลูด เก็บยากมาก

จะได้เนื้อจาก ผลมะตูมไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องใช้มีดหรือค้อนทุบกันเลยล่ะคะ เพราะเปลือกแข็งมาก ข้างในเนื้อเป็นสีเหลืองเป็นเส้นใยที่หอมหวาน เม็ดนั้นจะมีปุยซึ่งมีเยื่อเมือกหุ้มอยู่ เวลาเราจะต้มน้ำมะตูม ล้างผลให้สะอาด ทุบให้พอแตกแล้วต้มทั้งลูกเลยค่ะ ต้มใส่น้ำตาลชิมเสร็จ จึงค่อยกรองแล้วเก็บน้ำแช่ตู้เย็นไว้ดื่มได้สองสามวัน

ได้ทดลองต้มน้ำมะตูมสด ทุบให้แตกแล้วต้ม ใส่น้ำตาลพอหวานน้อยๆ กรอง แช่ตู้เย็น เวลาจะดื่มก็ใส่น้ำแข็งสักสองสามก้อน หอมชื่นใจ แตกต่างจาก ชามะตูม หรือน้ำมะตูมที่ต้มจาก มะตูมตากแห้ง

วรรณ เจ้าของเดิมต้นมะตูมเดินมาคุยด้วย เขามีอาชีพทำนา เห็นพี่น้อยแม่บ้านผู้เขียนต้ม น้ำมะตูม อยู่ เขาแนะนำว่าหากจะให้หอมยิ่งขึ้นให้ทุบพอแยกน้อยๆแล้วเอาไปย่างไฟก่อนค่อยเอาไปต้ม ได้ลองทำแบบหลังนี้แล้ว พบว่าไม่ต้องย่างก็อร่อย หอมกว่า แต่มะตูมจะต้องแก่จัดจริงๆจึงจะหอม ซึ่งอาจเป็นรสนิยมส่วนตัว ใครชอบแบบไหนก็ทำแบบนั้นก็แล้วกันค่ะ

ดีใจที่มีเครื่องดื่มพิเศษคลายร้อน น้ำมะตูมกลิ่นหอมๆเฉพาะตัว จะดื่มอุ่นๆ หรือ ใส่น้ำแข็งทุบ ก็หอมเย็นชื่นใจ ดีกับสุขภาพด้วย ปีนี้คงได้ดื่มไปอีกกว่าสิบครั้งและอาจได้ทำเลี้ยงแขกด้วย หากเจ้ากระรอกไม่แย่งแทะลูกแก่จัดคาต้นจนไส้กลวงก่อนเราจะเก็บ

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 429426
 เขียน:  
 ดอกไม้: 20  ความเห็น: 56  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ Fri Mar 04 2011 11:35:57 GMT+0700 (ICT)
  • ที่บ้านก่อนต้มจะย่างไฟก่อนครับ
  • จะหอมกว่า เอาไปทุบแล้วต้ม
  • มีครั้งหนึ่ง เอามะตูมที่ตกใต้ต้นมาต้มลืมทุบให้แตก
  • เสียงมะตูมระเบิด ตู้ม แต่ไม่เป็นอะไร
  • เอาใบอ่อนมาจิ้มน้ำพริกจะรสซ่าๆ คล้ายกินใบอ่อนของมะกรูดครับพี่นุช
  • ขอบคุณครับ
Wasawat Deemarn
เขียนเมื่อ Fri Mar 04 2011 11:40:39 GMT+0700 (ICT)

มะตูมหายากนะครับ พี่อาจารย์นุช ;)...

มี "มะขวิด" ไหมครับ โหยหามากเลยผม

ขอบคุณครับ ;)

ยายธี
เขียนเมื่อ Sat Mar 05 2011 06:37:38 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณนุช...ที่ริมน้ำแควของยายธีก็มีอยู่ต้นหนึ่ง..ไม่ได้ไปแหงนดูเลยตั้งแต่มาไม่ทราบว่าจะมีใครไปตัดทิ้งรึเปล่า...(ต้นชบาหน้าบ้านข้างทางด่วนหายไปจากสายตาตั้งแต่วันวานปลูกตั้งแต่สมัยสมัยพ่อยังมีชีวิตอยู่...ไปพบตอนเช้าถูกโยนออกไปในป่าข้างบ้าน...เศร้าค่ะ)....ยายธี

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Sat Mar 05 2011 09:16:07 GMT+0700 (ICT)

อาจารย์ขจิต ฝอยทอง โชคดีนะคะเป็นคนหนุ่มสมัยใหม่แต่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ มีประสบการณ์ตรงในการใช้ชีวิตอย่างไทยๆ พี่ยังไม่เคยทานยอดมะตูมเลยค่ะ เคยทานแต่ยอดมะกอก ยอดมะม่วง ยอดจิก ต้นมะตูมหายากนะคะ

ตอนพี่น้อยต้มน้ำมะตูมครั้งที่สองแบบย่างลูกมะตูมก่อน พี่ว่าน้ำมันไม่ค่อยหอมเหมือนเอามาทุบแล้วต้มเลย พี่อาจจะชอบความหอมแบบไม่ย่างมังคะ หรือว่าที่พี่น้อยแกย่างนั้นมันนานและแก่ไฟไปหน่อย ความหอมเลยหมดไป ตอนหลังพี่ให้ต้มเลย ง่ายและหอมถูกใจค่ะ

ต้มมะตูมไม่ทุบแล้วมันระเบิดคงจะตกใจกันหมดนะคะ ^______^  ที่จะเป็นอันตรายคือ ไปอยู่ใต้ต้นเวลาลมแรง หัวร้างข้างแตกกันได้หากมีลูกสุกรอร่วงอยู่

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Sat Mar 05 2011 09:20:45 GMT+0700 (ICT)

ที่บ้านมีต้นมะตูมในที่คนอื่นนี้อยู่ต้นเดียวค่ะอาจารย์Wasawat Deemarn มะขวิดไม่เห็นมีแถวนี้เลย สมัยเป็นเด็กอยู่เมืองกาญจน์ เคยเห็นต้นมะขวิดใหญ่มากในวัดไม่ไกลจากบ้านนัก ชอบไปด้อมๆมองๆว่ามันจะมีลูกร่วงลงมาหรือเปล่า หอมอร่อยไปอีกแบบนะคะ ไม่ได้ทานมาเป็นสิบๆปีแล้วแทบจะจำรสชาติไม่ได้ อาจารย์นี่ก็เป็นคนชอบผลไม้ไทยโบราณนะคะ

ต้นไม้ไทยๆพวกนี้คนสมัยใหม่ไม่ปลูกกันแล้ว แถมที่มีอยู่ยังจะตัดทิ้งด้วยซ้ำ

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Sat Mar 05 2011 09:27:38 GMT+0700 (ICT)

เวลาเห็นต้นไม้ถูกตัดแบบว่าเราเผลอไปแพลบเดียวใจหายนะคะคุณยายธี ตอนนี้กำลังปรับปรุงบ้านช่างหลายคณะเขาไม่สนใจว่าเรารักต้นไม้ขนาดไหน คอยบอกเขาเขาก็ไม่ได้ระวังนัก ต้องทำใจค่ะ มีทั้งเราเผลอเขาตัด และบางต้นจำเป็นต้องตัดจริงๆ

อย่าเศร้าไปเลยค่ะคุณยายธี ต้นชบาที่ปลูกแต่ครั้งคุณพ่อนั้นคงอยู่ในใจคุณยายธีเสมอใครมาตัดไม่ได้ นี่เป็นการปลอบใจตัวเองด้วยค่ะเพราะต้นไม้ปีนี้ตายไปมากเป็นต้นไม้รักๆทั้งนั้น ปล่อยวางความยึดติด ความเสียดายลงได้บ้างก็รู้สึกว่ามีพื้นที่ในใจรับสิ่งดีอื่นๆค่ะ

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ Mon Mar 07 2011 11:08:03 GMT+0700 (ICT)
  • สงสัยพี่น้อยย่างนานเกินไปครับ
  • ที่บ้านย่างแค่มีกลิ่นหอม
  • พี่นุชครับ
  • มาขอบคุณได้เอาไปเขียนต่อยอดแล้ว
  • ได้เมล็ดเขาแล้วจะเก็บไปฝากครับ
  • http://gotoknow.org/blog/yahoo/429869
ยุวนุช
เขียนเมื่อ Mon Mar 07 2011 16:01:30 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะ ตามไปอ่านแล้วและได้ชมความงามทิวทัศน์รอบมหาวิทยาลัยด้วย อาจารย์ขจิต ฝอยทอง ช่างมีสุนทรีย์เต็มขั้นจริงๆ ขอบคุณมากค่ะที่จะเก็บฝักจมูกปลาหลดไว้ให้รวมทั้งเมล็ดพันธุ์ผักที่ทุกชนิดที่อาจารย์มี อิ อิ ไม่ค่อยงกเลย ก็ที่บ้านพี่นั้นไม่เหลือผักสวนครัวอะไรสักอย่างค่ะ ตอนนี้มีพืชพื้นบ้านขึ้นที่ท่าน้ำมากมายหลายชนิด เก็บภาพไว้แล้วกำลังค้นว่าแต่ละชนิดชื่ออะไร ทุกอย่างเป็นสมุนไพรได้หมดค่ะ ที่จริงมันอยู่ที่มุมมองของเราว่าเรามองเป็นวัชพืช หรือ มองว่าเป็นสมุนไพร

คิม นพวรรณ
เขียนเมื่อ Mon Mar 07 2011 16:14:59 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ

ยังไม่เคยเห็นต้นมะตูม ลูกมะตูมค่ะ เคยเห็นที่เป็นแผ่น ๆ ตากแห้งแล้วเท่านั้นค่ะ  และเคยดื่มน้ำมะตูม  ชอบมากเย็น หอมชื่นใจค่ะ

วันนี้ทำน้ำผักสูตรหมอเขียวใจเพชรค่ะ  เพื่อนบ้านบอกว่าเหมือนกลิ่นหญ้า "ก็ยังดีกว่าทายยานะคะ"

Sila Phu-Chaya
เขียนเมื่อ Mon Mar 07 2011 16:25:52 GMT+0700 (ICT)
  • ดีใจที่ได้ดื่มน้ำมะตูมหอมหวานบ้านพี่นุชค่ะ น่าจะต้นเดียวกันนี้ใช่ไหมคะ
  • ถ้าได้ทราบประวัติต้นมะตูมก่อนดื่ม ความรู้สึกน่าจะมากกว่าความหอมหวานจากรสชาตินะคะ  แต่กลายเป็นความรู้สึกซาบซึ้งในการมีชีวิตอยู่มาได้ถึงวันนี้เพื่อให้เราได้ดื่มและชื่นชมค่ะ
  • แต่ทว่าก็ไม่ควรดื่มทุกวันนะคะ
  • ด้วบความระลึกถึงค่ะ
ยุวนุช
เขียนเมื่อ Tue Mar 08 2011 09:42:27 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณครูคิม นพวรรณ หากชอบดื่มน้ำมะตูมที่เขาทำกันทั่วไปซึ่งมักเป็นการต้มน้ำจากมะตูมแห้ง แล้วได้มาดื่มน้ำมะตูมจากลูกสด รับรองจะต้องติดใจมากๆเลยค่ะ หอมกรุ่นกว่ากันเยอะ รสชาติก็ดีกว่าด้วยค่ะ

คุณครูคิมดูแลสุขภาพดีนะคะ ทำน้ำผักสูตรหมอเขียว เขาใช้ผักหลายอย่างนะคะ เป็นผักพื้นบ้านที่ทางภาคกลางหายาก ตอนไปเข้าค่ายก็ไปช่วยเขาเก็บ ล้าง และขยี้ใบสมุนไพรเหล่านั้นค่ะ กากมันอย่าทิ้งไปเปล่าๆนะคะ อากาศร้อนๆอย่างนี้เอาพอกหน้า พอกศีรษะ หรือตามบริเวณที่รู้สึกร้อนจะเย็นสบายค่ะ

เมื่อวานก็ไปได้ใบย่านางที่ขึ้นเองตามข้างทางรกๆ พี่น้อยคั้นน้ำให้ เวลาดื่มก็ผสมน้ำเย็นธรรมดาค่ะ เป็นยาเย็น พวกน้ำผัก น้ำสมุนไพรนี่กว่าจะดื่มได้ต้องฝึกใจซึ่งเรามักปฏิเสธสิ่งไม่คุ้น ไม่มีรสอร่อย ที่จริงน้ำผักหมอเขียว หรือน้ำคั้นใบย่านางนี้ไม่มีกลิ่นเหม็นเขียว ไม่มีรสขมด้วย แทบไม่มีรส มีกลิ่นเย็นๆ ดื่มแล้วสบายดีค่ะ

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Tue Mar 08 2011 09:47:38 GMT+0700 (ICT)

ใช่ค่ะคุณศิลาSila Phu-Chayaเจ้าผลมะตูมมาจากต้นนี้แหละค่ะ นานๆจะได้ดื่ม ต้องรอให้เขาแก่ร่วง อยู่สูงเราสอยเองไม่ถึง บางทีวรรณเขาก็ให้ลูกชายมาช่วยสอยให้

^____^ พี่ว่าน้ำมะตูมจากต้นของเราที่ทำดื่มเองนี้อร่อยที่สุดเท่าที่เคยดื่มน้ำมะตูมมาค่ะ เห่อสมบัติตัวเอง คิดถึงเสมอเช่นกันค่ะ รอเลี้ยงรอบใหม่ จะคิดเมนูสุขภาพอิ่มอร่อยไว้รอนะคะ

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ Wed Mar 09 2011 07:19:48 GMT+0700 (ICT)
  • พี่นุชครับ
  • ลุงเชษฐ์
  • ฝากบอกพี่นุช ในบันทึกผมครับ

ขอบคุณอาจารย์ขจิต ผมได้รู้จักต้นไม้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งต้นแล้วครับ ต้นจมูกปลาหลด

ฝากถึงคุณนายดอกเตอร์ด้วยครับ ต้นเถาย่านางนั้นหากปลูกด้วยเมล็ดก็จะงอกงามดี เหมือนกับที่เราพบเห็นทั่วไป เก็บเมล็ดที่สุกมาเพาะแล้วปลูกจะโตเร็วครับ หากผมพบเมล็ดสุกของต้นย่านาง จะส่งมาให้ครับ

นงนาท สนธิสุวรรณ
เขียนเมื่อ Wed Mar 09 2011 16:19:33 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณภาพและความรู้ดีๆค่ะ..พี่ใหญ่ชอบน้ำมะตูม..และเค๊กมะตูมสอดใส้ macadamia..ได้เวลาลงไปหาของว่างเช่นนี้แถวๆที่ทำงานของตึก SCB แล้วค่ะ

..............................................................................................................

การมอบอุปกรณ์การเรียนแก่น้องๆในโรงเรียน ตชด. ๗ แห่ง ที่จังหวัดกาญจนบุรี ..จากเงินบริจาคใน โครงการ Shred2Share นำเอกสารและข้อมูลสำคัญที่หมดอายุหรือไม่ใช้แล้วมาย่อยทำลายตามกระบวนการมาตรฐานสากล

โสภณ เปียสนิท
เขียนเมื่อ Wed Mar 09 2011 16:20:54 GMT+0700 (ICT)

มาเชียร์และให้กำลังใจ

ทั้งคนและต้นมะตูมครับ

อยากได้ลูกอ่อนมาต้มแทนน้ำชาครับ

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Thu Mar 10 2011 09:53:39 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณอาจารย์ขจิต ฝอยทอง และคุณลุงเชษฐ์ด้วยค่ะ เดี๋ยวจะตามไปขอบพระคุณคุณลุงเชษฐ์ถึงที่อีกครั้งค่ะ

จะได้มีโอกาสเห็นเมล็ดย่านางไม่เคยเห็นเลยค่ะ แค่เคยเห็นต้นหรือเถาย่านางด้วยตาตนเองก็ตื่นเต้นแล้วค่ะ

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Thu Mar 10 2011 10:01:25 GMT+0700 (ICT)

สักวันจะขอตามพี่ใหญ่นาง นงนาท สนธิสุวรรณไปหาของอร่อยที่ตึก SCB ด้วยนะคะ

นุชมีผู้ใหญ่ที่รู้จักท่านหนึ่งทำเค้กมะตูมอร่อยมากๆ ปกตินุชก็ไม่ค่อยชอบเค้กมะตูมนัก(นิสัยไม่ดีชอบทานเค้กครีมๆหวานน้อยค่ะ ^__^)แต่ท่านนี้ทำอร่อยจริงๆ ไม่ได้ทำขายปกติ ต้องสั่งเท่านั้นค่ะ โอกาสเหมาะๆจะนำไปกำนัลพี่ใหญ่นะคะ

 โครงการ Shred2Share ชื่อก็น่าสนใจแล้วค่ะขอบพระคุณที่นำมาบอกและให้ได้ชมภาพสุขใจเช่นนี้ ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Thu Mar 10 2011 10:04:53 GMT+0700 (ICT)

ขอบพระคุณค่ะอาจารย์โสภณ เปียสนิท หลังพื้นดินเริ่มฟื้นจากน้ำท่วม ได้เห็นต้นไม้ที่รอดตาย ต้นไม้ใบหญ้าที่งอกใหม่ๆขึ้นมาเป็นความสุขมากเลยค่ะ ทำให้ได้พิจารณาธรรมไปในตัวว่าความเปลี่ยนแปลง ไม่เที่ยง มีอยู่ในทุกสรรพสิ่ง

เชษฐ์
เขียนเมื่อ Thu Mar 10 2011 21:39:28 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับคุณนายดอกเตอร์

แวะมาเยี่ยมและทำความรู้จักอย่างเป็นทางการครับ

มะตูมสุกเนื้อกินได้ รสหอมหวานอร่อย โดยใช้วิธีทุบให้เปลือกแตกออก ใช้ช้อนตักเอาแต่เนื้อสีเหลืองกิน อย่าตักแรงเข้าไปถึงส่วนที่เมือกเหนียวๆ เพราะไม่อร่อย ไม่มีรสอะไร แต่ล้างน้ำให้สะอาดหมดเมือก เราก็จะได้เมล็ดมะตูม นำไปเพาะเป็นต้นไว้แจกจ่ายให้กับคนที่อยากปลูกต่อๆไปได้ครับ

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ เรื่องมะตูมครับ

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Fri Mar 11 2011 09:42:28 GMT+0700 (ICT)

ขอบพระคุณคุณเชษฐ์ค่ะที่มาทักกันอย่างเป็นทางการและตามไปอ่านบันทึกย้อนหลังหลายเรื่องพร้อมฝากดอกไม้ไว้ให้เป็นกำลังใจด้วย

ได้อ่านประวัติคุณเชษฐ์แล้วทราบอายุว่าไม่ห่างจากตัวเองนัก หากเรียก ลุงเชษฐ์ คงต้องเรียกตัวเองว่า "ป้านุช" ค่ะ ^___^

ได้อ่านบันทึก "ทุ่นเงิน" ทุกบันทึกเช่นกันค่ะแล้วเล่าให้คนข้างกายฟัง(เขาอายุเท่าๆคุณเชษฐ์ค่ะ) เขาสนใจมาก เมื่อคืนเลยเปิดบล็อก-บันทึกของคุณเชษฐ์ให้เขาชมภาพทุ่นเงินและอ่านรายละเอียด เขาคิดว่าต้องไปขอความรู้และประสบการณ์เรื่องนี้มาทำสาธารณกุศลที่อยุธยาค่ะ

 

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ Fri Mar 11 2011 11:57:36 GMT+0700 (ICT)
  • พี่นุชครับ
  • ตามมาขอบคุณดอกปีบ
  • ดอกปีบป่าดอกใหญ่มาก
  • ที่มหาวิทยาลัยดอกเล็กๆๆ
  • ผมเอามาทำชาดอกปีบ
  • แจกเพื่อนๆลูกศิษย์
  • โดยใช้มือถือแต่งภาพ ใช้บรรจุห่อจากสินค้าของมหาวิทยาลัย
  • น่าดื่มไหมครับ
  • ฮ่าๆๆๆ
ลำดวน
เขียนเมื่อ Fri Mar 11 2011 12:01:22 GMT+0700 (ICT)
  • สวัสดีค่ะ
  • อ่านและนึกตามว่าได้ดื่มน้ำมะตูมชื่นใจ
  • ที่บ้านปลูกไว้สองต้น ๙ปีแล้วค่ะยังไม่ออกผลเลยค่ะ
  • และปลูกมะตูมแขก ไว้เด็ดยอดทานกับลาบ ยำ อร่อยดีค่ะเปรี้ยวๆและหอม
  • ไม่รู้ว่ามะตูมแขกนี้จะมีผลไหม เพราะเพื่อนนำต้นมาให้จากโคราช
  • ขอบคุณนะคะสำหรับดอกลำดวนแสนหอม
มนัสดา
เขียนเมื่อ Fri Mar 11 2011 12:59:30 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณนายดอกเตอร์

  • ขอบคุณที่นำสาระน่ารู้มาเล่าสู่กันฟังนะคะ
  • ขอให้มีความสุขทุกวันค่ะ
คุณมะเดื่อ
เขียนเมื่อ Fri Mar 11 2011 13:33:01 GMT+0700 (ICT)

  • สวัสดีจ้ะคุณนายด๊อกเตอร์
  • แวะมาขอบคุณที่เข้าไปทักทายคุณมะเดื่อ
  • นำภาพใบกร่างอ่อน น่ารัก ๆ มาฝากแทนคำขอบคุณด้วยจ้ะ
มะปรางเปรี้ยว
เขียนเมื่อ Fri Mar 11 2011 13:53:08 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ พี่นุช

เกิดมาหนูยังไม่เคยเห็นต้นและลูกมะตูมแบบสดๆ เลยค่ะ อยากลองรสชาตมะตูมแบบสดๆ ดูบ้างจังเลยค่ะ

เชษฐ์
เขียนเมื่อ Sat Mar 12 2011 07:35:03 GMT+0700 (ICT)

ยินดีเป็นเพื่อนกับคุณนุชและคนข้างกายของคุณนุชด้วยครับ

ขอบคุณที่แวะไปเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับแผ่นดินไหวไว้ให้ เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนซึ่งกันและกันที่ดีมากเลยครับ

ยินดีที่จะถ่ายทอดทุกอย่างที่เกี่ยวกับแพทุ่นเงิน เพื่อสาธารณประโยชน์ครับ

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Sat Mar 12 2011 11:43:21 GMT+0700 (ICT)

อาจารย์ขจิต ฝอยทอง พูดถึงภาพดอกไม้นี้ที่พี่เอาไปฝาก ใช่ไหมคะ

นี่คือดอก โมกป่า หรือ โมกหลวง ค่ะ ไม่ใช่ดอกปีปป่า

ชาดอกปีปน่าสนใจมากค่ะ หวังว่าคงมีโอกาสได้ชิมนะคะ ^____^ ส่งมาพร้อมเมล็ดพันธุ์ผักก็ได้ค่ะ อิ อิ ขอซะเลย

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Sat Mar 12 2011 11:50:51 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์ลำดวน เพิ่งเคยได้ยิน มะตูมแขก ค่ะ คงเป็นพันธุ์มะตูมดั้งเดิมจากอินเดีย เพราะอ่านประวัติเห็นว่ามะตูมเป็นพืชที่มีความสัมพันธ์กับศาสนาและการแพทย์ของอินเดียมายาวนาน คงจะต้องมีผลสักวัน ได้รอลุ้นนะคะ ^____^

ปกตินุชไม่ค่อยชอบดื่มน้ำมะตูมทั่วๆไปที่เขาต้มจากมะตูมแห้ง แต่พอได้ดื่มน้ำมะตูมจากลูกสดต้ม มันหอมมากและไม่มีรสซ่าที่ลิ้นค่ะ

ดีใจที่ชอบภาพดอกลำดวนที่นำไปฝาก ตอนนี้เป็นหน้าเขานะคะ ที่บ้านญาติผู้ใหญ่ท่านนี้ลำดวนออกดอกดก เหลืองเต็มต้นเลยค่ะ เพิ่งจะเคยเห็นเขาออกดอกดกอย่างนี้

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Sat Mar 12 2011 13:46:29 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณคุณยายสาวสวยปิ๊ง ขอบคุณที่มาแวะอ่านค่ะ

พักจากงานยุ่งๆมาผ่อนคลายกับธรรมชาติที่นี่กันได้อีกนะคะ

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Sat Mar 12 2011 13:50:55 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณคุณคุณมะเดื่อค่ะ ภาพใบอ่อนต้นกร่างช่างสวยสว่าง โปร่งเบาสบายตาจังค่ะ ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยค่ะ เคยได้ยินเขาพูดกันว่า ต้นไม้ โพธิ์-ไทร-ไกร-กร่าง เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่ายไม่ต้องการดการดูแล พูดง่ายๆคือ เทวดาเลี้ยง

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Sat Mar 12 2011 13:52:47 GMT+0700 (ICT)

วันเดินทางไปหาดใหญ่จะถือลูกมะตูมสดไปฝากค่ะน้องมะปราง^_____^ ไปต้มน้ำเองรับรองจะติดใจ

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Sat Mar 12 2011 13:57:49 GMT+0700 (ICT)

ขอบพระคุณคุณเชษฐ์มากเลยค่ะ มิตรภาพงอกงามแตกกิ่งก้านหน่ออ่อนใบใหม่เสมอในโกทูโนว์ คนข้างกายบอกว่าจะต้องหาเวลาเดินทางไปพบคุณเชษฐ์และเรียนรู้เรื่องแพทุ่นเงินนี้ จำเป็นต้องไปเห็นด้วยตัวเองและพูดคุยค่ะ เลยรีบเชียร์ จะได้พบกับอาจารย์ขจิตด้วยหากไม่เดินสายไปที่อื่นในวันนั้นค่ะ

Boo
เขียนเมื่อ Sun Mar 13 2011 10:40:52 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะพี่นุชสุดสวาทบาดใจ

เห็นภาพแรกแล้วพยายามนึกเส้นทางว่า เอ มุมไหนหนา ทว่าต้นมะตูม นี่ก็สู๊ง สูง จริงๆ ด้วยค่ะ

เคยดื่มน้ำมะตูมบ่อยๆช่วงอยู่เกาะพีพีค่ะพี่นุช พี่น้องสปาเค้าจะต้มเตรียมไว้รับแขกทุกวัน แต่เอ เพิ่งได้ความรู้ใหม่ในบันทึกนี้ แล้วอยากจรลีไปชิมน้ำมะตูมสดที่บ้านวัดริมน้ำจัง :)

มะปรางเปรี้ยว
เขียนเมื่อ Mon Mar 14 2011 11:33:02 GMT+0700 (ICT)

พี่นุชคะ

ยิ้มหวานกว้างๆ รอเลยค่ะ ดีใจจะได้กินมะตูมสดๆ จากพี่นุช

ขอบคุณมากๆ นะคะ ^___^

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Tue Mar 15 2011 11:41:09 GMT+0700 (ICT)

ดีใจที่น้องปูจ๋าPoo มาจำนรรจาหลังหายเงียบไปนานเชียวนะคะ

เจ้ามะตูมต้นนี้อยู่นอกรั้วบ้านพี่ค่ะหากไม่สังเกตและไม่ทราบมาก่อนก็ไม่ทราบหรอกค่ะว่าเขาคือต้นมะตูม ไปแหงนหน้าชมลูกมะตูมก็ต้องระวังลูกสุกร่วงใส่ได้ค่ะ

หน้านี้หากมาร่วมดื่มน้ำมะตูมสด ยังจะได้อบร่ำกลิ่นหอมของดอกโมกป่าที่บานทั้งต้นอยู่ข้างศาลา ช่วงนี้พี่เอาโน๊ตบุคมานั่งทำงานที่ศาลาทุกวัน หอมเย็นมีความสุขค่ะ

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Tue Mar 15 2011 11:45:10 GMT+0700 (ICT)

อย่างน้อยน้องมะปรางเปรี้ยวก็จะได้เห็นลูกมะตูมสดของจริง ช่วงนี้มีฝน มีลม ได้มะตูมแก่จัดที่ร่วงลงมาหลายลูกค่ะ เก็บลูกที่สวยๆไม่แตกเตรียมพกไปแล้วค่ะ

บุษรา
เขียนเมื่อ Tue Mar 15 2011 11:48:16 GMT+0700 (ICT)
  • สวัสดีค่ะ
  • เห็นภาพหนูน้อยเต้นได้น่ารักมาก ๆ  นึกถึงกัลยาณมิตรก็เลยนำมาฝากกัน ชมเพื่อความเพลิดเพลินค่ะ
  • ด้วยความระลึกถึงค่ะ
  • ขอบคุณค่ะ

                                   ภาพขนาดย่อ

ต้นกล้า ชาวนาวันหยุด
เขียนเมื่อ Wed Mar 16 2011 19:03:45 GMT+0700 (ICT)

เรียนพี่นุช

ปรกติโรงแรมประจำที่พัก จะมีน้ำมะตูมกับน้ำใบเตยบริการ ชื่นใจครับ 

มาอัพเดทบันทึกใหม่ 2 บันทึกครับ

http://gotoknow.org/blog/supersup300/431375

http://gotoknow.org/blog/supersup300/431414

 

KRUDALA
เขียนเมื่อ Sun Mar 20 2011 19:32:57 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คุณนายด๊อกเตอร์

         มะตูมต้นสูงเก็บผลยากต้องรอให้แก่จัดจนหล่นลงมาเอง...จะใช้ได้ไหมคะ

เคยเห็นที่พุทธสถานจังหวัดเชียงใหม่มีต้นมะตูมต้นใหญ่มากมีผลแก่หล่นอยู่ใต้

ต้น  คงมีคนเก็บเหมือนกัน   ตอนเป็นเด็ก(ภาคเหนือเรียนมะปิน)เคยเห็นผู้ใหญ่

ผ่าผลมะตูมวางไว้ข้างเชี่ยนหมาก เมื่อมวนบุหรี่แล้วจะใช้ยางมะตูมติดที่ใบตองที่

มวนยาสูบยางเหนียวติดใบตองได้ดี   ยอดมะตูมใช้กินเป็นผักกับลาบได้ค่ะ 

เดี๋ยวนี้ไม่เคยเห็นต้นมะตูมอีกเลยค่ะ 

 

ลำดวน
เขียนเมื่อ Tue Mar 22 2011 16:59:46 GMT+0700 (ICT)
  • คุณนุชคะ
  • ตามมาจากบลอกคุณจตุพร เห็นปกหนังสือที่คุณนุชเขียน
  • จะหาซื้อได้ที่ไหนคะ "ปริศนาแห่งภูมิปัญญาท้องถิ่น"
  • สนใจมากค่ะ
กานดาน้ำมันมะพร้าว
เขียนเมื่อ Fri Mar 25 2011 17:12:39 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ

    ดาเป็นคนหนึ่งที่ชอบมะตูมมาก ได้อ่านที่พี่เล่าถูกใจมาก ขอบคุณมากค่ะ  ดากำลังจะเสริมนิดหนึ่งก็ไม่ต้องเพิ่มแล้วค่ะเพราะพี่เขียนได้ครบหมดแล้ว ก็คือ การต้มน้ำมะตูมแบบโบราณ ที่เผาก่อนแล้วจึงตักเนื้อมาต้ม หรือตักเนื้อมะตูมทานเลย  ดาเคยทานสดๆแล้วแต่ต้องสุกๆ หอมอร่อยนะคะ เวลาทานก็จะคิดถึงมะควิดไปด้วย เพราะตรงที่เนื้อติดเปลือกแข็งนั้นอร่อยมากเหมือนกัน  ต้นสูงมากคงต้องทำบันไดที่ติดต้น ถึงยอดแบบต้นตาล ไว้ตลอดแล้วมังค่ะ     คิดถึงเสมอค่ะ

 

  มะม่วงแผ่น คุณยายค่ะ

 

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Sat Mar 26 2011 10:44:45 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะคุณบุษรา ที่ระลึกถึงกันเสมอแม้ว่าจะหายไปเป็นช่วงๆ แฟนประจำเช่นนี้แหละค่ะที่เป็นกำลังใจให้ต้องรีบเข้ามาทักทาย มาเขียนแบ่งปันเรื่องเล่า ไม่หายไปไหนแต่มาช้าไปหน่อยค่ะ

หนูน้อยเต้นน่ารักจริงๆค่ะ

ครูใจดี
เขียนเมื่อ Sat Mar 26 2011 10:46:33 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะIco48

ครูใจดีชอบดื่มน้ำมะตูมค่ะ ชอบความหอมชื่นใจดีจัง เวลาคุณแม่ต้มน้ำมะตูม ท่านจะเอามะตูมแห้งไปปิงไฟก่อน แม่บอกว่ามันจะหอมมากขึ้น (รึเปล่า..)

 ต้องขอบคุณมากๆ ค่ะที่บอกเล่าเรื่องราวสรรพคุณของมะตูมทั้งเรื่องที่เป็นอาการและยา  ครูใจดีไม่เคยทราบจริงๆ ว่า มะตูม เป็นพันธุ์ไม้พระราชทาน ปลูกเพื่อเป็นศิริมงคล ต้องขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

ด้วยความระลึกถึงค่ะ

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Sat Mar 26 2011 10:48:06 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะคุณต้นกล้า เดี๋ยวจะไปแวะที่บันทึก จะไปส่งข่าวอีกครั้งว่า วันที่ ๖ เมษายน ขอเชิญคุณต้นกล้าและทีมมาร่วมงานบุญ เปิดตัวโครงการ นาธรรมบ้านแพรกกันนะคะ พี่จะเป็นคนจัดการเรื่องอาหาร รับรองอร่อยแน่ค่ะ

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Sat Mar 26 2011 10:54:02 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะคุณKRUDALA เป็นความรู้ใหม่สำหรับตัวนุชเองเลยนะคะ ขอบคุณที่เล่ามาค่ะ

 ตอนเป็นเด็ก(ภาคเหนือเรียนมะปิน)เคยเห็นผู้ใหญ่

ผ่าผลมะตูมวางไว้ข้างเชี่ยนหมาก เมื่อมวนบุหรี่แล้วจะใช้ยางมะตูมติดที่ใบตองที่

มวนยาสูบยางเหนียวติดใบตองได้ดี  

ที่บ้านก็เก็บมะตูมที่ร่วงหล่นลงมาเองค่ะ ต้นสูงมากสอยไม่ถึง ส่วนมากก็จะใช้ได้หากไม่แตก เน่าบางส่วน หรือถูกกระรอกแทะ พอมีลมแรงๆก็จะช่วยกันไปดูค่ะ ไม่ทิ้งให้ร่วงหล่นนานๆแล้วไปเก็บ

นำมาตั้งใส่พานไว้บนโต๊ะอาหารก็หอมดีเช่นกันค่ะ

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Sat Mar 26 2011 10:57:45 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณอาจารย์ลำดวนค่ะที่สนใจหนังสือ เป็นหนังสือที่พิมพ์มาหลายปีแล้ว มีเหลือนิดหน่อยที่สคส. กำลังพิมพ์ใหม่ครั้งที่สอง อีกราวสองเดือนจึงจะมีวางตามร้านอีกครั้ง ไม่อยากให้ต้องรอนานค่ะ อาจารย์ช่วยอีเมล์ไปทิ้งที่อยู่เพื่อจัดส่งให้นุชนะคะ จะจัดส่งไปให้ค่ะ ปลื้มใจที่มีคนสนใจค่ะ^____^

ธวัชชัย
เขียนเมื่อ Sat Mar 26 2011 10:59:15 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณพี่นุชสำหรับลูกมะตูมครับ ผมต้มได้เป็นน้ำมะตูมหอมอร่อยมากครับ แต่สงสัยทำสัดส่วนผิดไปหน่อย เพราะเอาทั้งสองลูกไปต้มในหม้อขนาดสองลิตร เลยได้เป็นหัวน้ำมะตูม ใช้วิธีตักมาครึ่งแก้ว ใส่น้ำผสมไปอีกครึ่งแก้วครับ

ยังไม่ได้บอกให้มะปรางมาลองกินเลยครับ

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Sat Mar 26 2011 11:08:14 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณดา กานดา น้ำมันมะพร้าว เชื่อไหมคะว่าคิดกับตัวเองหลายครั้งมากๆในช่วงที่ไม่ได้ไปทักทายว่าอยากไปทัก คิดถึง แต่พอมาเข้าบันทึก ตอบท่านที่มาทัก ไปทักตอบ ก็ใช้เวลามากค่ะ แอร์การ์ดทำให้ทำอะไรไม่คล่องอย่างใจ เลยได้เจริญสติดูจิตตัวเองที่ร้อน แล้วไปไม่ถึงบันทึกคุณดาสักที

ดีใจมากที่คุณดามาทักวันนี้ค่ะ^___^

ปีนี้เป็นปีแรกที่ได้ลิ้มรสมะตูมต้นนี้ ตอนต้มนั้นพี่น้อยทุบพอแตกแล้วต้มทั้งลูกเลยค่ะ ชอบแบบไม่ย่างไฟมากกว่าค่ะ

ชอบอะไรคล้ายๆกันเลยค่ะ มะม่วงกวน ส้มลิ้ม นี่ชอบมาก ได้หาทานทุกปีค่ะเปรี้ยวๆหวานๆ แม้ว่าจะทานแล้วติดฟันก็ยังชอบทานค่ะ

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Sat Mar 26 2011 11:18:31 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณครูใจดีไม่ได้พบกันนาน สบายดีนะคะ ระลึกถึงเสมอเช่นกันแต่เทคนิคไม่อำนวยให้ไปแวะหรือท่องไปได้รวดเร็วเช่นแต่ก่อนค่ะเลยทำให้ไม่ได้ไปแวะหาบ่อยเช่นที่เคยเป็น แล้วก็ไปโน่นไปนี่ อยู่ไม่ติดบ้านก็เป็นอีกเหตุผลค่ะ

เข้าใจว่ามะตูมแห้งนั้นควรเอามาผิงไฟแล้วไปต้มจึงจะหอมเพราะตากแห้งไว้นานอาจไม่ค่อยหอม เมื่อก่อนตัวเองไม่ค่อยชอบดื่มน้ำมะตูมแบบตากแห้งเท่าไหร่ จึงไม่ได้ต้มเอง เวลาไปได้ดื่มที่อื่นเขามักชงมาหวาน และ บางทีไม่หวานเท่าไหร่ แต่มีรสเผ็ดซ่าที่ปลายลิ้นเวลาดื่ม เลยไม่ค่อยชอบ แต่พอได้มาดื่มน้ำมะตูมจากผลสดที่เราต้มเอง มันหอมมากและน้ำก็มีมวลไม่ใสๆ ตอนนี้จึงชอบดื่มน้ำมะตูม ทุกครั้งที่เก็บลูกร่วงได้ พี่น้อยจะต้มใส่เหยือกไว้ให้ ได้ดื่มไปสองสามวันค่ะ

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Sat Mar 26 2011 11:28:13 GMT+0700 (ICT)

ดีใจจังที่อาจารย์ดร. ธวัชชัย ปิยะวัฒน์ได้ต้มน้ำมะตูมสดดื่ม ได้เป็นหัวน้ำมะตูมก็เก๋ดีนะคะ ไม่เปลืองที่เก็บในตู้เย็นด้วย^___^

หากน้องมะปรางได้ดื่มคงจะชอบเช่นกัน ได้ดื่มน้ำมะตูมสดแล้วจะไม่อยากดื่มน้ำมะตูมแห้งเลยค่ะ  พี่มีอีกวิธีคือหากไม่ได้มะตูมสด พี่จะใช้มะตูมเชื่อมที่เขาทำเป็นวงๆน้ำตาลเกาะเป็นเกล็ดขาวนั่นแหละค่ะ หากไม่อยากกินน้ำตาลก็ขูดๆน้ำตาลออกแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เอาใส่ถ้วย เทน้ำเดือดจัดๆลงไป ทิ้งไว้สักพัก พอน้ำอุ่นดื่มได้ ก็จะได้น้ำชงมะตูมที่หอมมากเช่นกัน ที่จริงมะตูมเชื่อมอย่างนี้ก็หายาก พอดีพี่พบที่ซื้อง่าย อยู่ทางไปโรงพยาบาลบ้านแพรกค่ะ 

 

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Fri Apr 01 2011 13:58:36 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณทุกท่านผู้มาให้กำลังใจ มอบดอกให้นะคะ

 

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Fri Apr 01 2011 19:15:24 GMT+0700 (ICT)

...พิมพ์ตกไปนิดค่ะ มอบดอกไม้ให้ ขออภัยค่ะ

หนานเกียรติ
เขียนเมื่อ Fri Apr 01 2011 19:24:26 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับพี่นุช...

ไม่ได้แวะมาเยี่ยมทักทายซะนานเลย
พูดถึงมะตูมผมไม่ได้กินยอดมะตูมมานานมากแล้ว จะหากินก็คงไม่ง่ายแล้ว เพราะเท่าที่รู้ตอนนี้ไม่เห็นต้นที่ไหนเลย
ตอนเป็นเด็กที่บ้านน่ามีต้นมะตูมหลายต้น กินทั้งลูก (เอามาควักกินเนื้อข้างใน) น้ำมะตูมที่ย่าต้มให้กิน ยอดมะตูมกินกะน้ำพริกอร่อยมาก ฯลฯ
ยังดีที่ว่ายังพอหากินน้ำมะตูมได้บ้าง...
มีโอกาสจะขอแวะไปกินยอดมะตูมจิ้มน้ำพริกสักมื้อนะครับ 

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Fri Apr 01 2011 19:46:25 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหนานเกียรติ ดีใจที่แวะมาค่ะ ต้นมะตูมหายากจริงๆ  บ้านคนสมัยนี้เขาคงไม่คิดปลูกกัน บ้านใครมีก็แปลว่าปลูกกันมานาน แต่มีแหล่งที่เขาปลูกมะตูมกันเป็นล่ำเป็นสันส่งลูกให้คนทำขนมเอาไปทำเป็นมะตูมเชื่อมค่ะ

ต้นมะตูมบ้านพี่สูงมากค่ะ แหงนคอตั้งบ่าทีเดียว จะทานยอดจิ้มน้ำพริกท่าจะต้องปีนเก่ง พี่ยังไม่เคยทานยอดจิ้มน้ำพริกเลยค่ะ ถึงไม่ได้ทานยอดมะตูมก็มีเมนูอร่อยๆฝีมือพี่น้อยไว้ต้อนรับเสมอด้วยความยินดีค่ะ

มะปรางเปรี้ยว
เขียนเมื่อ Fri Apr 01 2011 19:54:19 GMT+0700 (ICT)

พี่นุชคะ

มาแจ้งว่าได้กินน้ำมะตูมของพี่นุชแล้วค่ะ ถูกใจ..... ค่ะ หนูว่ามันอร่อยกว่าแบบแห้งๆ แล้วเอามาต้มนะค่ะ

ขอบคุณพี่นุชมากค่ะ ^_^

ครู ป.1
เขียนเมื่อ Fri Apr 01 2011 20:12:28 GMT+0700 (ICT)

ตอนเด็กๆเคยได้ลิ้มรสมะตูมอย่างอร่อย

แต่ตอนนี้ ต้นมะตูมก็โดนตัด..ไปหมดแล้วจริงๆ

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า