โรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง

  ไม่รู้จักความพอเพียงเพราะเรามีความโลภ 

       ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


       ในงานกิจกรรมตลาดนัดความรู้โรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง ภาคเหนือ ครั้งที่ 1 ที่จัดขึ้นโดย มูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ที่ จ.เชียงใหม่ มีตัวอย่างชีวิตที่รู้จักคำว่าพอเพียงของ 2 นักเรียนจากโรงเรียนสองแคววิทยามานำเสนอกัน
       
       “พิทักษ์ ลีลาศีลธรรม” และ “ยงยุทธ เลาว้าง” เป็นนักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนสองแคววิทยา จ.เชียงใหม่ คนแรกใฝ่ฝันจะเป็นเภสัชกร ส่วนอีกคนมองอนาคตถึงการเป็นครูวิทยาศาสตร์ ซึ่งทั้ง 2 คนเป็นแนวร่วมเยาวชนรุ่นใหม่ที่น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้จนขึ้นใจ
       
       “เมื่อก่อนพอเห็นเพื่อนซื้อรองเท้าตามแฟชั่นก็จะซื้อตามโดยไม่ได้คิดอะไรเลย แต่พอนำหลักพอเพียงมาใช้ เวลาจะซื้ออะไร ผมจะคิดก่อนทุกครั้งว่าเราจะซื้อด้วยวัตถุประสงค์อะไร จะถามตัวเองก่อนว่ารองเท้ามีไว้ทำไม ถ้ามีไว้ป้องกันเท้าเวลาเดิน ความสวยงามก็ไม่สำคัญ เราก็จะไม่ซื้อเพิ่มอีก ใช้เหตุผลในการซื้อ รู้จักฉุกคิด เพราะที่มีอยู่ก็มีมากพอใส่อยู่แล้ว รวมไปถึงการซื้อของอื่นๆ เช่น เสื้อผ้า หรือนำสมุดที่ใช้เหลือจากปีที่แล้วมาใช้ต่อได้ คุณครูก็ไม่ว่าและยังส่งเสริมให้ใช้อีกด้วย”
       
       “ปกติแล้ว คนเราจะไม่รู้จักความพอเพียง เพราะเรามีความโลภ แต่ถ้าเรารู้จักความพอเพียง ความโลภก็จะลดลง ปัญหาต่างๆ ก็จะลดลงมาก หากพูดในทางศาสนา ความพอเพียงก็คือทางสายกลาง ไม่ตึงไม่หย่อนเกินไป ยิ่งบ้านเรามีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลาในนามีข้าว” พิทักษ์ขยายความ
       
       อย่างไรก็ตาม “การรู้คิด” ของ 2 เยาวชนใช่ว่าจะเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการสนับสนุนของโรงเรียนซึ่งน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาพัฒนานักเรียน เช่น การจัดทำธนาคารโรงเรียน การปลูกผักสวนครัว การทำน้ำหมักชีวภาพจากผลมะกรูด รวมถึงการเลี้ยงปลาดุกของ พิทักษ์ ยงยุทธ และเพื่อนๆ อีกกว่าสิบคน
       
       พิทักษ์ บอกว่า เขาและเพื่อนได้รวมเงินกันซื้อไข่ปลาดุกมาฟัก เลี้ยง และผสมเทียมในบ่อของโรงเรียนซึ่งได้รับอนุญาตเป็นที่เรียบร้อย เมื่อปลาดุกสาวรุ่นแรกโตเต็มวัยจะได้รับการฉีดฮอร์โมนเร่งให้ไข่สุกเพื่อรีดไข่ไปผสมกับน้ำเชื้อของปลาดุกตัวผู้ ทำให้เปอร์เซ็นต์การรอดของปลาดุกมีมากถึง 90% เทียบกับวิธีธรรมชาติที่มีเปอร์เซ็นต์รอดน้อยมาก ทั้งนี้ตัวอ่อนปลาดุกล็อตแรกจะถูกขายตั้งแต่แรกฟักในราคา 100 ตัว 50 บาท แน่นอนว่า ลูกปลาดุกตัวโตกว่าก็จะมีราคาดีกว่า และสำหรับปลาดุกโตเต็มวัยจะถูกขายให้โรงเรียนทำอาหารกลางวันตามราคาท้องตลาด กิโลกรัมละ 35-40 บาท ปลาดุกกว่า 300 กิโลฯ จึงแปรเปลี่ยนเป็นเงินนับหมื่นบาทด้วยมือน้อยๆ ที่มีความสามัคคี
       

       ด้าน ยงยุทธ เล่าว่า พวกเขายังได้รับคำแนะนำจากครูให้ยึดแนวเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้กับการเลี้ยงปลาดุก โดยมีการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายที่ชัดเจน รู้จักความพอประมาณ ใช้ทรัพยากร “บ่อเลี้ยงปลาดุก” และ “น้ำ” ที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า ทั้งเมื่อนำน้ำหมักชีวภาพไปพัฒนาสูตรอาหารปลาดุกยังทำให้น้ำในบ่อไม่เน่าเสียง่าย สร้างภูมิคุ้มกันให้กับปลาดุก รายได้เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วก็นำกำไรมาแบ่งปันกันในหมู่เพื่อนสมาชิก แต่ก็ไม่ลืมที่จะแบ่งปันให้เพื่อนพ้องนอกกลุ่มได้ลิ้มรสปลาดุกที่ลงแรงเลี้ยงเสมอๆ ด้วย นอกจากนั้นปลาดุกบางส่วนยังนำกลับบ้านทำอาหารเย็น จนพ่อแม่ต้องประหลาดใจที่ลูกชายคนเดิมใช้จ่ายน้อยลง แถมแบ่งเบาภาระทางบ้านได้ด้วย
       

       “ที่บ้านก็มีมาถามนะว่าทำไมเดือนนี้ใช้เงินประหยัดไปเยอะเลย ผมคิดว่าเราเป็นลูก เราก็มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นในครอบครัว บอกแม่ว่าของที่ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องไปซื้อ พ่อแม่ฟังและทำด้วย น้องตัวเล็กๆ พอเห็นพ่อแม่ทำ เราให้เหตุผลเขา เขาก็เชื่อฟังเราง่ายขึ้น ครอบครัวของเราจึงมีความประหยัดมัธยัสถ์ และของที่เราทำได้เองอย่างน้ำหมักชีวภาพก็นำมาใช้ที่บ้าน ลดรายจ่ายในบ้านได้อีกทางหนึ่ง” พิทักษ์ ว่า
       
       สุดท้าย เมื่อถามถึงความอิ่มเอมจากดอกผลแห่งความพอเพียง สองหนุ่มเมืองเหนือตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า มีผลดีแน่นอน พิสูจน์ได้จากประสบการณ์ตรงที่ได้ประจักษ์แล้ว และไม่เพียงผลดีจะตกแก่เขาสองคนเท่านั้น แต่เมื่อสมาชิกในบ้านได้นำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ก็ช่วยให้อุดรูรั่วรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ฐานะการเงินจึงดีขึ้น ปัญหาและความบีบคั้นในบ้านก็ลดน้อยลง ความอบอุ่นในบ้านก็เพิ่มมากขึ้น

ที่มา  หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 คำสำคัญ (keywords): ความพอเพียง ความโลภ 
 หมายเลขบันทึก: 209518
 เขียน:  
 ความเห็น:  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

กบ
IP: xxx.128.8.69
เขียนเมื่อ Fri Mar 06 2009 17:20:55 GMT+0700 (ICT)

ดีมากหลานป้า

bright
IP: xxx.129.0.141
เขียนเมื่อ Mon Aug 17 2009 09:15:50 GMT+0700 (ICT)

ยากได้คำขวัน

ดพี่พัด้าเเด
IP: xxx.173.94.43
เขียนเมื่อ Mon Nov 09 2009 18:51:59 GMT+0700 (ICT)

กดเดเกดเอิอแพ้ะพด้ดดะดเเดดเ

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า