ลาโง่ / ไม่ลา ... สิโง่


จงใช้ชีวิตที่มีให้คุ้มค่า

ลาโง่ตัวหนึ่งกินหญ้าอยู่ที่ชายป่า ได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้องเพลงเพราะ
ลาอยากร้องเพลงเพราะอย่างจิ้งหรีดบ้าง จึงถามจิ้งหรีดว่ากินอะไร จึงร้องเพลงเพราะ
?
จิ้งหรีดตอบว่ากินน้ำค้าง เสียงจึงเพราะ
ลาจึงเลิกกินหญ้าและกินแต่น้ำค้าง ไม่ช้า ลาโง่นั้นก็ตาย
เพราะลาเป็นสัตว์กินหญ้า เมื่อเลิกกินหญ้า ไม่ช้าก็ตาย

...........

ภาพประกอบ 
พนักงานของบริษัทท่องเที่ยวแห่งหนึ่งทำงานด้านเอกสารมาห้าปี
มีความใฝ่ฝันที่อยากจะได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นพนักงานระดับหัวหน้างานหรือเป็นมัคคุเทศก์
ด้วยความที่ได้รับการอบรมมาว่าคนเราต้องขยัน อดทน ตั้งใจทำงาน ไม่ลางานเลยได้ยิ่งดี ก็จะได้ดีในหน้าที่การงาน
ตั้งแต่เริ่มทำงานวันแรก พนักงานคนนั้นก็ตั้งใจทำงานมาตลอดห้าปี
ไม่เคยลากิจ ลาป่วย หรือลาพักร้อนแม้แต่วันเดียว
มีอยู่บ้างเหมือนกันที่พนักงานคนนั้นตั้งใจจะลาพักร้อนไปเที่ยวกับเพื่อนๆ บ้างในช่วงปีแรกๆ
แต่ว่ามักจะได้รับการตอบปฏิเสธจากหัวหน้างานซึ่งให้เหตุผลว่าช่วงวันหยุดนี้งานเยอะมากเลยนะ
คุณอยู่ช่วยหน่อยเถอะนะ เก็บเงินโอทีไปเที่ยวทีหลังก็ได้
ถ้าคุณขยันอย่างนี้นะ ปีหน้าอาจจะได้เลื่อนตำแหน่ง ได้โบนัสพิเศษ
ห้าปีมาแล้วที่พนักงานคนนี้ขยันทำงานมาตลอด แต่ไม่เคยลาพักร้อนไปเที่ยวไหนเลย

แล้วความฝันก็เป็นจริงขึ้นมา ปีนี้ทางบริษัทต้องการมัคคุเทศก์ผู้ช่วยเพิ่มอีก
3-4 คนโดยจะเลือกจากพนักงานภายในที่มีศักยภาพ
คำถามในการสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกก็คือ
คุณเคยไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง
?
คุณเคยมีประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นในการท่องเที่ยวบ้างหรือเปล่า
?
(
เงียบ ) .........

ดูเหมือนลา และพนักงานคนนี้มีอะไรที่คล้ายกันอยู่ในบางมุม คุณว่ามั้ย
...

คุณอาจจะเป็นคนขยันทำงาน ซึ่งจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม มันก็เป็นสิ่งดี
แต่อย่าลืมว่า ชีวิตไม่ได้มีด้านเดียว และชีวิตไม่ได้มีเวลานานสักเท่าใด
ชีวิตที่ขาดประสบการณ์ด้านอื่นๆ เป็นชีวิตที่ไม่สมบูรณ์หรอกค่ะ
คุณอาจจะอยากเก็บเงินไปเที่ยวตอนแก่ แล้วคุณจะแน่ใจได้หรือว่าคุณจะไม่เป็นอะไรไปก่อนแก่
และจงระลึกไว้ว่า ใช่ว่าคุณไม่อยู่ ที่บริษัทจะอยู่ไม่ได้ เพราะคนอื่นก็สามารถทำงานแทนคุณได้เหมือนกัน  
ลาพักร้อนบ้างเถอะค่ะจะใช้ลากิจ ลาป่วยบ้างก็ไม่ว่ากัน
( ใครจะรู้ )
ปีหนึ่งสักสองสามครั้ง ไปไหนก็ได้ค่ะ ไปในที่ๆ คุณยังไม่เคยไป
ไม่ต้องรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเมื่อคุณต้องเขียนใบลาบ่อยๆ
ไม่ต้องกลัวว่าเจ้านายจะไม่พอใจ หรือไม่อนุมัติ เพราะคุณมีสิทธิ์
ไม่ต้องรู้สึกผิด ถ้าในเวลางานคุณได้ทำเต็มร้อยแล้ว

ไม่ต้องห่วงว่าการหยุดของคุณจะมีผลต่อการประเมิน
   ผลงานต่างหากที่เป็นตัววัด
จงห่วงแค่ว่า คุณมีชีวิตแล้ว คุณมีชีวาหรือยัง
จงใช้ชีวิตที่มีให้คุ้มค่า ดูอย่างเจ้าลาโง่ซิค่ะ อย่างน้อยมันยังได้เดินเที่ยวในป่ากว้างก่อนตาย
แล้วคุณจะจับเจ่าอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมทั้งปีทั้งชาติหรือค่ะ
ไม่ลา
... สิโง่ คุณว่ามั้ย    

หมายเลขบันทึก: 369547เขียนเมื่อ 26 มิถุนายน 2010 11:37 น. ()แก้ไขเมื่อ 3 มิถุนายน 2012 14:44 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (3)

สวัสดีค่ะ คุณศิรินทร

เห็นด้วยอย่างยิ่งแลยค่ะ

อย่าทำงานเพลิน จนลืมห่วงตัวเอง

หาเวลาผ่อนคลาย ให้กำไรชีวิตบ้าง...

งานที่เราทำจะได้เป็นงานที่เรารัก ตลอดไป

..บางครั้ง..อาจจะ..อยากโง่เหมือนลา...คือลาออกจากความเป็นคน..เจ้าค่ะ...ยายธี...สวัสดีค่ะคุณศิรินทร..

เป็นคาวมจริงครับ
เพราะตอนนี้ผมก็คิดแบบนี้
ไม่รอเวลา ทำอะไรได้ก็ทำ อยากทำอะไรก็ทำ (ในสิ่งที่ดีงามนะ)
เพราะว่า  "เราไม่รู้ว่าเราจะมีชีวิตอยู่จนถึงวันที่เรารอที่จะทำหรือป่าว"

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
ClassStart Books
โครงการหนังสือจากคลาสสตาร์ท