ตอนที่ 27 เพาะเชื้อราบิวเวอเรียปราบศัตรูพืช เกษตรกรอยู่ดีมีสุข

 บิวเวอเรีย เป็นเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคกับแมลงได้หลายชนิดโดยเฉพาะเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและหนอนศัตรูพืช  

         จากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง สภาพดินที่เสื่อมโทรม การทำนาที่ต่อเนื่อง การใช้สารเคมีที่ไม่ถูกต้องด้วยการใช้มากเกินความจำเป็น  เป็นความเกื้อหนุนกันอย่างกลมกลืนสร้างความรำบากแก่การต่อสู้ให้พ้นวงจรความทุกข์ยากของเกษตรกร 

            ด้วยปัญหาดังกล่าวเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท ได้ส่งเสริมเพื่อแก้ไขปัญหาให้เบาบางลง เช่นการรณรงค์ลดการเผาตอซังและฟางข้าว การป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน ผ่านกระบวนการโรงเรียนเกษตรกร  เช่นในพื้นที่ของตำบลวังไก่เถื่อน อำเภอหันคา  พี่ชาลี  ไป๋งาม เจ้าพนักงานการเกษตร 6 ได้แนะนำและร่วมเขียนโครงการ เพาะเชื้อราบิวเวอเรีย ให้เกษตรกรของบประมาณ โครงการอยู่ดีมีสุข ได้เงินมาพอทำโครงการ และไปได้สวยทีเดียว

         เชื้อราบิวเวอเรีย เป็นเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคกับแมลงได้หลายชนิด  โดยเฉพาะเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและหนอนศัตรูพืช  ส่งผลให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิตข้าว เพิ่มกำไร และสุขภาพดี  ได้ประโยชน์ตรงตามงบประมาณที่เขาสนับสนุน คือ อยู่ดี มีสุข

         ลักษณะการทำลายศัตรูพืช เชื้อจะสร้างเส้นใยและสปอร์สีขาว  สามารถแพร่กระจายได้ในธรรมชาติ โดยสปอร์เชื้อราบิวเวอร์เรีย เมื่อตกที่ผนังลำตัวแมลง ในสภาพที่มีความชื้นเหมาะสมสปอร์ก็จะงอกก้านชูสปอร์แทงทะลุผ่านลำตัวแมลงเข้าไปในช่องว่างภายในลำตัวแมลง  หลังจากนั้นเชื้อราจะเจริญเพิ่มปริมาณเป็นเส้นใยท่อนสั้น ๆ เซลล์เม็ดเลือดในตัวแมลงก็จะถูกทำลาย   ทำให้เลือดที่อยู่ในตัวแมลงมีน้อยลง  แต่ทางกลับกันเชื้อรา  กลับมีการเพิ่มจำนวนที่มากขึ้นเรื่อย ๆ จนเต็มช่องว่างของตัวแมลง  ทำให้แมลงเป็นอัมพาตและตายในที่สุด  หลังจากแมลงตายเชื้อราจะแทงก้านชูสปอร์ อีกทั้งสามารถแพร่กระจายได้ในธรรมชาติ  และเชื้อราบิวเวอเรียสามารถทำลายแมลงได้ทุกระยะ

           ในการนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จากพี่ชาลี ไป๋งาม พาเข้าพบ นายสมาน  ทองบุญโท ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 .วังไก่เถื่อน อ.หันคา จ.ชัยนาท และเป็นประธาน กลุ่มผลิตสารชีวภัณฑ์  โดยได้รับการถ่ายทอดความรู้จากพี่ชาลี และ พี่สมาน ด้วยดี โดยเฉพาะแนวคิดการเขียนของบประมาณ และ การผลิตเชื้อบิวเวอร์เรีย

          การเขียนขอโครงการ  ควรเป็นโครงการที่สามารถแก้ปัญหาที่เป็นปัญหาของคนสวนมาก และสามารถดำเนินการ พัฒนาให้เจริญเติบโตได้ต่อเนื่องอย่างยั่งยืน โดยผ่านมติที่ประชุมจากการทำประชาคมหมู่บ้าน ในการนี้พี่สมานบอกย้ำอีกว่าจะต้องประสานงานให้ดี และสร้างความรัก ความสามัคคีในหมู่บ้านด้วยนะ อย่าให้ขัดกันเองทั้งประชาชน ผู้นำหมู่บ้าน อบต. และผู้ใหญ่บ้าน(รักกันไว้อะไรๆ ก็ง่ายและสดใส ครับ)การผลิตเชื้อราบิวเวอเรีย เพื่อให้สมาชิกนำไปใช้  จากการได้รับงบประมาณ เพื่อการผลิตเชื้อราบิวเวอเรีย ให้สมาชิกนำไปทดลองใช้  พบว่าใช้แล้วได้ผลดีจึงจัดตั้งกองทุน และผลิตจำหน่าย ราคาถุงละ 20 บาท แต่ถ้าสมาชิกจะทำการตกลงเงื่อนไขในที่ประชุม  กำลังการผลิตจะขึ้นอยู่กับสภาวะการระบาดของศัตรูพืช แต่จะสำรองไว้เสมอจำนวน 50 ถุง

                  สาเหตุที่เกษตรกรนิยมใช้  เพราะได้ผลดี ประหยัด และปลอดภัยต่อผู้ใช้ และสภาพแวดล้อม การนำไปใช้มีวิธีการดังนี้

  1. เชื้อราบิวเวอเรีย  1 – 2 กิโลกรัม ( 2 – 4 ถุง) ต่อน้ำ  20 ลิตร  โดยแบ่งน้ำออกเป็น  2  ส่วน
  2. นำน้ำส่วนที่  1  จำนวน  5  ลิตร ผสมกับเชื้อราบิวเวอเรีย  จำนวน  1 – 2  กิโลกรัม คนและขยำ หรือทำให้สปอร์เชื้อราหลุดจากเมล็ดข้าวโพด  แล้วกรองด้วยผ้าบาง ๆ เพื่อแยกเมล็ดข้าวโพดออก
  3. นำน้ำส่วนที่  2  จำนวน  15  ลิตร ผสมกับสารจับใบ และคนให้เข้ากัน
  4. นำน้ำที่ได้จากข้อ  2  และข้อ 3 มาผสมกันและคนให้เข้ากัน
  5. นำไปฉีดพ่นในแปลงที่สำรวจพบเพลี้ยหรือหนอนให้ฉีดพ่นถูกตัวหรือสัมผัสตัวแมลงศัตรูเป้าหมายในช่วงที่มีความชื้นสูง  เช่นเวลาตอนเช้าหรือตอนเย็น  ที่มีแสงแดดอ่อน ๆ
  6. ควรปรับหัวฉีดให้พ่นฝอยละเอียดจะฉีดได้ผลดี  และได้พื้นที่มาก
  7. สามารถตรวจสอบผลการควบคุมศัตรูพืชได้  หลังจากใช้เชื้อราบิวเวอเรียไปแล้ว  2 – 3  วัน

           ไม่เพียงกิจกรรมเดียว ที่ กลุ่มผลิตสารชีวภัณฑ์ ร่วมกันสรรสร้าง ยังคงผลิตน้ำหมักชีวภาพ จากหอยเชอรี่ และผัก เพื่อเสริมจุลินทรีย์ให้แก่ดินเร่งการย่อยสลายตอซังและฟางข้าวปรับปรุงบำรุงดินให้ความอุดมสมบูรณ์ พลิกฟื้นวิถีชุมชนกลับคืนมา ดังคำที่ว่า ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ลบคำว่า ในน้ำมียา ในนามีหนี้ ผืนนานี้มีแต่หนี้กับยา ทิ้งไปไม่หวนกลับ

        ผู้เขียนขอขอบพระคุณ และขอปรบมือผลงานคุณภาพของ พี่สมาน  ทองบุญโท และ พี่ชาลี   ไป๋งาม  รับผิดชอบศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียง ( ศูนย์เครือข่าย) ตำบลวังไก่เถื่อน อำเภอหันคา  จังหวัดชัยนาท มา ณ โอกาสนี้ครับ 

ชัด  ขำเอี่ยม รายงาน

 [email protected]  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 157102
 เขียน:  
 ความเห็น:  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

chudchainat
เขียนเมื่อ Sun Mar 21 2010 20:48:03 GMT+0700 (ICT)

เรียน คุณฐณัฐสิณี

จากการทดสอบเชื้อราบิวเวอเรีย ทนความแห้งแล้งไม่ไหว ดังนั้นเวลานำไปใช้ในไร่มันเชื้อราจะตาย

แต่จากการทดสอบใช้สมุนไพร ยาสูบ กะทิสดผสมกาแฟไทยใช้ได้ผลดีที่กลุ่มโรงเรียนเกษตรกรทำไร่สุขเดือน

ดังนี้

ได้สูตรนี้จากการเยี่ยมชมการเรียนรู้ของกลุ่มโรงเรียนเกษตรกรทำไร่สุขเดือนห้า บ้านพุสมหวัง ต.สุขเดือนห้า จ.ชัยนาท โดยมีอาจารย์สุวัฒน์ ทรัพยะประภา เป็นวิทยากร ได้พบการใช้สมุนไพรสูตรเด็ด จากการนำวัสดุทรัพยากร ที่มีมากในท้องถิ่น “จากการสอบถามสมาชิกผู้ร่วมเรียนรู้ กล่าวว่าในพื้นที่มีมะพร้าวหลายต้น จึงนึกถึงไว้ท์ออยล์ ซึ่งเป็นน้ำมันสำหรับผสมสารเคมีกำจัดเพลี้ยแป้ง เป็นสารไม่มีพิษ แต่ฆ่าแมลงได้ด้วยการไปเคลือบและอุดรูหายใจข้างตัวแมลง ดังนั้นจึงนำน้ำกระทิซึ่งเป็นน้ำมันมาทดลองใช้ให้เป็นตัวประสานจับระหว่างแป้งและสมุนไพรอีกทั้งนำสารสมุนไพรจากยาสูบเข้าสู่ลำตัวเพลี้ยแป้ง รวมทั้งการทำลายระบบประสาทของแมลงด้วยกาแฟไทย(โรบัสต้า) เพราะมีคาเฟอีนมาก ” อ.สุวัฒน์กล่าว

วัสดุ มะพร้าวขูด 2 ขีด ช่วยพังทลายผนัง หรือแป้งที่คลุมออก เปิดช่องทางให้ยาสูบเข้าทำลาย 2. ยาสูบ(ยาเส้น) 1 ขีด ทำลาย แมลงศัตรูพืชด้วยพิษเบื่อเมา 3. กาแฟ 100% จำนวน 50 กรัม ช่วยกระตุ้นระบบประสาทและเป็นพิษเบื่อเมาเสริมฤทธิ์ให้แมลงอ่อนแอ และ 4. น้ำต้มสุก 1 ลิตรสำหรับคั้นกระทิและสกัดยาสูบ หรือจะต้มยาสูบก่อนนำน้ำไปคั้นกระทิก็ได้ยิ่งจะสามารถสกัดสารจากยาสูบได้ดีขึ้น

วิธีทำ นำมะพร้าวขูด ผสมกับยาสูบคลุกเคล้าให้เข้ากัน เติมน้ำร้อนลงไป ทิ้งไว้ให้อุ่นขยี้ให้น้ำกะทิแตก ก่อนนำไปบีบคั้นเอาน้ำออก กรองด้วยตาข่ายเขียวหรือผ้าขาวบาง นำน้ำที่คั้นผสมกับกาแฟที่เตรียมไว้ เพียงเท่านี้ก็จะได้น้ำสมุนไพรป้องกันเพลี้ยแป้ง เพลี้ยไฟ หรือไรแดงได้ครับ นำน้ำที่ได้ผสมน้ำสะอาด 200 ลิตร ฉีดพ้นให้ทั่ว ช่วง เช้าหรือ เย็น ถ้าเหลือแช่ไว้ในตู้เย็นครับ จากการลงดูในแปลงมันสำปะหลัง พบเพลี้ยแป้งน้อยมาก เพราะผ่านการใช้สารสมุนำพรดังกล่าวผ่านไป 1 วัน ซึ่งก่อนหน้านั้นมีเพลี้ยแป้งจำนวนมาก

ผู้เขียน ขอฝากถึงผู้อ่านว่า อย่าเพิ่งเชื่อและอย่าเพิ่งปฏิเสธครับ เพราะภูมิปัญญาชาวบ้านเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสม คือ เหมาะสมในที่หนึ่งแต่อาจคลาดเคลื่อนได้ในอีกที่หนึ่ง จึงขอให้ผู้อ่านนำไปทดลองทำและทดลองใช้ในพื้นที่บางส่วนเพื่อเป็นนักวิจัยนักทดลอง เปรียบเทียบกับอีกหลายวิธีในแต่ละแปลงหรืออาจเปรียบเทียบกับสารเคมีที่มีราคาแพง แต่อย่าลืมต้องเป็นนักสังเกต และจด โดยเฉพาะจดบัญชีเงินที่จ่ายไปในแต่ละวิธี เมื่อพบว่าได้รับผลที่ได้รับจากแปลงทดลองก่อนใช้ตลอดแปลง เป็นทีพอใจ ครับผม

chudchainat
เขียนเมื่อ Sun Mar 21 2010 20:56:23 GMT+0700 (ICT)

อาจารย์สุวัฒน์ ทรัพยะประภา เจ้าของสูตรสมุนไพรยาสูบกาทิสดกาแฟไทย และ อาจารย์เสรี กล่ำน้อย เจ้าของสวนส้มโอพวงฉัตร

ส่วนผสมบางส่วนครับ

สมาชิกเชื่อฟังอาจารย์ดีและร่วมกันทำสมุนไพรให้ผู้สื่อข่าวดูครับ

chudchainat
เขียนเมื่อ Sun Mar 21 2010 21:00:15 GMT+0700 (ICT)

 มาดูยอดมันสำปะหลังที่เคยถูกเพลี้ยแป้งเข้าทำลายแต่โดนสมุนไพรก่อนผู้เขียนเข้าไป 1 วัน ยอดสะอาดเลยครับ แต่ยอดมันสำปะหลังบ่างส่วนยังพบเพลี้ยแป้งอยู่ 2-3 ตัว อาจารย์สุวัฒน์ บอกว่าต้องพ่นซ้ำอีก 2-3 ครั้ง ครับ

 ทีมงานโชว์หัวมันแปลงเรียนรู้ครับ

ปารัญ
IP: xxx.9.240.52
เขียนเมื่อ Fri Sep 24 2010 07:56:15 GMT+0700 (ICT)

ตอนนี้มีการผสมเชื้อราสามชนิดคือ บิววาเรีย บัสสิน่า + เมธาไรเซี่ยม + พาซิโลมัยซิส ลินลาซินัส เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเชื้อรา มีรายละเอียดตามนี้

องค์ประกอบ : บิววาเรีย บัสสิน่า + เมธาไรเซี่ยม + พาซิโลมัยซิส ลินลาซินัส

ประโยชน์ : บิววาเรียและเมธาไรเซี่ยม มีความสามารถเข้าทำลาย แมลงศัตรูพืชทุกชนิดโดยผ่านเข้าทางผิวหนังของแมลง ด้วยการสร้างหลอดออกมาแทง ทะลุผิวหนังของแมลงเข้าไปภายใน เชื้อจะสร้างกลุ่มเส้นใยเข้าไปตามท่ออาหาร และขยายจำนวนวมากขึ้น โดยเส้นใยแตกและหักออกเป็นท่อนสั้นๆเข้าไปทำลายอวัยวะต่างๆของแมลง และเพิ่มจำนวนภายในตัวแมลง ทำให้แมลงป่วย ร่างกายอ่อนแอ และตายในที่สุด บิววาเรียและเมธาไรเซี่ยมจะติดต่อไปยังแมลงข้างเคียงได้อย่างรวดเร็ว และทำลายแมลงตัวอื่นๆด้วย ในขณะที่ พาซิโลมัยซิส จำกำจัดไข่ของแมลงทุกชนิด ทั้งปากกัดและปากดูด รวมทั้งไข่หอยเชอรี่ในนาข้าว และ “บิววาเรีย บัสสิน่า + เมธาไรเซี่ยม+พาซิโลมัยซิส ลินลาซินัส

” ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด จึงปลอดภัยกับคนฉีดกว่าสารเคมี ข้อมูลเพิ่มเติม http://snatup.blogspot.com/2010/09/blog-post.html

เดชธนง
IP: xxx.172.86.204
เขียนเมื่อ Fri Nov 05 2010 11:55:35 GMT+0700 (ICT)

อยากทราบว่าเราสามารถใช้เชื้อราบิวเวอเรียร่วมกับเชื้อราไตรโคเดอร์มาได้ไหมครับ

chudchainat
เขียนเมื่อ Fri Nov 05 2010 21:17:39 GMT+0700 (ICT)

เรียน คุณเดชธนง

อยากทราบว่าเราสามารถใช้เชื้อราบิวเวอเรียร่วมกับเชื้อราไตรโคเดอร์มาได้ไหมครับ

ตอบ...ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ร่วมกับเชื้อราบิวเวอเรียไม่ได้เด็ดขาด...เพราะราไตรโคเดอร์เป็นปฎิปักษ์ต่อเชื้อราอื่น จึงจะทำลายเส้นใยของเชื้อราบิวเวอเรีย ครับ เกษตรกรที่ชัยนาทเขาจะใช้เชื้อราไตรโครเดอร์มาระหว่างการเตรียมดิน เพื่อปรับสภาพความสมดุลของแปลงนา ให้แมลงศัตรูธรรมชาติเข้ามาอาศัย เพราะเชื้อราบิวเวอเรียร์อยู่ในนานานแมลงศัตรูธรรมชาติก็จะตายได้

Chudchainat

konlex
IP: xxx.53.82.174
เขียนเมื่อ Tue Dec 07 2010 09:24:22 GMT+0700 (ICT)

ถ้าต้องการหัวเชื่อเพื่อนำมาผลิตใช้ในหมู่บ้างจะหาได้จากที่ใหนบ้างค่ะ

สินสมุทร ผ่องมณี
IP: xxx.24.101.220
เขียนเมื่อ Wed Mar 16 2011 16:36:59 GMT+0700 (ICT)

ผมจะสั่งซื้อได้ที่ไหนครับ เอาไปใช้ในส่วนผลไม้จังหวัดระยอง

นายกิตติพล เทพคเชนทร์
IP: xxx.108.130.138
เขียนเมื่อ Tue Aug 02 2011 22:38:06 GMT+0700 (ICT)

ต้องการความรู้ว่า เชื้อบิวเวอรี ผสมกับ ไตโคซาน ฉีดนาข้าวได้ไหม หากได้ใช้อัตราส่วนเท่าไร ครับ

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า