ผ่าฟันคุด : การจัดการกับความกลัว

                  ผมเป็นทันตแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์ช่องปากครับ งานที่ทำทุกๆวันงานหนึ่ง คือ ผ่าฟันคุดครับ

                  คนส่วนใหญ่กลัวการผ่าตัดและฉีดยา ผ่าฟันคุดก็เป็นเรื่องหนึ่งที่มีคนกลัวจำนวนมากเหมือนกัน ผมพบเจอกับคนไข้ที่กลัวการผ่าฟันคุดทุกๆวัน บางคนก็กลัวมากๆ จนหายใจเร็ว ชีพจรเต้นเร็วจี๋

                  ทำงานมาตั้งหลายปี ผมรู้สึกว่าตัวเองยังจัดการกับความกลัวของคนไข้ได้ไม่ค่อยดีนัก

                  เร็วๆนี้ได้อ่านหนังสือ สวยด้วยใจ ของนพ.วิธาน ฐานะวุฑฒ์ คุณหมอวิธานเป็นหมอศัลยกรรมพลาสติก ที่สนใจเรื่องวิทยาศาสตร์กระบวนทัศน์ใหม่ จิตวิวัฒน์ จิตตปัญญาศึกษา และได้นำเอาความรู้เหล่านี้มาใช้ในการจัดการกับความกลัวของคนไข้ก่อนผ่าตัดได้อย่างน่าสนใจ (โดยเฉพาะการผ่าตัดด้วยการฉีดยาชาเฉพาะที่ซึ่งคนไข้ยังรู้สึกตัวอยู่)

                  ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมลองนำวิธีการของคุณหมอวิธานมาปรับใช้กับคนไข้ที่มาผ่าฟันคุด 4-5 คน ผมพบว่าคนไข้สงบและสบายขึ้นมากกับการเผชิญหน้ากับความกลัว ในแง่ร่างกายการหายใจและชีพจรก็ช้าลงด้วย 

                  อยากรู้แล้วใช่มั้ยครับว่าทำยังไง

                  ผมจะบอกกับคนไข้ครับว่า ไม่ต้องเก็บหรือกดความกลัวไว้ แต่ให้รับรู้ว่าเรากำลังกลัว อาจจะลองนึกภาพว่าความกลัวของเราเป็นลูกกลมๆลอยอยู่ที่หน้าท้องของเรา ถ้ากลัวมากก็ลูกใหญ่ๆหน่อย ถ้ากลัวไม่มากก็ลูกเล็กลง

                  จากนั้นผมจะสอนให้หายใจด้วยกระบังลมครับ หายใจเข้าให้ท้องป่อง หายใจออกให้ท้องยุบ แล้วแนะนำให้คนไข้ลองเอาความรู้สึกมาจับที่ลมหายใจ ให้รู้ว่าตัวเองกำลังหายใจเข้าหรือออก ให้รู้ว่าลมหายใจกำลังผ่านเข้าออกจมูกอยู่ แนะนำให้หายใจช้าๆ ให้ลมหายใจผ่านจมูกอย่างอ่อนโยน แล้วให้หายใจไปเรื่อยๆบวกกับให้รับรู้เจ้าก้อนความกลัวที่อยู่ที่หน้าท้องของตัวเองด้วย

                   เมื่อคิดว่าคนไข้หายใจได้ดีพอสมควรแล้ว ผมจึงจะเริ่มฉีดยาและผ่าตัดครับ โดยจะบอกกับคนไข้ว่า เมือไรที่ความรู้สึกมาอยู่ที่บริเวณที่ฉีดยาหรือที่ฟันที่กำลังผ่า ให้รู้ตัวแล้วเปลี่ยนไปรับรู้ความกลัวที่หน้าท้องและการหายใจแทน

                    ระหว่างที่ผ่าตัดอยู่ ผมก็จะคอยถามว่า ยังหายใจอยู่มั้ย (ไม่ได้หมายถึงหมดลมหายใจแล้วนะครับ) อย่าลืมรับรู้การหายใจของตัวเองนะ

                    ครับ นี่เป็นวิธีที่ผมเพิ่งลองนำมาใช้ในการทำงานและพบว่าได้ผลดี ถ้าคุณหมอท่านใดผ่านมาอ่าน มาแลกเปลี่ยนกันนะครับว่าใช้วิธีใดในการจัดการกับความกลัว หรือ ถ้าใครกำลังจะไปผ่าฟันคุดก็ลองเอาไปใช้ดูนะครับ

                    ขอบคุณคุณหมอวิธานมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ 

     ผมเห็นว่ามีคนเข้ามาอ่านเกี่ยวกับเรื่องฟันคุดกันเยอะ เลยเขียนบันทึกเกี่ยวกับฟันคุดที่มักจะถูกคนไข้ถามบ่อยๆ ตามไปอ่านได้ครับ

     ผ่าฟันคุด เหงือกโบ๋??? 

ฟันคุด ไม่ผ่าได้มั้ย http://gotoknow.org/blog/dentnustudent/233419

                    

                 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 108174
 เขียน:  
 ความเห็น: 219  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น อ่านทั้งหมด   อ่าน
kit20m
เขียนเมื่อ Tue Jul 03 2007 00:02:04 GMT+0700 (ICT)

ผมให้คนไข้เอามือประสานกันที่ท้อง เจ็บมากกดท้องมาก  เจ็บน้อยก็กดเบาๆ ใช้กับทั้งผู้ใหญ่และเด็กที่พูดรู้เรื่อง

วิธีค่อนข้าง conventional แต่ก็ distraction คนไข้ได้ดีทีเดียว สงสัยมัวแต่กดท้องเลยลืมเจ็บ ^^

แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช
เขียนเมื่อ Tue Jul 03 2007 07:00:30 GMT+0700 (ICT)

พยาบาลนำมาใช้บ่อยค่ะวิธีนี้

เวลาผู้ป่วยเครียดก่อนจะเข้าห้องผ่าตัด หรือกลัวก่อนรับยาเคมี

เราจะสอนให้ deep breating /relaxationค่ะ

มณฑล สรไกรกิติกูล (Monthon Sorakraikitikul)
เขียนเมื่อ Tue Jul 03 2007 07:12:47 GMT+0700 (ICT)
เป็นการบอกให้คนไข้มีสติ และรู้สึกตัวได้ดีครับ
รู้สึกว่ากลัว และมีสติอยู่กับการกลัว และพร้อมที่จะเผชิญความกลัวได้ดี เมื่อผ่านแล้วความกลัวคงลดลง

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งผมว่าอัธยาศัยของแพทย์ก็สำคัญนะครับ ถึงแม้จะวิธีการเดียวกัน แต่ถ้าแพทย์ดุและทำให้คนไข้รู้สึกไม่เป็นกันเองแล้ว คนไข้ก็คงจะหายใจด้วยความกลัว และไม่กล้าเหมือนที่จะเผชิญความกลัวเหล่านั้น

เป็นวิธีที่ดีครับ
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์
เขียนเมื่อ Tue Jul 03 2007 12:36:00 GMT+0700 (ICT)

ขอขอบคุณอาจารย์พิชิต...

  • ทราบมาว่า หมอฟันบางแห่งเปิดเพลงบรรเลง ทำให้คนไข้บรรเทาความกลัวไปได้บางส่วน
  • เรื่องใช้ลมหายใจผ่อนคลายนี้น่าทำการศึกษาวิจัยมากๆ เลย

จากประสบการณ์คนไข้ที่โดนผ่าฟันคุดมาแล้ว 2 ซี่ล่าง

  • ขอชมหน่อย 
  • ท่านอาจารย์หมอฟันที่โรงพยาบาลลำปางทำได้เก่งมาก
  • ท่านใช้เลื่อยขนาดเล็กตัดฟันกรามใหญ่ออกเป็น 2 ซี่ > งัดออกเบาๆ > เป็นเทคนิคการผ่าตัดที่น่าทึ่งมาก
"สายลมที่หวังดี"
เขียนเมื่อ Wed Jul 04 2007 15:25:43 GMT+0700 (ICT)
  • ตอนนี้ก็ปวดอยู่แต่พยายามคิดว่าไม่ใช่ปวดฟัน หุหุ เพราะว่าไม่อยากผ่า
  • คงเจ็บน่าดู ฟังคนเขาเล่ามานะคะ
  • ไว้ใจ หมอนะคะ แต่ไม่กล้าเอง หุหุ
lynn
IP: xxx.139.209.134
เขียนเมื่อ Thu Jul 19 2007 15:26:45 GMT+0700 (ICT)
ใช้วิธีนี้เหมือนกันค่ะกับคนไข้เด็กที่อ๊อกง่ายก็รู้สึกได้ผลดีโดยจะให้หายใจเข้าออกตามคำพูดของเรา
อ้วนอ้วน
IP: xxx.28.35.1
เขียนเมื่อ Thu Jul 19 2007 16:30:12 GMT+0700 (ICT)

ในฐานะที่โอกาสที่จะเป็นคนไข้  มีมากกว่าที่จะได้เป็นคุณหมอ  ขอชื่นชมนะค่ะ  ที่ได้วิธีการในการจัดการได้  เพราะ  ถ้าคุณหมอให้ความสำคัญ  กับความรู้สึกของคนไข้  แล้ว  ถือว่าเป็นสิ่งที่ประเสริฐมากแล้วค่ะ ไม่ใช่เพี่ยงถามแค่ว่า  เป็นอะไร  เจออะไรมา แล้วจัดยาให้  โดยที่คนไข้สัมผัสไม่ได้ถึงความห่วงใย  หรือ จิตวิญญาณในการรักษา 

ขอบคุณนะค่ะ  คุณหมอ  สุดท้ารบกวนถามเรื่องการปรึกษาที่เกี่ยวกับจิตใจ หน่อยค่ะ (เผื่อคุณหมอจะช่วยได้หรือว่ามีคนที่แนะนำได้)  ประมาณว่าถ้าเราจัดการกับความรู้สึกตัวเองไม่ได้  เมื่อมีปัญหาเราจะทำอย่างไรค่ะ  คือ รู้ทฤษฎี ว่าต้องปรึกษา  ต้องหาเพื่อนคุย แต่ที่สุด ก็ไม่มีอะไรช่วยเราได้  ที่สุดก็ตัวเราเอง  แต่ว่ายังทำไม่ได้ค่ะ 

หรือว่าหนู จะคิดมากเกินไปแล้ว   ขอบคุณนะค่ะ

e-mail   [email protected]

ทพ. พิชิต งามวรรณกุล
เขียนเมื่อ Thu Jul 19 2007 16:48:14 GMT+0700 (ICT)

เป็นเรื่องที่ใหญ่มากๆเรื่องหนึ่งในชีวิตเลยครับ สำหรับเรื่องที่คุณอ้วนอ้วนถามมา

จริงๆแล้วคงต้องเป็นอย่างที่คุณอ้วนอ้วนบอก คือ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน (แต่ว่ามันยาก)

ผมขอแนะนำหนังสือแทนนะครับ ถ้าหากยังไม่เคยอ่าน หนังสือ เข็มทิศชีวิต ของคุณฐิตินาถ ณ พัทลุง เขียนดีมากๆครับ วิธีอ่านที่ผมใช้คือ อ่านช้าๆ วันละบทก่อนนอน แล้วใคร่ควรญในสิ่งที่เพิ่งได้อ่านไป และพยายามนึกถึงสิ่งที่ได้อ่านเมื่อมีอะไรมากระทบใจเรา

ลองอ่านดูนะครับ แล้วมาคุยกัน mail มาก็ได้ครับ

[email protected]

mam
IP: xxx.24.99.93
เขียนเมื่อ Tue Jul 31 2007 09:58:36 GMT+0700 (ICT)
ใช้วิธีคล้าย ๆ กันค่ะ แต่ไม่ได้ให้ผู้ป่วยสมมติว่ามีลูกกลม ๆ ที่ท้อง แต่จะบอกให้ผู้ป่วยเตรียมตัวก่อน และจะให้ผู้ป่วยหายใจเข้าออกยาว ๆ (เข้า ท้องป่อง ออก ท้องแฟบค่ะ) ใช้ได้ผลดีในเด็กและผู้ใหญ่
ศรัณยุ
IP: xxx.24.138.56
เขียนเมื่อ Wed Aug 15 2007 00:36:40 GMT+0700 (ICT)

ชอบคำถามของคุณอ้วนอ้วนมากเลยค่ะ เพราะเราก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบมากๆคือเรื่องการจัดการกับความรู้สึกของตัวเอง เพราะมันยากกว่าการแนะนำคนอื่น แต่โดยส่วนตัวแล้วเวลามีเรื่องอะไรที่ไม่ดีเกิดขึ้นมาก็มันจะมองสิ่งนั้นๆให้กลายเป็นเรื่องดี พูดไปแล้วก็ยากเหมือนกันนะคะ ก็ยากจริงๆแหละค่ะ ของแบบนี้ต้องฝึกค่ะ พูดไปแล้วอาจจะงงจะลองยกตัวอย่างให้เห็นนะคะ

                สมมติว่าเราอกหัก เราก็คิดซะว่า เราเป็นคนโชคดีที่สุดที่ได้รู้จักกับคำว่ารัก ได้รู้จักกับโลกที่คนที่ไม่เคยรัก ไม่เคยอกหักมีวันได้เห็น โลกที่เห็นการให้ดีกว่าการได้รับ การถูกเอาเปรียบดีกว่าการได้เปรียบ เราได้หลุดมาพบกับโลกที่ต่างกันโลกของการแข่งขัน แย่งชิง เอารัดเอาเปรียบ  เกิดมาไม่เสียชาติเกิดแล้วค่ะที่ได้พบกับโลกที่บริสุทธิ์

                หรือการที่เราถูกนินทา ก็คิดซะว่าเราโชคดีมากที่ได้รู้ว่าคนอื่นเค้าพูดถึงเราว่ายังไงเพื่อจะได้นำมาไตร่ตรองดูว่ามันจริงหรือเปล่า เพราะบางครั้งสิ่งแวดล้อมก็อาจทำให้เราลืมตัวเผลอทำสิ่งที่ไม่ดีโดยไม่ได้ตั้งใจ ก็ดีแล้วที่มีคนเตือนเราก่อนที่เราจะเผลอทำจนติดเป็นนิสัย แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องจริง เราก็ต้องมั่นใจใจตัวเอง ยึดมั่นในสิ่งที่เราเห็นว่าดีแล้ว ไม่ต้องคิดว่าคนอื่นจะพูดไง ทุกเหตุการณ์เดี๋ยวมันก็ผ่านไป เค้าอาจพูดไปเพราะว่าเค้ายังไม่รู้จักเราดีพอ เราเชื่อว่าคนเราจะสามารถมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของอีกคนได้ด้วยจิตใจ เราเพียงแต่รอเวลาค่อยๆพิสูจน์ แต่ก็ไม่ต้องไปตั้งหน้าตั้งตารอหรอกนะคะ แค่ทำทุกๆวันให้ดีก็พอ

            หรือถ้าเราคิดว่างานเรานักไม่ไหวแล้วเครียด โดนอ.ว่า กลัวงานไม่ทัน ก็ลองมองดูอ.ท่านอื่นๆ เราจะรู้ว่าเรานั้นรับผิดชอบเพียงชีวิตของเราเอง แค่ทำหน้าที่เท่านั้น แต่อ.สิต้องรับผิดชอบชีวิตนิสิตเป็นร้อย ต้องคอยดูว่าเด็กจะมีเงินเรียนไหม ต้องดูว่าต้องทำยังไงกับปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นกับเด็กทุกคน คนหนึ่งก็มีปัญหาร้อยแปด แถมเด็กมีเป็นร้อยคน เราใช้คิดแบบนี้ทุกครั้งที่เครียด แล้วเราก็จะร็สึกว่าเรื่องของเรามันจิ๊บจิ๊อยมากเลย

                แต่ของแบบนี้ก็ขึ้นกับวิธีของแต่ละคนนะคะ เราแค่อยากเสนอแนวทางของเราดูเผื่อจะช่วยได้บ้างไม่มากก็น้อย เพราะทุกวันนี้เวลามีปัญหาเกิดขึ้น เราเองก็ยังฟูมฟาย หาคนระบาย หาคนให้คำปรึกษา แต่ท้ายที่สุดก็ต้องเราเองที่จัดการ และเราลองสังเกตตัวเองมานานแล้วว่าทุดท้ายที่สุดเราก็ใช้วิธีนี้ในการแก้ปัญหา(ความจริงปัญหาก็ไม่ได้หายไปไหนหรอกค่ะเพียงแต่เราไม่ได้คิดว่ามันเป็นปัญหาอีกเท่านั้น) เรื่องที่เกิดขึ้นแล้วมันก็ย่อมไม่หายไปไหน ไม่ใช่ว่าเราจะเอายางลบมาลบมันออกไปจากชีวิตหรือจิตใจได้ งั้นถ้ามันยังต้องอยู่เราก็ทำให้มันกลายเป็นเรื่องดีๆให้จิตใจเราเบิกบานจะดีกว่ามั้ยคะ

                ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขอบคุณอ.พิชิตแหละค่ะที่ได้แนะนำหนังสือเล่มนี้ ดีมากจริงๆนะคะและขอบคุณอ.ธนิดากับบทความที่อ.เขียน ดีมากๆๆเลยค่ะ
ศรัณยุ
IP: xxx.24.138.56
เขียนเมื่อ Wed Aug 15 2007 01:36:44 GMT+0700 (ICT)

ขอขอบคุณอ.ทุกท่านที่ให้คำแนะนำในเรื่องการขจัดความกลัวให้คนให้คนไขนะคะ เพราะด้วยประสบการณ์อันน้อยนิด ทุกวันนี้หนูทำได้แต่เพียงการบอกข้อเสียของการมีฟันคุดให้ครบทุกข้อที่อ.สอนมาเพราะคิดว่าถ้าเค้ากลัวเรื่องอื่นเยอะๆ(ที่จะไม่เกิดขึ้นถ้าผ่าออกแล้ว)เค้าก็จะกังวลเรื่องของการผ่าตัดน้อยลง เค้าจะได้รู้สึกแต่เพียงว่า "ช่วยเอาออกไปให้พ้นๆปากของฉันเสียที" คือหนูคิดไปเองแหละค่ะเพราะตอนเป็นเด็กกลัวหมอฟันมากจนปวดฟันขึ้นมาที่นี้เอาช้างมาฉุดก็ไม่ยอม จะไปหาหมอฟันให้ได้ อีกอย่างมันก็เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องบอกให้หมดเพราะว่าถ้าเราบอกข้อเสียไม่หมดเราเองก็มีส่วนทำลายคุณภาพชีวิตของคนไข้ เพราะถ้าเราบอกข้อเสียไม่หมด คนไข้ไม่ตระหนัก และตัดสินใจไม่ทำเพราะกลัวการผ่าตัดมากกว่าผลที่จะเกิดตามมาจากการที่เราบอกไปไม่ครบ หรือเค้าคิดว่ารอก่อนพร้อมค่อยทำทีหลัง ถ้าไปพร้อมตอนมีปัญหาแล้วหรืออายุเริ่มมากcomplicationเยอะขึ้น โอกาสเสี่ยงต่อตัวคนไข้ก็มากขึ้น ซึ่งก็คงไม่ดีต่อตัวคนไข้เอง

hippopo
IP: xxx.123.174.37
เขียนเมื่อ Fri Aug 17 2007 22:08:31 GMT+0700 (ICT)

แล้วความกลัวของนิสิตทันตะล่ะคับ

ควรจะขจัดความกลัวยังไงดีคับ

วันนี้ที่อาจารย์สอน ผมดูวีดีโอไป

กลัวจนน้ำตาแทบไหล

นึกภาพตอนตัวเองทำไม่ออกเลยคับ

ก็เลยมา search หาข้อมูล

แล้วก็เลยเจอ blog ของอาจารย์คับ ^-^

 

jeab128
IP: xxx.12.97.116
เขียนเมื่อ Tue Aug 21 2007 09:49:28 GMT+0700 (ICT)

พึ่งผ่าฟันมาคะ  ตอนฉีดยาชาไม่เจ็บเลยคะ ตอนผ่าไม่รู้สึกอะไรเลย  การผ่าของเจี๊ยบจะถอนออกทั้งซี่เพราะว่าฟันขึ้นตรง คุณหมอเลยไม่ต้องตัดเป็นชิ้นเล็กๆ   คุณหมอเป็นนักศึกษาแพทย์  ใจดีมากๆ  ทำให้เราไม่กลัว  หัวใจตอนเต็นไม่เร็วมากคะ  คุณหมอเลยไม่กังวล กับการผ่าครั้งนี้   ส่วนค่ารักษาพยาบาล ใช้บัตรทองคะ  เสียแค่ค่าทำบัตร 10บาทเอง  ค่ายา  และค่าหมอไม่ได้เสียซักบาทเลย  แต่การผ่าแบบนี้ต้องมีการจองคิวไว้นานกว่าจะได้ผ่าคะ  อิอิอิอ

Ac
IP: xxx.7.169.150
เขียนเมื่อ Tue Aug 21 2007 12:29:44 GMT+0700 (ICT)

มีฟันคุดลักษณะนอนอยู่ใต้เหงือกคุณหมอแนะนำให้ทำการผ่าตัดแต่กลัวมาก ๆ ค่ะ ควรจะไปฝ่าตัดดีหรือเปล่า หรือจะทำยังไงดีคะ

พิชิต
IP: xxx.137.48.10
เขียนเมื่อ Tue Aug 21 2007 14:46:10 GMT+0700 (ICT)
ชาด้า
IP: xxx.246.145.135
เขียนเมื่อ Wed Oct 22 2008 17:18:11 GMT+0700 (ICT)

ไปผ่ามาแล้วเมื่อวันอาทิตย์ ไม่เจ็บนะ แต่อึดอัดนึดนึงตรงทานลำบากนี่ละ เสาร์นี้ไปเอาออกอีก1 ซี่

แพรวา
IP: xxx.26.125.13
เขียนเมื่อ Sat Nov 08 2008 12:45:45 GMT+0700 (ICT)

คือ เนื่องจากหนูเป็นคนที่อาเจียนง่ายมาก

เพียงแค่การอุดฟันก็จะอาเจียน หรือ พิมพ์ฟันเพื่อการจัดฟันก็อาเจียน

ตอนนี้กำลังจะผ่าฟันคุด

เดิมทีตกลงว่าจะดมยาสลบ อยากจะทราบว่ามันมีผลข้างเคียงอะไรที่ร้ายแรงหรือไม่

เพราะตอนนี้แม่หนูเป็นห่วงมาก และไม่ให้ดมยาแล้ว

แต่ถ้าหนูต้องผ่าธรรมดา นั้น

มีวิธีที่จะไม่ทำให้หนูอาเจียนได้ม่ะคะ แนะนำทีคะ

หนูเกรงว่าระหว่างทีหมอกำลังทำ ถ้าอาเจียนออกมา จะทำยังไงคะ

เป็นกังวลมากๆ ช่วยบอกด้วยนะคะ

พิชิต
IP: xxx.120.134.160
เขียนเมื่อ Sat Nov 08 2008 21:48:23 GMT+0700 (ICT)

ถ้าเป็นคนที่อาเจียนง่ายมาก อย่างที่บอกมา

ผมแนะนำให้ดมยาทำดีกว่าครับ ไม่อันตรายหรอกครับ

โอกาสที่ดมยาแล้วทำให้เสียชีวิตหรือหลับไม่ตื่นมีน้อยมากๆ

ถ้าจะดมยาก็ผ่าไปเลยทีเดียวทั้งหมดที่มีเลยครับ ผมทำให้คนไข้บ่อยๆ

ส่วนใหญ่ชอบ เพราะว่าปวดบวมอยู่แค่ไม่กี่วัน ทานอาหารได้ปกติ

เพราะว่าระหว่างผ่าฟันคุดมีโอกาสที่จะอาเจียนได้มาก

จะทำให้หมอทำงานไม่ได้ครับ และถ้าสำลักอาเจียนจะอันตรายครับ

มีวิธีที่ช่วยได้บ้างคือ พ่นยาชาไปที่คอ เพดานปาก แต่มันจะขมและอยู่ได้ไม่นานครับ

ถ้าต้องพ่นหลายครั้งอาจได้รับยาชาเกินขนาดได้ครับ

แหม่ม
IP: xxx.67.253.217
เขียนเมื่อ Thu Dec 04 2008 19:10:20 GMT+0700 (ICT)

วันนี้ไปหาคุณหมอตามนัดค่ะแต่กลับไม่ได้ผ่าเพราะวัดความดันไป3ครั้งก็สูงทั้ง3ครั้ง กลัวมากๆค่ะคุณหมอคิดไปต่างนานา กลัวเจ็บบ้าง ไม่ชาบ้าง ประมาณว่าจินตนาการไปเรื่อยค่ะ ควรทำไงดีค่ะคุณหมอ หมอนัดอีกครั้งเสาร๎นี้ค่ะ

พิชิต
IP: xxx.19.231.4
เขียนเมื่อ Thu Dec 04 2008 21:42:21 GMT+0700 (ICT)

ดมยาหรือให้ยาสงบประสาททางเส้นเลือดเพื่อผ่าฟันคุดมั้ยครับ

work มากๆครับ คนไข้ที่กลัวมากๆ เหมาะที่จะทำครับ

ผมว่าของอย่างนี้ ห้ามไม่ให้คิดไม่ได้หรอกครับ กลัวมากๆไม่สามารถทำให้หายกลัวได้ภายในไม่กี่วันหรอกครับ

ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติม [email protected]

CyberTon
IP: xxx.7.136.83
เขียนเมื่อ Thu Jan 08 2009 20:59:51 GMT+0700 (ICT)

http://www.youtube.com/watch?v=GY459kTn32c

ผ่าฟันคุดแบบที่ฟันนอนอยู่ใต้เหงือก ต้องแยกชิ้นก่อนเอาออกมาทีละชิ้น

ฟ้า
IP: xxx.67.140.107
เขียนเมื่อ Fri Jan 09 2009 11:23:27 GMT+0700 (ICT)

อยากปรึกษาคุณหมอค่ะ คือว่ามีฟันซี่นึงเคยคิดจะรักษารากฟันแต่ตอนนี้คุณหมอบอกว่ารักษาไม่ได้เเล้ว ก็เลยปล่อยไว้เรื่อยๆจนตอนนี้มันผุเวลาทานอาหารที่แข็งมันฟันก็จะแตกออกมาด้วยจนฟันนด้านในไม่มีแล้วตอนนี้เคี้ยวอาหารแทบไม่ได้เลย อยากถามคุูณหมอว่าควรจะรักษายังไงดีค่ะ ถอนแล้วใส่ฟันปลอมหรือว่ามีวิธีอื่นมั้ยค่ะ รบกวนด้วยค่ะ

ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ

พิชิต
IP: xxx.147.74.4
เขียนเมื่อ Fri Jan 09 2009 13:47:13 GMT+0700 (ICT)

คงต้องถอนแล้วใส่ฟันปลอมครับ เพื่อให้มีฟันเคี้ยวอาหารได้ ถ้าไม่ถอนก็จะใส่ฟันปลอมไม่ได้

ส่วนฟันปลอมก็มีแบบถอดได้กับแบบติดแน่นครับ

แบบติดแน่นก็ดีกว่าแต่ก็มีราคาสูงกว่ามากด้วยครับ

mod
IP: xxx.67.160.17
เขียนเมื่อ Sat Jan 10 2009 13:51:57 GMT+0700 (ICT)

อยากทราบว่าแบบติดแน่นประมาณเท่าไหร่ค่ะ ถ้าในกรณีที่รากฟันแข็งแรงล่ะค่ะ

พิชิต
IP: xxx.8.17.230
เขียนเมื่อ Sat Jan 10 2009 17:27:58 GMT+0700 (ICT)

ถ้าทำครอบไปบนรากฟัน (ถ้าทำได้)ก็น่าจะอยู่ที่ 10000-20000 บาทต่อซี่ครับ

แต่ถ้าทำเป็นรากฟันเทียม ก็ประมาณ 40000-80000 บาทต่อซี่ครับ

ขึ้นกับระดับของคลินิกหรือโรงพยาบาล ยี่ห้อรากเทียม ปริมาณโลหะทองคำในครอบฟันที่ทำครับ ลองค้นหาดูตามคลินิกที่มีเวบไซต์อีกทีนะครับ ผมไม่ได้ทำฟันปลอมนานมากแล้ว ราคาอาจจะไม่ถูกต้องครับ

jj
IP: xxx.7.231.228
เขียนเมื่อ Fri Jan 16 2009 11:29:31 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ..สำหรับคำแนะนำ..พอดีวันนี้หมอนัดให้ไปผ่าฟันคุด...จะนำวิธีที่คุณหมอแนะนำไปใช้นะคะ

ทพ. พิชิต งามวรรณกุล
เขียนเมื่อ Mon Jan 19 2009 10:14:00 GMT+0700 (ICT)

คุณ jj ไปผ่าฟันคุดมาแล้วเป็นยังไงบ้างครับ

ถ้าแวะกลับมาอ่านก็มาเล่าให้ฟังบ้างนะครับ

ขอบคุณครับ

หนิง
IP: xxx.67.176.172
เขียนเมื่อ Mon Jan 19 2009 20:09:11 GMT+0700 (ICT)

อยากทราบว่าฟันปลอมบางส่วนเป็นยังไงค่ะและยาคลายเครียดสามารถลดความตื่นเต้นเวลาผ่าฟันคุดได้รึป่าวค่ะ

ขอบคุณค่ะ

พิชิต
IP: xxx.19.231.4
เขียนเมื่อ Mon Jan 19 2009 21:49:36 GMT+0700 (ICT)

ฟันปลอมทั้งปากคือทดแทนฟันทุกซี่ครับ

ดังนั้นคำว่าฟันปลอมบางส่วนคือฟันปลอมที่ทดแทนฟันอาจจะหนึ่งซี่หรือหลายซี่ก็ได้แต่ไม่ใช่ทดแทนทั้งปาก

ความหมายค่อนข้างกว้างครับ

ส่วนยาคลายเครียด ถ้ากินปริมาณมากพอสมควรก็ช่วยลดความตื่นเต้นได้ครับ แต่ก็อาจจะเป็นอันตรายได้ กินน้อยๆไม่ช่วยอะไรครับ

DDewsa
IP: xxx.67.242.13
เขียนเมื่อ Sat Jan 24 2009 10:15:30 GMT+0700 (ICT)

อยากถามคุณหมอว่าปกติคนเรามีฟันคุดทั้งหมดกี่ซี่ค่ะ ถ้าเราไม่ปวดจำเป็นต้องเอาออกรึป่าวค่ะ เพราะไปผ่ามาแล้วคุณหมอบอกให้เอาออกอีก2ซี่ก็เลยสงสัยอยากถามคุณหมอค่ะ

ขอบคุณค่ะ

พิชิต
IP: xxx.8.240.237
เขียนเมื่อ Sat Jan 24 2009 18:40:13 GMT+0700 (ICT)

ปกติจะมีฟันคุด 4 ซี่ครับ

ถ้าไม่ปวด ไม่ต้องเอาออกก็ได้ครับ แต่ต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆร่วมด้วยครับ

เช่น ทิศทางของฟันคุดว่าอาจจะมีผลทำให้ฟันเกมั้ย ความสัมพันธ์กับฟันกรามซี่ที่อยู่ติดกันถ้าดูแล้วมีแนวโน้มจะทำให้ฟันกรามซี่ข้างๆเหงือกอักเสบหรือเกิดการละลายของกระดูกก็ควรเอาออกครับ การดูแลความสะอาด เหงือกที่ปกคลุมอักเสบหรือไม่

ตัวเล็ก
IP: xxx.25.61.161
เขียนเมื่อ Thu Jan 29 2009 08:00:15 GMT+0700 (ICT)

คุณหมอค่ะ

หนูเพิ่งไปถอนมาเมื่อวานนี้

ตอนนี้เจ็บและแสบคอมากเลย กลืนน้ำลายแทบไม่ได้

หนูสงสัยว่าคอหนูอักเสบหรือป่าวค่ะ

แล้วพวกยาชาเนี่ย มันมีผลข้างเคียงไหมค่ะ

ตอนที่จะถอน หมอเค้าฉีดยาชาหนูก่อนแล้วให้หนูกินยาแก้ปวดน่ะค่ะ

รบกวนคุณหมอช่วยตอบด้วยได้ไหมค่ะ

ตอนนี้เป็นไข้ด้วย ไม่สบายเลย

ตัวเล็ก
IP: xxx.27.51.177
เขียนเมื่อ Thu Jan 29 2009 10:24:00 GMT+0700 (ICT)

^

^

^

^

คุณหมอค่ะ ที่เหงือกหนูตรงบริเวณถอนฟันคุด มันมีตุ่มแดงๆขนาดหัวเข็มหมุดด้วย

1 ตุ่ม เหมือนเป็นตุ่มเลือด หนูว่ามันเป็นจุดที่หมอเค้าฉีดยาชาให้

ถ้าปล่อยทิ้งไว้มันจะมีอันตรายไหมค่ะ ปล่อยไว้เฉยๆ

ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

พิชิต
IP: xxx.28.21.4
เขียนเมื่อ Thu Jan 29 2009 10:33:02 GMT+0700 (ICT)

อาการเจ็บคอ อาจเกิดจากการตอบสนองของต่อมทอนซิลบริเวณคอต่อการผ่าตัดครับ ทำให้เจ็บคอ มีไข้ได้

รับประทานยาแก้อักเสบ amoxycillin สัก 5 วันครับ กินยาสักสองสามวันอาการน่าจะดีขึ้น ถ้ามีไข้ก็ทานยาลดไข้ได้ครับ

ส่วนตุ่มเลือดที่เห็นนั้น คือจุดที่ฉีดยาตามที่บอกครับ ไม่เป็นอันตรายอะไร มันเป็นเลือดที่ออกอยู่ในเนื้อเยื่อจากการฉีดยาครับ เหมือนเข็มตำนิ้วก็มีเลือดออกประมาณนั้น

ยาชาไม่มีผลข้างเคียงทำให้เจ็บคอครับ

ตัวเล็ก
IP: xxx.25.84.183
เขียนเมื่อ Fri Jan 30 2009 16:04:02 GMT+0700 (ICT)

คุณหมอค่ะ

หลังจากถอนฟันคุดไปแล้ว หนูสังเกตว่าที่เหงือกหนู(ตรงแผล)มีเหมือนเนื้อสีขาวๆ ด้วย

ไม่ทราบว่ามันคืออะไรค่ะ และมีอันตรายอะไรหรือปล่าว

กลัวจังเลย

ขอบคุณล่วงหน้า อีกครั้งค่ะ..

พิชิต
IP: xxx.19.231.4
เขียนเมื่อ Fri Jan 30 2009 20:10:48 GMT+0700 (ICT)

ไม่เป็นไรหรอกครับ มันคือขี้ฟันที่สะสมเวลาที่ไม่กล้าแปรงฟันบริเวณผ่าฟันคุด ถ้าแปรงฟันให้สะอาดในบริเวณนี้ก็จะหายไปเองครับ

คนอยากรู้
IP: xxx.9.122.129
เขียนเมื่อ Tue Feb 03 2009 16:25:22 GMT+0700 (ICT)

อยากจะถามว่าถ้าจะไปผ่าฟันคุดจะต้องจองคิวนานมั้ยค่ะ

แล้วต้องเตรียมตัวก่อนไปผ่าฟันคุดอย่างไร

กลัวด้วย

พิชิต
IP: xxx.147.48.156
เขียนเมื่อ Wed Feb 04 2009 18:26:42 GMT+0700 (ICT)

คิวผ่าฟันคุดไม่น่าจะนานนะครับ ส่วนใหญ่ผมว่าคงไม่เกินหนึ่งสัปดาห์

ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรครับ อาจจะทานข้าวไปก่อนเพราะว่าหลังผ่าจะทานข้าวไม่ได้ประมาณ 2-3 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย

อีกอย่างคือ ทำใจสู้เข้าไว้ครับ ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

คนอยากรู้
IP: xxx.9.122.90
เขียนเมื่อ Wed Feb 04 2009 23:38:59 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณคนหมอมากค่ะ คิดว่าจะไปผ่าที่โรงพยาบาลนเรศวรเหมือนกันค่ะ เพราะฟันมันงอกขึ้นมาแล้ว คิดว่าตัวเองอาจทำความสะอาดไม่ถึงจะฟันซี่อื่นพุไปด้วย

หลังจากผ่าแล้วต้องใช้เวลารักษาตัวนานมั้ย????

รบกวนคุณหมอหน่อยค่ะว่าจะโทรนัดคิวได้มั้ยค่ะ

เรื่องค่าใช้จ่ายในการผ่าฟันคุดด้วยค่ะ

ตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่พิษณุโลกค่ะ

ขอบคุณคูณหมอมากๆๆๆค่ะ

พิชิต
IP: xxx.120.127.134
เขียนเมื่อ Fri Feb 06 2009 22:16:57 GMT+0700 (ICT)

หลังผ่าฟันคุด ส่วนใหญ่จะแก้มบวม 2-3 วัน ปวดแผล 4-5 วัน

แล้วก็ตัดไหมหนึ่งสัปดาห์ครับ

ค่าใช้จ่าย ถ้าผ่าที่ม.นเรศวร ไม่น่าเกินหนึ่งพันบาทครับ

เรื่องนัดติดต่อผมผ่านอีเมล์สะดวกกว่าครับ

[email protected]

ยุ้ย
IP: xxx.62.4.10
เขียนเมื่อ Fri Feb 27 2009 14:22:29 GMT+0700 (ICT)

ผ่าฟันคุดมาตั้งแต่วันที่16/02/2009 ตัดไหมเมื่อวันที่ 23/02//2009 ตอนนี้ยังลิ้นชามากและอ้าปากไม่คอยได้ค่ะ(ตอนไปผ่ามันอักเสบแล้วแต่หมอบอกว่าผ่าเลยไม่ต้องรักษาก่อนมันจะเป็นผลหรือเปล่าค่ะ

พิชิต
IP: xxx.120.128.59
เขียนเมื่อ Sat Feb 28 2009 07:16:16 GMT+0700 (ICT)

เรื่องลิ้นชาเกิดจากเส้นประสาทที่มารับความรู้สึกที่ลิ้นได้รับการกระทบกระเทือนจากการผ่าฟันคุดครับ ในเบื้องต้นแนะนำให้ทานวิตามินบี 1-6-12 ครั้งละ 2 เม็ด วันละ 3 ครั้งครับ ควรไปพบคุณหมอที่รักษาเพื่อติดตามอาการด้วยครับ

เรื่องอ้าปากไม่ขึ้น อาจจะเกิดจากกล้ามเนื้อสำหรับเคี้ยวอาหารอักเสบครับ ลองทานยาคลายกล้ามเนื้อ ฝึกอ้าปากด้วยการใช้นิ้วดันค้างไว้ในตำแหน่งที่อ้าไ้ด้กว้างที่สุดตอนนี้ จะเจ็บหน่อยนะครับ แต่จะทำให้อ้าปากเป็นปกติได้เร็วขึ้น

แต่ก็อาจจะเกิดจากสาเหตุอื่นได้นะครับ เช่น ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ คงต้องไปพบทันตแพทย์เพื่อการวินิจฉัยที่แน่นอนอีกครั้งครับ ที่ผมตอบนี้เป็นสาเหตุที่พบได้มากกว่าสาเหตุอื่นๆครับ

บรรจง
IP: xxx.8.165.74
เขียนเมื่อ Sat Feb 28 2009 14:00:43 GMT+0700 (ICT)

ไปผ่าฟันคุดมานะครับ ตอนผ่าไม่เจ็บเพราะยาชา หลังจากนั้นจะทรมานมากเวลากลืนแม้นำลายเพียงเล็กน้อย รู้สึกเหมือนต่อมทอนซิลใต้คางมันจะโตมากและเจ็บด้วย แต่ตรงกรามที่ถอนฟันไม่มีอาการบวมเลย ไม่เจ็บมากด้วย (แต่เจ็บที่หูเวลากลืนน้ำลายมากๆๆๆ)วันที่สองแล้ว อาการก็ไม่ลดลงเลย มีทางแก้อย่างไรบ้าง ขอบคุณครับ

พิชิต
IP: xxx.8.17.177
เขียนเมื่อ Sat Feb 28 2009 15:47:05 GMT+0700 (ICT)

กินยาแก้อักเสบ augmentin 625 mg ครั้งละ 1 เม็ดสามเวลาหลังอาหารดูครับ

หลังทานยาแล้ว ถ้าไม่ดีขึ้นภายในสองสามวัน ควรกลับไปพบคุณหมอที่ทำครับ

ยุ้ย
IP: xxx.10.198.230
เขียนเมื่อ Sun Mar 01 2009 13:10:57 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณหมอมากค่ะ

นายอิธิภณ ใยบัว
IP: xxx.120.116.103
เขียนเมื่อ Tue Mar 03 2009 11:54:34 GMT+0700 (ICT)

เรียน คุณหมอพิชิต..ผมเคยถอนฟันซี่บนด้านขวา พอถอนแล้วมีอาการปวดปี๊ดขึ้นสมองเลยครับ (ผมกลัวมากๆ และยังกลัวอยู่ตอนนี้ด้วย)ผมกลับไปที่คลีนิคใกล้บ้านที่ถอนให้ผม เขาไม่ได้ทำอะไรให้เลย นอกจากเขียนจดหมายส่งตัวไปคณะทันตแพทย์ รพ.จุฬา (แต่ผมไม่ได้ไป) ต่อมาเมื่อวันที่ 12 ก.พ. เวลาประมาณ 13.30 น. ผมก็มีอการปี๊ดขึ้นสมองมีแล้ว ทางบริษัทฯ ส่งผมไปหาหมอที่ รพ.ตำรวจ แต่ทว่าแผนกทันตกรรมปิดทำการแล้ว ผมทรมานมากเลยครับ ..เช้ามืดวันที่ 13 ก.พ.มันก็ปี๊ดขึ้นสมองอีกแล้ว ผมจึงตัดสินใจไปหาหมอที่ รพ.ตำรวจอีกครั้ง หมอเขาก็ X-ray ดูแล้วก็ให้ยามาทานและวิตามินก็อาการดีขึ้นตามลำดับ ...ต่อมาอีก 2-3 วัน ผมก็มีอาการปวดฟันที่ด้านบนซ้ายอีกก็ไปหาหมอที่ รพ.ตร.เมื่อวันที่ 26 หมอเขาก็ขูดหินปูนให้ และสงสัยว่ามีฟันผุซี่ 27 วันที่ 2 มี.ค. ผมไปหาหมออีก คราวนี้ หมอเขาดู X-ray อีกครั้งพบว่ามีฟันคุดอยู่ 2 ซี่ คือด้านซ้ายล่างในสุด และขวาล่างในสุด หมอครับ ผมรู้ผลผมเข่าอ่อนเลยนะครับ ทั้งกลัว ทั้งเครียด ที่หมอที่ตรวจเขาบอกว่าถ้าผ่าออกจะมีอาการชาที่ใบหน้าที่ผ่าเป็นเดือน ๆ และจะมีผลต่อระบบประสาทบริเวณนั้น คุณหมอพิชิตครับ ผมกลัวและเครียดมาก ๆ เลยครับ สำหรับหมอหมออาจจะบอกว่าไม่น่ากลัว แต่ผมตอนนี้ โคตรกลัวสุดเลยครับ หมอช่วยแนะนำผมว่าผมควรจะทำอย่างไรดีครับ ขอบคุณครับ

พิชิต
IP: xxx.147.74.4
เขียนเมื่อ Tue Mar 03 2009 14:07:19 GMT+0700 (ICT)

ถ้าอาการปวดบริเวณฟันบนด้านซ้ายไม่ได้เกิดจากฟันคุด ผมคิดว่าทิ้งฟันคุดไว้ก่อนก็ได้ครับ ยังไม่ต้องทำ

ไม่ทราบว่าหมอเค้าบอกสาเหตุที่ปวดมั้ยครับ ว่าเกิดจากอะไร

แต่ถ้าคุณหมอเค้าคิดว่าอาการปวดที่เกิดขึ้นเกิดจากฟันคุด ก็น่าจะต้องผ่าออกครับ เพราะถ้าทิ้งไว้ก็จะทำให้ปวดได้อีก

ถ้าจำเป็นต้องทำจริงๆ ผมแนะนำให้ดมยาสลบผ่าฟันคุดครับ ที่รพ.ตำรวจก็ได้ครับ หมอเก่งๆทั้งน้้น โอกาสที่่จะโดนเส้นประสาทบริเวณดังกล่าวไม่เยอะหรอกครับ

ผมเอาใจช่วยให้ผ่านไปได้ด้วยดีครับ

อิธิภณ ใยบัว
IP: xxx.120.116.103
เขียนเมื่อ Tue Mar 03 2009 16:26:39 GMT+0700 (ICT)

ผมลืมบอกอาจารย์หมอไปว่าฟันซี่บนด้านซ้ายคุณหมอเขาบอกว่าฟันผุ คุณหมอเขาแนะนำให้รักษารากฟัน ตอนนี้คุณหมอเขาอุดปูนสีขาว ๆ ไว้ครับ ตอนนี้บริเวณดังกล่าวก็ทุเลาหายปวดแล้วละครับคุณหมอ...แค่คราวนี้เรื่องฟันคุดนี่สิครับ ผมสุดยอดแห่งความเครียดและความกลัวละครับ ส่วนเรื่องดมยาสลบ ผมเคยอ่านหลาย ๆ กระทู้ เขาว่าจะมีผลข้างเคียงมาก ๆ ครับ ผมอยากทราบข้อมูลครับ ส่วนเรื่องการฉีดยาชา บางคนเขาก็บอกว่าชาแป๊บเดียว บางคนก็บอกว่าชานานเป็นเดือน บางคนก็บอกว่าชาเป็นปี และสุดท้ายที่ผมกลัวมากที่สุดก็คือจะชาไม่หายตลอดชีวิตนี่แหละครับ อาจารย์หมอ

พิชิต
IP: xxx.28.21.4
เขียนเมื่อ Tue Mar 03 2009 22:15:59 GMT+0700 (ICT)

จะชานานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่าเส้นประสาทได้รับบาดเจ็บมากน้อยแค่ไหนครับ

ถ้าขาดเลย ก็จะชาไปตลอด ถ้าชอกช้ำมากก็ชานานเป็นปี เล็กน้อยก็ไม่กี่วันหายครับ

ซึ่งบอกอัตราเสี่ยงได้ยากจากฟิล์มปกติ จะบอกได้ชัดเจนมากขึ้น ต้องทำ dental ct ครับ

ค่าใช้จ่ายประมาณ 5000 บาทครับ

ไม่ว่าจะดมยาหรือฉีดยาชาทำมีความเสี่ยงต่อเส้นประสาทเหมือนกันครับ เพราะว่าใช้วิธีผ่าฟันคุดเหมือนกัน

อิธิภณ ใยบัว
IP: xxx.120.116.2
เขียนเมื่อ Wed Mar 04 2009 08:37:00 GMT+0700 (ICT)

ผมจะตัดสินใจแล้วครับ จะไปหาอาจารย์แพทย์ที่คลินิคนอกเวลาทันตกรรม ม.มหิดล ถ.โยธีครับ เพราะมีหลายๆ คนบอกว่าที่นั่นจะมีทันตแพทย์ระดับอาจารย์ประจำที่นั่นเยอะมากครับ

นายอิธิภณ ใยบัว
IP: xxx.120.116.2
เขียนเมื่อ Wed Mar 04 2009 16:10:22 GMT+0700 (ICT)

จาก 50. อาจารย์ครับ ผมควรจะเลือกทีใดดีครับในการผ่าฟันคุดระหว่าง ก.ทันตกรรม โรงพยาบาลตำรวจ ข. คลีนิคนอกเวลาพิเศษ ม.มหิดล ค.คลีนิคนอกเวลาพิเศษ รพ.จุฬาลงกรณ์ และ ง.คณะทันตแพทย์ฯ จุฬา (ในมหาลัย) ผมควรจะเลือกที่ใดดีครับ ขอบคุณครับ

ingy
IP: xxx.165.213.18
เขียนเมื่อ Mon Mar 09 2009 14:53:17 GMT+0700 (ICT)

คือว่าไปถอนฟันคุดมาบนล่างค่ะสองซี่ ด้านซ้าย

ก่อนหน้านี้2สับดาก็ถอนบนล่างพร้อมกันด้านขวาไปแล้ว

ทีนี้ถึงตาด้านซ้ายค่ะ

จิงๆ ไม่ได้ เปนไรค่ะ แต่เพราะจะต้องผ่าตัดขากรรไกร เนื่องจากดัดฟันมา2ปีแล้วค่ะ ได้เวลา

ปัญหามีอยู่ว่า ผ่านไป1 สับดา ฟันที่ติดฟันคุด (ซึ่งตอนนี้เปนฟันซี่ในสุด) มันเสียวมากเลย ถ้าเอานิ้วไปเคาะ หรือพยามกัดฟันให้แน่น มันเสียวไปลึกเลยค่ะ

เปนแบบนี้ทั้งฟันบนและฟันล่าง แต่รู้สึกว่าล่างจะเสียวกว่านะ

อยากถามหมอว่า หนูได้รับ side effect จากการถอนฟันคุดใช่มั้ยค่ะ มันเปนที่เส้นประสาทฟันหรอค่ะ

ทำไงหายอ่ะค่ะ ไม่ไหว รำคาญ ยิ่งเสียวก็จะยิ่งไปเคาะๆ มัน ก็กลุ้มใจมากว่าจะหายมั้ย พรุ่งนี้นัดเจอหมอคนที่ถอนฟันให้

เครียดมากทำไมตอนทำด้านขวาไม่เห็นเปนเลย ตอนนี้ด้านขวาเท่ากับว่ามันผ่านมา 3 weeks

แต่ด้านซ้าย ผ่านมาแค่ 1 week เอง แต่ตอนนั้นด้านขวาไม่เห็นรู้สึกแบบนี้เลย ปกติ สบาย มาก

คุณหมอช่วยด้วยค่ะ

พิชิต
IP: xxx.147.74.4
เขียนเมื่อ Mon Mar 09 2009 15:18:33 GMT+0700 (ICT)

อาจจะเป็นการอักเสบบริเวณแผลถอนฟันซึ่งลุกลามมาซี่ข้างเคียงครับ

แนะนำให้ลดใช้งาน ทานอาหารอ่อน ไม่กระตุ้นให้เกิดอาการเสียว เช่น เอานิ้วไปกดสักสี่ห้าวันครับ

คิดว่าน่าจะดีขึ้นครับ ถ้าแผลปกติ

nuanthip
IP: xxx.147.9.245
เขียนเมื่อ Tue Mar 10 2009 14:29:03 GMT+0700 (ICT)

เรียนถาม ทพ.พิชิต

คือว่าได้ไปถอนฟันคุดโดยไม่ได้ผ่า ก่อนหน้านี้เริ่มจากกรามซี่ในสุดบนด้านขวา ไม่มีปัญหา แผลหายได้เองประมาณ 14 วัน วันที่ 15 ก็ถอนฟันอีกซี่กรามในสุดบนด้านซ้ายอีก มีปัญหาตรงที่ว่าคุณหมอถอนแล้วรากฟันหักในเหงือก เพราะไม่ได้x-ray ก่อนการถอนทำให้ต้อง เอ็กซเรย์หลังการถอนอีกสองรอบเพื่อหารากฟันที่หักไปเลยให้กินยาแก้อักเสบ ให้มา 15 เม็ด แต่ก็ทานได้ 3 เม็ด เพราะคิดว่าไม่อยากทานต่ออีกเพราะครั้งก่อนก็ไม่ได้กินยาแก้ปวดอะไร หลังจากนั้นนับถึงวันนี้ก็ 6 วัน รู้สึกว่าปวดเหงือกบริเวณที่โดนถอนเพราะรู้สึกเหมือนว่าเหงือกโบ๋ยิ่งอยู่ด้านในสุดด้านบน จะแคะหรือว่าบ้วนก็ลำบาก มีปัญหาถามคุณหมอว่า ตอนบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนมปากน้ำจากการบ้วนไหงทะลุมาโผล่ได้ที่จมูกด้านเดียวกับฟัน จะผิดปกติหรือป่าวคะเพดานโหว่หรือเปล่าอยากจะมีปัญหาในระยะยาวหรือเปล่าเพราะแปลกใจมากแต่ก็ไม่มีอาการปวดอะไรนอกจากปวดเหงือกที่โบ๋และก็ประชิดติกระพุ้งแก้มเท่านั้นคะ

***ขอความกรุณาคุณหมอช่วย ไขปัญหา และชี้แนะด้วยคะ****

ขอบพระคุณ คุณหมอล่วงหน้าคะ

พิชิต
IP: xxx.28.21.4
เขียนเมื่อ Tue Mar 10 2009 21:39:11 GMT+0700 (ICT)

ควรกลับไปพบคุณหมอครับ

อาการที่มีน้ำจากการบ้วนปากไหลออกมาที่จมูกคือ มีรูทะลุติดต่อระหว่างช่องปากกับไซนัสข้างจมูก (maxillary sinus) (oroantral communication)

ต้องรักษาครับ อาจจะทำแผ่นพลาสติกปิดหรือเย็บปิดแผล เพื่อปิดรูติดต่อนี้ครับ การรักษาวิธีใดขึ้นกับขนาดของรูทะลุครับ

nuanthip
IP: xxx.147.9.245
เขียนเมื่อ Mon Mar 16 2009 14:45:28 GMT+0700 (ICT)

คือ ขณะนี้ ยังไม่ได้ไปพบแพทย์แต่ได้ถามผู้ช่วยทันตฯ เค้าบอกว่าจะหายเอง...

และได้อ่านจาก http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=477

การถอนฟัน เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด มักเกิดรู ผ่านทางร่องฟันหลังถอนฟัน โดยมักเกิดตามหลังการถอนฟันกรามบนซี่แรก (first upper molar) บ่อยที่สุด เนื่องจากการเจริญของไซนัสโหนกแก้มเกิดพร้อมกับการขึ้นของฟันแท้บางซี่ เช่น second upper premolar, first and second upper molar บริเวณพื้นของไซนัสโหนกแก้ม จึงอยู่ชิดกับรากของฟันกรามบนมาก ทำให้มีการทะลุเข้าไปในโพรงไซนัสโหนกแก้มได้ง่ายหลังถอนฟันซี่ดังกล่าว นอกจากนั้นการที่มีฝีที่รากฟันกรามบน, โรคเหงือก หรือ โรคไซนัสอักเสบเรื้อรัง เวลาถอนฟัน ก็เป็นปัจจัยส่งเสริมให้เกิดรูเชื่อมต่อระหว่างไซนัสโหนกแก้มและช่องปากได้ง่าย การพยายามเอารากฟัน ที่หักคาอยู่ที่ร่องฟันออก หลังเกิดฟันหัก หรือการถอนฟันคุด อาจทำให้เกิดรูเชื่อมต่อระหว่างไซนัสโหนกแก้มและช่องปากได้ โดยปกติถ้าผู้ป่วยไม่มีโรคของไซนัส, โรคฟัน หรือโรคเหงือก รูที่เกิดหลังจากถอนฟันนี้มักปิดได้เอง

เป็นกรณีที่เข้าใจได้ด้วยหรือไม่คะคุณหมอ เพราะไม่มีอาการปวดหรือเป็นไซนัส

ขอให้คุณหมอช่วยตอบให้ด้วย ขอบพระคุณคุณหมอล่วงหน้า

พิชิต
IP: xxx.123.173.10
เขียนเมื่อ Mon Mar 16 2009 16:43:20 GMT+0700 (ICT)

ขึ้นอยู่กับขนาดช่องว่างที่เกิดขึ้นครับ ตามทฤษฎีบอกว่า ถ้าขนาดเล็กกว่า 3 มม.จะหายเองได้ ไม่ต้องทำอะไร

แต่ถ้าใหญ่กว่านี้ควรจะทำการผ่าตัดครับ

ผมจึงแนะนำให้กลับไปพบแพทย์เพื่อประเมินแผลครับ

ปองพล
IP: xxx.9.143.103
เขียนเมื่อ Sun Mar 29 2009 21:49:31 GMT+0700 (ICT)

ตอนนี้ผ่ามา 2 วันแล้ว ดูกระจกแล้วแก้มมันบวมตุ่ยๆ ไงไม่รุ้ครับ เอาน้ำแข็งประคบก็ยัง

ไม่ยุบบวมเลยครับ อีกอย่างอ้าปากกินอะไรไม่ค่อยได้เลยคับ ทำไงดีครับหมอ

พิชิต
IP: xxx.28.21.4
เขียนเมื่อ Mon Mar 30 2009 10:05:34 GMT+0700 (ICT)

อาการบวมปกติแล้วจะบวมมากที่สุด วันที่ 2-3 หลังผ่าครับ

หลังจากนั้นจึงจะค่อยๆยุบบวมลงครับ

เอาน้ำอ่นประคบช่วยครับ

ช่วงนี้บวมคงอ้าปากยากหน่อย เป็นเรื่องปกติครับ อาการบวมลดลงก็จะค่อยๆอ้าปากได้เป็นปกติเองครับ

ปองพล
IP: xxx.9.154.95
เขียนเมื่อ Tue Mar 31 2009 18:14:59 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากครับ ตอนนี้กะลังเอาน้ำอุ่นประคบอยู่ อยากกลับมากินอาหารอร่อยๆไวจัง

ปองพล
IP: xxx.9.154.190
เขียนเมื่อ Wed Apr 01 2009 15:29:23 GMT+0700 (ICT)

หมอครับ ผ่ามาวันที่ 28 นี่ก๊อ จา 5 วันได้แล้ว ยังรู้สึกปวดอยู่เลยครับ ปวดแบบตุ๊บๆ

เหมือนขึ้นสมอง ประคบมาก็ยังบวมอยู่อ๊ะคับ ทำไงดีครับจะมีปัญหาที่แผลหรือป่าว

เริ่มจะกังวลแล้วครับทรมาณด้วย

พิชิต
IP: xxx.28.21.4
เขียนเมื่อ Wed Apr 01 2009 22:58:56 GMT+0700 (ICT)

อาจจะมีเศษอาหารติดในแผลครับ

หรือกล้ามเนื้อสำหรับเคี้ยวอาหารอักเสบเนื่องจากพยายามเคี้ยวอาหารข้างที่ไม่ได้ผ่าฟันคุดอย่างเดียว จะทำให้กล้ามเนื้อข้างที่ผ่าฟันคุดทำงานหนักและอักเสบได้ครับ

แนะนำให้กลับไปพบคุณหมอก่อนวันตัดไหมก็ได้ครับ จะได้ล้างแผลและตรวจครับ

ปองพล
IP: xxx.9.148.86
เขียนเมื่อ Thu Apr 02 2009 14:54:46 GMT+0700 (ICT)

ใช่เลยครับ พยายามเคี้ยวอาหารข้างเดียวมาหลายวันแล้ว ตอนนี้ข้างที่ผ่าเลยบวมเลย

เด๋ววันนี้จาไปพบคุณหมอแล้วครับ มันทรมาณทนรอตัดไหมไม่ไหว. ขอบคุณสำหรับ

คำตอบครับบ

น้องแก้มตุ่ย
IP: xxx.144.180.65
เขียนเมื่อ Fri Apr 03 2009 11:57:18 GMT+0700 (ICT)

คุณหมอค่ะ

หนูผ่าฟันคุดเมื่อวานนี้เองค่ะ ตื่นเช้ามารู้สึกว่ามีอาการแปลกๆที่ปลายลิ้น

เหมือนมันจะชาเลยค่ะ ไม่ทราบว่ามันจะเป็นอะไรมากมั้ยค่ะ แล้วทำยังงัยถึงจะหายค่ะ

หนูผ่าคู่สบกันด้านซ้ายค่ะ แก้มบวมตุ่ยเลย ใช้น้ำแข้งประคบด้านนอกแก้มมันจะยุบเร็ว

ขึ้นมั้ยค่ะ แต่ไม่มีอาการปวดข้างที่ผ่านะค่ะ

รบกวนคุณหมอช่วยตอบที เริ่มจะกังวลเล็กน้อยถึงปานกลางหล่ะ

ขอขอบคุณล่วงหน้าเจ้าค่ะ ^_^

พิชิต
IP: xxx.120.128.61
เขียนเมื่อ Fri Apr 03 2009 20:46:04 GMT+0700 (ICT)

คงเป็นอาการชาที่ปลายลิ้นอย่างที่บอกมาครับ เกิดจากตอนผ่าฟันคุดอาจจะกระทบกระเทือนกับเส้นประสาททีมารับความรู้สึกที่ลิ้นครับ ไม่เป็นอะไรครับไม่ต้องกังวล

รับประทานวิตามินบี 1-6-12 ครั้งละ 2 เม็ด วันละ 3 ครั้ง และวิตามินซี 1000 มก. วันละ 1 เม็ด จะช่วยให้หายชาเร็วขึ้นครับ

ใช้น้ำแข็งประคบสองวันแรก หลังจากนั้นให้ประคบอุ่นครับ จะช่วยให้ยุบบวมเร็วขึ้น

แพรไหม
เขียนเมื่อ Fri Apr 03 2009 20:50:56 GMT+0700 (ICT)

ยอมรับว่ากลัวมากค่ะ
กับการผ่าฟันคุด...
ครั้งหนึ่งของชีวิต
ไม่เอาอีกแล้วค่ะ.

Nuanthip
IP: xxx.147.9.245
เขียนเมื่อ Thu Apr 09 2009 13:05:43 GMT+0700 (ICT)

อยากเรียนถามคุณหมอ ช่วยชี้ทางสว่างให้ด้วย อยากทราบมาก

เรื่องการ ดูแลสุขภาพฟันโดยรวมคะว่าเราควรจะ มีการดูแลขูดหินปูนบ่อยแค่ไหนในระยะ 1 ปี ที่ว่า 6 เดือนครั้งนี้ต้องทำอะไรบ้าง

*การที่เกิดมีฟันผุ วิธีที่รักษาที่ดีที่สุดคือควรทำอย่างไรกับฟัน

*การอุดฟัน สีเดียวกะฟัน กะสีตะกั่ว แบบไหนดี

และมีผลเสียข้างเคียงอะไรบ้างหลังจากการอุดฟันไปแล้ว แบบสีแบบไหนมีคุณภาพดีกว่ากัน มีผลเสียกับการรับรส สารตะกั่วสีเงินเข้าร่างกายด้วยหรือเปล่า

*กรณีที่เราอุดฟันนานแล้ว ควรมีระยะเวลาการเปลี่ยนสิ่งที่อุดหรือไม่อย่างไร

-ถ้าเราอุดฟันไปแล้ว เราจะต้องรักษารากฟันควบคู่ด้วยหรือเปล่า

ขอบพระคุณ คุณหมอ ทพ.พิชิต ล่วงหน้าคะ

พิชิต
IP: xxx.47.91.99
เขียนเมื่อ Thu Apr 09 2009 18:56:56 GMT+0700 (ICT)

ขูดหินปูนบ่อยแค่ไหนในระยะ 1 ปี ที่ว่า 6 เดือนครั้งนี้ต้องทำอะไรบ้าง

-ขึ้นอยู่กับว่าเป็นคนที่ดูแลความสะอาดช่องปากได้ดีแค่ไหนครับ หากดูแลความสะอาดได้ดี หินปูนจะขึ้นช้า การขูดหินปูนปีละ 1 ครั้งก็เพียงพอครับ

-แต่ละครั้งที่มาพบทันตแพทย์ (หากเป็นคนที่พบทันตแพทย์เป็นประจำอยู่แล้ว) ทันตแพทย์ก็จะตรวจหารอยผุ ประเมินการอักเสบของเหงือก ปริมาณหินปูน และก็จะแนะนำการรักษาที่เหมาะสมให้ครับ หากหินปูนมีปริมาณน้อย ก็อาจจะทำแค่การขัดฟันหรือขูดหินปูนเฉพาะตำแหน่ง หากมีหินปูนมากก็คงจะได้รับการขูดหินปูนทั้งปาก

-วีธีที่ดีที่สุดในการรักษาสุขภาพช่องปาก คือ การแปรงฟันให้สะอาดและถูกวิธีร่วมกับการใช้ไหมขัดฟันครับ ซึ่งทันตแพทย์ทุกคนสามารถให้คำแนะนำและสอนได้ครับ (อธิบายเป็นตัวหนังสือคงจะเข้าใจได้ยากครับ)

เรื่องอุดฟันเดี๋ยวผมจะให้เพื่อนผม ที่เป็นทันตแพทย์เฉพาะทางมาตอบให้นะครับ

หมอบ๋อม
IP: xxx.47.91.99
เขียนเมื่อ Thu Apr 09 2009 19:09:43 GMT+0700 (ICT)

*การที่เกิดมีฟันผุ วิธีที่รักษาที่ดีที่สุดคือควรทำอย่างไรกับฟัน

การรักษาฟันที่ถูกต้องคือกำจัดเนื้อฟันที่ผุออกจากตัวฟันให้หมดโดยใช้เครื่องมือเฉพาะของทันตแพทย์ ทำความสะอาด และทำการเตรียมโพรงฟันโดยการใส่วัสดุอุดที่เหมาะสมลงไปอาจเป็นอมัลกัมสีเงินหรือวัสดุอุดที่มีสีเหมือนฟัน ตกแต่งรูปร่างให้เหมาะสมทำให้ฟันซี่นั้นกลับมาทำงานและมีความสวยงามได้ใกล้เคียงหรือเหมือนเดิม

IP: xxx.47.91.99
เขียนเมื่อ Thu Apr 09 2009 19:22:56 GMT+0700 (ICT)

*ผลเสียข้างเคียงอะไรบ้างหลังจากการอุดฟันไปแล้ว แบบสีแบบไหนมีคุณภาพดีกว่ากัน มีผลเสียกับการรับรส สารตะกั่วสีเงินเข้าร่างกายด้วยหรือเปล่า

อาการข้างเคียงหลังอุดมักจะไม่ค่อยเกิด แต่ในบางกรณีก็เกิดขึ้นได้ในฟันผุลึกๆและฟันที่คนไข้มีอาการเสียวฟันรุนแรงมาก่อนหลังจากอุดอย่างถูกวิธีกลับไปอาจมีอาการเสียวเล็กน้อยเมื่อดื่มน้ำเย็นหรือน้ำร้อน แต่อาการเหล่านี้จะค่อยๆดีขึ้นได้เอง

ส่วนวัสดุสีใดคุณภาพดีกว่ากันไม่สามารถบอกได้ การเลือกใฃ้วัสดุอุดชนิดใดนั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของทันตแพทย์ที่เห็นว่าสมควรต่อการผุบริเวณใด ขนาดรอยผุ การวินิจฉัยรอยโรคแประกอบกับความต้องการของคนไข้ ผลเสียต่อการรับรสนั้นไม่มี ส่วนปริมาณสาณตะกั่วในวัสดุอุดอมัลกัมไม่มีค่ะ ส่วนสารปรอทที่ผสมในอมัลกัมที่สามารถเข้าสู่ร่างกายมีน้อยมาก ยังอยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตราย เนื่องจากวัสดุอุดอมัลกัมเมื่อผสมในอัตตราส่วนที่ถูกต้องจะมีความคงตัว สารปรอทที่จะหลุดออกมายิ่งมีปริมาณน้อยมากมาก

หมอบ๋อม
IP: xxx.47.91.99
เขียนเมื่อ Thu Apr 09 2009 19:27:38 GMT+0700 (ICT)

*กรณีที่เราอุดฟันนานแล้ว ควรมีระยะเวลาการเปลี่ยนสิ่งที่อุดหรือไม่อย่างไร

ห่างไม่มีปัญหาในด้านการใช้งาน อาการเสียวหรือปวด รวมถึงการเปลี่ยนสีของวัสดุไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน อย่างไรก้ตามควรให้ทันตแพทย์ตรวจเช็คสุขภาพฟันทุก 6 เดือน ห่างมีความเปลี่ยนแปลงรั่วซึมตามขอบหรือมีการแตกบิ่นของขอบวัสดุที่คนไข้ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตัวเอง ทันตแพทย์จะได้แนะนำได้อย่างถูกต้องว่าต้องรื้ออุดใหม่หรือต้องซ่อมแซมอย่างไร

หมอบ๋อม
IP: xxx.47.91.99
เขียนเมื่อ Thu Apr 09 2009 19:35:07 GMT+0700 (ICT)

*ถ้าเราอุดฟันไปแล้ว เราจะต้องรักษารากฟันควบคู่ด้วยหรือเปล่า

การรักษารากฟันจะทำต่อเมื่อฟันมีการผุทะลุถึงโพรงประสาทฟัน ซึ่งฟันซี่นั้นมักมีอาการปวดรุนแรงมาก่อนจากการติดเชื้อของเนื้อเยื่อในโพรงประสาทฟัน ถ้าฟันผุธรรมดาไม่ต้องรักษารากฟันค่ะ แต่ถ้าฟันที่อุดไปแล้วมีอาการปวดขึ้นมา แล้วทันตแพทย์ทำการตรวจ เอ็กซเรย์วินิจฉัยแล้วว่ามีการติดเชื้อในโพรงประสาทฟัน หรือปลายรากฟันก็จำเป็นต้องได้รับการรักาารากฟันค่ะ

นัท
IP: xxx.164.108.31
เขียนเมื่อ Tue Apr 21 2009 05:53:07 GMT+0700 (ICT)

เพิ่งไปผ่าฟันคุดมาวันเสาร์ตอนเย็นๆนะค่ะ

คือตอนแรกกลับมาก็กัดผ้าก๊อสเกือบชม. แล้วก็ทานยาแก้ปวดไป

ประมาณ 2 ชม.หลังจากผ่าเสร็จ ก้อพูดได้เกือบจะปกติเลยนะค่ะ แก้มไม่บวมมากด้วยเลือดก็หยุดไปนานแล้ว แต่ทำไมตอนประมาณตี 1 มันบวมใหญ่เลย

แถมมีเลือดซิบๆด้วย อยากทราบว่าเป็นเพราะเราพูดมากด้วยหรือเปล่า

เพราะเนี่ยอยู่ๆมันก็อบวมขึ้นมาเห็นชัดมาก แถมปวดอีกตะหาก

แล้วพอมาวันนี้มันก็ยังคงบวมอยู่อย่างนั้นไม่มีทีท่าว่าจะยุบเลย แถมบวกอาการปวดขึ้นมาอีก มีเลือดออกซิบๆบ้างในบางครั้งเพราะรุ้สึกถึงรสชาติ

อยากทราบว่าอาการบวมนี่จะหายทันวันที่ 30 ไหมค่ะ เพราะวันนั้นเป็นพิธีเรียนจบนะค่ะ (เดียวไม่สวย ฮ่าๆๆ)

ตอนนี้ประคบน้ำแข็งอยู่เกือบตลอดค่ะ

อยากถามว่าทานน้ำเย็นได้ไหมค่ะ พอดีถามหมอไม่ได้เจ็บฟันอยู่แกบอกแค่ว่าห้ามของร้อน แล้ววันพรุ่งนี้เปลี่ยนเป็นประคบอุ่นแทนดีไหม แต่ยังรุ้สึกว่าเลือดไหลอยู่

ขอถามอีกอย่างค่ะ ว่าต้องพักผ่อนเยอะๆด้วยหรือเปล่าค่ะ

พอดีช่วงนี้ต้องปั่นงาน ไม่ค่อยได้นอน

อ้าปากกว้างมาก็ไม่ค่อยได้ เคียวอะไรยังไม่ได้เลย ไม่ทราบว่าที่บวมเพราะปกติ หรือ เพราะมันอักเสบค่ะ พอดีคุณหมอนัดไปตรวจก่อนตัดไหมอยู่วันพรุ่งนี้ แต่กลัวไปแล้วหมอให้อ้าปากกว้างๆเลือดก็ออกอีก เจ็บอีกเลยไม่ค่อยกล้วอ่ะค่ะ

ร่ายซะยาวเชียวจบแล้วค่ะ

พิชิต
IP: xxx.147.74.4
เขียนเมื่อ Tue Apr 21 2009 14:57:56 GMT+0700 (ICT)

ที่บวมขึ้นตอนหลังน่าจะเกิดจากเลือดออกเพิ่มขึ้นหลังจากหยุดไปแล้วครับ เลือดไหลเข้าไปอยู่ในเนื้อเยื่อของแก้ม จึงทำให้แก้มบวมครับ พูดมากก็อาจจะเกี่ยวครับ เพราะว่ามีการขยับของแผลอยู่บ่อยๆ ก็อาจจะทำให้เลือดออกมาอีกได้

วันที่ 30 น่าจะหายทันนะครับ ช่วงนี้ก็ประคบน้ำอุ่นครับ จะได้ช่วยหายบวมเร็วขึ้น

ทานยา danzen ช่วยก็ได้ครับ ครั้งละ 2 เม็ด สามเวลาหลังอาหาร

ทานน้ำเย็นได้ครับ

พักผ่อนไม่เพียงพอก็มีผลอยู่บ้างครับ แต่ทำไงได้ต้องทำงาน ก็อาจจะหายช้าหน่อยครับ

เวลาบวม แก้มจะตึงทำให้อ้าปากได้น้อยอยู่แล้วครับ อาการบวมลดลง ก็จะค่อยๆอ้าปากได้เป็นปกติเองครับ

น่าจะครบที่ถามแล้วครับ สงสัยอะไรก็ถามเพิ่มได้ครับ

นัท
IP: xxx.164.106.193
เขียนเมื่อ Thu Apr 23 2009 20:53:10 GMT+0700 (ICT)

ขอถามอีกนิดค่ะ เมื่อตะกี้อยู่ๆ ไหมมันก้อหลุดออกมาอันนึงอ่ะค่ะ

เย็นไป 3 เข็ม อยู่ๆไหมอันหนึงมันหลุกออกมา หลุดแบบออกมาทั้งปม(ทั้งๆที่ยังมัดอยู่)เลยอ่ะค่ะ จะเป็นไรไหมค่ะ นี่ก็ผ่ามา 5 วันแล้วค่ะ

พิชิต
IP: xxx.147.74.4
เขียนเมื่อ Fri Apr 24 2009 11:01:04 GMT+0700 (ICT)

ไม่เป็นไรครับ

pat
IP: xxx.31.78.79
เขียนเมื่อ Mon Apr 27 2009 17:22:59 GMT+0700 (ICT)

มีคิวไปผ่าฟันคุดเดือนหน้าค่ะ

จะรบกวนถามคุณหมอว่า ก่อนผ่าเนี่ยทานยาแก้ปวดกันไว้เลยได้มั้ยคะ

เห็นเพื่อนบอกเค้ากินก่อนไปผ่า ผ่าเสร็จไม่เจ็บเลย

แต่ทีนี้ไม่แน่ใจว่ามันจะมีผลข้างเคียงอะไรรึป่าวอ่ะค่ะ

ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

พิชิต
IP: xxx.47.7.32
เขียนเมื่อ Mon Apr 27 2009 19:22:46 GMT+0700 (ICT)

ทานยาแก้ปวดก่อนผ่าตัด 30 นาทีครับ ช่วยได้ ไม่มีผลข้างเคียงครับ

กมล
IP: xxx.25.77.79
เขียนเมื่อ Fri May 01 2009 17:19:59 GMT+0700 (ICT)

หนูอยากผ่าฟันคุดกับคุณหมอค่ะ คุณหมอผ่าที่โรงบาลทันตกรรมหรอคะ หนูเรียนที่พิดโลกค่ะ แต่เป็นคนตจว. วันนี้ไปหาหมอที่โรงบาลจังหวัด คิวนัดเป็นเดือนมิ.ย แต่หนูต้องไปเรียนแล้ว ถ้าหนูมาทำกับคุณหมอจะได้ไหมคะ

ปล. อยากทราบว่าการที่เส้นประสาทจะถูกทำลายมากหรือน้อยขึ้นกับอะไรคะ และถ้าหนูมาทำกับคุณหมอ ซึ่งหนูคิดว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ หนูจะสามารถลดความเสี่ยงตรงนี้ได้ไหมคะ

พิชิต
IP: xxx.19.231.4
เขียนเมื่อ Fri May 01 2009 20:59:44 GMT+0700 (ICT)

เส้นประสาทจะถูกทำลายมากหรือน้อย ขึ้นกับความใกล้กันระหว่างฟันคุดกับเส้นประสาทครับ

ถ้าอยู่เบียดกัน การถอนฟันหรือผ่าฟันคุดก็จะกระทบกระเทือนกับเส้นประสาทมากกว่า อยู่ใกล้กันแบบสัมผัสกันครับ

ความเสี่ยงเกี่ยวกับการกระทบกระเทือนเส้นประสาทขึ้นอยู่กับตำแหน่งมากกว่าครับ หมอคนไหนทำก็คงไม่ต่างกันมากครับ

ตูน
IP: xxx.128.0.22
เขียนเมื่อ Tue May 19 2009 01:44:01 GMT+0700 (ICT)

คือดิฉันไปผ่าฟันคุดมาวันที่ 17 ตอนหนึ่งทุ้มอ่ะค่ะ

แล้วตอนนี้บวมมากๆเลย

ทำยังไงถึงจะหายบวมหรอค่ะ

แล้วจะบวมถึงเมื่อไหร่ค่ะ

พิชิต
IP: xxx.28.21.4
เขียนเมื่อ Tue May 19 2009 09:16:09 GMT+0700 (ICT)

หลังผ่าฟันคุดจะบวมมากที่สุดในวันที่สามหลังทำครับ

หลังจากนั้นจึงจะเริ่มยุบลง

เอาผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นประคบที่แก้มและทานยา danzen 2 เม็ด สามเวลาหลังอาหารก็จะช่วยได้ครับ

ตูน
IP: xxx.47.162.231
เขียนเมื่อ Tue May 19 2009 14:31:48 GMT+0700 (ICT)

สามวันหลังทำ

นี่คือวันที่ 19 หรือว่า 20 หรอค่ะ

คือว่าวันนี้วันที่19 ก้อบวมมากๆแล้ว

ส่วนยาลดบวมหมอให้ serrin มา ทานวันละหนึ่งเม็ด

ใช้ตัวนี้ได้รึป่าวค่ะ

แล้วยาตัวไหนช่วยลดอาการบวมได้มากกว่ากัน

เพราะถ้า danzen ลดอาการบวมได้มากกว่า

ดิฉันจะได้ไปซื้อมาทานค่ะ ^^

ปล.คุณหมออยู่มหาวิทยาลัยนเรศวรเหมือนกันกับดิฉันเลยค่ะ

พิชิต
IP: xxx.28.21.4
เขียนเมื่อ Tue May 19 2009 14:39:07 GMT+0700 (ICT)

วันที่ 20 ครับ

serrin กับ danzen เป็นตัวเดียวกันครับ กินเพิ่มเป็นครั้งละสองเม็ดเลยครับ

m
IP: xxx.10.155.141
เขียนเมื่อ Wed May 20 2009 13:21:54 GMT+0700 (ICT)

คือดิฉันไปผ่าฟันคุดมาวันที่ 2ที่ผ่านมา หลังจากผ่าเสร็จแล้วก็ไม่มีอาการอะไรมาก

แค่ชาที่บริเวณคางด้านซ้านและฟันด้านในข้างที่ผ่า วันที่ 9 หมอนัดไปตัดไหม ก็ไปตามปกติแต่อาการชายังไม่หายเลย คุณหมอบอกว่าอาการชา อาจเป็นผลข้างเคียงจากการผ่า

เพราะรากฟันยาวและฟันก็แน่นมาก ตอนผ่าอาจโดนเส้นประสาท ต้องใช้เวลาสักพัก

แต่ตอนนี้ก็ได้ 3 อาทิตย์แล้วอ่ะค่ะ อาการชายังไม่หายเลย คุณหมอพอจะแนะนำหน่อยได้ไหมคะ มีวิตามินตัวไหนช่วยได้บ้าง ทำให้อาการชาหายเร็วขึ้นน่ะค่ะ

พิชิต
IP: xxx.19.231.4
เขียนเมื่อ Thu May 21 2009 11:25:47 GMT+0700 (ICT)

methylcobal ครั้งละ 1 เม็ด สามเวลาหลังอาหารและวิตามินบี 1-6-12 (ไม่เอาบีคอมเพล็กซ์นะครับ) ครั้งละ 2 เม็ดสามเวลาแล้วก็วิตามินซ๊ 1000 มก วันละ 1 เม็ดครับ

ทานทั้งสามตัวเลยครับ ลองทานดูสักหนึ่งเดือนก่อนครับ

เอาใจช่วยให้หายไวไวนะครับ

IP: xxx.10.155.181
เขียนเมื่อ Fri May 22 2009 12:50:46 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ แล้วซื้อได้ตามร้านเวชภัณฑ์ทั่วไปเหรอคะ เรื่องการทานวิตามินซี จำเป็นหรือเปล่าคะที่เราต้องเลือกซื้อแบบที่ผลิตจากธรรมชาติจริง ๆ เพราะเคยได้ยินมาว่า วิตมินซีทั่ว ๆ ไปที่เราซื้อทานกัน หรือให้เด็กทานนั้นส่วนมากจะมีน้ำตาลเยอะ และการทานวิตามินซีมาก ๆ จะมีผลอะไรหรือเปล่าอ่ะคะ

พิชิต
IP: xxx.147.74.4
เขียนเมื่อ Fri May 22 2009 15:35:28 GMT+0700 (ICT)

ซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปครับ

ทานวิตามินซีมากๆ ไม่เป็นไรครับ ถ้าไม่มากจนเกินไป ขนาดที่แนะนำโอเคครับไม่มีปัญหา

ถ้าได้แบบไม่มีน้ำตาลก็ดีกว่าครับ หรือจะทานผลไม้ที่มีวิตามินซีเยอะแทนก็ได้ครับ ดีที่สุดครับ

หนึ่ง
IP: xxx.24.98.84
เขียนเมื่อ Fri May 22 2009 21:59:56 GMT+0700 (ICT)

คือของผมคลินิกที่ผมจัดฟัน ผมจัดฟันข้างบนไปแล้ว

แต่ข้างล่างยังครับ แล้ทีนี้หมอเห็นฟันคุดแล้วไม่กล้าผ่าเองครับ

หมอเลยจะส่งไปอีกคลินิก น่าจะเป็นหมอใหญ่หรืออาจารย์มั้งครับผมก็จำไม่ค่อยได้

หมอบอกว่าต้องเป็นหมอเฉพาะทางอะครับ

ก็คือต้องรอหมอนัด หลายเดือน

ระหว่างรอหลายเดือนปวดเหงือกมากเลยไปหาหมอฟัน(ตอนนี้ผมอยู๋ ตจว ครับ) เขาก็เลยถอนข้างบนออกให้ครับ แล้วหมอเขาก็บอกประมาณว่า ต้องให้ศัลยแพทยทำ ไรประมาณนี้

แปลว่าของผมนี่เรื่องใหญ่หรอครับหมอ T-T อ่านๆก็กลัว กำจิงๆ

พิชิต
IP: xxx.147.74.4
เขียนเมื่อ Fri May 22 2009 22:09:23 GMT+0700 (ICT)

ถ้าตามที่เล่ามา ก็คงจะเป็นกรณีที่ยากละครับ

เอาใจช่วยครับ

หนึ่ง
IP: xxx.24.98.84
เขียนเมื่อ Fri May 22 2009 22:29:34 GMT+0700 (ICT)

ค่าใช้จ่ายในการผ่าฟันคุดนี่ ประมาณๆเท่าไรหรอครับ

ปล.หมอตอบไวมากเลยครับ คิดว่าหมอจะตอบพรุ่งน้

พิชิต
IP: xxx.28.21.4
เขียนเมื่อ Fri May 22 2009 22:36:32 GMT+0700 (ICT)

ถ้าเป็นคลินิกเอกชน ก็น่าจะสองพันบาทขึ้นไปนะครับ

หนึ่ง
IP: xxx.24.99.34
เขียนเมื่อ Sat May 23 2009 16:45:20 GMT+0700 (ICT)

ไปผ่ามาแล้วครับ ฟันเป็นแนวนอนอะครับ

กลับมาบ้านปวดมาก กินยาไปหายปวดแล้ว

ห้ามกินน้ำแข็งนี่ กินน้ำเย็นได้ไหมครับ

หนึ่ง
IP: xxx.24.99.34
เขียนเมื่อ Sat May 23 2009 17:00:46 GMT+0700 (ICT)

เลือดออกอะครับ

ผมไปผ่ามาข้างในใช่ปะครับ

แล้วทีนี้ ผมก็เอาผ้าก็อตออกอะคับ

ก็เห็นอะไรดำๆ ติดซอกฟัน คิดในใจ เลือดเป็นก้อน เลยไปเขี่ยๆออก

เลือดไหลเลยอะครบ T-T

ตอนนี้พยายามกัดผ้าก็อตใหม่

แนน
IP: xxx.64.56.198
เขียนเมื่อ Sat May 23 2009 23:36:08 GMT+0700 (ICT)

เคยไปผ่ามา 2 ซี่แล้ว ตอนนี้กำลังจะไปผ่าอีก(มันขบฟันไม่เหมือนเดิมจนเริ่มปวดกรามกับคาง ถ้าถอนแล้วจะขบฟันเหมือนเดิมแล้วก็หายใช่มั๊ยคะ)แต่กังวลมากเนื่องจากคราวที่แล้วกว่าจะผ่าเสร็จอ้าปากอยู่เป็นชั่วโมง(ฟันไม่โผล่ขึ้นตามปกติ) พอเสร็จหุบปากไม่ลงต้องหุบแรงมากๆเสียงดังเหมือนกรามเคลื่อนแต่ไม่หลุด กว่ากรามจะรู้สึกปกติก็นาน กำลังจะไปผ่าอีก 2 ซี่ จะทำยังไงดีคะเพื่อแก้ปัญหากราม หนูปากเล็กหมอต้องเอาที่อ้ากรามมาใส่ไว้ด้วย จะบอกคุณหมอยังไงไม่ให้อ้ากรามเราจนค้าง T-T ตอนนี้กังวลอยู่เรื่องกรามนี่หละ ถอนหรือเจ็บไม่เคยกลัวเลย

พิชิต
IP: xxx.147.74.4
เขียนเมื่อ Sun May 24 2009 16:12:59 GMT+0700 (ICT)

ตอบคุณหนึ่ง

ที่เห็นดำๆระหว่างฟันคือ ไหมที่เย็บแผลครับ

พิชิต
IP: xxx.28.21.4
เขียนเมื่อ Sun May 24 2009 16:16:16 GMT+0700 (ICT)

ตอบคุณแนน

เรื่องกรามค้างเป็นปัญหาที่เกิดจากข้อต่อขากรรไกรครับ คงทำอะไรไม่ได้นอกจากบอกคุณหมอที่ผ่าว่ากรามค้างได้ง่าย คุณหมอจะได้ระมัดระวังเพิ่มขึ้น หรือ พักบ่อยๆระหว่างผ่าฟันคุดก็น่าจะช่วยได้ครับ

พิมพ์
IP: xxx.47.2.62
เขียนเมื่อ Sat Jun 20 2009 03:07:25 GMT+0700 (ICT)

เนื่องจากว่า เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว นู๋ได้ไปตรวจฟันที่โรงพยาบาลทันตกรรม

พบว่า ต้องผ่าฟันคุด 2 ซี่ ซ้ายขวา

ซึ่งกลัวการผ่ามาก และอยากรู้ว่าจากที่เราฉีกยาชา เราสามารถเปลี่ยนเป็นยาสลบได้ไหมคะ..??

--ขอบคุณค่ะ--

พิชิต
IP: xxx.8.211.200
เขียนเมื่อ Sat Jun 20 2009 14:37:46 GMT+0700 (ICT)

สามารถผ่าฟันคุดโดยใช้ยาสลบได้ครับ

แต่จะมีค่าใช้จ่ายในการตรวจเลือด เอ็กซเรย์ปอด ค่าหมอดมยา ค่าห้องผ่าตัดและอื่นๆ อีกประมาณหนึ่งหมื่นบาทขึ้นไป นอกเหนือจากค่าผ่าฟันคุดครับ

สามารถทำได้ตามคณะทันตแพทย์หรือโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ครับ

ใบเตย
IP: xxx.176.111.50
เขียนเมื่อ Sun Jun 21 2009 23:43:42 GMT+0700 (ICT)

การผ่าฟันคุดใช้เวลานานไหมค่ะ

แล้วจะมีอันตรายอะไรหรือเปล่าค่ะ

กลัวมากเลยค่ะ

เพราะต้องโดนผ่าฟันคุด

รู้สึกกังวลมากเลยค่ะ

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น อ่านทั้งหมด   อ่าน
 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า