'8โรค' ต้องห้ามขรก. 'เสน่ห์' ชี้ขัดเสรีภาพ

 กรรมการสิทธิฯ เตือน "ก.พ." ชงร่างกฎระเบียบ 8 โรคต้องห้าม 

กรรมการสิทธิฯเตือน"ก.พ."ชงร่างกฎระเบียบ 8โรคต้องห้ามเข้าเป็นข้าราชการหรือใครเป็นต้องออกจากราชการต่อ ครม. ทั้งวัณโรค เท้าช้าง ติดยา พิษสุราเรื้อรัง ไตวาย สมองเสื่อม ระวังเข้าข่ายลิดลอนสิทธิเสรีภาพ เหตุรัฐธรรมนูญระบุห้ามเลือกปฏิบัติในเรื่องสุขภาพ

เมื่อวันที่ 27 ม.ค.มีรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ครั้งที่ 1/2552 ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา มีการพิจารณาและให้ความเห็นชอบเรื่องกฎ ก.พ.ว่าด้วยโรค พ.ศ.  ... ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 36 ข. (2) กำหนดให้ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามคือ เป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ  ก.พ. หรือหากเป็นข้าราชการอยู่แล้วและเป็นโรคดังกล่าว ก็ถือเป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติในการรับราชการ และส่วนราชการจะต้องสั่งให้ออกจากราชการ  โดยโรคที่ ก.พ.กำหนดในร่างกฎ ก.พ.ว่าด้วยโรค พ.ศ. ... มีจำนวน 8 โรค 1.วัณโรคในระยะแพร่กระจายเชื้อ 2.โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม  3.โรคติดยาเสพติดให้โทษ 4.โรคพิษสุราเรื้อรัง 5.โรคไตวายเรื้อรัง 6.โรคสมองเสื่อม 7.โรคทางจิตเวชในระยะที่ปรากฏอาการเด่นชัด หรือรุนแรงและเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ และ 8.โรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคเรื้อรังที่ปรากฏอาการเด่นชัด หรือรุนแรงและเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ตามที่ ก.พ.กำหนด "ทั้งนี้ เพื่อให้ทางราชการได้บุคคลที่มีสุขภาพเหมาะสมที่จะเข้ารับราชการ โดยจะได้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติต่อไป"  อย่างไรก็ตาม นายเสน่ห์ จามริก ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งขาติ กล่าวว่า ยังไม่เห็นกฎดังกล่าว จึงต้องขอดูรายละเอียดในก่อน แต่ส่วนตัวมีความเห็นว่าคนที่เป็นโรคที่มีการติดต่อก็จะระมัดระวังตัวเองอยู่แล้ว ซึ่งหากผู้ที่เป็นมีตำแหน่งหน้าที่การงานที่อาจจะไปแพร่เชื้อได้ก็ควรปรับเปลี่ยน แต่ถ้าไม่ใช่ก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบ "ส่วนตัวคิดว่าทางราชการน่าจะเป็นห่วงสุขภาพของคนคนนั้นมากกว่าการห้าม เพราะอาจจะเป็นการลิดลอนสิทธิเสรีภาพ ดังนั้นต้องดูความเหมาะสม ถ้าเป็นเรื่องที่ก้ำกึ่งก็ควรนำมาถกเถียงในสังคมก่อน" ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกล่าว

ด้านนายไพโรจน์ พลเพ็ชร เลขาธิการสมาคมสิทธิเสรีภาพประชาชน กล่าวว่า หลักการสำคัญในการรับราชการและอยู่ในราชการ ตามรัฐธรรมนูญห้ามเลือกปฏิบัติในเรื่องสุขภาพ แต่ต้องพิจารณาว่าโรคนั้นมีอุปสรรคต่อการรับราชการหรือมีผลกระทบต่อผู้อื่นหรือไม่ ต้องพิจารณาเป็นโรค ๆ ไป ซึ่งถ้าไม่มีผลกระทบจะเลือกปฏิบัติ ห้ามไม่ให้เข้ารับราชการไม่ได้ เพราะความก้าวหน้าในปัจจุบันสามารถรักษาโรคบางโรคที่เคยเป็นโรคต้องห้ามได้

ไทยโพสต์ 28 มกราคม 2552

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 คำสำคัญ (keywords): 8 โรคต้องห้าม 
 หมายเลขบันทึก: 238087
 เขียน:  
 ความเห็น: 12  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

คุณจิ๊บ
IP: xxx.25.41.59
เขียนเมื่อ Fri Feb 13 2009 00:34:49 GMT+0700 (ICT)

ทำไมถึงไม่เห็นใจคนที่เขาป่วยบ้าง ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายและอยู่ในระหว่างฟอกไตเพื่อรักษาและยืดชีวิตไปวัน ๆ อยู่แล้ว ได้รับความเจ็บปวดทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจอย่างมากมายอยู่แล้ว และเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว ที่ต้องเลี้ยงตัวเอง เลี้ยงลูก เลี้ยงแม่ที่ชราภาพมากและก็ทำงานไม่ได้ด้วย และก็ได้กู้เงินมาปลูกบ้าน เพิ่งจะเริ่มส่งได้ 2-3 ปี ยังส่งหนี้สิ้นนี้ไปอีกตั้งหลายสิบปี

ขณะนี้ดิฉันรับราชการ (เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง ซึ่งอิงกับระเบียบของ ก.พ.)อยู่ ได้รับเงินเดือน ได้รับสวัสดิการในการรักษาตัว และอื่น ๆ จึงทำให้ดิฉันมีชีวิติ ยืนยาวอยู่มาได้ ได้เลี้ยงตัวเองไม่เป็นภาระของใคร เลี้ยงลูก เลี้ยงแม่ ส่งหนี้สินที่มีอยู่

แต่ถ้า ร่างที่ สำนักงาน ก.พ.ออกกฎ กำหนดโรคนี้มา และผ่าน ครม. คิดดูสิว่า ชีวิตดิฉัน ลูก แม่ และหนี้สิน จะเป็นอย่างไร

สิ่งเลวร้ายเหล่านี้ ถ้าไม่เกิดขึ้นกับตัวท่าน ท่านก็คงจะไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไร คิดดูถ้ามันเกิดขึ้นกับตัวท่านสิ จะเป็นอย่างไร

ดิฉันขอให้ ร่าง กฏ ก.พ.นี้ไม่ผ่าน ขอฉันขอวิงวอนผู้ที่เสนอความคิดนี้ และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ให้เห็นแก่มนุษยธรรมด้วย และขอวิงวอนท่านนายกฯ อภิสิทธิ ขออย่าให้ ร่าง กฏ ก.พ.ฉบับนี้ผ่านไปได้เลย

ถ้า ร่าง กฎ ก.พ.ฯ ฉบับนี้ผ่านไปได้ ก็เท่ากับว่า ท่านได้ฆ่าดินฉัน และคนที่เขาเดือดร้อนอยู่แล้วให้ตายทั้งเป็น และดิฉันเชื่อว่าดิฉัน และคนเหล่านั้นต้องทยอยตายกันในระยะเวลาอันสั้นมาก ท่านก็จะได้ประหยัดงบประมาณในการรักษาสมใจท่าน แต่ท่านจะได้เรื่องใหม่ที่ต้องใช้งบประมาณต่อไปอีกมาก คิดให้มาก ๆ ทบทวนให้ดี ๆ ก่อนที่จะตัดสินใจอะไรลงไป

แน่นอน ดิฉันคนหนึ่งที่ต้องได้รับความเดือดร้อน ดังที่พอจะนึกได้ ดังนี้

1. ถ้าใช้ 30 บาท รักษาโรค เบิกค่ารักษาได้ไม่หมดส่วนเกินจะทำอย่างไร

2. ค่าใช้จ่ายที่จะใช้ดำรงชีวิตอยู่ประจำวัน จะทำอย่างไร

3. ลูกชายของดิฉัน อยู่ ม.1 ใครจะส่งเสียเลี้ยงดู ส่งให้เรียน(ดิฉันเป็นหม้ายต้องเลี้ยงลูกเอง)

4. คุณแม่ของดิฉันชราภาพมากแล้ว หาเลี้ยงตัวเองไม่ได้ (และคุณแม่เองก็ต้องเลี้ยงน้องชายที่ป่วยเป็นโรคจิตเวชอีก 1 คน จะทำอย่างไร)

5. หนี้สินที่ดิฉันกู้มาเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยยังต้องส่งเดือนละเป็นหมื่นบาทและอีกหลายปีมาก จะทำอย่างไร

สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาของดิฉันเพียงคนเดียวนะ แล้วคนอื่น ๆ ละ จะเป็นอย่างไร

วันนี้ขอเศร้าแค่นี้ก่อน .... ส่วนในใจยังหวังจะได้ข่าวดี

ถ้าคิดดูให้ดีแล้วการกำหนดอย่างนี้ไม่ได้เป็นการประหยัดงบประมาณของประเทศจริง ๆ หรอก แต่เป็นการหนีปัญหาหนึ่ง และก็จะต้องไปเจอะกับอีกปัญหาหนึ่งอีกนั้นแหละ เพียงแต่ว่าปัญหานั้นจะเกิดขึ้นกับใครเท่านั้น

เพราะทุกวันนี้ถึงดิฉันจะป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย แต่ดิฉันก็ยังทำงานได้เกือบเหมือนกับคนปกติ เพราะงานในส่วนที่ดิฉันรับผิดชอบไม่ต้องใช้แรงกายอะไรมาก ใช้คอมพิวเตอร์ กับเอกสาร เป็นหลัก

ขอให้ดิฉันลาออกไปเองเพราะคิดว่าตัวเองทำงานไม่ไหวเถอะ

อย่าหวงกับงบประมาณในการรักษาตัวดิฉันเลย เพราะเท่ากับได้สงเคราะห์คนในครอบครัวของดิฉันทำให้ไม่เป็นภาระต่อสังคมในด้านอื่นอีก

ขอขอบพระคุณท่านที่เข้าใจ โดยเฉพาะท่านผู้ที่คิดว่าผู้ป่วยเป็นภาระต่องบประมาณของท่าน

บรรณารักษ์ CGD
IP: xxx.19.50.66
เขียนเมื่อ Fri Feb 13 2009 10:20:53 GMT+0700 (ICT)

หวังว่าบันทึกนี้ จะเป็นกระบอกเสียงที่สำคัญแห่งหนึ่ง ส่งไปถึงท่านผู้เกี่ยวข้องกับนโยบายนะครับ

ยงยุทธ
IP: xxx.143.146.58
เขียนเมื่อ Sat Feb 14 2009 11:34:11 GMT+0700 (ICT)

ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ป่วยเป็นโรคไตวาย แต่ทุกวันนี้ก็ทำงานได้สบายๆและทำได้ดีกว่าคนที่ไม่เจ็บป่วยอีก ผมเป็นครูมา 15 ปี เป็นข้าราชการดีเด่น จบการศึกษาปริญญาโท สร้างลูกศิษย์เป็นคนดีของประเทศและทำประโยชน์เพื่อแผ่นดินมากมาย ผมผิดด้วยหรือที่โชคร้ายป่วยเป็นโรคไตวาย ถ้าผมเลือกได้คุณคิดว่าผมจะอยากป่วยไหม มันยุติธรรมแล้วหรือที่คุณจะให้ผมออกจากราชการเพราะผมป่วยด้วยโรคที่คุณคิดว่ามันทำให้รัฐเสียงบประมาณในการรักษา ผมทำงานให้ประเทศชาติด้วยความเสียสละ เสียภาษีอย่างถูกต้อง ไม่คดโกง ไม่เบียดเบียนใคร เป็นคนดีของแผ่นดิน สิ่งที่พวกคุณทำนั้นคุณคิดว่ามันคุ้มแล้วใช่ไหมที่คุณจะมีงบประมาณเพิ่มขึ้นเพื่อนำไปแจกเพื่อหาคะแนนเสียงในอนาคต กับการที่ต้องแลกด้วยชีวิตข้าราชการผู้บริสุทธิ์จำนวนนับหมื่น นับแสนคนที่ต้องมาตายลงเพราะไม่เงินรักษาชีวิตตัวเองต่อไป เงินเดือนก็น้อยอยู่แล้วยังจะมาซ้ำเติมความโหดร้ายกันอีก ขอร้องเถอะท่านนายก ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชมท่านและพรรคของท่านกับนโยบายที่กำลังจะเดินไปได้ด้วยดี อย่ามาทำเรื่องโหดร้ายโดยที่ท่านคาดไม่ถึงเลย........ปล.ถ้ากฎนี้ผ่านคงได้เผาศพข้าราชการดีดีที่หน้าทำเนียบ

บรรณารักษ์ cgd
IP: xxx.121.191.199
เขียนเมื่อ Sat Feb 14 2009 17:52:39 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณ กูก็ป่วย

ทุกคนมีสิทธิเสนอความคิดดีๆ และสร้างสรรค์ได้เสมอครับ ทางเราจะน้อมรับความคิดดีๆ เพื่อเผยแพร่ให้สังคมรับรู้ต่อไป

แต่ท่านใช้คำ บางคำที่ไม่เหมาะสม ถือว่าระดับอย่างมาก ผมก็จะขอลบข้อความของท่านครับ

กูก็ป่วย
IP: xxx.9.119.169
เขียนเมื่อ Sat Feb 14 2009 22:09:14 GMT+0700 (ICT)

ประสบการณ์ตรงจากวัณโรค

พวกคุณยังโชคดีที่มีปอดไว้หายใจ

แต่คนบางคนมีปอดอยู่ในร่างกาย

แต่ไม่ได้แหกนะ(ถ้าแหกคงเป็นคนแถวนี้แหละ)

เคยได้ยินปะ ไม่มีปอดทั้งสองข้างเลย

ปอดสภาพเป็นหินปูน วัณโรคมาแดกมา10กว่าปีและ

(อุ๊ยตายใช้คำไม่สุภาพอีกแล้วเรา)

หายใจเข้าก็โอย หายใจออกก็โอย

ไม่ได้เล่นหนังเอ็กซ์นะ (ไม่ใช่คนแถวนี้นะ)

ยาเม็ดมีกินเป็นกระสอบ

ลูกหลานชอบพูดเหน็บแนมว่าเปิดร้านขายยาได้เลยนะ

จะกินข้าวก็ต้องแยกมากินคนเดียว

เหมือนมันให้อาหารหมาเราเลยเนอะ

นอนกลางคืนก็หายใจติดขัด หอบทั้งคืน

เหมือนหมาขี้เรื้อนที่ใกล้จะตายวันตายพรุ่ง

คิดดูสิว่า10กว่าปี ทนมาได้ยังไง

เป็นคุณๆคงเอาหน้าซุกหมอนตายตั้งแต่เดือนแรกแล้วสิ

งานการที่เคยทำอยู่ก็ต้องลาออก

คงสมใจพวกเสนอร่างนี้พิลึก

ถ้ากำลังอ่านตอนนี้คงหัวเราะขี้แตกเลยมั้ง

เป็นไง ชีวิตพี่ชายกูสนุกมากเลยดิ

จะเอาไปสร้างหนังก็ได้นะ

คนที่ไหนทรหดได้ขนาดนี้

พระกิตติ
IP: xxx.90.103.15
เขียนเมื่อ Sun Feb 15 2009 21:55:52 GMT+0700 (ICT)

ก่อนอื่นอาตมาต้องขอเจริญพรผู้อ่านทั้งหลายก่อนนะ อาตมาก็ขอออกตัวไว้ก่อนเลยว่า อาตมาทราบดีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่กิจของสงฆ์ที่จะมาข้องแวะกับเรื่องของเหตุการณ์บ้านเมือง แต่อาตมามีความจำเป็นที่ต้องมาแจ้งให้ทราบ

ขอเล่าเรื่องส่วนตัวสักนิด ขณะนี้อาตมาก็อายุได้ 53 ปี อาตมามาบวชพระมาได้ 3-4 ปีจำวัดแถวๆชานเมืองกรุงเทพ อาตมาก็ขอเล่าประวัติในช่วงที่ยังครองเรือนให้ทราบ

ก่อนอาตมาจะเข้าสู่สมณเพศ อาตมาทำงานในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง อาตมาก็ปฏิบัติเป็นเจ้าหน้าที่ในสำนักงาน เมื่อประมาณเกือบ 5-6 ปีที่แล้วเห็นจะได้ อาตมาก็ไปหาหมอเพราะมีอาการปวดหลัง แล้วก็พบว่าเป็นโรคไต อาตมายอมรับว่าตอนนั้นเครียดมาก เพราะกลัวตายมาก ตอนนั้นลูกสาวยังเรียนไม่จบ แต่ยังดีที่ภรรยารับราชการเป็นพยาบาล คนที่ทำงานต่างกดดันอาตมาสารพัด เขาอยากให้อาตมาลาออกก่อนที่จะหมดสมรรถภาพ โชคดีที่ไตพังแค่ข้างเดียว อาตมาจึงตัดสินใจให้หมอเขาตัดไตออกข้างหนึ่ง แล้วอาตมาก็ลาออกจากงาน เพราะอาตมาคิดว่าคงทำงานไม่ไหวแน่นอน และทำเพื่อความสบายใจของเพื่อนร่วมงาน จากนั้นอาตมาก็มาอาศัยร่มกาวสาวพักตร์ยามบั้นปลายชีวิต อาตมาหวังที่จะเป็นพระที่ดี คอยสอนสาธุชนทั้งหลาย และอาตมาก็หันมาศึกษาทางธรรมในเวลาชีวิตที่เหลือน้อยลง สุขภาพอาตมาในตอนนี้ก็ทรงตัว หลายเดือนก่อนอาตมาไปหาหมอก็พบว่าไตข้างเดียวที่เหลือเริ่มทำงานบกพร่องบ้างแล้ว อาตมาก็คงจะหมดเวลาลงในอีกไม่นานนี้แล้ว

สำหรับอาตมาก็ไม่ได้มาเรียกร้องอะไรมากมาย แค่อยากให้คุณโยมทั้งหลายช่วยไตร่ตรองใช้วิจารณญาณคิดให้รอบคอบ คิดให้มากๆ เพราะการนี้หากสำเร็จจะมีผู้เดือดร้อนมากโข นับหลักหมื่นหลักแสน คนจะตกงานมาก แล้วครอบครัวเขาจะเอาอะไรกินกัน คุณโยมทั้งหลายน่าจะหาทางออกที่ดีกว่านี้นะ ทำเช่นนี้เหมือนแก้ที่ปลายเหตุ ถึงจะปลดพวกเขาออกก็ควรจะให้สิทธิในการรักษาโรคบ้าง เพราะเขาเหล่านั้นในอดีตก็เคยทำงานรับใช้บ้านเมืองมาอย่างดี

อาตมาขอบิณฑบาตร่างกฎระเบียบข้อนี้จะได้ไหม เพราะอาตมาคิดว่ากฎนี้ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลย ยังไงก็ขอให้คุณโยมไตร่ตรองให้ดี ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรลงไป

เจริญพร

ห้องสมุดกรมบัญชีกลาง CGD Library
เขียนเมื่อ Mon Feb 16 2009 10:26:55 GMT+0700 (ICT)

เรียนท่าน ผู้อ่านทุกท่าน ผมได้เจอข้อมูลจากคุณ ไม่แสดงตน ที่อีกบันทึกนึง มีข้อความ ดังนี้ครับ

7. ไม่แสดงตน
เมื่อ อา. 15 ก.พ. 2552 @ 01:57
1132869 [ลบ]

ดู คลิป เครือข่ายผู้ป่วยเรื้อรัง เข้ายื่นหนังสือต่อ นายยกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ฯ YOUTUBE.COM ค้นหาเรื่อง คัดค้านร่างกฎก.พ. พ.ศ....

นายกฯ รับปากว่าจะถอนผู้เป็นโรคไตวายเรื้อรัง และวัณโรคออกจากมติดังกล่าว และจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การประชุมในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้

โปรดติดตามความเคลื่อนไหวต่อไปนะครับ เป็นกำลังใจให้สู้สู้

เจนจิรา
IP: xxx.9.116.152
เขียนเมื่อ Mon Feb 16 2009 15:46:45 GMT+0700 (ICT)

ดิฉันก็เป็นอีกคนที่ป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังค่ะ ดิฉันต้องเข้ารับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมเป็นเวลาสับดาห์ละ 3 ครั้งคือ วันจันทร์,พุธ,เสาร์ เสียค่าใช้จ่ายครั้งละประมาณ 2000 บาท ซึ่งเดือนนึงก็ตกราวๆ 2หมื่นกว่าบาท ซึ่งมันมากกว่าเงินเดือนของดิฉันเสียอีก ยังดีที่ดิฉันใช้สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลของต้นสังกัดได้ ทำให้ไม่เป็นภาระในเรื่องเงินเท่าไร แต่ถ้าหากกฎนี้ออกบังคับใช้ ดิฉันก็คงต้องนอนรอความตายอย่างแน่นอน ไหนจะค่ากินอยู่แต่ละวัน ค่าน้ำค่าไฟ ค่าเทอมลูก 3 คนไปโรงเรียน ลำพังสามีดิฉันเป็นพนักงานบริษัทบริษัทแห่งหนึ่งเงินเดือน 18,000 เท่านั้นเอง แถมบริษัทนี้จะประสบปัญหาวิกฤตจากเศรษฐกิจเมื่อไหร่ก็ยังไม่รู้ หากสามีดิฉันโดนปลดออก และกฎนี้ออกใช้ ครอบครัวดิฉัน 5 ชีวิต จะทำยังไงกันล่ะคะ ฝากคำถามให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองช่วยตอบด้วยนะคะ ประเทศไทยมีคนป่วยเป็นโรคไตมากเท่าไรคงไม่เป็นตอบ มีเยอะเสียจนตั้งเป็นสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยได้ แล้วท่านลองคิดดูถ้ากฎนี้ออกเมื่อไหร่ ผู้ป่วยโรคไตที่สามารถเบิกได้แล้วต้องโดนปลดเพราะกฎนี้ เขาก็คงจะไปประท้วงหน้าทำเนียบ และดิฉันคิดว่าก็คงต้องมีคนไม่น้อยที่ต้องสังเวยชีวิตระหว่างการประท้วงด้วยโรคไตวายหรือโรคอื่นๆอย่างแน่นอน

IP: xxx.173.236.249
เขียนเมื่อ Tue Feb 17 2009 10:54:39 GMT+0700 (ICT)

เป็นกำลังใจให้ข้าราชการที่ป่วยทุกคนครับ ถ้ากฎหมายนี้ออกเมื่อไหร่ผมคนหนึ่งล่ะที่จะไปร่วมประท้วงด้วย

ครูจันท์
IP: xxx.173.236.249
เขียนเมื่อ Tue Feb 17 2009 11:05:26 GMT+0700 (ICT)

ผมอัพเดทข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการประชุม ครม.เรื่องนี้เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 52 มีเนื้อหาดังนี้คครับ (ข่าวดี...หรือ???????)

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. วันนี้ ได้รับทราบกรณี 8 โรคต้องห้ามของข้าราชการ โดยจะให้กรรมการแพทย์พิจารณาอีกครั้ง เพราะเกรงว่าจะเป็นการกำจัดสิทธิ เนื่องจากต้องมีความชัดเจนว่า เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเบื้องต้นกำหนดให้โรควัณโรคเป็นโรคต้องห้ามในช่วงแพร่กระจายเชื้อ แต่โรคไต และ โรคสมองเสื่อม ต้องพิจารณาในระยะที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ โดยจะพิจารณาเรื่องถ้อยคำก่อน ยังไม่ประกาศใช้ในตอนนี้นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังเปิดเผยว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเร่งรัดการบรรจุอัตราข้าราชการ 24,000 อัตราให้รวดเร็ว และจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัปดาห์หน้า

บรรณารักษ์ CGD
IP: xxx.154.169.133
เขียนเมื่อ Tue Feb 17 2009 15:51:15 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณ คุณครูจันทร์ครับ ที่ update ข่าวล่าสุดให้ ผมได้อ่านแล้วเหมือนกัน รายละเอียดล่าสุดตามนั้น

ขอบคุณ คุณกูก็ป่วยด้วย ที่ติดตามข่าวนี้อย่างต่อเนื่อง สำหรับที่ท่านว่า "นี่สุภาพลงมาเยอะแล้วนะ" ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ

กูก็ป่วย
IP: xxx.9.108.144
เขียนเมื่อ Wed Feb 18 2009 13:23:50 GMT+0700 (ICT)

นายมาร์คเอ๊ย ก่อนที่จะคิดอ่านเรื่องกฎ8โรคนี้อ่ะนะ

ช่วยตรวจสอบ 24000 คนที่จะบรรจุใหม่เสียก่อนเหอะ

ว่า2หมื่นกว่านี้มี8โรคบ้างรึป่าว

ทำได้ปะล่ะ กะอีคนแค่2หมื่น ถ้าไม่มีปัญญาล่ะก็

อย่าหวังว่าจะมาตรวจสอบคนเป็นแสนเป็นล้านได้

บอกอีกครั้ง ย้ำอีกหน

ก่อนที่จะกำจัดข้าราชการดีๆแต่มีโรคภัยไข้เจ็บ

ช่วยกำจัดข้าราชการเหี้ยๆออกก่อนได้ปะ

ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าออกเลยไอ้ร่าง8โรคนี้เนี่ย

จะทำอะไรก็คิดให้ดีนะ

แค่ม็อบชาวนายังไม่พออีกรึไงวะ

จะเอาม็อบคนป่วยอีกรึไง

เงี่ยนหาความวุ่นวายกันจิงเลยนะ

คำด่าคำติน่ะหัดอ่านซะบ้างนะ

อย่ามัวแต่อย่าคำสรรเสริญเยินยอ

คนไทยสมัยนี้มันประจบสอพลอตอแหลอย่างเดียว

บ้านเมืองมันถึงชิบหายกันแบบนี้ไง

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า