กฤหมายที่เกี่ยวกับไฟไหม้ วางเพลิง

 ระวัง จุดไฟ วางเพลิง กฏหมายเล่นงานหนัก 

ผมมีโอกาส ร่วมจัดรายการทางวิทยุกระจายเสียง อ.ส.ม.ท.จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในรายการ "อัยการพบประชาชน" ผมไปร่วมจัดในฐานะผู้แปลภาษา คำต่อคำ ประโยคต่อประโยค ท่านอัยการพูดเป็นภาษาไทย เราเน้นยำเป็นภาษาท้องถิ่น ได้องค์ความรู้กฏหมายที่เกี่ยวกับไฟไหม้และวางเพลิง เพื่อเตือนสติข้าราชการ ประชาชนทุกหมู่เหล่า ถึงโทษที่เกิดจากไฟไหม้และการวางเพลิง เพราะเป็นช่วงหน้าร้อน บ้านเรา(ภาคเหนือ)เกิดไฟไหม้ได้ง่าย โดยเฉพาะไฟป่า

กฏหมายที่เกี่ยวกับไฟไหม้และวางเพลิงมี 2 ประเภท คือ

ประเภทที่ 1 เหตุเกิดในบ้านหรือชุมชน

กฏหมายอาญาที่เกี่ยวกับไฟไหม้ วางเพลิงในบ้าน ชุมชน มาตรา 217 ,218 ,219 ,220 ,225

การกระทำถ้าก่อให้เกิดภยันตรายต่อทรัพย์สิน ชีวิตของประชาชน เช่น เผาบ้าน โรงเรือน เรือ ที่สาธารณะ เช่น สถานีรถไฟ สนามบิน ท่าเรือ โบสถ์ โรงละคร สนามฟุตบอล มีความผิดทั้งจำทั้งปรับ ถ้าเป็นเหตุโดยประมาท ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย หรือน่าจะเกิดความเสียหายต่อประชาชน โทษก็เบาลง แม้การตระเตรียมอุปกรณ์ยังไม่ได้กระทำผิดก็ถือว่ามีความผิด

ประเภทที่ 2 เหตุเกิดนอกบ้านหรือในป่า (ข้อที่แหละที่เป็นห่วงประชาชนที่ไม่รู้กฏหมาย)

พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484 การแผ้วถางป่า โก่นสร้าง เผาป่า ทำลายป่า ถือครอบครอง เว้นแต่ ทำการเกษตรกรรมตามที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำทั้งปรับ

พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 แผ้วถาง ยึดถือครอบครอง ทำประโยชน์ ก่อสร้าง เผาป่า เก็บของป่า ทำให้เสื่อมเสียสภาพป่า ฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำทั้งปรับ

พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 มาตรา 16 ภายในเขตอุทยาน ห้ามมิให้ผู้ใด ยึดถือ ครอบครอง ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ฝ่าฝืนมีโทษตามมาตรา 24 จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท

พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 มาตรา 38 ผู้ใดยึดถือ ครอบครอง ปลูกสร้าง ตัดโค่น เผาผ่า แผ้วถาง ทำลายต้นไม้ พฤกษชาติ ฝ่าฝืนมีโทษตามมาตรา 54 จำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท

เป็นยังไงครับ โทษหนักนะ ขึ้นอยู่กับว่าพื้นที่ที่กระทำเป็นพื้นที่ป่าประเภทใด ถ้าเป็นชาวบ้านที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ก็คงเดือดร้อนเป็นแน่แท้ จะเอาเงินค่าปรับเป็นหมื่นเป็นแสนมาจากไหน ลำพังทำงานทั้งปียังไม่เคยเห็นเงินหมื่นเลย ประการสำคัญบางครั้ง บางอย่างมันเป็นวิถีชีวิตและความเคยชินของชาวบ้านที่ปฏิบัติกันมาโดยไม่รู้ว่ามันเป็นความผิดตามกฏหมาย

ชาวครูของเราก็เหมือนกัน อย่าให้ครู ภารโรงหรือเด็กๆเผาหญ้า เผาใบไม้ ตามริมรั้วหรือหลังโรงเรียน พลาดพลั้งโดนข้อใดข้อหนึ่งก็จะเดือดร้อนกันทั้งหมด

นำมาฝากครับ เพื่อความไม่ประมาท เห็นข่าวว่า ใครเผาป่าที่ตีนดอยสุเทพ จะปรับรายละ 2 หมื่นบาท เป็นการประชาสัมพันธ์เพื่อป้องปราม ที่แม่ฮ่องสอนมีสมัยหนึ่งผู้ว่าออกนโยบายว่า ใครเห็นการเผาป่าให้แจ้งให้ทราบ จะมีรางวัลนำจับ 5 พันบาท ผมว่ามันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ คงไม่ได้ผลหรอก และแล้วมันก็ไม่ได้ผลจริงๆตามที่ผมคาดไว้

แต่ปีนี้ดีนะ ย่างเข้าเดือนมีนาคมแล้วยังไม่มีหมอกควันเลย ถ้าเป็นเช่นนี้ตลอดไปก็คงจะดีใครไม่ต้องโทษใคร ขณะนี้ปัญหามันเป็นสามเส้าระหว่าง ผู้ประกอบกิจการท่องเที่ยว (รถทัวร์ รถตู้) ชาวไร่ และคนหาของป่า (รวมถึงคนเก็บเห็ดถอบ คนเก็ยตองตึง) ต่างคนก็ต่างโทษกันว่าเป็นต้นเหตุของปัญหา เป็นสมการที่ไม่รู้จักจบ

ขอให้ช่วยกันเถิดครับ ก่อนที่จะไม่มีใบไม้ใบหญ้าให้เผาอีกต่อไป

ลุงเก

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 169730
 เขียน:  
 ความเห็น:  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

เอื้องแซะ
เขียนเมื่อ Sat Mar 08 2008 15:44:03 GMT+0700 (ICT)
  • เป็นข้อมูลที่ดีค่ะ เพราะเข้าหน้าร้อนเมื่อไหร่ เราต้องสูดหมอกควันจากไฟไหม้ป่าทุกวัน  ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพมากๆๆ
  • ก็ต้องขอความร่วมมือจากหลายๆฝ่าย 
ครูบรรเจิด
เขียนเมื่อ Sat Mar 08 2008 22:15:07 GMT+0700 (ICT)

เป็นประโยชน์มากเลยนะครับ จะนำไปบอกเล่าให้กับชาวบ้านและ นักเรียนครับ

อัยการชาวเกาะ
เขียนเมื่อ Sat Mar 08 2008 22:43:10 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับลุงเก

ดีใจที่เห็นลุงเกร่วมกับอัยการช่วยนำความรู้ทางกฎหมายไปสู่ชาวบ้านครับ การออกรายการวิทยุถ้าว่าไปแล้ว ผมเป็นรุ่นแรกๆที่ทำเลยครับ ถ้าหากนับภายในเขต ๘ คือ ๗ จังหวัดภาคใต้ตอนบน ผมทำรายการวิทยุเป็นคนแรก ใช้ภาษาใต้จัดรายการ ชาวบ้านชอบกันมาก ได้อ่านบันทึกนี้แล้วมีความสุขครับหากภาคประชาชนมีส่วนร่วมแบบนี้

ดีใจขนาดครับ

อาจารย์เก
เขียนเมื่อ Sun Mar 09 2008 14:34:58 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณ แม่เฒ่าฮ่างหลี (เอื้องแซะ) ที่เข้ามาเยี่ยม ผมเป็นห่วงชาวบ้านที่ไม่รู้กฏหมาย จึงมาบอกเล่าหวังให้คณะครูของเรา โดยเฉพาะชาว gotoknow ในภาคเหนือ นำไปจัดการเรียนรู้เพื่อเผยแพร่สู่ชุมชน

ลุงเก

อาจารย์เก
เขียนเมื่อ Sun Mar 09 2008 14:38:39 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณ บล็อคเกอร์บรรเจิด สามารถนำไปเป็นองค์ความรู้จัดการเรียนรู้ได้ 1 แผน ในระดับช่วงชั้นที่ 2,3,4 จะเป็นประโยชน์มากต่อจังหวัดของเรา เด็กจะมีอิทธิพลต่อพ่อแม่ ถ้าเด็กบอกอะไร พ่อแม่บางคนจะเชื่อ เพราะเป็นคำสอนที่ผ่านมาจากครู ชาวบ้านเขาเชื่อครูนะโดยเฉพาะบ้านป่าบ้านดอย

ลุงเก

อาจารย์เก
เขียนเมื่อ Sun Mar 09 2008 14:48:58 GMT+0700 (ICT)

กราบขอบพระคุณท่านอัยการชาวเกาะเป็นอย่างสูง ที่เข้ามาเยี่ยม ผมสนใจกฏหมายครับ โดยเฉพาะกฏหมายชาวบ้านทั้งๆที่ไม่ใช่นักกฏหมาย แต่ในการเป็นบุคคลสาธารณะเราจะปฏิเสธต่อประชาชนไม่ได้เมื่อเขามาปรึกษา ผมอยู่ในสถานะเช่นนั้น บ่อยครั้งที่ต้องให้คำแนะนำในด้านกฏหมายแก่ประชาชนในท้องถิ่น ถ้ากรณีที่เกิดเป็นเรื่องสลับซับซ้อน เกินความรู้และประสบการณ์ของเรา ผมก็จำเป็นต้องพึ่งพานักกฏหมาย เช่น ทนายความ ที่เป็นเพื่อฝูงก็มีหลายคน รวมทั้งท่านอัยการจังหวัด ที่ผมคุ้นเคยทุกรุ่น เป็นบุญที่ได้ช่วยชาวบ้าน เพราะชาวบ้านในระดับรากหญ้าเขาน่าสงสารจริงๆไม่มีความรู้เรื่องกฏหมายเลย แต่เมืองไทยของเราคุณจะตอบว่าคุณทำผิดเพราะไม่รู้กฏหมายไม่ได้

รายการอัยการพบประชาชนมีประโยชน์มากครับ แต่อย่างว่าแหละครับต้องใช้ภาษาท้องถิ่นจึงจะเข้าถึงชุมชน ภาคเหนือก็คงไม่ต่างกับภาคใต้เท่าไหร่ ชาวบ้านบริสูทธิ์เหมือนปุยฝ้ายและน่าสงสารมากครับ

กราบเรียนมาด้วยความเคารพ หากท่านจะกรุณาได้โปรดชี้แนะว่า ควรมีกฏหมายอะไรบ้างที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ผมยินดีรับฟัง และรับความรู้จากท่าน เพื่อนำไปเผยแพร่ให้ประชาชน เนื่องจากผมจัดรายการทางวิทยุด้วยครับ

ลุงเก

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า