สมาชิก
แลกเปลี่ยน
 

ลำไส้กลืนกัน ความเจ็บปวดที่ลูกน้อยบอกไม่ได้

โรคปวดท้องในเด็ก

 ลำไส้กลืนกัน ความเจ็บปวดที่ลูกน้อยบอกไม่ได้

โรคนี้มักจะพบบ่อยในเด็ก  อายุตั้งแต่ 3 เดือน จนกระทั่งเด็กอายุเกินขวบขึ้นไป  อัตรา การเป็นโรคนี้ก็จะน้อยลงภาวะลำไส้กลืนกัน (Intussusception) คือการที่ลำไส้เล็กส่วนหนึ่งม้วนตัว เข้าไปอยู่ในอีกส่วนหนึ่งของลำไส้ (เหมือนกับการที่เราทำการถลกแขนเสื้อขึ้น) ทำให้เกิดการอุดตันของลำไส้ เป็นภาวะผิดปกติ ที่อาจพบได้และมักเป็นในเด็กเล็ก    

เมื่อลูกร้องไห้แบบเจ็บ ปวดทรมานบอกอะไรได้บ้าง

ถ้าเด็กอยู่ดี ๆ ร้องไห้จ้าขึ้นมากะทันหัน และแสดงอาการปวดท้อง (เด็กจะงอขาขึ้นมาติดกับท้อง)
ทุรนทุรายประมาณ 3-4 นาที จึงหายปวดท้องหยุดร้อง ประมาณ 5-6 นาที แล้วกลับร้องปวดท้องเหมือนเดิมซ้ำ ๆ กันเช่นนี้ เป็นลักษณะหนึ่งของโรคลำไส้กลืนกัน ได้ (ระยะเริ่ม) ซึ่งอาการแบบนี้อาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้
เช่น เด็กมีลมในลำไส้มากไป ถ้าสังเกตเห็นอาการนี้แต่แรก และยังร้องเป็นพัก ๆ นาน 2-3 ชั่วโมง
และมีอาการอาเจียน หรืออุจจาระเป็นมูกสีแดง ๆ ควรไปพบกุมารแพทย์  แม้จะเป็นเวลากลางคืน โรคนี้ถ้าปล่อยไว้จนเกิน 12 ชั่วโมงแล้ว และบังเอิญเป็นโรคนี้ อาจทำให้การรักษายุ่งยากมากขึ้น จนเป็นอันตรายได้ แต่เด็กที่ไม่เป็นโรคนี้ก็อาจร้องเป็นพัก ๆ ได้เช่นกัน

การวินิจฉันโรคลำไส้กลืนกัน

การตรวจร่างกายอาจคลำพบก้อนซึ่งมีลักษณะคล้ายไส้กรอกภายในช่องท้อง การวินิจฉัยโรคลำไส้กลืนกันสามารถกระทำได้โดย 3 วิธี กล่าวคือ

- การทำอัลตราซาวน์ (ultrasound) ซึ่งสามารถตรวจพบก้อนลำไส้กลืนกัน  การตรวจด้วยการสวนลำไส้ใหญ่ด้วยสารทึบรังสี (barium enema)

-  การเอ็กซเรย์ คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง CT Multislices  โดยที่สามารถทำได้ในขณะที่เด็กกำลังดิ้น หรือ มีการเคลื่อนไหว ซึ่งนอกจากจะให้การวินิจฉัยโรคนี้ได้อย่างแน่นอนแล้ว ก็ยังมีประโยชน์ในการรักษา และสามารถบอกสาเหตุของการเกิดโรคลำไส้กลืนกันได้ด้วย

เมื่อกุมารแพทย์ วินิจฉัยว่าเด็กเป็นโรคลำไส้กลืนกันต้องทำอย่างไร

วิธีแรก คือ ถ้าวินิจฉัยได้วาเด็กเป็นโรคนี้ ภายใน 6 ชั่วโมงแรก  กุมารแพทย์จะสวนแป้งเข้าไปทางก้น พร้อมกับฉายเอกซเรย์ดูลำไส้ ซึ่งมีโอกาสอยู่มากที่ลำไส้ จะกลับคืนสู่สภาพปกติหรือในกรณีที่การสวนลำไส้ใหญ่ไม่อาจจะดันลำไส้ที่กลืนกันออกได้ ก็จำเป็นจะต้องได้รับรักษาด้วย ในระหว่างนี้ ถ้าเลย 12 ชั่วโมงไปแล้ว จะต้องผ่าตัดรักษา แต่ถ้าเกิน 24 ชั่วโมงขึ้นไป ถึงแม้จะผ่าตัด ก็อาจเป็นอันตรายได้

 

วิธีการที่สอง คือ การผ่าตัด ในการผ่าตัดนั้น ศัลยแพทย์สามารถใช้มือบีบดันให้ลำไส้ส่วนที่กลืนกันคลายตัวออกจากกัน มีเพียงผู้ป่วยส่วนน้อยที่มีการเน่าตายหรือมีการแตกทะลุของลำไส้แล้ว ซึ่งในกรณีเช่นนี้จำเป็นจะต้องตัดลำไส้ส่วนที่เน่าตายออกและทำการต่อลำไส้ส่วนที่ดีเข้าหากัน
โรคลำไส้กลืนกันนี้แม้ว่าจะเป็นโรคที่ร้ายแรงและเฉียบพลัน แต่ผลของการรักษาโรคนี้ดีมาก ปัญหาที่พบได้บ่อยก็คือ บิดา มารดา หรือผู้เลี้ยงดูเด็กไม่ทราบว่าผู้ป่วยเป็นโรคนี้ เมื่อเห็นว่าเด็กมีอาการปวดท้อง อาเจียน มีไข้ ก็นึกไปว่าเป็นโรคลำไส้ใหญ่อักเสบติดเชื้อหรือเป็นโรคบิด และได้ไปซื้อยามารับประทานกันเอง จนกระทั่งลำไส้เริ่มมีการขาดเลือดจนถ่ายอุจจาระเป็นเลือดปนมูกถึงจะพาผู้ป่วยมาให้แพทย์ตรวจ ทำให้ได้รับการรักษาที่ช้าเกินไป ดังนั้นเมื่อใดที่ผู้ป่วยเด็กมีอาการดังที่กล่าวมาข้างต้น ผู้ปกครองควรรีบพาผู้ป่วยมาพบกุมารแพทย์เสียแต่เนิ่นๆ เพื่อจะได้ทำการวินิจฉัยและรักษาต่อไป

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: สังเกตุลูกน้อยยามร้องให้ เด็กร้องให้ไม่มีสาเหตุ เมื่อลูกปวดท้อง โรคในเด็ก 
· หมายเลขบันทึก: 181176
· สร้าง:    · อ่าน: แสดง · ความเห็น:
1
 
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
แจ้งลบ
แจ้งลบ
คุณแม่มือใหม่
IP: xxx.175.60.38
เขียนเมื่อ Mon Oct 05 2009 14:46:50 GMT+0700 (ICT)

ลูกสาวเป็นโรคนี้ตอน 7 เดือน ไปหาหมอที่ รพ.แห่งหนึ่งใน จ.ลพบุรี บอกว่าเด็กแค่ง่วงนอน จะให้กลับบ้านดิฉันไม่ยอม จึงขอนอนที่ รพ. จนกระทั่งบ่างสามโมงของอีกวันหนึ่ง ปรากฏว่าลูกดิฉันทั้ง อาเจียน ถ่ายเป็นเลือด และชักเกร็งจนไม่รู้สติ เมื่อลูกดิฉันเป็นเช่นนี้มีพยาบาลมาถามดิฉันว่า ต้องการย้าย รพ.ไหม ทั้งที่ดิฉันยื่นความประสงค์ไปตั้งแต่ที่แรกว่าจะย้าย แต่พยาบาลก็บอกว่าลูกดิฉันไม่เป็นอะไรแค่อาหารเป็นพิษ ดิฉันจึงวางใจ จากนั้น รพ.แห่งนี้ได้ส่งตัวลูกดิฉันไป รพ.ในจังหวัด พอเอ็กซเรย์จึงพบว่าน่าจะเป็นลำไส้กลืนกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ รพ.แห่งแรกก็ซาวด์ดูแล้วก็บอกว่าไม่พบอะไรผิดปกติ จากนั้น รพ.แห่งที่สอง ก็ไม่มีแพทย์ทางด้านนี้ก็ส่งตัวลูกดิฉันไป รพ.ที่สาม ตอนสี่ทุ่ม กว่าจะได้ผ่าอีกทีตีสอง เพราะตลอดเวลาลูกดิฉันไม่รู้สึกตัวแล้ว ชักเกร็งตลอด พอดิฉันได้พบคุณหมอที่จะผ่าตัด คุณหมอบอกว่า มีเปอร์เซนต์แค่ 50:50 เพราะว่าเด็กอาการโคม่า และอายุยังน้อย ดิฉันแทบช็อค ญาติพี่น้องและทุกคนทำใจกันหมดแล้ว แต่ปาฏิหาริย์ก็มีจริง ลูกดิฉันรอดมาได้ และปัจจุบันนี้ ลูกดิฉันอายุ 2 ขวบ 7 เดือน และเป็นเด็กที่มีความจำดีมาก เขาท่อง A-Z ได้ตั้งแต่ 1 ขวบ 3 เดือน ทุกวันนี้จำแม้กระทั้งตัวอักษรภาษาอังกฤษได้แทบทุกตัวแล้ว......ถ้าวันนั้นดิฉันไม่ตรงไป รพ.แห่งแรก ลูกดิฉันอาจจะไม่ต้องเสี่ยงตายเช่นนี้ ขอบคุณคุณหมอ รพ.ที่สาม ที่ช่วยชีวิตลูกดิฉันได้ขอบคุณมาก

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็น