สมาชิก
แลกเปลี่ยน

ศูนย์การเรียนรู้บ้านน้ำพุ

เครื่อข่ายการจัดการศึกษา
ปีการศึกษา 2549 เป็นปีแรกที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุพรรณบุรีได้ทำโครงการความร่วมมือกับสพฐ.เขต 3 กาญจนบุรี จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ ระดับประกาศนีย์บัตรวิชาชีพ(ปวช.)ประเภทวิชาเกษตรกรรม สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ ขึ้น ณ โรงเรียนบ้านน้ำพุ ต.เขาโจด อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ทั้งนี้สืบเนื่องจากโครงการความร่วมมือที่ท่านเลขา สอศ.ได้ลงนามร่วมกับเลขา สพฐ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุพรรณบุรีโดยผู้อำนวยการจรัล  ยุบรัมย์ ได้มอบหมายให้จัดทำโครงการความร่วมมือกับสพฐ.เขต 3 จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ขึ้นที่ รร.บ้านน้ำพุ มีสมาชิกที่เป็นชาวไทยภูเขาเชื้อสายกระเหรียงที่อยู่ในพื้นที่ จบการศึกษาระดับ ม.3 ไม่ได้เรียนต่อ จำนวน 38 คน  เริ่มจากคณะกรรมการ ดำเนินการสำรวจองค์ความรู้เดิมที่มีอยู่  จัดทำแผนการบูรณาการ การจัดการเรียนรู้ ตามหลักสูตร ปวช.จัดฝึกอบรม เชิงปฏิบัติการ พัฒนาความรู้ ทักษะ และสร้างเสริมประสบการณ์ วัดผลและประเมินผลเป็นระยะ
ก้าวแรกที่ต้องสร้างให้เกิดขึ้นคือ การสร้าง ความเชื่อมั่นในการประกอบอาชีพ สมาชิกในกลุ่มส่วนใหญ่ไม่มีรายได้อื่น นอกเหนือจากการทำไร่เลื่อนลอย ซึ่งทำได้ปีละครั้งในฤดูฝน ปลูกข้าวไร่  ข้าวโพด และฟักทอง เลี้ยงวัวแบบปล่อยให้หากินเองในป่า
สภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูง ป่าค่อนข้างสมบูรณ์ การคมนาคมเข้าออกค่อนข้างลำบาก ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ศรีนัครินทร์ ไผ่ป่าโคนใหญ่เท่าโคนขา ไม่รวกยาวกว่า 3 วา สัตว์ป่ายังชุกชุม ไส้เดือนตัวใหญ่เท่าตะเกียบ เห็ดโคนดอกใหญ่มาก ๆๆๆๆๆ ถ้าถึงฤดูกาลของมันจะมีออกมากมาย เก็บกินกันไม่หมด
วิถีชีวิตของชาวบ้านเป็นแบบเรียบง่าย ภายในหมู่บ้านมีแผงโซล่าเซลล์ผลิตไฟฟ้าใช้แต่ละบ้าน  ซึ่งหน่วยงานของรัฐนำไปติดตั้งให้ก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว มีระบบปะปาภูเขา มีโทรศัพท์รับสัญญาณจานดาวเทียม ของ ทศท.
วันที่ 20-23 กรกกฎาคม 2549 ที่ผ่านมา วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุพรรณบุรีได้นำนักศึกษาระดับชั้น ปวส.สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ ออกค่ายอาสาพัฒนา ทำโครงการอาหารกลางวันเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ รร.บ้านน้ำพุ ได้รับการตอบรับจากสมาชิกในหมู่บ้าน ที่มาร่วมกิจกรรม มากกว่า 100 คน กิจกรรมทั้ง 4 วัน ได้บูรณาการโครงการต่าง ๆ เข้าด้วยกันหลายโครงการ  ประกอบด้วยโครงการค่าอาสาพัฒนา โครงการอาชีวร่วมด้วยช่วยประชาชน โครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงการอาหารกลางวันเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน  โครงการฝึกอบรวมวิชาชีพเกษตรกรรมระยะสั้น เป็นต้นกิจกรรมที่ทำประกอบด้วยการจัดทำบ่อเลี้ยงปลาดุขนาดเล็ก ทำแปลงปลูกผัก โรงเรือนเพาะเห็ดหอม โรงเรือนเลี้ยงพ่อ แม่พันธุ์ไก่พื้นเมืองเพื่อผลิตลูกไก่ให้กลุ่มนำไปเลี้ยง งานนี้ใช้จ่ายงบประมาณไปพอสมควร ส่วนหนึ่งได้จากการระดมจัดหาของนักศึกษาระดับชั้น ปวส.สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นเจ้าภาพ ส่วนใหญ่มีงานทำแล้ว มีลักษณะความเป็นผู้นำสูง  กิจกรรมการออกค่ายครั้งนี้ ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างสูง ทั้งการมีส่วนร่วมของชุมชน คนในหม่บ้าน อบต. หน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ และเอกชน ต่างให้การสนับสนุนและแสดงความสนใจ  ที่จะมีส่วนร่วมในโครงการ
ต่อไปวิทยาลัย ฯ คงต้องเดินหน้าโครงการศูนย์การเรียนรู้อย่างเต็มกำลัง ทั้งทีมงานวิจัย การส่งเสริมพัฒนาอาชีพ การจัดการด้านการตลาด การจัดการองค์ความรู้ โดยตั้งเป้าหมายในปี 2550 สมาชิกกลุ่มการเรียนรู้ในชุมชน จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้เสริมจากกิจกรรมเสริมนอกเหนือจากการทำไร่เลือ่นลอย และขยายโครงการต่อไปถึงการแก้ปัญหาความยากจนในหมู่บ้าน
ผลจากการออกค่ายอาสาพัฒนาครั้งนี้ มีสมาชิกที่จบการศึกษาระดับชั้น ม.6 ต้องการให้วิทยาลัยจัดกลุ่มการเรียนรู้ลักษณะนี้กับระดับชั้น ปวส.บ้าง ซึ่งได้นำเสนอขอความเห็นชอบ กับฝ่ายบริหารของวิทยาลัยแล้ว ได้รับการอนุมัติในหลักการ เพื่อความถูกต้องขณะนี้ได้แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการต่อไป

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: 502 
· หมายเลขบันทึก: 41420 · เขียน:  
· ความเห็น:
46
 · อ่าน: แสดง
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
แจ้งลบ
แจ้งลบ
ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ Sat Jul 29 2006 13:57:16 GMT+0700 (ICT)
  • แวะมาทักทายครับอาจารย์
  • เขียนอีกนะครับจะรออ่าน
ครูสุธี
เขียนเมื่อ Sat Jul 29 2006 19:18:45 GMT+0700 (ICT)

ดีใจน๊ะที่มีคนเห็นคุณค่า แล้วครูจะนำไปบอกเล่าให้  น้อง ๆ นักศึกษาที่ออกค่ายฟัง เขาคงภูมิใจที่มีคนคอยที่จะอ่านผลงานที่พวกเขาทำกัน อันที่จริงต้องการข้อคิดเห็นเพิ่มเติมเพื่อแลกเปลี่ยนกันบ้าง จะได้นำไปบอกเล่าให้น้อง ๆ นักศึกษา ได้พัฒนามากขึ้นการออกค่าอาสา สอนอะไรให้กับสมาชิกที่ออกค่ายมากนะ ไม่มีในบทเรียน หรือห้องเรียนที่เราท่านเคยผ่านมา หลังกิจกรรมการออกค่ายจะมีเรื่องโจกสนุกสนานมาเล่าสู่กันฟังแบบไม่รู้เบื่อ ถ้ามาพร้อมกันหลาย ๆ คน ก็จะยิ่งเพิ่มอรรถรสมากยิ่ง เม้ากันสนุนไป ถามว่าเหนื่อยไหม บอกได้เลยว่าเหนื่อย แต่ความสุขที่ได้รับมากกว่าหลายเท่า คุณเคยพบสายตาที่เขามองเราอย่างยกย่อง ชมเชยบ้างไหม ดวงตาแวววาวเป็นประกาย ใบหน้าเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้ม สายตามองเราแบบไม่กระพริบ เขาไม่พูด แต่กิริยา ที่แสดงออกมันชันเจนมาก อย่างนี้ละมังที่เรียกว่าความสุขที่เกิดจากการให้ ครูสัญญากันตนเองว่า จะไปทีโรงเรียนน้ำพุอีก เพื่อสานฝันให้เป็นจริง น้อง ๆ นักศึกษาที่ออกค่ายครั้งนี้ก็เช่นกัน เร่งหาตลาด หาช่องทางช่วยให้เขามีรายได้เพิ่ม นี่เรียกว่าโครงการต่อเนื่องได้ไหมถ้าใช่ก็สนุกละคราวนี้ เพราะไม่ใช่แค่นักศึกษาอีกแล้ว แต่หมายรวมไปถึงผู้ปกครอง และเครือญาติของนักศึกษา ก็เข้ามาร่วมด้วยช่วยกันแล้ว

ครูสุธี

ครูเรณู
IP: xxx.172.117.106
เขียนเมื่อ Sat Dec 20 2008 20:02:36 GMT+0700 (ICT)

เคยบรรจุเป็นครูครั้งแรก อยู่ที่โรงเรียนน้ำพุ ตั้งแต่ปี 2530 ตอนนั้นโรงเรียนยังไม่มีไฟฟ้า ประปา ถนนก็ไม่ดี อยู่ที่นั้นลำบากมากแต่ก็มีความสุขใจ เพราะนักเรียนที่นั้นน่ารักบริสุทธิ์และก็น่าสงสาร นักเรียนมีเสื้อนักเรียนอยู่ชุดเดียว ดินสอเขียนจนสั้นต้องใช้ต้นอ้อต่อ ยางลบใช้ยางหนังสติก อากาศดีเย็นสบายเหมือนไปอยู่ต่างประเทศ ไม่มีคนไทยนอกจากครูเท่านั้น เดือนหนึ่งถึงจะได้กลับบ้านครั้งหนึ่ง กลับบ้านพร้อมเพื่อนครูซึ่งเป็นครูผู้หญิงทั้งหมด 5 คน เงินเดือน 2,765 บาท ไม่ได้ใช่เงินเดือนเลยเมื่ออยู่ที่นั้น เพราะไม่มีอะไรจะให้ซื้อ กลับบ้านมาก็เตรียมไก่หมูและผักกลับไปด้วย ข้างบ้านพักครูมีต้นมะละกอ ไว้เป็นอาหารประจำ ชาวบ้านเอาแก้ง หมูป่า กระทิง ค่าง อึ่ง ฯลฯ และเห็ดโคน หน่อไม้มาให้ครูเป็นประจำ ตอนเย็นหลังเลิกเรียนครูต้องไปหาฟืนมาหุงข้าวกินเอง อยู่ที่นั้นได้ปีเดียวก็ย้าย เพราะป่วยเป็นโรคหมอนกระดูกทับเส้นประสาท ไม่สามารถนั่งรถนานได้

ตอนนี้โรงเรียนบ้านน้ำพุ เป็นอย่างไรบ้าง ถนนหนทางดีขึ้นไหม โรงเรียนพัฒนาไปถึงไหนแล้ว อยากเห็นจัง ช่วยส่งรูปมาให้ดูบ้าง เพราะไม่สามารถเดินทางไปได้

ครูสุธี
IP: xxx.26.51.46
เขียนเมื่อ Sun Dec 21 2008 05:15:38 GMT+0700 (ICT)

2552 บ้านน้ำพุเปลี่ยนแปลงไปมาก เด็ก ๆ มีการศึกษาสูงขึ้น โรงเรียนบ้านน้ำพุ เป็นโรงเรียนขยายโอกาส เปิดการเรียนการสอนถึงระดับชั้น ม.3 แล้ว มีนนักเรียน มากกว่า 200 คน มีครูหมุนเวียนเข้าออกตลอดเวลา ส่วนใหญ่อยู่เพียงปีเดียวก็ขอย้าย อย่างที่ครูเรณูบอกอยู่ที่นี้ไม่ได้ใช้เงินแลย ถ้าลงมาพื้นราบจะซื้อของตุนเอาไว้หลายๆ วัน ระยะทางประมาณ 80 กม. จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุพรรณบุรี ถึงโรงเรียนบ้านน้ำพุแต่ใช้เวลาเดินทางมากกว่า 2 ชั่วโมง นั่งรถยนต์เข้าไปในป่าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ผ่านถนนลูกรัง สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าไม่เบ็ญจพรรณทียังสมบูรณ์อยู่มาก สัตว์ป่ายังพอมีให้เห็นเป็นระยะ ๆ มีเจ้าหน้าที่หน่วยงานของอุทยานดูแลอย่างแข็งขัน ณ วันนี้วิถีชีวิตของชาวบ้านในชุมชนเปลี่ยนไป มากกว่า 200 ครัวเรือนที่กระจายกันอยู่ในที่ของใครของมัน กรมที่ดินร่วมกับกรมป่าไม้ได้สำรวจจัดทำแผนที่ให้ ห้ามบุกรุกผืนป่าอีก จากอาชีพเก็บหาของป่าขายของชาวบ้าน ก็เริ่มทำไร่ข้าวโพด ปลูกข้าวไร่ ทำไร่ฟักทอง มีการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีทั้งยาฆ่าแมลงและยาฆ่าหญ้ามากขึ้น ฤดูฝนจะเก็บหน่อไม้ขาย ส่วนการล่าสัตว์ ยังพบบ้างเล็กน้อย ในหมู่บ้านมีร้านค้าประจำหมู่บ้าน มีสินค้าเบ็ดเตล็ดของใช้จำเป็นขายหลายอย่าง ถนนหนทางสะดวกมากขึ้น เทคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นระยะ ๆ ซึ่งได้รับความกรุณาจากหน่วยงาน อบต.เป็นแม่งาน โรงเรียนบ้านน้ำพุมีผู้คนสนใจให้การช่วยเหลือมากขึ้น หลายหน่วยงานขึ้นไปเลี้ยงอาหารกลางวันเด็ก ๆ เห็นแล้วทำให้เกิดศรัทธา เด็ก ๆ ทานกันเป็นระเบียบเรียบร้อย ก่อนทานอาหารครูให้ไปเอาปินโตจากวัดมาใส่อาหารทานกัน เด็ก ๆ เดินเป็นแถว ลงจากโรงเรียนไปที่วัดแล้วกลับขึ้นมาเข้าแถวรอรับอาหารไปรับประทาน เห็นแล้วน่าชื่นชมที่ครูเขาสอนไว้ดีมาก ฤดูหนาว2551ที่ผ่านมาอากาศหนาวมาก ครูกับทีมงานได้ขอบริจากผ้าห่มกันหนาวจากผู้มีจิตศรัทธาได้1000 ผืน นำไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านที่โรงเรียนบ้านทุ่งมะกอก 200ผืนโรงเรียนบ้านน้ำพุ 500ผืน กับบ้านแสวงป่า 300 ผืน พอช่วยคลายหนาวกันได้บ้าง ปีนี้ยังไม่ได้ทำเลย ว่าจะจัดในเดือนมกกราคมนี้ กำลังฟอร์มทีมกันอยู่ ที่บ้านน้ำพุผู้คนที่แต่งกายด้วยชุดกระเหรี่ยง เสื้อผ้าประจำเผ่ามีน้อยลง คงเหลือแต่ผู้สูงอายุที่ยังมีใส่ผ่าทอมือ ที่ทอกันเองในชุมชน สีสรรประจำเผ่าโดยฉพาะชุดขาวของเด็กผ้หญิง หรือสาวพรมจรรย์มีสวมใส่กันน้อยมาก ประชากรส่วนใหญ่เป็นเด็กเล็ก วัยรุ่นใช้รถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ ๆ ครอบครัวเริ่มมีหนี้สิน การแบ่งปันกันในชุมชนมีน้อยลง ประชากรวัยแรงงานออกไปหากินต่างถิ่นกันมากขึ้น ถึงเทศกาลปีใหม่วันเข้าพรรษา ออกพรรษา หรือพิธีกรรมไหว้ผี จะกลับ้าน พร้อมหน้าพร้อมตากัน ประเพณีเดิม ๆ ยังอนุรักษ์ไว้ เหลือน้อยเต็มที่ แต่อย่างหนึ่งที่ยังเชื่อถือและถ่ายทอดสู่ลูกหลานเหนียวแน่นคือ การนับถือผี ป่าช้าหมู่บ้านยังคงอยู่ที่เดิม ถ้าย้อนหลังไปปี2530 จะไม่มีการดื่มสุราในหมู่บ้าน ปัจจุบันมีขายด้วยซ้ำไป หรือว่าเป็นที่พวกเราที่เข้าไปแล้วทำให้วิถีชุมชนเปลี่ยนแปลง หรือว่าสิ่งที่เราทำบอกว่านำความเจริญเข้าไปใหญ่ กลับเป็นการทำลายส่งที่ดีงานมที่มีอยู่หายไปจากหมู่บ้านนี้ ทุวันนี้วิทยาลัยเกษตร ฯ ยังส่งครูขึ้นไปทุก ๆ เดือน เฉลี่ยเดือน 2 ครั้งเป็นอย่างน้อย ที่ขึ้นไปสอนที่ศูนย์การเรียนรู้ของหมู่บ้าน มีนักเรียนที่จบการศึกษาระดับชั้นปวช.และปวส.บ้างแล้ว หลายคน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น บ้างก็ลงมาหางานทำพื้นล่าง ที่จบการศึกษาแล้วทำมาหากินอยู่ในพื้นที่มีไม่ถึง5เปอร์เซ็นต์ หรือที่เราทำมามันไม่ใช่ เราไม่ต้องการแบบนี้เลย

ครูเรณู
IP: xxx.172.117.64
เขียนเมื่อ Sun Dec 21 2008 21:08:35 GMT+0700 (ICT)

ขอขอบคุณ คุณครูสุธีมากนะค่ะ ที่ให้ข้อมูล เพราะมีความประทับใจในโรงเรียนบ้านน้ำพุมาก เมื่อทราบข้อมูลว่าถนนหนทางดีแล้ว ถ้ามีโอกาสก็จะไปเยี่ยมเยียน เพราะคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ

วรเวท จันทร์อินทร์
IP: xxx.26.62.142
เขียนเมื่อ Thu Mar 19 2009 00:06:42 GMT+0700 (ICT)

อาจารย์สุธีครับเป็นอย่างไรบ้างครับสบายดีมั้ย ผมลูกศิษตัวเเสบเองครับ ตอนนี้ผมยังขึ้นไปที่นําพุบ่อยมากครับเพราะบรรยากาศดีมากครับ ส่วนใหญ่วัยรุ่นที่นั่นจะลงไปทํางานต่างจังหวัดกันหมดครับ เพราะทําไร่ไม่ได้ผลกําไรเท่าไรเพราะต้องรอหน้าฝนอย่างเดียวเลยครับ แล้วพอหน้าฝนที่ไรถนนก็ลําบากมากครับ แถมยังอันตรายมากครับผมได้ฟังจากป้าร้านขายของมาว่าอาจารย์ขึ้นไปสอนหนังสือข้างบนมา ผมอยากเจออาจารย์มากเลยครับแต่ไม่มีโอกสสักทีครับหวังว่าอาจารย์คงสบายดีนะครับ

รักและเคารพ

วรเวท

ครูสุธี
IP: xxx.26.60.90
เขียนเมื่อ Thu Mar 19 2009 20:32:04 GMT+0700 (ICT)

วรเวท ชืื่อนี้ครูยังจำได้ หลายปีแล้วที่ไม่ได้พบกันเมื่อไรจะมาเยี่ยมวิทยาลัยบ้าง เดี่๋ยวนี้เปลี่ยนไปเยอะมาก ครูว่าเธอคงจำหน้าตาของวิทยาลัยแบบเดิม ๆ ไว้ เดี๋ยวนี้พัฒนาแล้วครับเกษตรสุพรรณ ครูอาจารย์ขึ้นไปสอนที่้ำรร.น้ำพุกัน เกือบทุกสัปดาห์ มีนักศึกษาหลายคนจบการศึกษาตามหลักสูตรแล้ว โดยเฉพาะ ปวส.ซึ่งทำปัญหาพิเศษกันเสร็จแล้ว ดีใจที่ได้ช่วยเหลือชาวบ้านได้มีการศึกษาดู ๆ เขาเหล่านั้นก็พัฒนาตัวเองไปได้ระดับหนึ่ง การที่ครูอาจารย์ของวิทยาลัย ขึ้นไปที่น้ำพุกันบ่อย ๆ ก็เป็นปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายด้านงบประมาณอยู่บ้าง แต่วิทยาลัยก็ยินดีที่จะดำเนินการ ซึ่งได้ประโยชน์กับผ้เรียนและชุมชนโดยตรง

วรเวทเดี่ยวนี้ทำงานที่ไหน ได้ลูกได้เมียแล้วหรือยัง หากมีโอกาส แวะมาที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุพรรณบุรีบ้าง

แบม
IP: xxx.19.86.219
เขียนเมื่อ Mon Aug 31 2009 14:41:14 GMT+0700 (ICT)

เป็นเด็กน้ำพุค่ะ

ดีใจนะคะที่อ.เห็นความสำคัญของบ้านน้ำพุ

ตอนนี้เรียนอยู่วสส.สุพรรณฯ

ครุศู๊
IP: xxx.26.62.88
เขียนเมื่อ Mon Aug 31 2009 20:50:00 GMT+0700 (ICT)

เหมือนเมื่อวานที่ยังมีกลิ่นไอของบ้านน้ำพุอยู่ ชาวบ้านยังมีการแบ่งปันกันเหมือนเดิม ครอบครัวต่อครอบครัว เครือญาติใกล้ชิดกัน ความที่เป็นชาวชุมชนบนพื้นที่สูง จิตใจดีมาก ๆๆๆๆๆๆ ขอบอก ครูขึ้นไปทุกครั้งประทับใจไม่รู้ลืม จาก ปี 2549 เป็นต้นมา ถึงปัจจุบัน 2552 แล้ว แม้ว่าครูเองจะห่างหายไปบ้างด้วยภารกิจหน้าที่ แต่ก็มีครูของวิทยาลัยหลายท่าน แวะเวียนกันไปมิได้ขาด ศิษย์ของครูมีหลายคนที่จบการศึกษาทั้งระดับ ปวช. และปวส. หลายคนจบระดับม.3 หรือ ม.6 จาก กศน.ด้านการศึกษานับว่าพัฒนาไปไกล เด็กรุ่นใหม่ ได้รับการสนับสนุนด้านการศึกษากันมาก มีโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้ ได้นำความรู้มาพัฒนาหมู่บ้านหรือชุมชน แต่วิถีชีวิตแบบชุมชนพื้นที่สูง ยังคงเดิม แล้วเดือน 5 นี้หนู ๆ จะกลับบ้านหรือเปล่า ฝากความคิดถึงผู้เฒ่า เจ้าวัดด้วย ครูสุธียังคิดถึงเสมอ ไปร้ำเรียนจากแดนไกล อย่าลืมวิถีชิวิตของชุมชน ถ้ามีโอกาสกลับมาพัฒนาบ้านเกิด จะได้ช่วยเหลือสังคมได้อีกแรงหนึง คนเราบางครั้ง เงินไม่ใช้เรื่องสำคัญ ความสุขตามวิถีชาวดอย นั้นนับวันจะหายากเข้าไปทุกที แต่ก่อนนี้อาจไม่มีไฟฟ้า ไม่มีแสงสี บัดเดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปแล้ว บ้านน้ำพุเอ๋ย

สุรณี ลำใยสุวิมล
IP: xxx.120.130.61
เขียนเมื่อ Thu Dec 03 2009 18:36:27 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์ สุรณี ลำใยสุวิมล (ฟ้า)เองนะคะ่ยังจำได้ไหม คิดถึงอาจารย์สุธีจังเลยคะ่ ก็ขอขอบคุณอาจารย์นะค่ะที่ให้ความสำคัญต่อโรงเรียนบ้านน้ำพุ รักและเคารพอาจารย์เสมอค่ะ

ครูสุธี
IP: xxx.26.51.152
เขียนเมื่อ Thu Dec 03 2009 22:54:01 GMT+0700 (ICT)

นาน ๆ จะมีคนเข้ามาเขียนในบร๊อกนี้ จนครูคิดว่าธรรมชาติ ป่าเขาลำเนาไพร จะไม่ใชสิ่งดึงดูดให้ผู้คนหลงไหลอีกต่อไป ครูไม่สามารถจดจำลูกศิษย์ทั้งหมดได้ก็จริง แต่งบางคนที่คุ้นเคยเป็นพิเศษ ก็จะจำได้มิรู้ลืม สุรณี(ฟ้า)เธอเป็นอีกคนหนึ่ง ที่ครูยังจำได้ เวลาผ่านไปไม่นานนี้เอง จำวันแรกที่เธอมาเรียนที่เกษตรสุพรรณบุรีได้ไหม วันนั้น กับวันนี้ต่างกันมาก วัยวุฒิที่สูงขึ้น พร้อมด้วยความรูู้ความสามารถจากการสั่งสมประสบการณ์ หวนคิดถึงบ้านเกิดเมืองนอน กลับไปเยียมบ้านน้ำพุแล้วเป็นอย่างไร เดี่๋ยวนี้ถนน หนทางเจริญผิดจากแต่ก่อนมาก แต่ความน่ารักของชนเผ่า ยังคงประเพณีดั้งเดิมไว้อย่างเหนียวแน่น ด้วยภาระกิจที่เพิ่มขึ้น ทำให้ครูมีโอกาสเข้าไปที่บ้านน้ำพุน้อยลง อย่างไรก็ตาม ยังคิดถึงและติดตามข่าวเสมอ ๆ วันนี้อากาสหนาว ท่ามกลางหมอกที่ลงจัด ทัศวิสัยของบ้านน้ำพุ ตั้งแต่เช้า มองอะไรไม่เห็นเลย ในหมู่บ้าน มีหลายหลังที่ก่อกองไฟผิงไฟในตอนเช้า เด็ก ๆ เป็นหวัดกันงอมแงม ขี้มูกไหลไปตาม ๆ กัน บ้างก็สวมใส่เสื้อผ้าหนา ๆ พอให้ไออุ่นได้บ้าง อีกหลายคนที่ขาดแคลน มีผู้ใหญ่ใจดีนำเครื่องกันหนาวมาให้บ้างเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่พอแก่ความต้องการ ผู้เฒ่าต้่องก่อไปผิงเพื่อคลายความหนาวเย็น ของอากาศยามค่ำคืนลงไปได้บ้าง ยามดึกสงัดนาน ๆ จะได้ยินเสียงสัตว์ป่าร้องมาไกล ๆ พรุ่งนี้เช้า ต้องออกไปช่วยกันเกี่ยวข้าวไร่ ที่ปลูกเอาไว้ เสียทีมันเริ่มสุกเหลืองแล้ว วิถีชีวิตของคนพื้นที่สูงยังไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก บรรยากาศแบบนี้แหละบ้านน้ำพุ

สุรณี ลำใยสุวิมล
IP: xxx.120.131.80
เขียนเมื่อ Sat Dec 05 2009 14:28:36 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์ หนูดีใจจังเลยที่อาจารย์จำหนูได้ ก็หลายเดือนแล้วแหละที่หนูไม่ได้กลับบ้านน้ำพุ กะว่าจะกลับปีใหม่นี้แหละคะ แล้วอาจารย์จะไปน้ำพุอีกเมื่อไหร่ค่ะ แล้วที่วิลัยอากาศเป็นอย่างไรบ้างค่ะตอนนี้ หนาวไหม ? ***อาจารย์ค่ะฝากคิดถึงอาจารย์เสน่ห์ด้วยนะค่ะ (ขอบคุณค่ะ)

ครูสุธี
IP: xxx.26.54.65
เขียนเมื่อ Sat Dec 05 2009 16:32:46 GMT+0700 (ICT)

เดี๋ยวครูจะบอกอาจารเสน่ห์ให้น๊ะ

อากาศด่านช้างร้อน ๆ หนาว ๆ ยิ่งถึงฤดูตัดอ้อยยิ่งจะร้อนมากขึ้นเพราะชาวไร่เผาอ้อยกัน เถ้าถ่านหิมะดำปลิวว่อนไปหมด อย่างที่เคยแบบนี้ทุกปี น้อง ๆ นักเรียนวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุพรรณบุรีส่วนมากก็เป็นเด็กดี ปีนี้ตรวจหน่วยอกท. ภาคกลางเราได้ลำดับที่ 1 ส่วนการแข่งขันทักษะทางวิชาการอกท.เราได้ลำดับที่ 3 ของภาค เก่งขึ้น ระดับชาติจะมีขึ้นที่ขอนแก่น ราว ๆ เดือนกุมภาพันธ์ 2553 ด้านก๊ฬา ที่ชนะเลิศอาชีวเกมส์ระดับภาคได้แก่ กีฬาฟุตบอลชาย และฟุตบอลหญิง ตอนนี้ส่งไปแข่งระดับชาติที่จังหวัดภูเกต อีกไม่นานคงกลับมาพร้อมถ้วยรางวัล ปีนี้รุ่นน้อง ๆ ของเธอได้ไปต่างประเทศกันหลายคน ทั้งประเทศ จีน อิสราเอล ญี่ปุ่น เด็นมาร์ก ที่กลับมาแล้วก็มี พอ่แม่ผ้ปกครองดีใจที่ลูกหลานทำตัวเป็นเด็กดีและประสบผลสำเร็จในการเรียน ครูดีใจที่เธอยังคิดถึงบ้าน หวังว่าจะได้นำความรู้และประสบการณ์ไปพัฒนาบ้านเกิดให้ดีขึ้น อย่างน้อยให้ทุกคนในหม่บ้าน รักและหวงแหนป่าไม้ เพื่อเป็นทรัพยากรของชาติให้ลูกหลานได้ใช้ประโยชน์ในวันข้างหน้า ให้ความรู้ที่มี ช่วยให้ชุมชนได้อยู่ร่วมกับป่าได้อย่างมีความสุขสืบไป

สุรณี ลำใยสุวิมล
IP: xxx.120.131.80
เขียนเมื่อ Sun Dec 06 2009 09:46:46 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีตอนเช้าค่ะอาจารย์

วันนี้วันหยุดอาจารย์ทำอะไรค่ะ..? แล้วอาจารย์สบายดีไหมตอนนี้..? แล้วอาจารย์คิดโปรแกรมไว้แล้วยังว่าปีใหม่นี้ไปเที่ยวที่ไหน..?ไม่น่าเชื่อเลยนะค่ะว่าน้องๆนักเรียนวิทยาลัยเษตรและเทคโนโลยีสุพรรณบุรีจะเก่งขึ้นขนาดนี้ (ก็ขอแสดงความดีใจด้วยคนนะค่ะ)

รักและเคารพ

สุรณี ลำใยสุวิมล

ครูสุธี
IP: xxx.26.62.174
เขียนเมื่อ Sun Dec 06 2009 21:01:48 GMT+0700 (ICT)

วันหยุดหลายวัน ครูพาครอบครัวไปทำบุญมา เมื่อวานไปไหว้าพระวัดเขาใหญ่ ที่ม่วงเฒ่า วันนี้ไปที่วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี กับวัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท ทำบุญไหว้พระให้อาหารปลา รู้สึกสะบายใจดี พรุ่งนี้คิดว่าจะพักผ่อนซักวัน ส่วนปีใหม่ คิวยาว น่าจะเตรียมงานสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้โครงการอาหารกลางวัน ปีนี้จัดงานที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ระหว่างวันที่ 8-10 ม.ค. 53 วิทยาลัยเราร่วมเป็นกรรมการดำเนินการ หลายรายการยังไม่เรียบร้อย ประกอบกับโครงการ "ทำดีมีอาชีพ" ซึ่งวิทยาลัยต้องทำหน้าที่ในการฝึกอาชีพให้กับน้อง ๆ เยาวชนจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะเข้ามาฝึกอาชีพในวิทยาลัยประมาณ 45 วัน เริ่มวันที่ 15 ธ.ค. นี้ จำนวน 40 คน คิดว่าคงเหลือเวลาส่วนตัวให้ทำอย่างอื่นน้อยมาก เป็นครู ใช่ว่าจะสะบาย เดี๋ยวนี้ไม่ใช้สอนหนังสืออย่างเดียว ยังต้องทำงานตามนโยบาย ทำงานเกี่ยวกับชุมชนอีก เวลาส่วนใหญ่จึงหมดไปกับการทำงาน แม่้ว่าเงินเดือน ค่าตอบแทนไม่มากนัก แต่ก็ได้ความภาคภูมิใจกับการชื่มความสำเร็จของลูกศิษย์ ชื่นชมกับความเจริญก้าวหน้าของทุก ๆ คนที่เรามีส่วนช่วยให้เกิดขึ้น และโอกาสนี้ครูก็ยินดีกับความสำเร็จของเธอและเพื่อน ๆ ทุกคนด้วย วันพ่อปีนี้อย่าลืมบอกรักพ่อ แม่น๊ะ ท่านเป็นพระผู้ให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่เรา ยามที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ควรตอบแทนท่านให้ได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง การที่เราเป็นคนดี แสดงความเคารพเชื่อฟังท่าน เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สร้างความสุขแก่ท่านได้

ครูสุธี

สุรณี ลำใยสุวิมล
IP: xxx.120.137.233
เขียนเมื่อ Tue Dec 08 2009 12:11:43 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์สุธี

สรุปว่า..ปีใหม่นี้อาจารย์ไม่ได้หยุดพักผ่อนซิค่ะ ฮืม..ต่อไปนี้หนูคงไม่ได้คุยกับอาจารย์แล้วหล่ะค่ะ ก็คงจะนานๆที ที่เข้ามาคุยกับอาจารย์ เพราะว่าหนูต้องย้ายไปทำงานที่อื่น ไม่ค่อยมีเวลาเหมือนกับอยู่ที่นี่ ถึงยังไงหนูก็รักและเคารพอาจารย์เสมอนะค่ะ

รักและเคารพอาจารย์เสมอค่ะ

สุรณี ลำใยสุวิมล

ลลนา ละม้ายเมือง
IP: xxx.26.63.143
เขียนเมื่อ Fri Aug 20 2010 11:06:50 GMT+0700 (ICT)

เด็กน้ำพุคนหนึ่ง

ครูสุธี
IP: xxx.143.148.194
เขียนเมื่อ Sat Aug 21 2010 08:14:49 GMT+0700 (ICT)

เกิดเป็นคนอย่าลืมชาติกำเนิดของตัวเอง เด็ก ๆ บ้านน้ำพุหลายคนที่ไปแสวงหาความก้าวหน้าภายนอก ทั้งการศึกษา และหน้าที่การงาน สิ่งหนึ่งที่ครูเห็นและชื่นชอบมากที่สุดคือประเพณีและวัฒนธรรมที่ยังคงอนุรักษ์ไว้อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาอันยาวนานที่ ลูกหลานชาวบ้านน้ำพุ กลับคืนถิ่นด้วยข่าวดี พ่อแม่พี่น้องเครือญาติต่างมาแสดงความยินดีกัน การนับถือบรรพบุรุษย์ของชาวน้ำพุยังคงเหมือนเดิม ผู้อาวุโสของหมู่บ้าน ยังคงได้รับการยกย่อง นับถือจากลูกหลาน วันสำคัญทางศาสนา จะเห็นพ่อแม่พี่น้อง ลูกหลานชาวบ้านน้ำพุทุกครัวเรือนมาทำบุญที่วัดกันเกือบทุกคน วันพระจะถือเป็นเป็นวันหยุดของชาวบ้านน้ำพุ ควบคู่กับการเซ่นสังเวยพูดผี รุกเทวดา เพื่อให้ช่วยปกปักรักษาพ่อแม่พี่น้อง ลูกหลานให้ปลอดภัย มาวันนี้บรรยากาศรอบ ๆ เริ่มเปลี่ยนไป มีถนนหนทางการคมนาคมสะดวกสะบายมากขึ้น การติดต่อกับโลกภายนอกทำได้สะดวกขึ้น หลายครัวเรือนมีรถจักรยานยนต์ไว้ใช้ มีส่วนน้อยที่มีรถยนต์ มีการค้าขายกับโลกสังคมภายนอก มีการปลูกข้าวโพด ข้าว และฟักทอง เป็นพืชหลัก บ้างก็เลี้ยงวัว ทำให้เศรษฐกิจครัวเรือนดีขึ้นโดยลำดับ คุณภาพชีวิตดีขึ้น มีอนามัยประจำหมู่บ้านให้บริการด้านสุขอนามัย และการรักษาพยาบาลแก่ผู้เจ็บป่วย มีโรงเรียนที่สอนระดับมัธยมต้น ครูไม่กี่คนทำหน้าที่สอนนักเรียนมกว่า 300 เดือนหนึ่ง ครูถึงจะลงมาซื้อของจำเป็นครั้งหนึ่ง แต่เขาก็ทำหน้าที่กันอย่างเข้มแข็งน่ายกย่องครูผู้เสียสละเหล่านี้ ด้วยสังคมเมืองที่กำลังคืบคลานเข้ามาในหมู่บ้าน แต่วิถีชีวิตเดิม ๆ ของชาวชุมชนบ้านน้ำพุมิได้เปลี่ยนแปลงไปเลย อยากจะฝากให้ลูกหลานที่ออกมาอยู่ข้างนอกได้กลับไป ใช้ความรู้ความสามารถที่มี ช่วยอนุรักษ์ สืบสานประเพณ๊วัฒนธรรมเหล่านี้ไว้ อย่าให้สูญหายไปกับความเจริญที่คนเมืองหยิบยื่นให้ในปัจจุบัน

ครูสุธี

ขุนพิ่ม
IP: xxx.27.47.14
เขียนเมื่อ Thu Dec 09 2010 14:08:27 GMT+0700 (ICT)

เรียน คุณครูสุธี

ผมพึ่งมีโอกาสได้มาเปิดอ่านกระทู้ของคุณครู ที่มีความพูกพันกับ รร.บ้านน้ำพุ มาตั้งแต่ปี 49 นับถือในน้ำใจและความมุ่งมั่นตั้งใจดี ของคุณครูครับ ที่ผมได้เปิดกระทู้นี้เจอเนื่องจากมีคนนำซองผ้าป่าการศึกษา รร.บ้านน้ำพุ มาเชิญชวน แล้วแจ้งข้อมูลของ รร.ว่า เป็น รร.ที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร ขอดอุปกรณ์การเรียนการสอนอีกมาก

บังเอิญกลุ่มผมกำลังมองหา รร. ในถิ่นทุรกันดาร ที่จะไปจัดกิจกรรมในวันเด็ก (8 ม.ค.54) พอดี แต่คนที่บอกบุญผ้าป่าการศึกษา ให้ข้อมูลได้ไม่มาก จึงลองเสริทหาใน google ดูจึงพบกระทู้ของคุณครูพอดีครับ

ผมจึงขอเรียนสอบถามคุณครูหน่อยครับว่า สภาพของ รร.บ้านน้ำพุตอนนี้เป็นเช่นไรครับ (ตามหนังสือทำบุญผ้าป่าการศึกษาที่ผมอ่าน แจ้งว่าถึง ป.๖ มี นร.๓๙ คน แต่อ่านดูจากในกระทู้ต่อๆมา ปี ๕๒ แจ้งว่าถึง ม.๓ นร. ๒๐๐ กว่าคน) จำนวนครู นักเรียน การสื่อสาร หรือการติดต่อประสานงานกับทาง รร.ได้อย่างไรบ้างครับ การคมนาคมเป็นเช่นไรครับ เดินทางจาก กทม. ไปเส้นทางไหนสะดวกที่สุดครับ เพื่อผมจะได้มีข้อมูลนำเสนอให้สมาชิกในกลุ่มไปจัดกิจกรรมให้แก่เด็กๆ รร.บ้านน้ำพุหรือใกล้เคียง

ไม่แน่ใจว่าคุณครูจะได้เข้ามาอ่านเมื่อใด จะทันที่จะนำข้อมูลไปนำเสนอสมาชิกในกลุ่มผมทันหรือไม่ แต่ก็ขอชื่นชมและขอแสดงความนับถือคุณครูเป็นอย่างสูงครับ /ขุนเพิ่ม www.sc4wd.net

ขุนพิ่ม
IP: xxx.25.211.217
เขียนเมื่อ Thu Dec 09 2010 15:07:04 GMT+0700 (ICT)

เรียน คุณครูสุธี

ได้อ่านหนังสือขอความอนุเคราะห์ยริจาคสิ่งของจาก ผอ.รร.บ้านน้ำพุ อย่างละเอียดแล้วครับ ที่ผมสงสัยตามกระทู้ด้านบนที่ว่า จำนวน นร.ที่แจ้งไว้ในหนังสือมีถึง ป.๖ จำนวน นร. ๓๙ คนนั้น เป็นที่ รร.บ้านน้ำพุ(ห้องเรียนบ้านไกรเกรียง)

คำถามยังใคร่อยากรู้อยู่นะครับ ขอบคุณครับ / ขุนเพิ่ม

ครูสุธี
IP: xxx.26.63.166
เขียนเมื่อ Fri Dec 10 2010 04:26:40 GMT+0700 (ICT)

รูสึกดีใจและขอบคุณในความมีน้ำใจของขุนเพิ่มซึ่งนับวันจะหาได้ยากยิ่งในคนไทย

ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านน้ำพุ ผอ.ปราโมทย์ 081 7368532 หากท่านอยู่ที่โรงเรียนเบอร์มือถือของท่านจะติดต่อไม่ได้ เนื่องจากไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ให้โทร.034 540195 ซึ่งเป็นเบอร์รับสัญญาณดาวเทียมของ TOT เรื่องจำนวนนักเรียน ให้ติดต่อกับทางโรงเรียนโดยตรงได้เลย

โรงเรียนบ้านน้ำพุ เป็นโรงเรียนขยายโอกาส จัดการศึกษาระดับชั้นอนุบาล - มัธยมต้น ครูจะเปลี่ยนเข้าออกตลอด ส่วนหนึ่งสอบได้แล้วไป หรือขอย้ายไปในสถานที่ที่น่าอยู่กว่า เดือน หนึ่ง ๆ ไม่มีโอกาสได้ใช้เงินเลยคิดดู แต่ถ้าลงมาพื้นล่างก็ซื้อของตุนไว้เพียบ ไม่มีไฟฟ้าใช้ การไฟฟ้าให้แผงโซล่าเซลไว้ใช้แสงสว่างยามค่ำคืน พื้นที่ตั้งอยู่ที่ตำบลเขาโจด อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ศรีนครินทร์ การเดินทางจาก กทม. ใช้เส้นทางสุพรรณบุรี บางบัวทอง มาถึงจังหวัดสุพรรณบุรี แล้วใช้เส้นทางสุพรรณบุรี ดอนเจดีย์ มุ่งหน้าสู่อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ก่อนถึงตัวอำเภอด่านช้าง ประมาณ 2 กม. เลี้ยงซ้ายเข้าเส้นทาง ไปอำเภอหนองปรือ จ.กาญจนบุรี ระยะทางประมาณ 30 กม. เลี้ยวขวาตรงสี่แยกปลักประดู่ มุ่งหน้าไปโรงเรียนบ้านน้ำพุ ผ่านบ้านวังน้ำเขียว ไผ่สีทอง ตลาดม่วงเฒ่า บ้านทุ่งมะกอก ซึ่งเป็นพื้นที่ราบ ถนนลาดยาง จากบ้านทุ่งมะกอก จะเข้าสู่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ซึ่งเป็นพื้นที่สูง สภาพป่าอุดมสมบูรณ์มาก สัตว์ป่าชุกชุม ในฤดูเห็ดโคน จะมีเห็ดโคนที่ชาวบ้านหาออกมาขายจำนวนมาก จะมีด่านป่าไม้ อำนวยความสะดวกให้คณะเดินทางที่ผ่านเข้าออก ช่วงนี้ระยะทางประมาณ 80 กม. ใช้เวลาเดินทางมากกว่า 1 ชม. การเดินทางควรใช้รถกระบะที่กำลังเครื่องยนต์สูง ๆ ไม่ควรใช้รถเก๋ง จากอำเภอด่านช้าง ถึงโรงเรียนบ้านน้ำพุ ระยะทาง 140 กม.ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 2 ชม. หวังว่าจะได้รายละเอียดพอสมควร

หากเดินทางไปจัดกิจกรรมวันเด็กที่โรงเรียนบ้านน้ำพุ น่าจะเป็นฤดูหนาวอุณหภูมิน่าจะต่ำกว่า 10 องศา กลางคืนน้ำค้างตกเหมือนฝน ควรมีผ้าห่มและเสื้อผ้าไปฝากนักเรียนและผู้ปกครองด้วย เขาเหล่านั้น น่าสงสารมาก พื้นที่กันดาน น้ำมันพืชยังต้องแบ่งขาย คือถ้าขายทั้งขวดไม่มีเงินซื้อ วันหนึ่ง ๆ แทบไม่ใช้เงินเลย หาเก็บของป่า ปลูกข้าวไร่ ฟักทอง ทำไร่เลื่อนลอย ของกินทุกอย่างหาได้จากในป่า ครูและคณะเคยนำอาหารกลางวันขึ้นไปเลี้ยงเด็ก ๆ ทำก๋วยเตี๋ยว ขนมลอดช่องไปเลี้ยง เด็ก ๆ จะมีปิ่นโตคนละใบซึ่งไปยืมที่วัดใกล้ ๆ มาใส่ก๋วยเตี๋ยวทานกัน เห็นแล้วน่าชื่นใจ แล้วเขาทานกันหมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่น้ำ

ครูสุธี

ครูสุธี
IP: xxx.26.63.166
เขียนเมื่อ Fri Dec 10 2010 04:30:58 GMT+0700 (ICT)

เรียนขุนเพิ่ม

หากยังมีข้อสงสัยประการใด อาจติดต่อผมทาง E mail: suthee_su05@hotmail.com

ครูสุธี

ขุนเพิ่ม
IP: xxx.89.112.83
เขียนเมื่อ Sat Dec 11 2010 12:45:29 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณครับ สำหรับข้อมูลเพื่อนำไปหารือในกลุ่มครับ

ขุนพิ่ม
IP: xxx.174.84.161
เขียนเมื่อ Thu Dec 23 2010 10:32:56 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ คุณครูสุธี

ตกลงวันเด็กที่ ๘ ม.ค.๕๔ กลุ่ม Special Challenge 4WD. จะไปจัดกิจกรรมกันที่ รร.บ้านน้ำพุ(ห้องเรียนบ้านเขาเหล็ก)

เนื่องจากที่ รร.บ้านน้ำพุ และ รร.บ้านน้ำพุ(ห้องเรียนไกรเกรียง) ก็มีผู้ใหญ่ใจดีเข้าไปจัดให้แล้วเหมือนกันครับ ถ้าคุณครูสุธีว่างก็ขอเรียนเชิญไปร่วมกิจกรรมกันได้นะครับ / ขุนเพิ่ม www.sc4wd.net

ครูสุธี
IP: xxx.26.57.190
เขียนเมื่อ Thu Dec 23 2010 19:03:20 GMT+0700 (ICT)

ขออนุโมทนาบุญกับการทำสร้างกุศลให้กับเด็ก ๆ ในครั้งนี้ด้วย ขอให้บุญกุลศลหนุนนำให้ท่าน ครอบครัว และคณะมีความสุขสมหวังตลอดปี 2554นี้ทุกผู้ทุกคน น่าเสียดายที่ไปด้วยไม่ได้ ติดราชการที่เชียงใหม่

ยุทธนา ปัญญา
IP: xxx.84.103.174
เขียนเมื่อ Tue Jan 18 2011 17:12:49 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ อาจารย์สุธี

ผมเป็นศิษย์เก่าวิทยาลัยเกษตรและเทคโนดลยีสุพรรณบุรี สาขาพืชศาสตร์ นานแล้วที่ไม่ได้เข้าไปในวิทยาลัย คงเปลี่ยนไปจากตอนที่ผมเรียนอยู่มาก ตอนนี้ผมทำงานเป็นสัตวบาลประจำฟาร์ม(ไม่ตรงกับสาขาที่จบมาเลย) ดีใจครับที่ได้คุยกับอาจารย์ ขออวยพรปีใหม่ย้อนหลัง ขอให้อาจารย์มีสุขภาพแข็งแรง ตลอดปี 2554 สวัสดีครับ

ครูสุธี
IP: xxx.26.58.35
เขียนเมื่อ Wed Jan 19 2011 13:55:55 GMT+0700 (ICT)

ครูดีใจ๊ที่มีศิษย์เก่าทักทายมา ยุทธนาเรียนปวส.พืชใช่หรือเปล่า บางทีการทำงานอาจไม่ตรงกับสาขาที่เรียนมาก็จริง แต่การเรียนในวิทยาลัยฯ เกษตร ช่วยให้เราวางตัวได้ดีกับการทำงาน อย่างน้อยเรื่องทางสัตว์บาลก็ได้เรียนมาบ้างการทำงานจริงอาจต้องฝึกงานระยะหนึ่งจึงจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับการทำงานได้ ขอบใจในคำอวยพร ขอให้ตั้งใจในการทำงาน หากมีความมุ่งมั่น ก็มีโอกาสที่จะประสบผลสำเร็จได้ดีกว่า

IP: xxx.10.189.128
เขียนเมื่อ Fri Feb 18 2011 08:51:12 GMT+0700 (ICT)

พรุ่งนี้ 19 ก.พ 54 ผมจะไป รรบ้านน้ำพุ ยังไม่รู้เส้นทางเลยครับแต่ดูในคอมเม้นต์ของ อ.สุธี แล้วที่บอกว่ารถเก๋งขึ้นไม่ได้จริงป่าวครับ

ครูสุธี
IP: xxx.26.61.226
เขียนเมื่อ Sun Feb 20 2011 03:47:39 GMT+0700 (ICT)

ถึงวันนี้คงเดินทางไปกันแล้ว ถ้าเป็นรถเก๋งจะขึ้นลำบากอย่างที่กล่าวไว้แต่ต้น ไม่เหมือนรถปิ๊กอับ ซึ่งให้กำลังส่งทีดีกว่า ยิ่งเป็นรุ่นใหม่ ๆ จะยกสูงด้วยทำให้สะดวกในการขึ้น ถนนดินลูกรัง ฤดูฝนจะถูกนำเซาะ เป็นหลุมเป็นร่อง บางช่วงมันสูงชั้น บางช่วงก็ต้องข้ามห้วย ที่มีน้ำไหลผ่าน อบต.เขาเทลาดคอนกรีตไว้บางช่วงบางตอน ทำให้เดินทางได้สะดวกขึ้น ถ้าไปถึงแล้วเขียนมาเล่าสู่กันฟังบ้างน๊ะ

วันก่อนคณะของ tv 5 ขึ้นไปกันหลายคน ช่วยกันทำก๋วยเตี๋ยวเลี้ยงเด็ก ๆ กินกันอิ่มแปร้ทุกคน คิดดูว่าเด็กตัวเล็ก ๆ ทานก๋วยเตี๋ยวที่ใส่ปินโต เต็ม ๆ ลูกหนึ่ง ทานกันอย่างอเร็ดอร่อย อิ่มบุญกันถ้วนหน้า นอกจากโรงเรียนบ้านน้ำพุแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเทียว ในป่าอุทยานเขื่อนศรีนครินทร์ อีกหลายที่ เช่น ตกปลาที่น้ำเอ่อ โบสถ์แสตนเลส ล่องแพท้ายเขื่อนศรีนครินทร์ หากชื่นชอบผจญภัย ก็เตรียมเต้นไปค้างแรม กัน ถ้าไปหลาย ๆ คนกับคนที่รู้ใจก็สนุกดี

น้ำค้าง
IP: xxx.84.27.89
เขียนเมื่อ Wed Mar 02 2011 10:28:19 GMT+0700 (ICT)

เป็นเด็กน้ำพุคะ  บ้านอยู่หน้าโรงเรียน  รักโรงเรียนมากๆ  และเป็นนักกีฬาของโรงเรียนด้วยคะ

น้ำค้าง
IP: xxx.84.27.89
เขียนเมื่อ Wed Mar 02 2011 10:32:47 GMT+0700 (ICT)

ตอนนี้ผักหวานออกแล้วนะคะคนในหมู่บ้านหาผักหวานกันเยอะแยะเลย  ถ้าใครสนใจก็ขึ้นไปหาได้นะคะ  ถนนก็ดีขึ้นเยอะไม่ลำบากเหมือนเมื่อก่อน  อากาศดี  คนในหมู่บ้านก็น่ารักเหมือนเดิมค่ะ  หนูเป็นเด็กกะเหรี่ยงในหมู่บ้านคะถ้าอยากรู้อะไรก็ถามได้นะคะ

น้ำค้าง
IP: xxx.84.27.89
เขียนเมื่อ Wed Mar 02 2011 10:35:22 GMT+0700 (ICT)

เป็นเด็กน้ำพุคะ  บ้านอยู่หน้าโรงเรียน  รักโรงเรียนมากๆ  และเป็นนักกีฬาของโรงเรียนด้วยคะ

น้ำค้าง
IP: xxx.84.27.89
เขียนเมื่อ Wed Mar 02 2011 10:36:26 GMT+0700 (ICT)

เป็นเด็กน้ำพุคะ  บ้านอยู่หน้าโรงเรียน  รักโรงเรียนมากๆ  และเป็นนักกีฬาของโรงเรียนด้วยคะ

น้ำค้าง
IP: xxx.84.27.89
เขียนเมื่อ Wed Mar 02 2011 10:39:48 GMT+0700 (ICT)

อยากให้ผู้ที่มีใจบุญขึ้นไปเลี้ยงอาหาร  แจกของเสื้อผ้า  อุปกรณ์การเรียนบ่อยๆ  เพราะที่โรงเรียนยังไม่ค่อยพอกับจำนวนของนักเรียน  หนูเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนค่ะ  อยากเห็นโรงเรียนพัฒนาไปเรื่อยๆ  และสงสารน้องๆรุ่นหลังคะ

แต๊ก
IP: xxx.47.90.99
เขียนเมื่อ Thu Mar 03 2011 14:14:18 GMT+0700 (ICT)

เด็กกะเหรี่ยงน่ารักมาก  นิสัยดี มีน้ำใจและรู้จักช่วยเหลือผู้อื่น  ใครที่รู้จักเด็กกะเหรี่ยงจะรู้ว่าเด็กกะเหรี่ยงน่ารักขนาดไหน  แม้แต่ผมยังหลงรักเด็กกะเหรี่ยงเลย

น้ำค้าง
IP: xxx.47.90.99
เขียนเมื่อ Thu Mar 03 2011 14:17:03 GMT+0700 (ICT)

มีเด็กกะเหรี่ยงน้ำพุหลายคนไปเรียนต่อที่ม.เกษตร  ซึ่งเป็นรุ่นน้องของหนูเองเพื่อนของหนูก็มีเรียนนะคะแต่จบออกมาแล้ว

ครูสุธี
IP: xxx.143.148.195
เขียนเมื่อ Thu Mar 03 2011 17:10:15 GMT+0700 (ICT)

เป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ยังคงมีการอนุรักษ์ไว้ให้เยาวชนรุ่นหลัง ๆ ได้เห็น พิธีกรรมของชนชาวเขาที่ยังเหนียวแน่น ครูยังชื่นชม สำหรับน้อง ๆ ที่มีโอกาสได้เรียนในระดับปริญญา ความรู้ที่ได้อย่าลืมนำกลับไปพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอน ช่่วยถ่ายทอดแก่น้อง ๆ อีกหลายคนที่ไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ จะได้บุญอย่างแรง 

น้ำค้าง
IP: xxx.84.138.163
เขียนเมื่อ Fri Mar 04 2011 10:04:22 GMT+0700 (ICT)

เดือนหน้านี้หนูต้องกลับไปนุ่งผ้าถุงกะเหรี่ยง  3 วัน 3 คืนต้องใส่นอนซึ่งเป็นประเพณีมาตั้งโบราณของหมู่บ้าน  เรายังยึดถือกันจนถึงปัจจุบัน

น้ำค้าง
IP: xxx.84.138.163
เขียนเมื่อ Fri Mar 04 2011 15:19:12 GMT+0700 (ICT)

ถนนตอนนี้ดีแล้วนะคะ  เพราะรถเกรดเสร็จแล้วทางเลยเรียบไม่เหมือนเมื่อก่อน  ผักหวานตอนนี้กำลังออกแตกยอดอ่อนกำลังน่ากินเลยค่ะ

น้ำค้าง
IP: xxx.67.42.182
เขียนเมื่อ Sat Mar 05 2011 16:02:54 GMT+0700 (ICT)

คิดถึงบ้านจังเลยแต่ยังไม่ว่างกลับ  ประมาณอีก  1  เดือนก็จะได้กลับไปอยู่บ้านแล้ว

คิดถึงน้องๆ  หลานๆ  และญาติพี่น้องมากๆ

ครูสุธี
IP: xxx.26.57.97
เขียนเมื่อ Mon Mar 07 2011 04:28:52 GMT+0700 (ICT)

ธรรมชาติของป่าเขาลำเนาไพร เป็นธรรมชาติที่สวยงาม หากช่วยกันรักษาไว้จะช่วยให้เขาเหล่านั้นมีชีวิตที่พอเพียง มีกินใช้ไปตลอดโดยไม่อด คนเราจะอยู่กับป่าได้หากอยู่อย่างถ้อยทีถ้อนอาศัยกัน เหมือนบ้านเล็กในป่าใหญ่ เมื่อไรที่วัฒนธรรมคนเมืองเข้า คืบคลานเข้าไปถึง ก็จำทำให้วัฒนธรรมท้องถิ่นเลือนหายไปเหมือนวัฒนธรรมของชาวเล หรือพวกซาไกที่เป็นชนกลุ่มน้อยของไทย เราที่เป็นลูกหลายชุมชนบนพื้นที่สูง ต้องช่วยกันสืบทอดไว้ให้ลูกหลานรุ่นต่อ ๆ ไปได้ชื่นชม ครูดีใจและชื่นชมที่หนูยังคิดจะกลับไปนุ่งผ้าถุงในวันสำคัญทางพิธีกรรมของชุมชน

น้ำค้าง
IP: xxx.46.163.6
เขียนเมื่อ Thu Mar 10 2011 16:06:39 GMT+0700 (ICT)

อ.ค่ะช่วงนี้ลองขึ้นไปเที่ยวดูสิคะ  ทางดีขึ้นมากแล้วผักหวานก็ออกแล้วนะคะ  เมื่อก่อนมะขามไม่มีราคาเลยแต่ตอนนี้มะขามเปรี้ยวที่บ้านน้ำพุขายดีมากมีคนแย่งขึ้นไปซื้อกันเต็มเลย  หนูไม่เคยลืมท้องถิ่นและพิธีที่สำคัญของชุมชน  หนูรักบ้านน้ำพุมากนะคะไม่เคยลืมที่จะคิดถึงที่บ้านเลย

ครูสุธี
IP: xxx.26.58.215
เขียนเมื่อ Thu Mar 10 2011 18:57:35 GMT+0700 (ICT)

เอาไว้ว่าง ๆ จะขึ้นไป ดื่มด่ำกับบรรยากาศดี ๆ ในอ้อมอกภูเขา คิดถึงบรรยากาศเก่า ๆ ผู้คนต่างมีอัธยาศัยดีมาก

น้ำค้าง
IP: xxx.46.144.127
เขียนเมื่อ Fri Mar 11 2011 12:59:47 GMT+0700 (ICT)

ประมาณปลายเดือนมีนานี้มีงานแต่งของเพื่อน  หนูคิดว่าจะขึ้นไปเที่ยวค่ะ  อ.ลองไปดูซิคะว่ากะเหรี่ยงแต่งงานกันยังไงซึ่งแตกต่างจากคนไทยมาก  สนุกนะคะ

ครูสุธี
IP: xxx.180.16.209
เขียนเมื่อ Sat Mar 12 2011 07:07:00 GMT+0700 (ICT)

ครูต้องดูตารางการทำงานก่อน งานด้านบริหาร บางวันแทบจะหาเวลาว่างไม่ได้เลย วันที่เท่าไร เผื่อว่าจะมีเวลาไปได้ อยากดูประเพณีท้องถิ่นแบบนี้ หาดูได้ยาก

น้ำค้าง
IP: xxx.84.157.124
เขียนเมื่อ Mon Mar 14 2011 14:40:56 GMT+0700 (ICT)

แต่งวันที่  23 มีนากับ24  มีนาค่ะ  เพราะว่า  23  มีนาตอนเย็นจะทำอาหารเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้านและคนที่มาในงาน  ส่วนวันที่  24  ตอนเช้าก็จะส่งตัวเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวและตอนเย็นก็จะมีการวส่งตัวนอนเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวอีกรอบหนึ่งคะ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
ใส่รูปหรือไฟล์