สมาชิก
แลกเปลี่ยน

ข้อสอบภาษาไทย ม.3

ข้อสอบภาษาไทย ม.3
แบบทดสอบกลางภาคเรียนที่ ๒ วิชาภาษาไทย 
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓  ปีการศึกษา ๒๕๕๒
คำชี้แจง  ให้นักเรียนเลือกข้อที่ถูกต้องที่สุดลงกระดาษคำตอบ

๑. ข้อใดไม่ใช่วิจารณญาณในการฟัง 
.  พิจารณาความมุ่งหมายของผู้พูด               		     ข.  พิจารณาความจริงใจของผู้พูด
ค.  พิจารณาลักษณะท่าทางของผู้พูด                               ง.  พิจารณาวิธีการพูด ความรู้สึกของผู้พูด

๒.  ข้อความต่อไปนี้เป็นสารประเภทใด
                “ ความจริงคำว่า เมดอินไทยแลนด์  จะแปลให้ตรงต้องแปลว่า ทำในประเทศไทย  ซึ่งไม่เหมือนกับ ไทยทำ  เพราะสินค้าที่ทำในประเทศไทยนั้น  ไม่จำเป็นที่คนไทยจะเป็นผู้ทำเสมอไป  สินค้าจำนวนมากเป็นประเภท ต่างชาติทำ ไม่ใช่ ไทยทำ เพราะเขาย้ายโรงงานจากประเทศเขามาสร้างในผืนแผ่นดินไทย
ก.  ให้ความรู้                         โน้มน้าวใจ                           ค.  จรรโลงใจ                       ง.  แสดงทรรศนะ
๓.  ข้อความต่อไปนี้เป็นสารประเภทใด
 
                “คนไทยแย่ง ส.ค.ส. ขอความสุข  แต่คนส่งเป็นทุกข์เพราะเป็นหนี้  ครั้นไม่ส่งก็ไม่ได้เหมือนไม่ดี  ธรรมเนียมสร้างมาอย่างนี้จึงทำไป”
ก.  ให้ความรู้                         โน้มน้าวใจ                           ค.  จรรโลงใจ                       ง.  แสดงทรรศนะ
๔.  ข้อความต่อไปนี้เป็นสารประเภทใด
 
                “ข้าศึกที่มาประชิดบ้านเมืองสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนฉันใด  ความโลภที่กลุ้มรุมจิตใจก็ยังรุ่มร้อนแก่จิตใจฉันนั้น  และประชาชนกลับอยู่เย็นเป็นสุขก็เพราะใช้กองทหารตีข้าศึกแตกไปฉันใด จิตใจจะสงบเย็นก็เพราะได้กำจัดความโลภและเผื่อแผ่ความสุขด้วยการให้ทานฉันนั้น  ทานกับการรบจึงมีลักษณะที่เปรียบกันได้  ดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ยกมาเป็นกระทู้ว่า  ทานและการรบเสมอกัน”
ก.  ให้ความรู้                         โน้มน้าวใจ                           ค.  จรรโลงใจ                       ง.  แสดงทรรศนะ
๕.  ข้อความต่อไปนี้เป็นสารประเภทใด
 
                “ในเวลา ๒๗ ปีผ่านมา  การปกครองประชาธิปไตยของประเทศไทยยังลุ่ม ๆ ดอน ๆ และล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอดจากการปฏิวัติ  รัฐประหารหลายครั้งแม้ว่าในระยะหลัง ๆ นี้ ระบบรัฐสภาจะมีอายุยืนยาวพอสมควรและก้าวหน้ามาโดยลำดับ จากรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย ๒๕๑๗ มาในประชาธิปไตยครี่งใบปี ๒๕๒๑ และ ๒๕๓๔ จนถึงรัฐธรรมนูญในปัจจุบัน”
ก.  ให้ความรู้                         โน้มน้าวใจ                           ค.  จรรโลงใจ                       ง.  แสดงทรรศนะ
 
๖.  ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับโวหารภาพพจน์
 
.  อุปมา คือการเปรียบสิ่งหนึ่งให้เป็นสิ่งหนึ่ง            
ข.  บุคลาธิษฐาน  คือ  การเลียนเสียงธรรมชาติ
ค.  สัทพจน์  คือการทำให้สิ่งที่ไม่ใช่คน มีกิริยาอาการเหมือนกับคน   
 ง.  อติพจน์  คือ การกล่าวเกินจริง
๗.     คำประพันธ์ในข้อใดใช้รสวรรณคดีแบบเสาวรจนี
 
.       พลางเข่นเขี้ยวเคี้ยวกรามคำรามร้อง                                      ข.รูปก็กากปากไม่เปราะดูเหมาะเหม็ง
ค.ประไพพักตร์ลักษณ์ล้ำล้วนขำคม                                               ง. นมสองข้างอย่างกระโปรงดูโตงเตง
๘. คำประพันธ์ในข้อใดใช้รสวรรณคดีแบบสัลลาปังคพิสัย
 
 ก. “นางผีเสื้อเหลือโกรธโลดทะลึ่ง               โตดังหนึ่งยุคุนธร์ขุนไศล”
ข.  “ประไพพักตร์ลักษณ์ล้ำล้วนขำคม           ทั้งเนื้อนมนวลเปล่งออกเต่งทรวง”
 ค. “พระฟังคำน้ำเนตรลงพรากพราก           คิดถึงยากยามวิโยคยิ่งโศกศัลย์”
ง.  “พระโฉมยงองค์อภัยมณีนาถ                    เพลินประพาสพิศดูหมู่มัจฉา”
๙.  ข้อใดเป็นวรรณกรรม
 
.  ขุนช้าง ขุนแผน             ข.  อิเหนา              ค.  สี่แผ่นดิน                         ง.  รามเกียรติ์
๑๐.  วรรณคดีข้อใดถ่ายทอดสืบต่อกันมาแบบปากต่อปาก
 
.  วรรณคดีลายลักษณ์                                       ข.  วรรณคดีมุขปาฐะ
ค.  วรรณคดีราชสำนัก                                        ง.  วรรณคดีท้องถิ่น
๑๑.  ข้อใดมีการเล่นคำ
 
.  ถึงเกาะเกิดเกิดเกาะขึ้นกลางน้ำ                  เหมือนเกิดกรรมเกิดราชการหลวง
ข.  จิบจับเจาเจ่าเจ้า                                               รังมา
ค.  เค้าค้อยค่อยคอยหา                                        เห็นโทษ
ง.  โอ้เจดีย์ที่สร้างยังร้างรัก                                เสียดายนักนึกน่าน้ำตากระเด็น
๑๒.  “....แต่แม่เที่ยวเซซังเสาะแสวงทุกแห่งห้องหิมเวศ  ทั่วประเทศทุกราวป่า  สุดนัยนาที่แม่จะตามไปเล็งแล...ก็สุดสิ้น สุดปัญญา สุดหา สุดค้น เห็นสุดคิด...”คำประพันธ์นี้ดีเด่นด้านใด
ก.  การเล่นคำเชิงคำถาม                                     ข.  การเล่นคำพ้อง
ค.  การเล่นคำซ้อน                                              ง.  การเล่นคำซ้ำ
๑๓.         “ไม่คลาดเคลื่อนเหมือนองค์พระทรงเดช                    แต่ดวงเนตรแดงดูดังสุริย์ฉาย
ทรงกำลังพระยาคชาพลาย                                                               มีเขี้ยวคล้ายชนนีมีศักดา”
คำประพันธ์นี้ใช้โวหารชนิดใด
 
.  พรรณนาโวหาร                             ข.สาธกโวหาร                      ค.  อธิพจน์                            ง.อุปมา
๑๔.  ข้อใดใช้บุคลาธิษฐานโวหาร
 
.  แผดเสียงสิงหนาทบรรหาร                         เหม่มันอหังการหยาบใหญ่
ข.  เรียมร่ำน้ำเนตรท่วม                                      ถึงพรหม
ค.  กระต่ายตัวหนึ่งยิ้มเยาะเต่าว่า เท้าสั้น เดินช้า เต่าหัวเราะแล้วพูดว่า เรามาวิ่งแข่งกัน
ง.  ดูงูขู่ฝูดฝู้                                                           พรูพรู
๑๕.  ข้อใดเป็นสัทพจน์โวหาร
ก.  แผดเสียงสิงหนาทบรรหาร                         เหม่มันอหังการหยาบใหญ่
ข.  เรียมร่ำน้ำเนตรท่วม                                      ถึงพรหม
ค.  กระต่ายตัวหนึ่งยิ้มเยาะเต่าว่า เท้าสั้น เดินช้า เต่าหัวเราะแล้วพูดว่า เรามาวิ่งแข่งกัน
ง.  ดูงูขู่ฝูดฝู้                                                           พรูพรู
๑๖.  ข้อใดเป็นอติพจน์โวหาร
 
.  แผดเสียงสิงหนาทบรรหาร                         เหม่มันอหังการหยาบใหญ่
ข.  เรียมร่ำน้ำเนตรท่วม                                      ถึงพรหม
ค.  กระต่ายตัวหนึ่งยิ้มเยาะเต่าว่า เท้าสั้น เดินช้า เต่าหัวเราะแล้วพูดว่า เรามาวิ่งแข่งกัน
ง.  ดูงูขู่ฝูดฝู้                                                           พรูพรู
   อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม  แล้วตอบคำถามข้อ ๑๗ - ๑๘
“.... ถึงแม้ชีวิตมนุษย์จะหนีความทุกข์ไม่พ้น เราก็ไม่ควรมีชีวิตอยู่อย่างสิ้นหวัง การดิ้นรนต่อสู้และเอาชนะความล้มเหลวทำให้ชีวิตมนุษย์มีคุณค่าขึ้น...ผู้ที่ไม่ต่อสู้ดิ้นรนเพราะมองไม่เห็นความสำเร็จอยู่ข้างหน้า และทำตัวเหมือนกรวดทรายที่ไหลไปตามกระแสน้ำนั้นเป็นผู้ที่ทำตัวไม่สมกับที่เกิดมาเป็นมนุษย์”
๑๗. ข้อใดเป็นสาระสำคัญของข้อความข้างต้น
 
 ก. การต่อสู้ดิ้นรนเป็นธรรมชาติของมนุษย์
 ข. ชีวิตมนุษย์ย่อมมีทั้งสุข สมหวัง และสิ้นหวัง
 ค. ความล้มเหลวช่วยให้มนุษย์ประสบความสำเร็จในชีวิต
 ง.  คุณค่าของชีวิตมนุษย์อยู่ที่การต่อสู้เพื่อเอาชนะอุปสรรค
๑๘.  ข้อความข้างต้นใช้วิธีการโน้มน้าวใจตามข้อใด
 
 ก. ใช้โวหารเปรียบเทียบเพื่อเร้าอารมณ์
 ข.  ใช้โวหารอธิบายและอ้างเหตุผลอย่างเหมาะสม
 ค.  ใช้การอ้างหลักความจริงเพื่อชักชวนให้คล้อยตาม
 ง.  ใช้การกล่าวซ้ำและความขัดแย้งกันมาอ้างเป็นเหตุผล
 
อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม  แล้วตอบคำถามข้อ ๑๙ - ๒๐
....การแยกทางเดินให้แก่ความสนใจจากสายหนึ่งไปสู่อีกสายหนึ่งนี้ทำยากเหลือเกิน ถ้าหากท่านไม่ได้เตรียมถนนแห่งความสนใจไว้หลาย ๆ สาย ดังนั้นในการเตรียมรับมือกับความทุกข์ที่จะเกิดขึ้นในวันหน้า จึงต้องเตรียมหาถนนแห่งความสนใจไว้หลาย ๆ สาย ตั้งแต่ในเวลาอันผุดผ่องชื่นบาน เพื่อว่าเมื่อถึงภาวะฉุกเฉินแห่งชีวิตท่านจะได้มีทางออกหลาย ๆ ทาง”
๑๙.  ข้อใดเป็นสาระสำคัญของข้อความข้างต้น
 
 ก. ทุกคนควรพร้อมที่จะแก้ปัญหานานาประการในชีวิต
 ข. ทุกคนย่อมหาทางออกให้ชีวิตได้เสมอเมื่อมีความทุกข์
  ค.  การเปลี่ยนแปลงความคิดหรือความสนใจเป็นเรื่องยาก
  ง.  การเตรียมชีวิตให้พร้อมย่อมจะประสบความสำเร็จในชีวิต
๒๐.  ข้อความนี้ผู้เขียนต้องการเตือนสติผู้อ่านในเรื่องใดมากที่สุด
 
 ก. โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน
 ข. ชีวิตจะพ้นภัยถ้าไม่ประมาท
 ค.  ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
 ง.  ความทุกข์กับความสุขเป็นของคู่กัน


 ขออภัยด้วยนะคะที่อ่านยากมากเลยืคือต้องคัดลอกลงเวิร์ดแล้วจัดใหม่อีกทีนะคะ

 
 
 
 
 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: ข้อสอบ 
· หมายเลขบันทึก: 335886 · เขียน:  
· ดอกไม้:
1
 · ความเห็น:
21
 · อ่าน: แสดง
· สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
แจ้งลบ
แจ้งลบ
ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ Fri Feb 12 2010 14:07:32 GMT+0700 (ICT)

ลองไปที่แก้ไขบล็อก แก้ไขข้อความนะครับ...

feeromone
เขียนเมื่อ Fri Feb 12 2010 14:35:41 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณนะคะ ลองแก้แล้วไม่หายเลยค่ะ

กัลยารัตน์
IP: xxx.24.19.222
เขียนเมื่อ Sat May 08 2010 23:19:54 GMT+0700 (ICT)

คือหนูอยากได้เฉลยค่ะจะได้ไปตรวจว่าถูกหรือป่าว

2355
IP: xxx.180.233.178
เขียนเมื่อ Sat Nov 27 2010 13:32:50 GMT+0700 (ICT)

ไอ้เหี้ย พวกเมิงจะเอายังงัยกานแน่ว่ะ

55555
IP: xxx.180.233.178
เขียนเมื่อ Sat Nov 27 2010 13:34:25 GMT+0700 (ICT)

จะตบกันเลยป่ะล่ะ

2355
IP: xxx.180.233.178
เขียนเมื่อ Sat Nov 27 2010 13:35:32 GMT+0700 (ICT)

ที่ไหน เมื่อรัยว่ามา

55555
IP: xxx.180.233.178
เขียนเมื่อ Sat Nov 27 2010 13:37:15 GMT+0700 (ICT)

สาดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

เซน ทรัม

ห้องนำชั้น 3

เอาป่ะ

2355
IP: xxx.180.233.178
เขียนเมื่อ Sat Nov 27 2010 13:38:29 GMT+0700 (ICT)

อะไลห้องนำ

ศรีแก้ว
IP: xxx.93.212.193
เขียนเมื่อ Tue Feb 22 2011 12:57:14 GMT+0700 (ICT)

ชอบมาก ... ถ้าแยกข้อสอบเป็นรายมาตรฐานจะสะดวกกว่านี้

สมจิตต์ สาดแจ่ม
IP: xxx.67.89.92
เขียนเมื่อ Mon Mar 07 2011 20:32:53 GMT+0700 (ICT)

ดีแล้วท่ีลงข้อสอบมาให้เป็นแนวทางในการศึกษาหาความรู้ ดีกว่าบางคนที่หยาบคายไร้สาระ

feeromone
เขียนเมื่อ Tue Mar 08 2011 09:55:48 GMT+0700 (ICT)

ขอภัยด้วยนะคะที่ไม่ได้แนบเฉลยค่ะ

ชีเกมส์
IP: xxx.207.58.248
เขียนเมื่อ Mon Mar 21 2011 12:23:16 GMT+0700 (ICT)

กหฟหกฟห

ฟกฟหกฟห

หฟกฟหกฟห

หฟกฟห

IP: xxx.25.63.213
เขียนเมื่อ Tue Mar 22 2011 14:48:39 GMT+0700 (ICT)

dddddd

คนรักภาษาไทย
IP: xxx.67.191.128
เขียนเมื่อ Thu Mar 31 2011 17:33:48 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณสำหรับข้อสอบดีๆนะคะ

ป.ล.กรุณาไปโพสคำหยาบคายที่อื่นด้วยนะคะ

บ่าว ไทยเมเจอร์
IP: xxx.172.94.100
เขียนเมื่อ Tue Jul 05 2011 00:12:25 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากมาย สำหรับข้อสอบดี ๆ แต่...ถ้ามีเฉลยก็คงจะดีไม่น้อยเลย เสียอย่างเดียว มีการด่ากันบนเว็บบอร์ดด้วย เหอะ ๆ

เจ วิชาเอกภาษาไทย
IP: xxx.172.94.100
เขียนเมื่อ Tue Jul 05 2011 00:17:19 GMT+0700 (ICT)

ข้อสอบดี มากเลย อยากได้เฉลยครับ รบกวนส่งให้ท่างเมลหน่อยได้ไหมครับ ขอบคุณครับ ^_^

เกศราภรณ์
IP: xxx.173.42.253
เขียนเมื่อ Mon Jul 11 2011 18:42:40 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะ

grace
IP: xxx.173.116.23
เขียนเมื่อ Wed Jul 20 2011 18:03:21 GMT+0700 (ICT)

น่าจะมีเฉลยนะคะ

ะะั
IP: xxx.173.243.167
เขียนเมื่อ Wed Feb 01 2012 14:31:09 GMT+0700 (ICT)

ข้อสอบดีมากเลยคะหนูชอบชอบ

รักรักรักภาษาไทย
IP: xxx.173.243.167
เขียนเมื่อ Wed Feb 01 2012 14:36:43 GMT+0700 (ICT)

น่าจะมีเฉลย แล้วทำไมต้องด่ากันด้วย งง งง งง งง งง งง งง งง งง งงงงงง

สรศัก
IP: xxx.145.44.34
เขียนเมื่อ Mon May 20 2013 19:41:12 GMT+0700 (ICT)

ผมอยากได้เฉลย -.-    -0-

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
ใส่รูปหรือไฟล์