พิธีฌาปนกิจศพ

 พิธีฌาปนกิจศพ 

สวัสดีค่ะ........

        น้ำชาได้ไปทำหน้าที่เป็นพิธีกรงานศพให้กับคุณแม่ของเพื่อน  เพื่อเตรียมความพร้อม  จึงศึกษาเอกสาร  หนังสือและพิธีการต่าง ๆ เกี่ยวกับงานฌาปนกิจศพ 

        เมื่อทำเสร็จแล้ว  จึงนึกถึงเพื่อนร่วมสังคม  Gotoknow  จึงแบ่งปันสิ่งละอันพันละน้อยเพื่อเป็นประโยชน์แก่การค้นคว้าของทุก ๆ ท่านที่สนใจ  ถ้าอ่านแล้วขอความกรุณาให้คำแนะนำด้วยนะคะ.......ขอขอบคุณค่ะ........

พิธีฌาปนกิจศพ  คุณแม่สำเภา  สวัสดิ์พูน

ยะถาปิ  ปุปผะราสิมหา  กะยิรา  มาลาคุเณ  พะหู

เอวัง  ชาเตนะ  มัจเจนะ  กัตตัพพัง  กุสะสัง  พะหุง

ทุกชีวิตมีเกิดในเบื้องต้น                      แล้วก็วนเจ็บแก่ให้แลเห็น

ในตอนกลางทุกอย่างต่าง ๆ เป็น          ไม่ยกเว้นตอนท้ายตายทุกคน

กราบนมัสการพระคุณเจ้า  เรียนท่านประธานในพิธี............................................. ตลอดจนท่านผู้มีเกียรติที่เคารพนับถือทุกท่าน  ดิฉัน  ………………….วิทยฐานะ  .......... โรงเรียน...............  ได้รับฉันทานุมัติจากเจ้าภาพให้เป็นพิธีกรในพิธีฌาปนกิจศพ  คุณแม่สำเภา  สวัสดิ์พูน  ผู้วายชนม์  นับเป็นเกียรติที่ได้รับความไว้วางใจในการทำหน้าที่นี้  ใคร่ขอดำเนินการตามลำดับดังนี้ค่ะ

ขอเรียนเชิญท่านผู้มีเกียรติ  ได้รับชมการรำหน้าไฟชุด....................................................จาก........................................  ผู้แสดงได้แก่......................................................................................ขอเชิญชมค่ะ   

                ขอขอบคุณผู้แสดง...............................และผู้ฝึกสอน..................

ไว้ ณ โอกาสนี้ค่ะ  

                บัดนี้ได้เวลาอันสมควรแล้วดิฉันขอเชิญเจ้าภาพซึ่งเป็นลูก ๆ หลานๆ ของคุณแม่สำเภา  สวัสดิ์พูน   ผู้วายชนม์  ณ  บริเวณด้านหน้าฌาปนสถานค่ะ 

                เจ้าภาพมีจิตเป็นกุศล  เล็งเห็นการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม เช่น การบริจาคทาน  จึงจัดให้มีการมอบทุนสาธารณกุศลให้กับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อเป็นการอุทิศบุญกุศลแด่คุณแม่สำเภา  สวัสดิ์พูน  ผู้วายชนม์  ขอเชิญหน่วยงานต่าง ๆ รับมอบตามลำดับต่อไปนี้ค่ะ

1...................................................ผู้รับมอบ..........................................

                ลำดับต่อไปจะเป็นการทอดผ้าบังสุกุล

ชุดที่1.ขอเรียนเชิญ

.........................................................................................................................................................................

........................................................................................................................................................................

ทอดผ้าบังสุกุลค่ะ  เรียนเชิญค่ะ

กราบนิมนต์พระคุณเจ้า  ………………………………………………………………………………………………….

.........................................................................................................................................................................

พิจารณาผ้าบังสุกุล   กราบนิมนต์เจ้าค่ะ

ชุดที่ 2 ขอเรียนเชิญ

.........................................................................................................................................................................

........................................................................................................................................................................

ทอดผ้าบังสุกุลค่ะ  เรียนเชิญค่ะ

กราบนิมนต์พระคุณเจ้า  ………………………………………………………………………………………………….

.........................................................................................................................................................................

ชักผ้าบังสุกุล   กราบนิมนต์เจ้าค่ะ

ชุดที่ 3 ขอเรียนเชิญ

.........................................................................................................................................................................

........................................................................................................................................................................

ทอดผ้าบังสุกุลค่ะ  เรียนเชิญค่ะ

กราบนิมนต์พระคุณเจ้า  ………………………………………………………………………………………………….

.........................................................................................................................................................................

พิจารณาผ้าบังสุกุล   กราบนิมนต์เจ้าค่ะ

ชุดที่ 4 ขอเรียนเชิญ

.........................................................................................................................................................................

........................................................................................................................................................................

ทอดผ้าบังสุกุลค่ะ  เรียนเชิญค่ะ

กราบนิมนต์พระคุณเจ้า  ………………………………………………………………………………………………….

.........................................................................................................................................................................

พิจารณาบังสุกุล   กราบนิมนต์เจ้าค่ะ

ชุดที่ 5 ขอเรียนเชิญ

.........................................................................................................................................................................

........................................................................................................................................................................

ทอดผ้าบังสุกุลค่ะ  เรียนเชิญค่ะ

กราบนิมนต์พระคุณเจ้า  

..................................................................................................................................................................

พิจารณาบังสุกุล   กราบนิมนต์เจ้าค่ะ

(ขั้นตอนอ่านประวัติผู้วายชนม์)

ความตายเป็นสถานีสุดท้ายของชีวิต มีท่านผู้รู้ได้นิยามชีวิตไว้ว่า

“ชีวิตคือความเปลี่ยนแปลง ความตายคือที่สุดของความเปลี่ยนแปลง”
เป็นสภาวะหรือธรรมชาติที่ไม่เคยรับฟังคำวิงวอนหรือคำขู่ตวาดของใครๆ เหมือนตะวันตก ก็คือที่สุดของตะวันออก  ไม่มีผู้วิเศษคนใดจะใช้อำนาจความวิเศษของตนเปลี่ยนแปลงกฎของธรรมชาติให้โลกมีกลางวันตลอดกาลได้  “ตะวันขึ้นแล้วก็ตก ชีวิตเกิดแล้วก็ดับ” เฉกเช่นเดียวกับชีวิตของคุณแม่สำเภา  สวัสดิ์พูน  ผู้วายชนม์   คุณงามความดีนานัปการที่ท่านจดจารไว้ในแผ่นดิน  กระดาษเท่าผืนดิน  หมึกปากกาเท่ามหาสมุทรก็สุดพรรณนา   พระคุณของคุณแม่สำเภาได้  จึงขอนำเรียนพอสังเขป  เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้เห็นเป็นแบบอย่างและร่วมอนุโมทนาในความดีของผู้วายชนม์

คุณแม่สำเภา  สวัสดิ์พูน  เกิดเมื่อวันที่ 4 เดือนธันวาคม  พ.ศ.2473  ที่บ้านสวายจีกน้อย  ต.สวายจีก  อ.เมือง  จ.บุรีรัมย์  เป็นบุตรของนายพาน  นิจิรัมย์และนางสุด  สุทธิ  มีพี่น้องร่วมบิดามารดา  5  คน  ดังนี้

1.  นายเพ็ช  นิจิรัมย์    เสียชีวิตแล้ว               2.  นายสะอื้น  นิจิรัมย์    เสียชีวิตแล้ว
3.  นางสะอื้น  นิจิรัมย์    เสียชีวิตแล้ว            4.  นางธุ    นิจิรัมย์      เสียชีวิตแล้ว

5.  นางสำเภา  สวัสดิ์พูน ผู้วายชนม์

ชีวิตสมรส  คุณแม่สำเภา ได้สมรสกับคุณพ่อสำอาง  สวัสดิ์พูน  ซึ่งได้เสียชีวิตไปนานแล้ว  และภายหลังสมรสได้มาอาศัยตั้งรกรากอยู่ที่บ้านโคกตูม  ตำบลเสม็ด  อ.เมือง  จ.บุรีรัมย์     มีบุตร- ธิดา   ด้วยกัน 9  คน   หญิง  7  คน  ชาย  2  คน  ดังนี้

1.  นางเอี๊ยะ   ทับประโคน  สมรสกับนายประจวบ  ทับประโคน

ประกอบอาชีพทำนา  ที่บ้านโคกตูม

2.  นายหัด  สวัสดิ์พูน สมรสกับนางสุวรรณ  สิมอุด

ประกอบอาชีพทำนา  ที่บ้านตลาดชัย

3.  นายทวี  สวัสดิ์พูน   สมรสกับนายบัวสอน   สวัสดิ์พูน

ประกอบอาชีพทำนา  ที่บ้านโคกตูม

4.  นางแต้ว  สายทะเล  สมรสกับนายสมนึก    สายทะเล

ประกอบอาชีพทำนา  ที่บ้านตลาดชัย

5.  นางสมพงษ์  สวัสดิ์พูน  สมรสกับนายสังวร  ประรินรัมย์  

ประกอบอาชีพทำนา  ที่บ้านโคกตูม

6.  นางลำพอง  พรมศรี  สมรสกับนายสมจิตร พรมศรี  ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว ที่จังหวัดระยอง

7.  นางพน  วรสิงห์  สมรสกับนายราชัน  วรสิงห์   

ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว ที่จังหวัดระยอง

8.  นางฉราพรรณ  บาอินทร์  สมรสกับนายจรัตน์  บาอินทร์ 

รับราชการครูอยู่ที่โรงเรียน………………….

9.  นางนฤทัย   โชติเสถียร  สมรสกับนายทศภรณ์  โชติเสถียร 

ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว ที่จังหวัด……….

                ชีวิตด้านการครองเรือนของคุณแม่สำเภา  สวัสดิ์พูน   ก็เหมือนหญิงสาวชาวบ้านทั่ว ๆไป  ในสมัยก่อน  จะแตกต่างก็ตรงที่คุณแม่สำเภา  สวัสดิ์พูน   เป็นหญิงหม้ายสามีคู่ทุกข์คู่ยากตายจากไปตั้งแต่ลูกคนสุดท้องอายุได้สองเดือน  ผู้หญิงตัวคนเดียวที่ต้องเลี้ยงดูลูกเล็ก ๆ ทั้ง  9  คน  ท่านต้องทำงานในไร่ในนา    เยี่ยงบุรุษทั้งหลาย  ว่างจากงานในนาก็หาบใบตองขาย   ทำขนมจีนขาย  เลี้ยงเป็ด  เลี้ยงหม่อนเลี้ยงไหม  ทอผ้าไหมขาย  ฝีมือการทำผ้าไหมของท่านขึ้นชื่อลือชาไปทั่วตำบล   จนกระทั่งมีโจรผู้ร้ายมาขโมยห่อผ้าไหมท่านไป  ซ้ำแล้วซ้ำเล่า  เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด  ด้วยเห็นว่าเป็นหญิงหม้ายจึงไม่เกรงใจกัน  สร้างความเสียใจให้ท่านอยู่เนือง ๆ แต่  แม่สำเภา  ก็ไม่เคยท้อแท้  ยังคงประกอบสัมมาอาชีพอย่างขยันขันแข็ง  ท่านต้องทำหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่   อบรมเลี้ยงดูลูกชายหญิง  ทั้ง  9  คน  ให้รู้จักดิ้นรนขวันขวาย  ทำมาหาเลี้ยงชีพ  ท่านสอนให้ลูกเป็นคนดี  มีน้ำใจ  เช่นเดียวกับท่าน  ท่านเป็นคนมีน้ำใจเรื่องนี้รู้จักกันดีในความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของท่าน  ในสมัยก่อนใครไม่มีข้าวกิน  มาขอท่าน  ท่านแบ่งปันให้หมดทุกคน

ในด้านการทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา  ท่านได้สืบทอดศาสนาด้วยการบวชชีเพราะท่านเป็นผู้ที่ที่ศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก  ท่านออกบวช  เพื่อประพฤติปฏิบัติตามคำแนะนำสั่งสอนที่สืบต่อกันมา   ให้มีความมั่นคงในพระพุทธศาสนาและพัฒนาศีลธรรมของโลกให้รุ่งเรืองอย่างต่อ เนื่อง และน้อมถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมมาพุทธเจ้า  เมื่อสึกออกมาแล้วท่านยังคงเข้าวัดฟังธรรมอยู่เป็นนิจ  อันเป็นกิจวัตรที่เป็นแบบอย่างของคนในชุมชน

  ด้วยภาระที่หนักอึ้งกับการเลี้ยงดูลูกน้อยให้เติบใหญ่    เป็นฝั่งเป็นฝา  สกุลสวัสดิ์พูนแผ่ไพศาลออกไป  มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง  ลูกหลานแต่ละคนมีการงานที่มั่นคง  มีฐานะความเป็นอยู่ทัดเทียมชาวบ้านทั้งหลาย  ก็ด้วยมือแม่  ด้วยคำที่พร่ำสอนที่ให้ลูกอดทน  ต่อความทุกข์ยากลำบาก  อดทนต่องานหนัก  และให้มีเลือดนักสู้เยี่ยงแม่  ผู้เป็นแบบพิมพ์ที่ประเสริฐหาสิ่งใดเสมอเหมือนเป็นไม่มี

          การเดินทางที่ยาวนานและแสนลำบากของแม่สำเภา  สวัสดิ์พูน  ได้มาสิ้นสุดลงแล้ว  ธรรมชาติมอบความทุกข์ยากในการดำเนินชีวิตให้ท่าน  แต่ธรรมชาติก็ชดเชยด้วยการมอบร่างกายที่แข็งแรงให้ท่าน  คุณแม่สำเภา  ไม่เคยเจ็บป่วยหนัก ๆ เลยสักครั้ง  จนกระทั่งเมื่อหนึ่งปีที่ผ่านมา  สังขารท่านได้ร่วงโรยตามฤดูกาล  อายุย่างเข้า  79  ปี  ท่านเริ่มป่วยด้วยโรคชรา  ลูก ๆ ต้องพาไปพบแพทย์ตามกำหนด  แต่ท่านก็ยังแข็งแรง     ร่าเริง  อารมณ์ดีอยู่เสมอ    จนกระทั่งวันที่ 9  สิงหาคม  2553  ท่านป่วยหนัก  ลูกได้นำส่งโรงพยาบาล  แพทย์และพยาบาลช่วยชีวิตท่านไว้อย่างเต็มที่ แต่แพทย์ได้บอกว่าท่านชรามากแล้ว  ความหวังในการช่วยชีวิตมีทางรอดน้อยเต็มที  การป่วยของท่านทำให้ลูก ๆ คิดว่าคงเป็นวาระสุดท้ายของท่านแล้ว  ได้แต่เศร้าสร้อยและนั่งมองร่างที่หลับอยู่บนเตียงด้วยเครื่องช่วยหายใจ  แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น  เช้าวันที่ 11 สิงหาคม  2553  คุณแม่สำเภารู้สึกตัว  ท่านลืมตาขึ้นและมองดูลูกๆ ท่านขอให้หมอเอาเครื่องช่วยหายใจออก  แต่หมอไม่เอาออก  ท่านจึงดึงออกเองและลุกขึ้นนั่งเกาะขอบเตียง  แพทย์และพยาบาลต่างปรบมือให้  ท่านบอกว่าท่านจะกลับบ้านไม่เป็นอะไรแล้ว  ท่านหิวน้ำ  หิวข้าว  และอยากกินหมาก  ท่านเรียกลูกสาวเข้าไปหาแล้วบอกว่าท่านเก็บเงินไว้ในประเป๋าเสื้อได้เอายางยืดมัดไว้  ให้ลูก ไปดูให้ว่าเงินยังอยู่หรือไม่  และได้นั่งพูดคุยกับลูก ๆ   ลูกดีใจจนน้ำตาไหล  ต่างเตรียมตัวกลับไปทำงาน  เพราะเห็นว่าแม่ปลอดภัยแล้ว  จนตะวันบ่ายคล้อยท่านได้นอนผักผ่อน  แต่อนิจจากลับเป็นการนอนที่ไม่ฟื้น  ไม่ตื่น  ไม่กลับมาอีกเลย  ท่านจากไปอย่างสงบเหมือนคนนอนหลับตาพริ้มใบหน้ายิ้มอย่างมีความสุข  ในเวลา 15.12    น.  ของวันที่ 11  สิงหาคม  2553  สิริอายุได้  80  ปี                   

กราบเท้าแม่สำเภาที่รักยิ่ง...

ขอกราบเท้าของแม่ที่แน่นิ่ง                              หัวใจลูกดำดิ่งจากยอดผา
กุมมือแม่แนบไว้ในอุรา                                    ธารน้ำตาหลั่งรินแทบสิ้นใจ
ขอกอดแม่เอาไว้ในโอกาส                               แม้ไม่อาจรับรู้ลูกอยู่ใกล้
ระลึกถึงคุณมารดาผู้ลาไกล                              คือพระในใจลูกอยู่ทุกคราว
มือคู่นี้ที่เลี้ยงดูให้อยู่รอด                                 เคยสวมกอดลูกไว้เมื่อไข้หนาว
ตักนี้เคยหนุนหลับเมื่อนับดาว                           ทั้งสองเท้านำลูกไปให้เป็นคน
คิดถึงความตามหลังครั้งวันเก่า                          เมื่อวัยเยาว์ยิ่งทำให้ใจขื่นขม
สิ่งที่แม่มอบให้ล้วนชวนชื่นชม                          ลูกระทมทดแทนแม่แต่น้อยไป
แม่เคยหวีผมให้ก่อนไปส่ง                               เสื้อก็รีดจีบคงให้ตรงไว้
พาไปเรียนเขียนอ่านขับขานไป                         หน้าหนาวได้ใส่เสื้อหนาล้วนผ้านวม
ส่วนลูกหวีผมให้ใจจะขาด                               เสื้อสะอาดซื้อใหม่ให้แม่สวม
กลัวว่าแม่จะหนาวลมห่มผ้านวม                        น้ำตาท่วมท้นมาเป็นอาจิณ
แม่เหนื่อยมามากมายจนกายล้า                        ลูกสัญญาไม่ทำให้ต้องถวิล
จะไม่ร้องฟูมฟายให้ได้ยิน                               น้ำตารินรดมือแม่แค่เบาเบา
ถึงจะกลั้นเสียงร้องยังก้องอยู่                           ด้วยรับรู้แม่จากไปใจลูกเฉา
ทุกสัมผัสจะห่างเหินเกินบรรเทา                       เหลือแต่เงาในรูปถ่ายไว้ให้ดู
วันที่ลูกนอนเปลไกวในผ้าอ้อม                         เสียงเพลงกล่อมที่แม่ร้องยังก้องหู
ปลาตะเพียนแขวนไว้ให้ลูกดู                           ลูกหลับอยู่กลัวยุงกัดยังพัดวี
แต่คืนนี้แม่ต้องนอนในเปลไม้                          เสียงสวดมนต์กล่อมใจให้แม่นี้
พร้อมพวงหรีดแขวนไว้ด้วยไมตรี                     ของผู้ที่มาเคารพอย่างครบครัน
ขอพระพุทธนำท่านไปในธรรมะ                      ขอพรพระส่งท่านไปถึงสวรรค์
ขอพรเทพทุกพระองค์ทรงสุบรรณ                    รับแม่ฉันไว้สวมกอดตลอดไป
แม่อย่าห่วงกังวลลูกหลานนี้                           ทุกวลีลูกจะจำที่พร่ำสอน
ขอให้แม่หลับตาอย่าอาทร                            แล้วพักผ่อนนอนเถิดหนาอย่าจาบัลย์
ครั้งนี้แม่เดินทางไกลอยากไปส่ง                     ให้แม่ตรงขึ้นสู่สรวงสวรรค์
แต่ไม่นานลูกจะตามไปพบพาน                      กราบแทบเท้าของท่านบนดาวดึงส์
                                                     ...........ด้วยรักและอาลัย..........

                                                                   จากลูกทุก ๆ คน

 

 

               ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ 1  นาทีต่อจากนี้ไป  ขอเชิญทุกท่านโปรดลุกขึ้นยืนสงบนิ่ง  เพื่อเป็น

การไว้อาลัยแด่คุณแม่สำเภา   สวัสดิ์พูน  ผู้วายชนม์  ขอขอบพระคุณค่ะ

 

ชุดที่ 5 กราบเรียนเชิญ  ..................................................

ประธานในพิธี  ทอดผ้ามหาบังสุกุลค่ะ  กราบเรียนเชิญค่ะ

กราบนิมนต์พระคุณเจ้า  ………………………………………………………………………………………………….

พิจารณาผ้ามหาบังสุกุล   กราบนิมนต์เจ้าค่ะ

               

                กราบนิมนต์พระคุณเจ้าวางดอกไม้จันทน์และขอเรียนเชิญท่านผู้มีเกียรติทุกท่านร่วมวางดอกไม้จันทน์ค่ะ

                (หว่านกัลป์พฤกษ์)

                ในนามของเจ้าภาพขอกราบขอบพระคุณท่าน...............................

ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์  ไว้  ณ  โอกาสนี้  และขอขอบพระคุณท่านผู้มีเกียรติทุกท่านที่เสียสละเวลาอันมีค่ายิ่ง  มาร่วมพิธีฌาปนกิจศพ   คุณแม่สำเภา    สวัสดิ์พูน  ในวันนี้  ขอให้กุศลผลบุญมีแด่ทุกท่านทุกคนเทอญ

                    ที่งานนี้สำเร็จลงเรียบร้อย                ทั้งงานน้อยงานใหญ่ผ่านไปแล้ว

                เพราะทุท่านห่วงใยและให้แนว       งานเสร็จแล้วกราบอีกรอบด้วยขอบคุณ


 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 คำสำคัญ: พิธีฌาปนกิจศพ 
 หมายเลขบันทึก: 385367
 เขียน:  
 ดอกไม้:  ความเห็น:  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

นาย ธนา นนทพุทธ
เขียนเมื่อ Mon Aug 16 2010 20:41:32 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ  วันนี้ถ้าไม่ได้อ่านบันทึกนี้ของคุณต้องเสียใจแย่แน่ ๆ  มีอะไรดี ๆเยอะมาก  ขอบคุณที่แบ่งปันครับ

โสภณ เปียสนิท
เขียนเมื่อ Mon Aug 16 2010 21:24:41 GMT+0700 (ICT)

ทั้งที่เป็นความจริงที่แลเห็นได้ชัดเจน และบ่อยครั้ง

แต่ปุถุชนอย่างเราๆ ก็อดเศร้าใจทุกครั้งที่พานพบไม่ได้

ร.ต.ต.โสภณฯ ระนอง
IP: xxx.53.9.141
เขียนเมื่อ Thu Oct 28 2010 14:58:35 GMT+0700 (ICT)

ชืนชมน้องน้ำชาฯ - คุณเก่งมาก บทกลอนยอดเยี่ยม สอดคล้องนุ่มนวล อ่านแล้วนึกว่าถ้าเป็นแม่ของเราคงน้ำตาซึม

พรพจน์ เรียงประพัฒน์
IP: xxx.172.168.114
เขียนเมื่อ Mon Apr 25 2011 18:16:14 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ ผมหนานเอิร์นครับ 

ต้องขอขอบคุณ"น้ำชา"มาก ที่ให้วิทยาทานครับ เห็นด้วยกับการใช้คำดีมาก แต่ลำดับขั้นตอนคงไม่เหมือนกันทุกแห่ง ผมก็หาข้อมูลอยู่เหมือนกัน ต้องขออนุญาตนำสำนวน ข้อความบางส่วนไปปรับประยุกต์กับวิถีทางวัฒนธรรมของภาคเหนือนะครับ ผมมีคำกลอนตอนวางดอกไม้จันทน์มาเสริมให้หน่อยครับ

ชีวิตสุข ทุกข์นี้ ชี้เห็นหรือ

จะรวยฤา ยากจน คนอย่างไหน

เป็นเศรษฐี มีเงินล้าน สักปานใด

จนหรือไพร่ ต้อยต่ำ แสนลำเค็ญ

ล้วนมาพัก เชิงตะกอน นอนที่นี้

เข้าของมี เงินทอง มองไม่เห็น 

ดอกไม้จันทน์ เท่านั้นหนา มาวางเวน

ของจำเป็น มอบให้ ในวันลาฯ

ถ้าเห็นว่าดีก็เอาไปใช้ได้นะครับ

น้ำชา
เขียนเมื่อ Wed Aug 10 2011 00:16:11 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

หนุ่มเอก
IP: xxx.49.197.118
เขียนเมื่อ Sun Aug 21 2011 09:41:06 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณครับที่แบ่งปัน

แอนนา
IP: xxx.120.16.48
เขียนเมื่อ Tue Dec 18 2012 12:48:14 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากกกก ค่ะ ....

พ่ออะตอม
IP: xxx.172.183.231
เขียนเมื่อ Thu Apr 25 2013 15:48:23 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากครับ

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า