เชื้อเมืองพานมาจากไหน

 เชื้อเมืองพานบ้านเม็งรายเชื้อสายเมืองพานบ้านสันสลีกถิ่นเชียงรายสายเหนือ 

เชื้อเมืองพาน เป็นนามสกุลที่สืบมาจากเจ้ายองที่อยู่ลำพูน ในสมัยฟื้นเมืองเชียงราย เมืองพาน เมืองพะเยา เมืองต่างๆ เหล่านี้ขึ้นใหม่เมื่อประมาณ พ.ศ.2368 (ถ้าจำไม่ผิด) เจ้าหลวงลำพูนได้ให้เจ้าเชื้อสายยองพาคนมาตั้งเมืองพานที่ร้างไป และให้เป็นเมืองขึ้นกับลำพูน ลูกหลานที่นามสกุล "เชื้อเมืองพาน" "มหาวรรณ" "ไชยชนะ" ล้วนสืบมาจากนี้ อยากได้ข้อมูลก็มีหนังสือประวัติตระกูลอยู่ลองไปขออ่านดู

คำว่าเมืองพาน ซึ่งแบ่งออกได้เป็น2 ตอน ตอนที่1 เมืองพานเป็นชุมชนเมืองมาก่อน เมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว คนที่นี่จริงๆ อพยพมาจากเมืองพาน (เมืองพานคนมืองที่อยู่ประเทศพม่าขณะนั้นเมืองพานยังเป็นเมืองหนึ่งในอณาจักรเชียงแสน(ขณะนั้นเมืองเป็นยุคเริ่มต้นของล้านนา) อยู่เหนือเชียงรายขึ้นไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ) แต่ถูกภัยสงครามของกองทับเจงกิสข่าน(สมัยพญาเม็งรายพอดี) จึ่งต้อง ร่นอพยบลงมา เมืองพานที่อยู่ในเขตพม่านั้นจึงกลายเป็นเมืองร้างนอกประวัติศาสตร์ไปโดยปริยายซึ่งโดยความสำคัญแล้ว เมืองพาน(พม่า) เป็นเมืองที่เคยเป็นหนึ่งหัวเมืองสำคัญของเชียงแสน ประกอบด้วย เชียงของ เมืองฝาง เมืองหริภุญชัย(ลำพูน) เชียงทอง(หลวงพระบาง) เชียงตุง เชียงรุ้ง น่านเจ้า สิบสองปันนา รามัญ เวียงละกอนหรือเขลางละกอน(ลำปางหรือเขลางนคร) ภูกามยาว(ผะยาว) เมืองพาน(พม่า) เมืองพระพิสนุ(พิษณุโลกเขียนแบบปัจจุบัน) เมืองชัยนาราย เวียงกาหลง(เวียงป่าเป้า) วังเหนือ และเมืองอื่นๆ อีกหลายเมือง เมื่อพู่คน อพยพมามากขึ้น จึ้งได้จัดเป็นชุมชนเมืองมากขึ้น และคนอพยพมากขึ้น ผู้คนที่นี่เลยเรียกตัวเองและดินแดนแถบนี้ว่าเมืองพาน ตามชื่อเดิม แล้วต้นตระกูล "เชื้อเมืองพาน" มาจากไหน แน่นอนต้องเป็นคนที่มีเชื้อเมืองพาน โดยเริ่มแต่ยุคของ พญายอดเชียงราย(เดิมชื่อ เจ้ายอดเจียงฮาย) ครองเมืองเชียงราย ได้ประทานนามของพระองค์ ให้กับผู้ปกครองเมืองพานขณะนั้น(ไม่ทราบชื่อแน่ชัดว่าเป็นผู้ใด) ให้นามว่า "เจ้ายอดเจียง" เป็นผู้ปกครองเมืองพาน และพญายอดเชียงรายไปปกครองเชียงใหม่(ในขณะนั้นศูนย์กลางของล้านนาจะอยู่ที่3เมืองสลับกันไปมาอันได้แก่ เชียงราย เชียงแสน และเชียงใหม่) เมื่อล้านนาตอนปลาย พมายกกองทัพมาปราบเชียงใหม่ ขณะนั้นศูนย์กลางการปกครองของล้านนา อยู่เมืองเชียงใหม่พอดี อณาจักรในล้านนาและเมืองทุกเมืองก็ ต้องตกไปอยู่ในอาณัติ ของพม่า รวมทั้ง เชียงแสน เชียงทอง เชียงราย สิบสองปันนา เชียงตุง เชียงรุ้ง ล้านช้าง(บางส่วน) ฝาง รวมทั้งเมืองพาน 200ปีผ่านไป พระเจ้ากาวิละ ได้พยายามที่จะปลดล้านนาออกจากการปกครองของพม่า และขึ้นอยู่กับสยาม จึงได้รวมรวมหัวเมืองต่างๆ ของล้านนาที่ตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า ให้กลับคืนมา เช่น เมืองเชียงใหม่ เชียงราย เชียงแสน เชียงทอง เชียงรุ้ง เชียงตุง เมืองฝาง เมือง น่าน สิบสองปันนา และเมืองพาน แต่ก็กลับคืนได้ไม่มากนัก เช่น สิบสองปันนา เชียงตุง เชียงรุ้ง ยังอยู่ได้การปกครองของพม่าอยู่ และขณะนั้น เมืองพานก็ ต้องตกเป็นเมืองขึ้นของหริภุญชัย ตระกูลของ "เจ้ายอดเจียง" ที่มีมากมาย และมีการเปลี่ยนกมาปกครองของเจ้าเมือง ให้มีการใช้นามสกุลเจ้าเมืองนำหน้าว่า" ณ " แต่เมืองพาน ไม่ได้ให้ความสำคัญกับ"ณ"อันแสดงถึงเชื้อสายเจ้าเมืองอย่างหลายๆ เมือง และลูกหลานสืบความสามัคคีต่อไป จึงให้ชื่อตระกูลว่า "เชื้อเมืองพาน" แทนที่จะเป็น "ณ เชียงราย" อย่างที่หลายคนคิด และอย่างที่อื่นๆ ตะกูลเชื้อเมืองพาน เป็นตระกูลเก่าแก่ที่สุด (ในหัวเมืองเหนือ) และเป็นตระกูลที่ ไม่ได้มีการแตกแยกเป็นตระกูลย่อยๆเช่น"มหาวรรณ" "ไชยชนะ" สาขาอื่นๆ จึงทำให้มีลูกหลานมากมาย ไปทัวล้านนาและเมืองเหนือ และตระกูล"เชื้อเมืองพาน"ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ ตระกูลใดๆ ในเชื้อสาย เจ้าเจ็ดตน กาวิละ ณ เชียงใหม่ ณ ลำปาง ณ ลำพูน และ ณ น่าน เลย แต่หากจะว่าไป เชื้อสายนี้ มีมาแต่ก่อนที่จะมีล้านนา เสียอีก จึงนับได้ว่า มีมากว่า 700กว่าปี (ก่อนที่จะมีเชียงใหม่ซึ่งสร้างราว700กว่าปี ต้นๆ) ย้อนไปเมือ เมืองพานได้ตกไปอยู่ภายได้การปกครองของเมืองเชียงใหม่อีกครั้ง ขณะนั้น เมืองพานกลายเป็น อำเภอหนึ่งของ เมืองลำพูน และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นมลฑล เมืองพานอยู่ภายได้การปกครองของมลฑลมหาราช(เขตเชียงราย อ.พะเยา เมืองน่าน เมืองแพร่ อุตรดิษฐ์ เชียงคำ ) มีเมืองเชียงรายเป็นเมืองหลวง ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงการปกครองอีกครั้งเป็นจังหวัด เมืองพานจึง เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดลำพูน และขึ้นอยู่กับ จังหวัดเชียงรายอีกครั้ง มลฑลถูกยกเลิก และเป็นจังหวัด และเปลี่นชื่อจากอำเภอเมืองพาน เป็น อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย "เชื้อเมืองพาน"จึงกลายเป็น ตระกูลใหญ่ของเมืองพานนี้ และเชียงรายไปโดยปริยาย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 คำสำคัญ: มจร.ลำพูน 
 หมายเลขบันทึก: 239581
 เขียน:  
 ความเห็น: 23  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ Wed Feb 04 2009 15:13:35 GMT+0700 (ICT)

ดีจังเลยครับ ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง อิอิๆๆๆๆ

พรานกระต่าย
เขียนเมื่อ Thu Feb 05 2009 11:43:57 GMT+0700 (ICT)

เน็ดๆๆขนาดลู่

น้อยใจยา
IP: xxx.9.182.205
เขียนเมื่อ Mon Mar 30 2009 20:11:27 GMT+0700 (ICT)

นามสกุลมีมาสมัยรัชกาลที่ 5 ที่6 ยังไม่ถึง 300ปีเลย

ไม่ทราบว่า 700 กว่าปีที่แล้ว มีนามสกุลใช้กันแล้วเหรอคร้าบบบบบบบบบบ

ครูเมืองพาน
IP: xxx.123.16.46
เขียนเมื่อ Wed Apr 08 2009 12:20:40 GMT+0700 (ICT)

อยากทราบต้นตระกูลเชื้อเมืองพาน มีผู้รู้ท่านหนึ่งนามว่า อินทร์ สุใจ ท่านมีข้อมูลพอสมควรเป็นสารานุกรมเคลื่อนที่ ลองถามท่านดู แล้วจะรู้คำตอบ

IP: xxx.9.189.71
เขียนเมื่อ Fri Jun 05 2009 20:24:29 GMT+0700 (ICT)

เห็นด้วยคับ.....นามสกุลเริ่มในกันในสมัย ร.๖ แล้ว นามสกุลเชื่อเมืองพานจะเก่าไปถึง ๗๐๐ ปีได้จะได้คับ ท่านนักปาด

ขุนพะเรน
IP: xxx.158.160.24
เขียนเมื่อ Tue Jul 07 2009 16:37:38 GMT+0700 (ICT)

อันว่านามสกุลเชื้อเมืองพานน่าจะบะได้เก่าเพราะว่าการใช้นามสกุลมีสมัย ร.5

แต่ว่าเชื้อสายตระกูลน่าจะเก่าอย่างว่า

คำว่าเชื้อเมืองพานนั้นกะมีมาทีหลังแต่เจื้อสายเชื้อเมืองพานนะมีมายาวนานๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เข้าใจก่อ

คนเมืองพาน
IP: xxx.172.7.36
เขียนเมื่อ Sat Aug 15 2009 19:54:21 GMT+0700 (ICT)

ไปอ่านจากตำราที่ไหนมาครับ ที่ผมเคยอ่านและเรียนรู้มามันไม่ใช่เเบบนี้นะ

สงสัยหนังสือเล่มนี้คงจะเก่ามากๆ เพราะบันทึกว่ามีการใช้นามสกุลเชื้อเมืองพานตั้ง 700 ปี มาแล้ว

ที่ผมเคยเรียนรู้มา คำว่านาสกุลเพิ่งมีการเริ่มใช้กันตอนรัชกาลที่ 6 นี่เองนะ

สมัยนั้นก็ประมาณสมัยของพญาไชยชนะสงคราม เจ้าผู้ครองเมืองพาน ที่ได้รับแต่งตั้งจาก

เจ้าผู้ครองนครลำพูน ได้ร่วมกับสหาย 7 คน จำชื่อไม่ได้นะ ที่เป็นชาวบ้าน บ้านม่วงคำ

บ้านสันเค็ดเก๊า (บ้านเก่า) และอีกหลายบ้าน โดยพญาไชยชนะสงคราม เป็นผู้ตั้งขึ้น

และให้สหายร่วมใช้ด้วยกัน ดังนั้น นามสกุล เชื้อเมืองพานที่เกลื่อนไปมานั้น ส่วนมากจะมาจากชาวบ้านทั้ง 7 คน และที่เป็นลูกหลานแท้ๆ ของเจ้าผู้ครองเมืองพาน สายตรงส่วนมากจะนาสกุล นาซ้าย จะมีแถว บ้านฝั่งตื้น และเชื้อเมืองพานจ ะมีแถวๆบ้านสันมะเค็ด โดยปัจจุบันลูกหลานแท้ๆ นามสกุลเชื้อเมืองพาน อยู่ที่บ้านสันมะเค็ด เเละเป็นตำรวจ แต่จำชื่อไม่ได้ ที่ผมเคยศึกษามาก็เป็นประการะชะนี้

ถ้าจะให้แน่ ต้องถามปราชญ์ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ พ่อครูอินทร์ สุใจ บ้านห้วยบง ต.ทานตะวัน อ.พาน จ.เชียงราย

คนสันต้นผึ้ง
IP: xxx.172.64.177
เขียนเมื่อ Tue Dec 08 2009 01:30:44 GMT+0700 (ICT)

ที่บ้านสันต้นผึ้งก้อมีเกลื่อนเจ้า

เชื้อเมืองพาน
IP: xxx.120.8.143
เขียนเมื่อ Sat Dec 12 2009 12:57:51 GMT+0700 (ICT)

ต้นตระกูลเชื้อเมืองพาน ที่ได้ใช้นามสกุลคนแรก คือน้องเจ้าเมืองลำพูน ถูกต้องแล้วเพราะมีหนังสือตอนนี้หายไปไหนไม่รู้ ชื่อ นายอินทร์คำ เชื้อเมืองพาน ขี่ควายเอาธงไปปักเขตแดน ตอนนั้น เมืองพาน มีหนองน้ำ บึงใหญ่ และมีลูกน้อง สมุนขวา ใช้นามสกุล ขวาเมืองพาน คนเรียงลำดับมา ก็มี ลาดคม(ราชคม) ดงปาลีเป็นพี่น้อง กันเป็น ผู้หญิง มีจันทาพูน มีอีกเยอะ ที่เป็นสมุนตามมาในขณะนั้น ตามที่หนังสือบันทึก จำได้คร่าวๆ และก็มีรูปของต้นตระกูลเชื้อเมืองพาน ที่ใช้เป็นคนแรก ด้วย ลองค้นหากันดู ดิฉันเป็นผู้หญิงสืบทอดนามสกุลพ่อ ชื่ออิทร์คำ เหมือนกัน

jinny11
IP: xxx.90.7.120
เขียนเมื่อ Fri Dec 18 2009 23:37:35 GMT+0700 (ICT)

เราก็เป็นคนหนึ่งที่ภูมิใจที่ใช้นามสกุลเชื้อเมืองพาน เพราะเป็นนามสกุลเก่าแก่ตั้งแต่บรรพบุรุษ ขอบคุณที่เล่าประวัติให้ฟัง

ใครก็ช่างอย่ามาดูถูกนามสกุลนี้ ****สกุลใคร ใครก็รัก

ครูเมืองพาน
IP: xxx.47.120.10
เขียนเมื่อ Mon May 03 2010 16:30:37 GMT+0700 (ICT)

ชื่อเมืองพานสำคัญไฉน ? พอจะสืบความได้คร่าวๆ ว่าเป็นเพราะเหตุผลทางการเมืองและการปกครองราวร้อยกว่าปี ระบุว่าในพ.ศ.2405 แต่เดิมเป็นเมืองขึ้นของเมืองลำพูน เหตุที่ตั้งเป็นเมืองนั้นได้ความว่า ภูมิประเทศเขตเมืองนี้อยู่ในเขตนครลำปาง ติดกับวังเหนือ ครั้งหนึ่งนายพรานป่าชาวลำพูนเที่ยวไปล่าสัตว์ ไปยิงช้างสำคัญของเจ้านครลำปางตาย เจ้านครลำปางจึงขอให้เจ้าลำพูนชดใช้ราคาช้าง เจ้านครลำพูนก็ยอมชดใช้ให้ แต่ขอท้องที่นั้นเป็นของเจ้าเมืองลำพูนเพื่อจะได้จัดคนให้ไปรักษาเพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก เจ้านครลำปางก็ยอมให้เจ้านครลำพูนตั้งพ่อเมือง (นาซ้าย= ตำแหน่งเก็บส่วยในระบบการปกครองของล้านนาในยุคนั้้น) รายนามพ่อเมืองที่ปรากฏคือ พญาไชยเฒ่า พญาไชยชนะสงคราม ฯ ในสมัยรัชกาลที่ 6 มีการตรา พ.ร.บ. นามสกุล ท่านพ่อเมืองจึงขอใช้ เชื้อเมืองพาน เป็นนามสกุล ราวพ.ศ. 2443 ทางราชการได้ตั้งเป็นกิ่งอำเภอเมืองพาน ขึ้นกับ จ.ลำพูน ถึง พ.ศ. 2447 ทางราชการเห็นว่าเมืองพานมีอาณาเขตไม่ได้ติดต่อกับลำพูน จึงยกให้ขึ้นกับ อ.แม่ใจใต้ จ. เชียงราย ราว 2 ปี จึงรวมเม่ใจใต้กับกิ่ง อ.เมืองพาน เปลี่ยนเป็น อำเภอพาน เมื่อ พ.ศ. 2481 การศึกษาประวัติศาสตร์รากเหง้าตัวตนคนเมืองพาน น่าจะมีการสัมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในวงวิชาการที่กว้างขวางเพื่อทิศทางและอนาคตของลูกหลานเยาวชนคนเมืองพาน

ปล.ท่านผู้รู้โปรดให้คำชี้แนะด้วย

สิทธินี เชื้อเมืองพาน
IP: xxx.128.11.70
เขียนเมื่อ Sun Jun 27 2010 16:15:05 GMT+0700 (ICT)

โอ้! ตระกูลดึกดำบรรพ์

ลูกหลานเชื้อเมืองพาน
IP: xxx.42.122.33
เขียนเมื่อ Tue Sep 07 2010 16:00:39 GMT+0700 (ICT)

นามสกุลเราก้อมีที่มาที่ไปนะเนี่ย

ชวกร รูปะวิเชตร์
IP: xxx.120.14.96
เขียนเมื่อ Thu Sep 16 2010 22:05:53 GMT+0700 (ICT)

นามสกุล ณ พิกุล ก็มีต้นตระกูล เป็น พญาไชยชนะสงคราม เหมือนกัน ผมอยากทราบว่าเป็นคนเดียวกัน กับเจ้าเมืองพาน หรือเปล่าครับ ท่านผู้รู้ช่วยตอบให้ผมหน่อยครับ กราบขอบพระคุณมากครับ

วรรณสิน เป็งวารี
IP: xxx.173.96.144
เขียนเมื่อ Thu Oct 28 2010 14:26:03 GMT+0700 (ICT)

ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุเท่าไหร่ แต่อยู่ที่สันมะเค็ดมาตอนเด็ก ก็มีรูปของพระยาไชยชนะสงคราม และเจ้าแม่คำแดงห้อยติดข้างผนังบ้าน ทั้งสองท่านเป็นทวด เป็นพ่อแม่ของเจ้าน้อยสุข เชื้อเมืองพาน ซึ่งเป็นตา มีลูก 2 คน คือพันเอกพิเศษสมบูรณ์ เชื้อเมืองพาน (อยูที่ กทม.) และนางสมพร เชื้อเมืองพาน (เสียชิวิตแล้ว) ซึ่งท่านเป็นแม่ผม ที่รู้ก็มีแค่นี้แหละ อยากรู้มากกว่านี้ต้องไปเปิดคัมถีย์ใบลาน เปิดแล้วอ่านไม่ออก คริๆๆๆๆๆๆ

oranit
IP: xxx.40.3.1
เขียนเมื่อ Fri Nov 19 2010 21:13:42 GMT+0700 (ICT)

หลังจากที่อ่านข้อความข้างบนแล้ว

ชอบและเห็นด้วยกับเจ้าของเม้นท์นี้มากๆค่ะ

( อันว่านามสกุลเชื้อเมืองพานน่าจะบะได้เก่าเพราะว่าการใช้นามสกุลมีสมัย ร.5

แต่ว่าเชื้อสายตระกูลน่าจะเก่าอย่างว่า

คำว่าเชื้อเมืองพานนั้นกะมีมาทีหลังแต่เจื้อสายเชื้อเมืองพานนะมีมายาวนานๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เข้าใจก่อ)

สุพิชญา เชื้อเมืองพาน
IP: xxx.53.148.223
เขียนเมื่อ Sat Jan 15 2011 16:11:38 GMT+0700 (ICT)

เรา สุพิชญา เชื้อเมืองพาน อ.พาน

จ.เชียงราย บ้านสันหนองควาย ที่อาศัยตอนนี้อยู่กับปู่เเละย่าที่ อ. เทิง ต.เวียง รร. เด็กดีพิทยาคม

ครอบครัวญาติพี่น้องมีทั้งหมด 34 คน

นิกกี้
IP: xxx.77.234.143
เขียนเมื่อ Sat May 21 2011 21:24:37 GMT+0700 (ICT)

เพิ่งได้รู้ประวัตินามสกุลตัวเองก็วันนี้ เลิศค่ะ^^ เก่าแก่700 ปี

อนา
IP: xxx.98.4.213
เขียนเมื่อ Wed May 02 2012 15:54:50 GMT+0700 (ICT)

คือว่า การใช้นามสกุลน่ะมีในหมู่เจ้านาย ชนชั้นสูงมายาวนานเเล้วนะ ส่วนชาวบ้านเขาก็ไม่ได้เเต่งนามสกุลขึ้นใช้กันหรอก.. ก็เรียกกันไอ้แดง อีเขียว. ไอ้กบ ไอ้เขียดกันไป แต่เจ้าๆนายๆเขาก็ต้องมีของเขาอยู่ ให้รู้เชื้อรู้สาย.. ที่ว่านามสกุลเพิ่งกำหนดให้มีในสมัย ร5 ร6 น่ะหมายถึง ทางทะเบียนจ้ะ.. คือกำหนดให้มีการเเต่งนามสกุลใช้กันโดยทั่วไป.. ทำแบบแผนทางทะเบียนให้เหมือนตะวันตกเขา เพื่อพร้อมรับการพัฒนาประเทศ... เข้าใจยัง? ตื้นจริงๆแล้วยังอวดฉลาด

ฆ่า อนา
IP: xxx.169.239.157
เขียนเมื่อ Thu Jul 12 2012 14:56:14 GMT+0700 (ICT)

คุณอนา คุณไม่น่าเกิดมาเป็นคนเลยนะ น่าจะตอบดีๆๆอ่านแล้วสบายใจ คุณคือสัตว์นรกมากเกิดหรือเปล่าคุณอนา

ราชัน เชื้อเมืองพาน
IP: xxx.51.136.236
เขียนเมื่อ Sat Feb 09 2013 13:14:04 GMT+0700 (ICT)

ชื่อหรือเชื้อสายสำคัญฉะใหนขึ้นอยู่ว่าบุคคนๆนั้นไม่ทำให้เกิดความมัวหมองแก่ตนเองและบุคคนอื่นรอบข้างก็เป็นพอ

บทความของราชันคิดได้หลังอ่านข้อความจากทุกคน ขออะภัยนะที่นี้หากพิมอะไรผิดไป

หลานนามสกุลเชื้อเมืองพาน
IP: xxx.49.155.104
เขียนเมื่อ Wed Apr 17 2013 11:38:46 GMT+0700 (ICT)

เเม่หนูก็นามสกุลเชื้อเมืองพานค่ะ


ปทุมพร เชื้อเมืองพาน
IP: xxx.169.110.132
เขียนเมื่อ Sun Apr 13 2014 22:33:33 GMT+0700 (ICT)

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า