{{ kv.owner.fullname | truncate:15 }}
สมาชิก
แลกเปลี่ยน

โรคแคงเกอร์ ในมะนาวรักษาโดยไม่ต้องใช้สารเคมี

แคงเกอร์ มะนาว

 


โรคแคงเกอร์ นับว่าเป็นโรคที่อันตรายร้ายแรงอย่างยิ่งแก่พืชตระกูลส้ม เพราะโรคนี้ค่อนข้างที่จะเข้าทำลายพืชตระกูลนี้ได้อย่างง่ายดาย ถ้าสภาพของต้นอ่อนแอ โรคนี้สาเหตุ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า  Xanthomonas campestris pv citri Hasse  ซึ่งจัดเป็นโรคที่มักจะคอยสร้างปัญหา ให้แก่เกษตรกรชาวสวนมะนาวและผู้ที่ปลูกพืชตระกูลส้มทั้งหลายกันเป็นจำนวนมาก เพราะจะนำมาซึ่งความเสียหายในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นต้น กิ่ง ก้าน ใบ และผลอีกด้วย คือสรุปง่ายๆ  ว่าลองได้โรคนี้เข้ามาละก็ เตรียมตัวเจ๊งกันได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกมือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ทั้งหลาย เพราะโรคนี้จะทำให้ผลผลิตตกต่ำ และอาจจะต้องเสียเงินเสียทองซื้อต้นพันธุ์ใหม่มาปลูกใหม่

วิธีการจัดการดูแลและรักษานั้นก็ใช่ว่าจะง่าย ยิ่งถ้าเป็นสารเคมีด้วยแล้วก็ค่อนข้างที่จะอันตรายและมักจะไม่ค่อยได้ผลในระยะยาว  ในกลุ่มผู้ที่นำสารเคมีเช่นคอปเปอร์เข้ามาใช้ก็อาจจะได้ผลในระยะแรกแต่ใช้ไปนานเข้า ๆ  ก็จะทำให้ต้นมีปัญหาได้และเชื้อโรคแคงเกอร์ก็ยังคงอยู่เช่นเดิม ใช่ว่าจะหมดไปโดยสิ้นเชิง และยังเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสารพิษตกค้างและสะสมในดินเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ  สารพิษที่ตกค้างเหล่านี้อาจจะยังไม่ออกฤทธิ์ออกเดชทันทีในช่วงที่ดินและสภาพภูมิอากาศมีความชื้นอยู่เพียงพอ เพราะความชื้นจากน้ำและสภาพภูมิอากาศจะเป็นตัวช่วยในการบรรเทาและเจือจางสารเคมีเหล่านั้นให้เป็นอันตรายน้อยลง แต่ถ้าเข้าสู่ฤดูแล้งต้นฤดูหนาว ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศมีน้อยทำให้น้ำในดินระเหยออกไปในปริมาณมาก ทำให้สารพิษเหล่านี้มีความเข้มข้นมากขึ้นจนเป็นพิษต่อมะนาว ทำให้ต้นมะนาวทั้งหลายอ่อนแอลง และเชื้อโรคฉวยโอกาสรวมทั้งโรคแคงเกอร์ก็เข้ามารบกวนและจู่โจมมะนาวของเราได้ในทันที
โรคแคงเกอร์ สามารถที่จะเข้าทำลายมะนาวได้เกือบทุกส่วนของต้นไม่ว่าจะเป็น  กิ่ง ก้าน ใบ ลำต้น รวมทั้งผล  ถ้าเป็นที่ใบอ่อนจะสังเกตเห็นได้ว่าเป็นจุดกลม ๆ ฉ่ำน้ำ ออกสีเหลืองซีด ๆ หรือเขียวอ่อน เมื่อขนาดของวงขยายใหญ่ขึ้นจะมีลักษณะฟูคล้ายๆ ฟองน้ำ ซึ่งในเวลาต่อมาจะกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม แตกสะเก็ด ขรุขระเป็นปุ่มนูนและแข็ง แต่ตรงกลางจะเป็นรอยบุ๋มยุบลงไป และมีวงสีเหลืองล้อมรอบแผล สามารถที่จะมองเห็นได้ทั้งสองด้านของใบ ถ้าปล่อยให้เป็นมากๆ ใบจะร่วงหล่น
 โรคแคงเกอร์เข้าทำลาย กิ่ง และก้าน ในระยะเริ่มแรกจะเกิดจุดสีเหลืองนูน ฟูอยู่บนเปลือกของกิ่งและก้านมะนาว ต่อมาแผลนั้นจะค่อยๆ แตกและแห้งเป็นสะเก็ดสีน้ำตาล แล้วลุกลามขยายออกไปตามความยาว หรือรอบกิ่งจนกลายเป็นปุ่มหรือ ปมขนาดใหญ่ รูปร่างไม่แน่นอน และไม่มีวงแหวนสีเหลืองล้อมรอบแผล ถ้าเป็นโรครุนแรงหรือลุกลามขยายออกไปมากเข้าก็จะทำให้ต้นแคระแกร็น กิ่งก้านแห้งตาย และทรุดโทรมอาจถึงตายได้
ต่อมาลักษณะอาการของโรคแคงเกอร์เข้าทำลายที่ผล จะเกิดจุดแผลฝังลึกลงไปในผิวของผลอ่อน ลักษณะของแผลจะนูนคล้ายฟองน้ำ มีสีเหลืองเข้ม ต่อมาเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและแตกสะเก็ดมีวงแหวนสีเหลืองล้อมรอบแผลทำให้เกิดการปริแตกตามรอยแผลของโรคแคงเกอร์

ในปัจจุบัน เราสามารถที่จะทำการรักษาโรคแคงเกอร์นี้ได้แล้ว โดยที่ไม่ต้องไปใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายทั้งหลาย รวมทั้งสารเคมีที่ชาวบ้านเรียกกันว่าสารเขียวหรือสารประกอบทองแดงก็ไม่จำเป็นต้องใช้ เพราะยิ่งใช้นานเข้าก็จะยิ่งเป็นการซ้ำเติมความเลวร้ายให้แก่ต้นเพิ่มขึ้น เพราะต้นเขาจะยิ่งอ่อนแอหรือตาย แต่โรคนั้นก็ยังคงอยู่ ไม่หายไปไหน ควรเปลี่ยนมาใช้จุลินทรีย์ปราบโรค  แคงเกอร์ที่ชื่อว่า บีเอส พลายแก้ว ในปริมาณ 5 กรัม หมักกับน้ำมะพร้าวอ่อน 1 ผล โดยทำการเฉาะผลมะพร้าวอ่อนทำเป็นฝาแง้มเปิดหยอดเชื้อลงไปแล้วหมักทิ้งไว้ให้ได้ 24 ชั่วโมงและไม่เกิน 48 ชั่วโมง แล้วนำมาผสมกับน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก ๆ 7 วัน ในช่วงระยะเวลาแดดอ่อน  หรือจะใช้ นมยูเฮชที รสหวาน 1 กล่อง หรือ นมถั่วเหลือง (แลคตาซอย, ไวตามิ้ลท์)  1 กล่อง  นำมาเทใส่ถุงน้ำแข็งใส นำหนังยางมาผูกทำเป็นหูไว้ข้างหนึ่ง หยอดเชื้อลงไป 5 กรัม แล้วนำไปแขวนไว้ในที่ร่มทิ้งไว้โดยใช้ระยะเวลาเท่ากันกับวิธีหมักกับวิธีที่ใช้ผลของมะพร้าวอ่อน หลังจากหมักได้ที่แล้วก็นำมาผสมกับ น้ำ  20 ลิตร ฉีดพ่นได้เหมือนกัน

มนตรี   บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ (www.thaigreenagro.com)

· เลขที่บันทึก: 205419
· อ่าน: แสดง · ดอกไม้: 0 · ความเห็น: 13 · สร้าง: 2008-09-03 21:17:26 +0700
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
แจ้งลบ
แจ้งลบ
Ico48
skp
2009-05-21 13:15:33 +0700

สวัสดีครับ

สาร บีเอส พลายแก้ว หาซื้อได้ที่ไหนครับและถ้าต้นมะนาวยังไม่เป็นโรคสามารถฉีดพ่นได้หรื่อเปล่าและสามารถใช้ร่วมหรือมีข้อห้ามอย่างไรบ้างครับรบกวนตอบด้วย

Ico48
มนตรี
2009-05-22 16:08:10 +0700

ท่านสามารถเข้าไปดูข้อมูลวิชาการ หรือสอบถามวิธีการซื้อขายได้ที่ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษนะครับ โทร. 02-986-1680-2

Ico48
2009-11-25 20:15:07 +0700

ไม่เห็นมีข้อมูลวิชาการให้ดูเลย และไม่เห็นตอบข้อซักถามเลย

Ico48
มนตรี บุญจรัส
2009-11-26 06:02:16 +0700

ต้องขอโทษเพื่อนๆสมาชิกด้วยนะครับ....ช่วงนี้อาจจะห่างหายไปนานสักหน่อย....จะพยายามเข้ามาอัดเดทบ่อยๆครับ

Ico48
นภาพร
2010-12-20 16:02:50 +0700

ถ้าใช้ปูนขาวโรยรอบต้นมะนาวอายุ 3 เดือนมีผลข้างเคียงกับมะนาวหรือไม่

มะนาวเป็นพืชที่มีลักษณะนิสัยไม่ชอบดินที่เป็นด่าง .........ดินที่เหมาะสมต่อการปลูกมะนาว จะต้องมีค่าพีเอชอยู่ที่ 5.8-6.3 (กรดอ่อนๆ) ถ้าพีเอชของดินที่เราปลูกอยู่ มีค่าพีเอชที่เหมาะสมอยู่แล้ว....แต่เรากลับไปเพิ่มด่างลงในดิน (ปูนมาร์ล, ปูนขาว, โดโลไมท์,ฟอสเฟต,แคลเซียม) เพียงหวังจะได้แคลเซียม แต่กลับทำให้ดินเป็นด่างยิ่งขึ้นไปอีกก็จะมีผลต่อการเจริญเติบโตของมะนาว แต่ถ้าดินของเรามีค่าพีเอชต่ำกว่า 5.0 ก็สามารถที่จะใส่ได้โดยที่ไม่มีผลกระทบด้านลบต่อต้นมะนาวครับ (ถ้าใส่ในอัตราปริมาณที่พอเหมาะพอดีนะครับ ไม่ใช่ว่าดินเปรี้ยวจัดแล้วเติมปูนเสียทีเดียวคราวละมากๆ ก็มีผลกระทบกับมะนาวอีกเช่นกันคือจะสะเทินด่างแทน)

Ico48
mhoomai23
2011-07-13 17:43:25 +0700

ใบมะนาวเหลือง มีจุดน้ำตาล กิ่งแห้งตาย เมื่อหักกิ่งที่แห้งตายแล้วมีขี้ขาวๆ เกิดจากอะไร ต้องใช้ยาสูตรไหน รบกวนตอบละเอียดๆด้วยคะ ขอบคุณคะ

น่าจะเป็นหนอนชอนกิ่งครับ ให้หมักด้วย เชื้อบีทีชีวภาพ สูตรไข่ไก่ (ดูสูตรใน www.thaigreenagro.com) ฉีดพ่นในช่วงเย็นแดดอ่อน ทุกๆ 7 วันครับ

Ico48
birdbird
2012-08-25 09:15:43 +0700

ไม่มีวางขายตามร้านค้าเหรอค่ะ

ดูรายชื่อตัวแทนจำหน่ายตามลิงค์นี้ได้เลยนะครับ http://www.thaigreenagro.com/agency/agencyList.aspx

Ico48
ดิเรก
2012-09-15 20:59:11 +0700

ต้นส้มโอปลูหลายปีแล้วไม่ค่อยดูแล มีลูกแล้วไม่มาก มีบางต้นมีลักษณะลายเป็นวงขาวทั่วต้น ด่างทั้งต้น เหมือนคนเป็นโรคผิวหนัง กิ่งแห้ง และกำลังจะตาย ขอทราบวิธีแก้ไข

ผมเอาน้ำชีวภาพใส่ถังขยะเศษอาหาที่เหลือจากรับประทานและปรุงอาหาร เพื่อป้องกันกลิ่น และหนอน ได้ผลดีมาก พอเต็มถังแล้วเอาไปฝังดิน ใกล้ต้นไม้ จะมีคุณมีโทษกัยต้นไม้อย่างไรบ้างครับ

สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นกลุ่มของเชื้อราที่ก่อให้เกิดโรค และอาจจะมีแคงเกอร์เข้าร่วมด้วย แนะนำให้ฉีดพ่นด้วยจุลินทรีย์ บีเอสพลายแก้ว สลับกับ ไตรโคเดอร์ม่า หรือจะร่วมผสมไปพร้อมกันทีเดียวก็ได้ครับ (ถ้ามีการระบาดรุนแรง)

ส่วนน้ำชีวภาพนั้น ถ้าอยู่ในถังใกล้ต้นไม้ ไม่มีการรั่วซึมออกมาก็ไม่ผลเสียอะไรครับ แต่ถ้ามีการรั่วซึมในปริมาณมาก ความเป็นกรดจากปุ๋ยชีวภาพจะทำให้ต้นพืชชะงักการเจริญเติบโต

Ico48
ประสาท กลิ่นจันทร์
2013-05-20 23:09:00 +0700

กรณีที่ปลูกเยอะๆอย่างของผมปลูกไว้ 400 ต้นและต้นโตหมดแล้วใช้น้ำในการฉีดแต่ละครั้ง ประมาณ400ลิตรจะมีสารอย่างอื่นในการขยายเชื้อไหมครับเพราะถ้าใช้น้ำมะพร้าวอาจต้องใช้เป็น100ลูกไวตามิ้นก็ประมาณ20 กล่อง แล้วกรรมวิธีออกจะยุ่งยากสักนิด จะมีวิธีที่ง่ายกว่านี้ไหมครับ

{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็น