ตรวจเท้าผู้ป่วยเบาหวานแบบใหม่" monfilament 4 จุด"

 เสร็จฉันล่ะ ตวรจแค่ 4 จุดเอง 

             ประเด็นการตรวจmonofilament 4 จุด ถูกจุดประกายอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน ภายหลังการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง Foot care in Diabetic ของสมาคมผู้ให้ความรู้โรคเบาหวาน ระหว่างวันที่ 15-16 กันยายน 2551 ซึ่งกล่าวในตอนหนึ่งโดยอาจารย์ศิริวรรณ บุตะเดช ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการดูแลสุขภาพเท้าประจำ คลินิกสุขภาพเท้า แห่งโรงพยาบาลเทพธารินทร์

   อาจารย์ได้กล่าวว่า ล่าสุดAmerican Diabetic Association:ADA ได้แนะนำการตรวจMonofilament แบบใหม่ แค่ 4 จุด คือ นิ้วหัวแม่เท้า(Big toe)และหัวกระดูกบริเวณโคนนิ้วที่ 1, 3, 5 รวมเป็น4จุด จิ้มแล้วไม่รู้สึกแค่จุดเดียวใน 4จุดนี้ก็ถือว่า Impairment (Neuropathy) เลย

    ซึ่งจากเดิมเราจะใช้ 10 จุด หากตอบไม่ได้เกิน 4 ใน 10 จุดถือว่ามีภาวะImpairment of Protective sensation หากจิ้มแล้วคนไข้บอกไม่ได้เลยให้ถือว่า Loss of Protective sensation

   จริงอยู่ การเปลี่ยนแปลงมันเกิดได้ขึ้นเสมอในวงการวิทยาศาสตร์สุขภาพของเรา ยาบางตัวเมื่อวานใช้ได้ แต่วันนี้กลับถูกสั่งห้ามใช้เฉยเลย แต่ก็แน่นอนที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรซักอย่างที่ทำกันมาเนิ่นนานมันก็เป็นเรื่องยากอยู่

   จึงมีโทรศัพท์หลายสาย โทรเข้ามาจนต้องมาเคลียร์ในบล็อกครับ

     ประเด็นนี้ผมคุยกับอาจารย์สมเกียรติ มหาอุดมพรมานานแล้ว ว่าตรวจทำไมตั้ง 10 จุด  อย่าง อุ้งเท้าด้านในเนี่ย มันไม่สัมผัสพื้น โอกาสเสี่ยงเกิดแผลก็ไม่มีถ้าตรงนั้นมันชารับความรู้สึกไม่ได้ ก็ไม่เห็นเป็นไร ไปจิ้มทำไม... บางเคสจิ้มแล้วชา 3 จุดบอกว่าไม่เป็น Neuropathy  แต่บังเอิญเป็นจุดที่มีการลงน้ำหนักสูงเช่น นิ้วหัวแม่เท้า โคนนิ้วทั้ง 5 จะไม่พลาดเอาเหรอ แต่ก็ลงเอยว่า เอาวะเชื่อ ADA ไว้ก่อน 10 จุดก็ 10จุด เพราะไม่มี เอกสารอื่นอ้างอิง

   แต่ที่ ADA บอกมาล่าสุด 4 จุดนี่ละถูกใจผมที่สุด ตรวจได้เร็วดี เผลอๆ เท้านึงนาทีเดียวก็ตรวจเสร็จแล้ว

มาดูกันดีกว่า

  เปรียบเทียบอันเดิมกับอันใหม่ 4จุด            4 จุด                                            

          เทียบเคียงกับงานวิจัยของ Dr.Paul Brand และ Dr.Frichy ทำเมื่อ20ปีที่แล้ว ว่า70และ80เปอร์เซ็นต์ของแผลจากภาวะเท้าชาอยู่บริเวณหน้าเท้านั่นแหละ แปลว่า 4 จุดบริเวณหน้าเท้าก็ใช้ได้

                               g

         

       ต่อมา Dr.Price ยังย้ำอีกว่าแผลจากภาวะเท้าชาเกิดจากการเดิน ถ้ามาเทียบกับเส้นทางการลงน้ำหนักจากการเดิน(ลูกศรสีแดง ข้างล่าง)จะพบว่ามันลากผ่าน 4 จุดที่เราตรวจนี้เช่นกัน 

                                             

 

             ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ลองดูก่อนครับว่ามันแม่นยำและเชื่อถือได้อย่างไร แต่ว่าก็กันเหนียวไว้บ้างกรณีที่คนไข้มีภาวะ deformities ไอ้สูตรนี้อาจจะต้องเปลี่ยนแปลงเพราะความผิดรูปที่เท้ามันส่งผลให้การลงน้ำหนักผิดปกติไปด้วยอย่างเช่น Claw toe ก่อให้เกิดแรงกดสูงที่ปลายนิ้วเราอาจต้องตรวจที่ปลายนิ้วเพิ่มเติมเพราะถ้ามัน Loss of Protective sensation ไปก็อาจเกิดแผลได้เช่นกัน

                                 b

       สุดท้าย การตรวจอะไรซักอย่างมันบ่งบอกว่าเราจะทำอะไรต่อไป เช่น

      พบว่าเท้าชาความเสี่ยงเกิดแผลเพิ่มขึ้น1.7เท่าตัว ก็ต้องหารองเท้าที่เหมาะสมพื่อลดความเสี่ยงให้เหลือศูนย์ เป็นต้น ไม่ใช่ตรวจแล้วบอกว่าคุณเท้าชาแล้วนะครับ ถ้าทำแค่นั้นคนไข้จะไม่ได้อะไรจากการจิ้มmonofilament ของเราเลย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 212460
 เขียน:  
 ความเห็น: 23  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

♥.`๏'-พร ทั้ง หล้า`๏'- ♥
เขียนเมื่อ Sun Sep 28 2008 16:24:24 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ ความรู้ใหม่เลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ

หมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ
เขียนเมื่อ Sun Sep 28 2008 16:26:18 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณในความรู้ที่เอาเผื่อแผ่กันค่ะ
ใฝ่รู้
เขียนเมื่อ Sun Sep 28 2008 20:30:07 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะ คิดไว้เหมือนกัน ตรวจทำไมตั้ง 10 จุด จะนำไปใช้นะค่ะ

แนวร่วมใหม่ๆซิงๆ
IP: xxx.120.211.140
เขียนเมื่อ Tue Oct 28 2008 22:26:56 GMT+0700 (ICT)

พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก นอกจากเสียเวลาน้อยแล้วยังผิดพลาดน้อยกว่า ข้อมูลอ้างอิงเพียบอย่างนี้ แล้วจะช้าอยู่ใย จะรีบเอาไปเผยแพร่ซะบัดnow ขอบคุณมากๆค่า

นู๋จิ๊บ
เขียนเมื่อ Sun Nov 09 2008 20:04:47 GMT+0700 (ICT)

ตอนนี้ใช้แบบ 4 จุด เร็วดี ขอบคุณที่ช่วยหาแหล่งอ้างอิง เพราะไม่ทราบความเป็นมาเหมียนกัน thank you

กิ๋ม
IP: xxx.12.97.100
เขียนเมื่อ Thu Feb 05 2009 11:29:32 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากนะคะ ได้ความรู้ใหม่ เพราะกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับการตรวจคัดกรองเท้าที่คลินิคเบาหวานอยู่เนื่องจากการตรวจแบบเก่าใช้เวลานาน ส่วนมากจะทำไม่ทันและสุดท้ายก็ไม่ได้ทำ

นิโรบล กนกสุนทรรัตน์
IP: xxx.28.183.10
เขียนเมื่อ Fri Mar 06 2009 12:53:52 GMT+0700 (ICT)

อ่านบทความของคุณแล้ว มีความคิดตรงกันเลย แต่จากประสบการณ์เก่าและหลังจากลองไปตรวจเพิ่มเติมในคนไข้ใหม่ พบว่า ตรงส้นเท้าก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ต้องระวัง

รวมทั้งบริเวณหลังเท้า อยากเสนอให้เพิ่มการตรวจเป็น routine อีก 2 จุด เป็น

5-6 จุด คะ หรือจะใช้วิธีสอบถามความรู้สึกก็ได้ เพราะที่ส้นเท้าบางทีตรวจยาก

คนส้นเท้าหนา ๆ ตรวจก็ไม่ค่อยรู้สึก

ติ้ง
IP: xxx.19.65.125
เขียนเมื่อ Tue Mar 10 2009 14:52:17 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณ สำหรับรูปแบบใหม่ค่ะ

มีข้อมูลที่เกี่ยวกับการบำบัดอาการชาเท้า ในผู้ป่วยเบาหวาน โดยใช้ภูมิปัญญา

เช่น การนวด รึเปล่าคะ ถ้าใครมี ขอความอนุเคราะห์ด้วยค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

pooji
IP: xxx.147.125.134
เขียนเมื่อ Thu Oct 22 2009 10:20:45 GMT+0700 (ICT)

เยียมยอดเลยค่ะ เป็นความรู้ใหม่

แค่เคยได้ยินมา

ไม่รู้จะไปหาอ่านที่ไหน

wilai
IP: xxx.123.185.174
เขียนเมื่อ Fri Nov 20 2009 05:19:14 GMT+0700 (ICT)

กำลังหาข้อมูลทำวิจัยดารนวดเท้าลดอาการชาอยู๋ ขอบคุณสำหรับวิธีตรวจนะคะ

ติ๋ม
เขียนเมื่อ Fri Nov 20 2009 14:13:11 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ เป็นความรู้ใหม่และเป็นประโยชน์มาก ทำให้เราตรวจได้ง่ายและเร็วขึ้น ผิดปกติ 1 ใน 4 ก็ถือว่าชา แล้วใช่ไหมคะ

เมื่อพบว่าผิดปกติ แล้วเราจะทำยังไงต่อ ? แนะนำด้วยค่ะ

พัชราภรณ์ วิริยเวชกุล
IP: xxx.91.84.14
เขียนเมื่อ Sun Dec 06 2009 08:41:08 GMT+0700 (ICT)

ที่ รพ. อู่ทอง จ. สุพรรณก็ตรวจ 4 จุดเหมือนกัน และยังมี monofilament ทำเองซึ่งเป็นรายได้ของคนไขอีกด้วย เราได้ calibrate และก็จดลิขสิทธิ์แล้วด้วย สามารถสอบถามได้ที่ฝ่ายบริหารของ รพ. นอกจากนี้เรายังไปประกวดงาน HA ได้ที่ 1 อีกต่างหาก

นาย ธิติ ปราบ ณ ศักดิ์
เขียนเมื่อ Tue Dec 08 2009 00:52:01 GMT+0700 (ICT)

เชียร์อู่ทองครับผม เอาใจช่วยนะครับ

เล็ก
IP: xxx.157.222.216
เขียนเมื่อ Tue Dec 22 2009 12:56:23 GMT+0700 (ICT)

ที่ รพ.บางปลาม้า กำลังหาหนทางตรวจเท้าให้เร็ว เจอแล้วดีใจจัง ขอบคุณมากนะ ถ้ามีอะไรอีกส่งมาด้วยนะ ชอบ เออเป็นลูกค้าของ รพ.อู่ทองด้วยนะ ซื้อที่ตรวจเท้ามาใช้ ดีค่ะ จับถนัดมือดี

โสภา
IP: xxx.26.53.216
เขียนเมื่อ Mon Feb 08 2010 19:17:17 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณ..พี่เล็ก รพ. บางปลาม้าค่ะ ที่ช่วยแสดงความคิดเห็นหลังการใช้งาน ...

ที่ไหนสนใจติดต่อ ทีรพ. อู่ทองได้ค่ะ

อยากให้หลาย ๆ พื้นที่ มีของที่มีคุณภาพไว้ใช้งาน และส่วนหนึ่ง ก็เป็นรายได้ของผู้ป่วย + ผู้พิการ ของ อ. อู่ทอง

ขอขอบคุณ พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคน ที่ร่วมสนับสนุนค่ะ

คนรักสุขภาพ
IP: xxx.53.249.125
เขียนเมื่อ Tue May 11 2010 09:11:18 GMT+0700 (ICT)

คุณโสภา ครับ อยากติดต่อ ร.พ. อู่ทอง จัง มีเบอร์โทรมั๊ย

PCU แหลมกรวด
IP: xxx.174.0.76
เขียนเมื่อ Thu Jun 03 2010 13:43:12 GMT+0700 (ICT)

09048

นุช
IP: xxx.172.159.252
เขียนเมื่อ Wed Mar 02 2011 13:52:16 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณสำหรับความรู้ดี  มีประโยชน์มากค่ะ

เสือ
IP: xxx.29.30.241
เขียนเมื่อ Wed Mar 23 2011 21:37:59 GMT+0700 (ICT)

คนไม่มีความรู้เรื่อง แพทย์ อ่านแล้วไม่เข้าใจเลยครับ 

 

วิภาวดี หีตนาแค
IP: xxx.183.133.100
เขียนเมื่อ Mon Apr 25 2011 12:08:03 GMT+0700 (ICT)

ดิฉันเห็นด้วยกับ อ. นิโรบล กนกสุนทรรัตน์ เพราะเคยเจอปัญหาผู้ป่วยส้นเท้าหนาเช่นกัน

nuae
IP: xxx.52.185.141
เขียนเมื่อ Thu Jun 02 2011 22:11:17 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะได้ความรู้มากค่ะ

pakapong
เขียนเมื่อ Wed Jul 20 2011 10:07:51 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะ ความรู้ใหม่มั่นใจมากขึ้นค่ะ ตอนนี้กำลังทำแผลผู้ป่วยทุกวันที่บ้าน มีปัญหา มี deformity ผู้ป่วยชอบทำให้เกิดแผลใหม่ตลอดค่ะ และดื้อมาก การกดทับและเกิดโอกาสบาดแผลใหม่มีทุกวัน เกิดแผลใหม่ก็ทำแผลเองไม่ให้เราทำ เฮ้อ......ตรวจดูเท้าให้เขาทุกวันถ้ามีรอยช้ำที่ตำแหน่งไหนก็จะใช้ วัสดุเหมือนฟองน้ำ(เขาเอามาจาก USAเดี๋ยวจะถ่ายรุปมาให้ดูค่ะ ) รองตำแหน่งกดทับไว้แล้วให้เปลี่ยนรองเท้า เปลี่ยนตำแหน่งลงน้ำหนัก ลดการกดทับ และนวดเบาๆตรงจุดนั้นๆ รอยกดทับก็หายไป แผลก็ไม่เกิด สำหรับแผลมี 3 แผล ทำแผลโดยใช้น้ำผึ้งทุกวันค่ะ แผลก็ดีขึ้น หายแล้ว 1 แผล เหลือแผลเล็กอีก 1 แผล แผลเห็นกระดูกอีก 1แผล ไม่นานก็หายแล้วถ้าผู้ป่วยให้ความร่วมมือค่ะ

ซารีบ๊ะ ดอเลาะ
เขียนเมื่อ Thu Jan 03 2013 04:47:22 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณสำหรับความรู้ในการตรวจเท้าครั้งนี้ค่ะ ช่วยลดระยะเวลาในการตรวจมากเลยค่ะ อยากได้เบอร์โทรติดต่อของรพ.อู่ทองบ้างค่ะ ขอบคุณค่ะ


 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกที่เกี่ยวข้อง
    บันทึกก่อนนี้
    บันทึกใหม่กว่า