สระไทย เปลี่ยนแล้วค่ะ

 

"สระไทย"  เปลี่ยนแล้วค่ะ..

             จากเดิม    มี  ๒๑  รูป  ๓๒  เสียง

    ปัจจุบันเปลี่ยน เป็น  ๓๖  รูป  ๒๑  เสียง

ของจริงค่ะ..มีหลักฐานยืนยันแน่นอน

 

       จากการทดสอบความรู้ของครูผู้สอนภาษาไทย ของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  โดยสถาบันภาษาไทย  กระทรวงศึกษาธิการ  ได้เสนอแบบทดสอบความรู้เรื่องหลักเกณฑ์ภาษาไทย   มีอยู่หนึ่งข้อที่คุณครูภาษาไทยก็ยังไม่ทราบ  เป็นที่ถกเถียงกันพอสมควร    จึงขอนำมาบอกกล่าวแบ่งปันเพื่อนบ้านภาษาไทยค่ะ.. 

 

สระในภาษาไทย ในปัจจุบัน 

                    มีการแบ่งรูปและเสียง  ได้ ๒ ลักษณะ  คือ                               

     ๑.หนังสือหลักภาษาไทย ของพระยาอุปกิตศิลปสาร    กำหนดว่าสระในภาษาไทย มี ๒๑ รูป  ได้แก่ 

  • อ ตัวออ

  • ย ตัวยอ

  • ว ตัววอ

  • ฤ ตัวรึ

  • ฤๅ ตัวรือ

  • ฦ ตัวลึ

  • ฦๅ ตัวลือ  

      หากนำมาประกอบกันจะเกิดสระใหม่ได้  เช่น เ- เมื่อนำมาประสมกับรูปสระ -ะ  จะกลายเป็นสระ เ-ะ  เป็นต้น

    เสียงสระ    ในภาษาไทยมี ๓๒ เสียง ได้แก่สระเดี่ยว ๑๘ เสียง สระประสม ๖ เสียงและสระเกิน ๘ เสียง  ได้แก่

    สระเดี่ยว      คือ สระเสียงสั้นและเสียงยาวคู่กัน  ๙ คู่  ๑๘ เสียง ได้แก่

  • อะ     คู่กับ   อา    
  • อิ      คู่กับ    อี
  • อุ      คู่กับ    อู
  • เอะ    คู่กับ   เอ
  • โอะ   คู่กับ   โอ
  • เออะ  คู่กับ   เออ
  • เอาะ  คู่กับ   ออ
  • อึ      คู่กับ   อือ   

    สระประสม      คือ  สระเดี่ยวประสมกัน  ๖  เสียง  ได้แก่

  • สระอุ    กับ   สระอู        เป็น   สระอัวะ  
  • สระอิ    กับ   สระอะ      เป็น    สระเอียะ
  • สระอึ    กับ   สระอะ      เป็น    สระเอือะ
  • สระอู    กับ   สระอา      เป็น    สระอัว
  • สระอี    กับ   สระอา      เป็น    สระเอีย
  • สระอือ  กับ   สระอา      เป็น    สระเอือ

     สระเกิน     ได้แก่  -ำ  ใ- ไ- เ-า  เป็นรูปสระที่มีเสียงพยัญชนะรวมอยู่ด้วย (เสียง ม ย ว)

ส่วน ฤ ฤๅ ฦ ฦๅ   มีเสียง  ร  ล  นำหน้าเสียงสระ  เราจึงเรียกรูปสะดังกล่าวว่า "สระเกิน

 

    ๒.หนังสือบรรทัดฐานภาษาไทย เล่ม ๑ (กรมวิชาการ : ๒๕๔๕)   พิจารณาจากรูปสระที่ปรากฏในการใช้ในคำ  ประโยค หรือ ข้อความ  จึงทำให้มีรูปสระที่ใช้แทนเสียง มีจำนวน  ๓๖   รูป  ได้แก่ 

  • ๑.       -      เรียกว่า ไม้ไต่คู้                 ๑๙.    โ-ะ     เรียกว่า สระ โอะ 
  • ๒.      -ะ       เรียกว่า สระ อะ                 ๒๐.    โ-       เรียกว่า สระ โอ          
  • ๓.      -       เรียกว่า ไม้หันอากาศ         ๒๑.    เ-าะ    เรียกว่า สระ เอาะ
  • ๔.      -า       เรียกว่า สระ อา                ๒๒.    -อ      เรียกว่า สระ ออ
  • ๕.      -ำ       เรียกว่า สระ อำ                ๒๓.    -็อ      เรียกว่า สระ  ออ กับไม้ไต่คู้
  • ๖.       -ิ        เรียกว่า สระ อิ                 ๒๔.    เ-อะ    เรียกว่า สระ เออะ
  • ๗.      -ี        เรียกว่า สระ อี                 ๒๕.    เ-อ     เรียกว่า สระ เออ
  • ๘.      -ึ        เรียกว่า สระ อึ                 ๒๖.    เ-ิ       เรียกว่า สระ เออ
  • ๙.      -ื        เรียกว่า สระ อือ               ๒๗.    เ-ียะ    เรียกว่า สระเอียะ
  • ๑๐.     -ือ      เรียกว่า สระ อือ - ออ       ๒๘.    เ-ีย      เรียกว่า สระ เอีย
  • ๑๑.     -ุ        เรียกว่า สระ อุ                ๒๙.    เ-ือะ    เรียกว่า สระ เอือะ
  • ๑๒.    -ู        เรียกว่า สระ อู                 ๓๐.    เ-ือ     เรียกว่า สระ เอือ
  • ๑๓.    เ-ะ      เรียกว่า สระ เอะ              ๓๑.    -วะ     เรียกว่า สระ อัวะ
  • ๑๔     เ-       เรียกว่า สระ เอ               ๓๒.    -ว     เรียกว่า สระ อัว        
  • ๑๕.    เ-็       เรียกว่า สระ เอ กับไม้ไต่คู้ ๓๓. -ว  เรียกว่า ตัว วอ
  • ๑๖.     แ-ะ     เรียกว่า สระ แอะ            ๓๔.    ใ- เรียกว่า สระ ใอไม้ม้วน
  • ๑๗.  แ-        เรียกว่า สระ แอ              ๓๕.    ไ- เรียกว่า สระ ไอไม้มลาย                                    
  • ๑๘.    แ-็       เรียกว่า สระ แอ กับไม้ไต่คู้     ๓๖. เ-าเรียกว่า สระ เอา

  เสียงสระในภาษาไทย มี ๒๑ เสียง ดังนี้

  สระเดี่ยว คือ สระที่เปล่งเสียงโดยอวัยวะในช่องปากอยู่ในตำแหน่งเดียวตลอดเสียง เช่น           เสียงสระของคำว่า กา ขอ เจอ ดู ตา นา มือ สี เป็นต้น หน่วยเสียงสระเดี่ยวในภาษาไทยมี ๑๘ หน่วย

  สระประสม คือ สระที่เปล่งเสียงโดยอวัยวะที่ใช้ออกเสียงอยู่ในตำแหน่งมากกว่า ๑ ตำแหน่ง        หน่วยเสียงสระประสมในภาษาไทยมี ๓ หน่วย คือ

    เ-ีย      เช่น     เสียงสระในคำว่า   เลีย เรียน เปียก เรียบ  เงียบ เกี๊ยะ เผียะ เป็นต้น

    เ-ือ     เช่น     เสียงสระในคำว่า   เกลือ  เมื่อ  เชื่อ  เหลือ เป็นต้น

    -ว       เช่น     เสียงสระในคำว่า   ตัว  กลัว  นวล  รวบ  ผัวะ  จั๊วะ เป็นต้น

สำหรับ  -ำ  ใ-  ไ-  เ-า  เป็นรูปสระที่มีเสียงพยัญชนะรวมอยู่ด้วย (เสียง ม ย ว) ส่วน ฤ  ฤๅ  ฦ ฦๅ      มีเสียง ร  ล นำหน้าเสียงสระ เราจึงเรียกรูปสระดังกล่าวว่า สระเกิน

   

     ดังนั้นในการใช้ในสถานศึกษาปัจจุบัน จึงมีคำถามว่าแล้วจะเลือกใช้จากตำราใด  ระหว่างตำราเดิมของพระยาอุปกิตศิลปสาร  กับตำราของกระทรวงศึกษาธิการ ผู้เขียนก็พยายามหาคำตอบ  โดยการสอบถามจากผู้รู้และผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ สถาบันภาษาไทย  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ  และคณาจารย์จากมหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับคำตอบว่า ให้ใช้ของกระทรวงศึกษาธิการ                 

      

      แหล่งอ้างอิงสำคัญ (สำหรับท่านผู้อ่านที่สนใจค่ะ) 

      หนังสืออุเทศภาษาไทย  ของ กระทรวงศึกษาธิการ

      เล่ม ๑ ระบบเสียง  อักษรไทย  การอ่านคำและการเขียนสะกดคำ (เล่มนี้ค่ะ ที่ว่าด้วยเรื่อง สระไทย)

      เล่ม ๒ คำ  การสร้างคำและการยืมคำ

      เล่ม ๓ ชนิดของคำ  วลี ประโยคและสัมพันธสาร

      เล่ม ๔ วัฒนธรรมการใช้ภาษาไทย

      เล่ม ๕ กระบวนการคิดและการเขียนร้อยแก้ว

      เล่ม ๕ กระบวนการคิดและการเขียนร้อยแก้ว

      เล่ม ๖ ฉันทลักษณ์และขนบการเขียนร้อยกรอง

 

..หวังว่าสาระของบันทึกนี้จะพึงบังเกิดประโยชน์สำหรับเพื่อนบ้านภาษาไทยบ้างนะคะ..

สวัสดีค่ะ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 298322
 เขียน:  
 ดอกไม้:  ความเห็น: 25  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

ณัฐรดา
เขียนเมื่อ Thu Sep 17 2009 08:06:22 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ

มาอ่านค่ะ

ไว้รอตามต่อค่ะ

small man
เขียนเมื่อ Thu Sep 17 2009 10:25:56 GMT+0700 (ICT)

ลูกสาวอยู่มอสาม มาถามว่าสระไทย มีกี่รูป กี่เสียงกันแน่ หลายตำราไม่ตรงกัน ผมเองก็ไม่กล้าตอบครับ

ศน.อ้วน
เขียนเมื่อ Sat Sep 19 2009 07:04:16 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีอาจารย์ฌัฐรดาเช่นกันค่ะ

อ่านต่อได้แล้วนะคะ..อิอิ

ค่อนข้างต้วมเตี้ยมค่ะ

ระบบการพิมพ์บันทึกเปลี่ยนไป

ขอบคุณมากค่ะ..ที่แวะมาอ่าน

ศน.อ้วน
เขียนเมื่อ Sat Sep 19 2009 07:25:33 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะท่านรอง..

อิอิ..ฟันธงค่ะ

ใช้ของกระทรวงศึกษาธิการค่ะ

กระทรวงให้เริ่มใช้ตั้งแต่ปรับโครงสร้างของกระทรวง ในปี ๒๕๔๖ ค่ะ

แต่ก็ยังไม่มีการประชาสัมพันธ์อย่างแพร่หลาย

แม้แต่คุณครูภาษาไทยก็ยังไม่ทราบค่ะ

เพิ่งมาตื่นตัวก็ในปีนี้ ที่สพฐ.ให้มีการประเมินครูผู้สอนภาษาไทย (กลุ่มตรงวุฒิและไม่ตรงวุฒิ)

เพราะบังเอิญมีคำถามในข้อสอบด้วย  และคุณครูส่วนใหญ่ก็สงสัยว่าเฉลยผิดหรือไม่

สพฐ.จึงเร่งประชาสัมพันธ์ใหม่อีกค่ะ

ท่านรองฯตอบลูกสาวได้นะคะ

และหาแหล่งอ้างอิงได้ด้วยค่ะ

ขอบคุณค่ะ..

 

 

ครูดอย
เขียนเมื่อ Sat Sep 26 2009 18:49:43 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณครับ

อดีตครูดอย
IP: xxx.172.199.250
เขียนเมื่อ Tue Oct 06 2009 11:14:44 GMT+0700 (ICT)

<p>ขอบคุณ ศนม ากนะคะที่ให้ข้อมูลเรื่องนี้แต่ตามความคิดเห็นของดิฉันรู้สึกว่าไม่ค่อยเห็นด้วยกับการแบ่งรูปสระของสถาบันภาษาไทยเพราะเยอะ และลำบากต่อการสอนให้เด็กอ่านออกเขียนได้คะ เพราะถ้าใช้สระแบบสถาบันภาษาไทย เราคงต้องสอนให้เด็กจำเป็นคำ และการสอ นแบบจำเป็นคำนี่แหละคะเป็นสาเหตุให้เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ หรืออ่านได้ก็อ่านแบบเกินไปบ้าง อ่านตกไปบ้าง และเขียนก็เขียนสลับกันไปมา อย่างเช่น ควร เด็กจะจำผิด เขียนเป็น ครว เพราะไม่เข้าใจเรื่องการสะกดคำ แต่ถ้าใช้แบบของพระยาอุปกิต ให้เด็กจำรูปสระทั้ง 21 ตัว และบอกว่า ตัวนั้นกับตัวนี้ประสมกันออกเสียงแบบนี้ หลังจากนั้นก็ให้นำพยัญชนะใส่ตรงกลางแล้วอ่านแบบสะกดแจกลูก แค่นี้หัดทุกวันเด็ก ๆ ก็อ่านได้และก็เขียนได้และเขียนได้ถูกต้องด้วยไม่ใช่อ่านได้เขียนได้เฉพาะคำที่สอนนะคะ คำที่ประสมสระแบบเดียวกันเด็กก็อ่านได้และเขียนได้ด้วย เพราะอาศัยลักษณะคำที่เหมือนกัน ศน ลองสังเกตดูนะคะว่าเด็กสมัยที่ใช้แบบเรียน มานี มานะ กับเด็กที่ใช้แบบเรียน กล้า แก้ว และใช้แบบภาษาพาที วรรณคดีลำนำ เด็กชุดไหนอ่านออกเขียนได้เป็นจำนวนมากกว่ากันคะ จะเห็นได้ว่า เด็กชุดที่ใช้ มานี มานะ ก็คือรุ่นเรา ๆ นี่แหละคะที่อ่านออกเขียนได้ดีกว่า ขอโทษนะคะ พ่อแม่เราที่เรียนจบ ป. 4 สมัยนั้นกับ เด็ก ม.3 สมัยนี้ คนที่ จบ ป. 4 สมัยนั้นยังอ่านเขียนหนังสือได้คล่องบกว่าเด็กม. 3 สมัยนี้อีกคะ อยากขอความกรุณา ศน ช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ลองพิจารณาเรื่องนี้ดูหน่อยนะคะ ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไป ผลสัมฤทธิ์วิชาภาษาไทยก็คงไม่ขึ้นอยู่ดีคะถ้าไม่นำหลักสูตรดี ๆ จากสมัยก่อนมาปรับใช้กับสมัยปัจจุบันคะขอบคุณคะ

นนทน์ เครื่องพนัส
IP: xxx.123.213.65
เขียนเมื่อ Tue Oct 13 2009 17:48:06 GMT+0700 (ICT)

อยากรู้คำอ่านที่ประสมด้วยสระไอไม้ม้วน( ใ )เช่น ดีใจ อ่านว่า ดี - ใจ หรือ ดี - ไจ

นงลักษณ์ ผายพิมาย
IP: xxx.123.54.211
เขียนเมื่อ Sat Oct 31 2009 19:52:37 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ ศน.อ้วน

สงสัยว่า ศน.อ้วน กับครูภาทิพ ทำไมหน้าตาเหมือนกันเลย ภาพเอียงขวาเหมือนกัน ครูแก่ๆ ก็เลยต้องใช้แว่นสายตา

เข้าช่วย อยากให้ศน.ช่วยเอาข้อสอบมาลงให้ด้วยจะได้รู้แนวทางข้อสอบ

เพลงเพราะมาก ใช่เสียงคุณสุนทรี เวชชานนท์ แม่ของลานนาหรือไม่ อยากให้หาเพลงเพราะๆ แบบนี้มาลงอีกหลายๆเพลง สำเนียงของคนเชียงใหม่เพราะมาก ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

ชนิษฐา ใหม่แปลง
IP: xxx.31.1.229
เขียนเมื่อ Sat May 29 2010 21:40:48 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณครูอ้วนค่ะ

ดีใจมากที่หาอ่านเนื้อหาขอครู เด็กสมัยนี้(อาจรวมถึงดิฉันด้วย)ใช้ภาษาไทยไม่ถูก ไม่รู้จักภาษาไทยซึ่งเป็นภาษาพ่อภาษาแม่โคตรเง้าเหล่อกอ ดีที่ยังมีหลักสูตรสอนเด็กๆ ซึ่งดิฉันเองดูการบ้านวิชาภาษาไทยของลูกๆ (ซึ่งมี 2 คน/ชั้น ป.3 และ ป.5) ก็ปวดหัว เพราะเราอาจเคยเรียนแต่ไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์ เลยทำให้ลืมความรู้เก่าๆ ไปเลย (เป็นสนิมว่างั้น) ดูการบ้านลูกๆ โดยเฉพาะวิชาภาษาไทย ทำให้ได้ความรู้ภาษาไทยไปด้วย และก็ได้เรียนรู้ว่า ภาษาไทยเป็นภาษาที่ไม่ง่ายเลยค่ะที่ทุกคนจะรู้จริงเพราะมีความละเอียดอ่อนมากๆ และหาข้อมูลยากมาก ไม่ค่อยมีใครทำ (ตอบการบ้านลูกเป็นหลักค่ะ)ขอเป็นกำลังใจให้คุณครูให้เด็กไทยรักภาษาไทย รู้ลึกและรู้จริง ใช้ถูกต้องในภาษาไทยนะค่ะ

คุณแม่ลูกสาว 2 คน

ณัฐสินี
IP: xxx.9.59.98
เขียนเมื่อ Tue Sep 14 2010 20:56:35 GMT+0700 (ICT)

อยากทราบว่า ฤกษ์ เป็นสระเดี่ยว สระประสม หรือสระเกิน คะ

ขอบคุณล่วงหน้าเลยค่ะ อ.อ้วน

sajja
IP: xxx.169.40.157
เขียนเมื่อ Tue Sep 21 2010 11:33:00 GMT+0700 (ICT)

เห็นด้วยกับ ท่านอดีตครูดอยครับ ขณะนี้ตัวผมเองก็สอนลูกไม่ถูกแล้ว ยกตัวอย่างคำว่า กับ ตัวผมและคุณครูที่สอนผมมาสะกดว่า

ก-ไม้หันอากาศ-บ=กับ แต่สมัยนี้ที่โรงเรียนสอนให้สะกดว่า ก-อะ-บ=กับ ถ้าสะกดแบบที่โรงเรียนสอนทำไมไม่ตัดไม้หันอากาศทิ้ง

ไปให้เหมือน คอ-คน และ ขอ-ขวด ให้สิ้นเรื่องไปเลยล่ะครับ กระทรวงศึกษา

ปล.มาแก้ภาษาอยากเป็นตำนานมั้ง?

ครูจารีย์ บุณยวรรต ครูชุมพรค่ะ
IP: xxx.93.207.5
เขียนเมื่อ Wed Feb 23 2011 10:30:27 GMT+0700 (ICT)

ขณะนี้ทราบมาว่าเพิ่มรูปสระอีก๑รูป คือ ไ - ย รวมเป็นรูปสระทั้งหมด ๓๗ รูป แล้วค่ะ  ส่วนหน่วยเสียงลดลง เหลือเพียง ๒๑ หน่วยเสียงเท่านั้น นะคะ ต้องแจ้งนักเรียนกันใหม่ล่ะค่ะ

นันทิตา
IP: xxx.86.220.190
เขียนเมื่อ Sat Jul 23 2011 17:20:46 GMT+0700 (ICT)

ได้ความรู้เกี่ยวกับสระและเสียงของสระดีค่ะ

วิจิตรา
IP: xxx.49.237.152
เขียนเมื่อ Sun Jul 31 2011 12:44:53 GMT+0700 (ICT)

สระในภาษาไทยมี 21รูป 32 เสียงคะ แต่ถ้าเรียนในระดับอุดมศึกษาเขาจะบอกว่ามี21รูป21เสียงคะ

ครูวร ณ ริมดอย
IP: xxx.77.204.126
เขียนเมื่อ Wed Jan 02 2013 19:52:35 GMT+0700 (ICT)

ดิฉันเพิ่งเข้ามาอ่านดุเพราะกำลังออกข้อสอบหลักภาษา ที่ยืนหยัดสอนมานาน เด็กเคยเบื่ออย่างไรก็เบื่ออย่างนั้นเหมือนที่ดิฉันเคยเบื่อ แต่ก็เปิดดุใหม่ได้ถ้าลืม ค่ะดิฉันงงที่สระมี 37 รูปของคุณครูจารีย์ แต่เห็นคุณวิจิตราตอบก็ใช่ เพิ่มนิดหนึ่งว่า  ครูมัธยมก็ต้องสอนว่าสระเดี๋ยวนี้มี 21 เพราะสระประสมเสียงสั้นไม่่ค่อยมีในภาษาไทย ส่วนรูปก็คงเท่ากัน  และขอช่วยตอบคุณณัฐสินีว่า ฤกษ์ เป็นเสียงพยัญชนะ/ร/ สระเออซึ่งก็มีหลักการใช้ตัวนี้อยู่

ครูสมจิตต์ ณ ลำปาง
IP: xxx.204.18.70
เขียนเมื่อ Sat Jan 12 2013 22:48:23 GMT+0700 (ICT)

งงเหมือนกันค่ะเพราะสอนไปก็ต้องเปิดหนังสืออุเทศภาษาไทยชุดบรรทัดฐานภาษาไทยไปด้วยและที่สำคัญหนังสืออุเทศภาษาไทยมีแค่ เล่มที่1-4  ขาดเล่มที่ 5-6 ตอนสั่งซื้อได้ไม่ครบ แล้วไม่มีจำหน่ายในร้านหนังสือทั่วไปด้วย ท่านศน.อ้วนจะมีอะไรแนะนำบ้างคะยินดีรับฟังค่ะขอบคุณล่วงหน้าเป็นอย่างสูง

yee
IP: xxx.48.150.29
เขียนเมื่อ Mon Apr 29 2013 14:34:18 GMT+0700 (ICT)

งง! มากค่ะ  งั้นก็แสดงว่า ็ เป็นสระแล้วสิคะ เดิมเราเคยสอน เคยจำกันว่า ็ เนี่ย คือ สัญลักษณ์ แทน ะ ในสระ เ-ะ ,แ-ะ เมื่อมีตัวสะกดตามหลัง  นี่นา  แล้วตอนนี้จะอธิบายอย่างไรหนอ ชาวโลก!

หลักการเดิมก็ชัดเจนอยู่แล้ว

ขอบคุณค่ะ

L
IP: xxx.0.150.39
เขียนเมื่อ Sat May 18 2013 22:57:31 GMT+0700 (ICT)


สวัสดีครับ..

ผมคิดว่า ็ คล้ายกับ ้ นะครับ

มันต่างกันอย่างไรเหรอครับ

kj
IP: xxx.173.156.108
เขียนเมื่อ Sun May 19 2013 10:40:20 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณครับ

คนดี
IP: xxx.173.156.108
เขียนเมื่อ Sun May 19 2013 17:24:32 GMT+0700 (ICT)

...

.
IP: xxx.173.156.108
เขียนเมื่อ Sun May 19 2013 18:02:28 GMT+0700 (ICT)

งง! มากครับ  งั้นก็แสดงว่า ็ เป็นสระแล้วสิครับ เดิมเราเคยสอน เคยจำกันว่า ็ เนี่ย คือ สัญลักษณ์ แทน ะ ในสระ เ-ะ ,แ-ะ เมื่อมีตัวสะกดตามหลัง  นี่นา  แล้วตอนนี้จะอธิบายอย่างไรหนอ ชาวโลก!

หลักการเดิมก็ชัดเจนอยู่แล้ว

ขอบคุณครับ


.
IP: xxx.173.156.108
เขียนเมื่อ Sun May 19 2013 18:05:37 GMT+0700 (ICT)

.

you
IP: xxx.173.156.108
เขียนเมื่อ Sun May 19 2013 18:06:13 GMT+0700 (ICT)

thank

..
IP: xxx.173.156.108
เขียนเมื่อ Sun May 19 2013 18:07:05 GMT+0700 (ICT)

..

ยุพา เรืองนิคม
IP: xxx.11.187.212
เขียนเมื่อ Wed Sep 11 2013 14:05:41 GMT+0700 (ICT)

ไม่เคยเข้ามาอ่านเลยค่ะแต่วันนี้อยากจะมาศึกษาในเรื่องของสระเกินใครมีข้อมูลเยอะๆเกี่ยวกับสระเกินช่วยแนะนำด้วยค่ะ

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า