สมาชิก
แลกเปลี่ยน
 

พ่อคำเดื่อง ภาษี

การปฏิรูปการศึกษานั้นไม่ใช่เพียงแค่ปรับกระบวนการเรียนรู้และปฏิรูปครูเท่านั้น แต่ต้องแก้ไขระบบการศึกษาที่อยู่ในกรอบคิดแบบเก่า (ทุนนิยม) ที่ยังเอาเงินเป็นตัวตั้ง

พ่อคำเดื่อง ภาษี

ปราชญ์ชาวบ้าน ต.หัวฝาย อ.แคนดง

จ.บุรีรัมย์ ที่จบการศึกษาเพียงระดับประถมศึกษา และทำงานเป็นเกษตรกรมาตลอดชีวิต

แต่ด้วยความที่มีแนวคิดสวนกระแสคนอื่น ชอบศึกษาค้นคว้า สังเกต ตั้งคำถาม และแสวงหาคำตอบให้ตัวเอง โดยการปฏิบัติและเรียนรู้จากธรรมชาติ จนกลายมาเป็นที่ยอมรับของสังคมในปัจจุบัน เป็นเจ้าของรางวัลคนดีศรีสังคม ปี 2535 และครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ 1 เมื่อปี 2544

จากการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนั้น  พ่อคำเดื่องเห็นว่าต้นเหตุของปัญหา คือ การมุ่งเอาเงินเป็นตัวตั้ง ผลิตทุกอย่างเพื่อขาย เมื่อเข้าสู่ยุคการพัฒนาตั้งแต่ช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ 1 คนก็เลยพากันบุกเบิกพื้นที่ป่าให้เป็นที่ทำกิน ปลูกปอ ปลูกอ้อย มันสำปะหลัง และพืชเศรษฐกิจอีกหลายชนิด แต่การผลิตนั้นไม่มีการจัดการและวางแผนที่ดี มีแต่คนบอกว่าปลูกอันนั้นดี ปลูกอันนี้ดี จะมีเงินทองทำให้ร่ำรวย และมีการบุกรุกป่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดป่าก็เสื่อมโทรม สิ่งแวดล้อมก็เสื่อมโทรม

คิดและทำตามหลักอริยสัจ 4

พ่อคำเดื่องและเครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านภาคอีสาน จึงเสนอแนวคิดการทำเกษตรประณีตหนึ่งไร่ เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน โดยปลูกพืชที่กินได้เป็นยาได้ ปลูกไม้ไว้สร้างบ้านเรือนในอนาคต ขุดบ่อเลี้ยงปลา ทำทุกอย่างในพื้นที่ 1 ไร่โดยไม่ใช้สารเคมี ทั้งนี้ การทำเกษตรประณีตให้ประสบความสำเร็จต้องมีองค์ประกอบอย่างน้อย 4 ประการ คือ การกำหนดเป้าหมายที่ต้องอาศัยการคิด การคำนวณ และการคิดถูกทำถูก การรวมพลัง ซึ่งหมายถึง การรวมพลังคนในบ้าน คนในชุมชนมาช่วยกัน การตั้งมั่น คือต้องรู้จักตนเอง รู้จักผู้อื่น และรู้จักสิ่งแวดล้อ ส่วนสุดท้ายคือต้องตั้งใจ…ตั้งใจทำมาหากิน

ต้นไม้ต้นแรกที่พ่อคำเดื่องปลูกในที่แปลงนี้

อยากกินอะไรก็ปลูกเอง

พันธุ์กล้าไม้ต่างๆก็พึ่งตนเองได้

เมื่อหันพูดคุยเกี่ยวกับการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน พ่อคำเดื่องซึ่งประกาศตัวอย่างชัดเจนว่าไม่เชื่อมั่นกับการศึกษาในระบบ และให้ลูกทั้ง 3 คนออกจากโรงเรียน เพื่อมาเรียนรู้แนวทางการพึ่งตนเองตามที่ตัวเองได้วางรากฐานไว้ให้แล้วนั้น เห็นว่าการปฏิรูปการศึกษานั้นไม่ใช่เพียงแค่ปรับกระบวนการเรียนรู้และปฏิรูปครูเท่านั้น แต่ต้องแก้ไขระบบการศึกษาที่อยู่ในกรอบคิดแบบเก่า (ทุนนิยม) ที่ยังเอาเงินเป็นตัวตั้ง  อยากให้นำหลักอริยสัจ 4  มาประยุกต์ใช้กับการศึกษา โดยใช้การตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นให้คิดและหาคำตอบเอง  คิดบนหลักของความยั่งยืน  เข้าใจธรรมชาติ  เข้าใจระบบนิเวศ  ทำให้เห็นการปฏิบัติจริง  อย่าเพิ่งเชื่อตำรา  ต้องพิสูจน์ก่อน จึงจะเชื่อได้

ถ้าเข้าใจธรรมชาติก็จัดการได้โดยไม่ต้องเหนื่อยมาก

ธรรมชาติมีการปรับตัวและเกื้อกูลกัน

“การที่จะให้นักเรียนทำอะไร ผู้บริหารและครูจะต้องเข้าใจก่อน ส่วนใหญ่การทำตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงที่โรงเรียนทำกันเป็นเพียงรูปแบบ แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนวิธีคิด ต้องปรับวิธีคิด ตอนนี้เขายังไม่เชื่อว่าวิถีที่เราเดินตามฝรั่งได้หมดอายุขัยแล้ว โลกตอนนี้เหมือนเล่นไพ่จนหมดแต้มแล้ว แต่ไม่ยอมเลิกเล่น เหมือนกับที่มีคนทักท้วงว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะไม่ได้ผล ก็มีคนบอกว่าทั่วโลกเขาก็ทำแบบนี้ ทั้งที่ประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจของโลกที่เคยใช้วิธีการแบบเดียวกันนี้ล้วนแต่ล้มพังพาบอย่างไม่เป็นท่าอยู่ในปัจจุบัน”

ไหน?ที่บอกว่ารากพืชแย่งอาหารกันมันเป็นยังไง

ทุกข์ของเราเป็นแบบนี้หรือเปล่า

“คำว่าเศรษฐกิจพอเพียงคนส่วนใหญ่ยังมองเป็นเพียงเรื่องของการทำการเกษตรแบบอินทรีย์เพียงอย่างเดียวอยู่ ความจริงเศรษฐกิจพอเพียงยังรวมถึงการดำเนินชีวิตอื่นๆด้วย คือการใช้ชีวิตอย่างพอดีและคิดค้นหาวิธีการที่จะคืนความสมดุลให้กับโลก ไม่ใช่คิดแต่จะเอาและทำลายอย่างเดียว เหมือนเศรษฐกิจทุนนิยมที่มุ่งแข่งขันกันรวย แต่เศรษฐกิจพอเพียงคือการทำอย่างไรให้เหลือเก็บและคืนให้กับโลกให้มากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อมจะต้องรักษาไว้ให้รุ่นลูกรุ่นหลานมีใช้อย่างเพียงพอ”

ปลูกต้นไม้ นอกจากได้กำไรหลายร้อยเท่าแล้วยังช่วยลดโลกร้อนได้ด้วย

(ต้นนี้ 12 ปี)

อาณาจักรเขียวหมื่นปีที่เตรียมส่งต่อให้ลูกหลาน

ชีวิตเราจะต้องการอะไรไปมากกว่านี้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: ปราชญ์ชาวบ้าน พ่อคำเดื่อง 
· หมายเลขบันทึก: 270889
· สร้าง:    · อ่าน: แสดง · ดอกไม้:
2
 · ความเห็น:
9
 
· สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
แจ้งลบ
แจ้งลบ
บันทึกที่เกี่ยวข้อง
    นศ มข.
    IP: xxx.12.97.122
    เขียนเมื่อ Tue Jan 12 2010 09:56:47 GMT+0700 (ICT)

    ขอให้แนวคิดนี้ตรึงในหัวใจคนไทยให้ทั่วถึงค่ะ เพื่อนประเทศไทยของเรา

    วิษุวัต
    IP: xxx.26.9.19
    เขียนเมื่อ Sat Jul 17 2010 21:57:49 GMT+0700 (ICT)

    ได้มีโอกาสไปฟังคุณพ่อคำเดือง ถึงท่บ้าน ยอมรับว่าทึ่งในหลักคิดที่แหลมคม มองทะลุอนาคที่เป็นปัญหา และเตรียมแก้ปัญหา เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณตัวจริง ของให้อุดมการณ์ของพ่อคำเดื่อง ได้รับการสานต่อแนวคิดนี้จากคนทั้งโลก เพื่อพิทักษ์โลกของเราตลอดไป

    สายน้ำ
    IP: xxx.29.20.81
    เขียนเมื่อ Thu Jan 06 2011 10:55:32 GMT+0700 (ICT)

    คำพูดทุกคำที่พ่อพูด ฟังง่ายได้สาระน่านำไปใช้ แนวการปฏิบัติแบบนี้อยากนำไปใช้แต่ไม่รู้ว่าจะทำได้แค่ไหน ถ้าเราทำได้คงมีความสุขมากพึ่งพาตนเองได้ รักษาโลกด้วย อยากไปดูที่บ้านพ่อจังเลยแต่ไม่รู้จะไปอย่างไง

    นิสิต มก
    IP: xxx.108.157.72
    เขียนเมื่อ Sat Jan 22 2011 08:44:33 GMT+0700 (ICT)

    ถ้านิสิต นักศึกษา นำหลักการและความรู้ไปปฏิบัติ หลังจบการศึกษา เกษตรกรก็จะยั่งยืนได้

    และถ้าบุตรเกษตรกรไม่เป็นเกษตรกร ในอนาคตก็คงจะไม่มีเกษตรกรแล้วสังคมจะอยู่ได้อย่าไร

    IP: xxx.180.238.24
    เขียนเมื่อ Tue Jan 25 2011 15:06:27 GMT+0700 (ICT)

    การสอนดีมาก พูดก็ตลกฟังไม่เบื่อ

    จุฑาภัค มีฉลาด
    IP: xxx.11.7.15
    เขียนเมื่อ Sun Apr 17 2011 15:25:03 GMT+0700 (ICT)

    เพิ่งมีโอกาสได้ชมเวทีชาวบ้าน ได้รู้จักพ่อคำเดื่อง จากรายการ ทึ่ง ศรัทธา จะหาโอกาสทำตาม ตอนนี้ขอรับราชการรับใช้ชาติจะลงมือทำตามแนวคิดพ่อคำเดื่อง พอเกษียณก็ขึ้นสวรรค์พอดี ยังไม่ใจถึงพอที่จะลาออก เพราะหน้าที่ต้องดูแลคนอื่นอีกมาก

    ภวดี
    IP: xxx.213.59.97
    เขียนเมื่อ Mon Apr 18 2011 16:27:42 GMT+0700 (ICT)

    ได้ชมรายการเวทีชาวบ้านเช่นกัน ทำให้อยากไปขอศึกษา และลงมือทำบ้าง จะเริ่มต้นอย่างไรดี

    สุชีพ
    IP: xxx.49.226.12
    เขียนเมื่อ Thu Jul 14 2011 18:38:57 GMT+0700 (ICT)

    อยากไปหาพ่อคำเดื่องเพื่อเรียนรู้เพิ่มขึ้น

    กลุ่มการจัดการ
    IP: xxx.29.14.233
    เขียนเมื่อ Mon Sep 19 2011 12:41:06 GMT+0700 (ICT)

    ความรู้ที่ได้จาก คุณพ่อคำเดื่อง ภาษี

    เรียนรู้พืชที่สามารถทำให้อยู่ได้อย่างพอเพียง

    เรื่องที่อยู่ใกล้ตัว ที่มองไม่เห็นค่าของพืชเหล่านี้

    อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
    ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
    {{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็น