สมาชิก
แลกเปลี่ยน
 

ประวัติความเป็นมาของเศรษฐศาสตร์อิสลาม

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์อิสลาม
๑. ประวัติความเป็นมาเศรษฐศาสตร์อิสลามในยุคแห่งโลกาภิวัฒน์ที่เรากำลังจับตามองอยู่ในขณะนี้ ได้ทำให้เวทีบนโลกใบนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากวันหนึ่งไปอีกวันหนึ่ง จากปีหนึ่งไปยังอีกปีหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการล้มสลายของระบบการรวมอำนาจของส่วนกลางในสหภาพโซเวียต ซึ่งได้ทำให้นักทุนนิยมบางคนมองว่านี่คือวันสิ้นสุดของประวัติศาสตร์  “the end of history” ถ้าหากว่าระบบสังคมนิยมได้ล้มสลายลงด้วยกาลเวลาที่บ่งบอกถึงความไม่ยุติธรรมในระบบไม่ใช่สิ่งที่แปลกหากว่าทุนนิยมจะต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกับระบบที่ผ่านมา การที่ระบบสังคมนิยมได้ล้มสลายจะหมายความว่าผู้คนอีกซีกหนึ่งจะมาในระบบทุนนิยมกระนั้นหรือ คำตอบก็คือหาใช่ไม่ ในขณะเดียวกัน ผู้คนอีกหลายคนกำลังแสวงหาระบบใหม่ที่เข้ามาทดแทนระบบเก่าที่ได้ล้มสลายไปผู้คนอีกหลายคนรวมถึงอุมมัต (ประชาชาติ) อิสลามยังมองข้ามระบบอิสลาม ซึ่งเป็นระบบเดียวเท่านั้นที่อัลลอฮฺ (ผู้ทรงสร้าง) ได้ยินยอมและเคยได้ทดลองใช้ตั้งแต่สมัยของท่านรอซูลจนถึงสมัยคอลีฟะฮฺอุสมานีที่ตุรกีระบบเศรษฐกิจแบบอิสลามเป็นระบบที่เกิดขึ้นมาจากความเข้าใจที่ว่าอิสลามคือศาสนาที่เป็นสากลจักรวาลและครบวงจรในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าด้านปัจเจกบุคคล ครอบครัว สังคม วัฒนธรรม การเมือง เศรษฐกิจ หรือด้านใดก็ตาม ไม่ว่าจะโดยตรงหรือทางอ้อมที่เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของมนุษย์ อิสลามมีคำตอบให้ระบบอิสลามเป็นระบบที่สร้างโดยผู้ทรงสร้างมนุษย์ที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้ และสร้างแผ่นดินและเวลาให้มนุษย์ได้เคลื่อนไหว ระบบนี้เป็นระบบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับมนุษย์ อิสลามจะให้ความสำคัญในทุกๆ ด้านของการดำเนินชีวิต จะมองว่าชีวิตของมนุษย์ในทุกด้านนั้นคือความเป็นเอกภาพ ด้วยเหตุนั้นอิสลามจึงไม่มีคำว่า ความเกินไปหรือความรุนแรง (Exstrim)อิสลามได้ให้ความสำคัญต่อด้านเศรษฐกิจ จะเห็นได้ว่าในอัลกุรอ่านจะมีอยู่หลายอายาตที่พูดถึงปัญหาทางเศรษฐกิจ ได้ว่าจะเป็นสมัยมักกะฮ์หรือมาดีนะห์ก็ตาม และก็เช่นกันในสุนนะห์ของท่านรอซูล (ศ็อลลอลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ไม่ว่าจะในฮาดีษเกาลียะห์ (คำพูด) เฟียะลียะห์ (การกระทำ) หรือตักรีรียะห์ (การเห็นด้วย) ก็ตาม หรือจะดูจากการก่อสร้างสังคมมุสลิมหรืออารยธรรมอิสลามจะพบเจอฮาดีษที่พูดถึงเรื่องนี้อย่างละเอียดนอกจากอัลกุรอ่าน และอัลฮาดีษได้ให้ความสำคัญต่อด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังพลักดันให้นักอูลามาอฺ (นักวิชาการอิสลาม) ได้ค้นคว้าอย่างลึกซึ้งด้วย ซึ่งเราจะเจอในงานเขียนของเขาเหล่านั้นที่พูดถึงเรื่องเศรษฐกิจ ในยุคปัจจุบันถือได้ว่าเป็นยุคการฟื้นฟูอิสลาม เราจะเจอนักคิดและนักวิชาการมากมายในโลกอิสลามที่ให้ความสำคัญอย่างจริงจังในด้านนี้.ถ้าเราเรียบเรียงความเป็นมาอย่างเป็นระบบในเชิงประวัติศาสตร์ เราจะสามารถเข้าใจเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น ตั้งแต่สมัยของการลงวะห์ยูจนถึงยุคปัจจุบัน สมัยของวะห์ยูที่หมายถึงสมัยวะห์ยูก็คือช่วงของอัลกุรอ่านและอัสซุนนะห์ที่ถูกดำเนินใช้ในช่วงที่ท่านนบีมูฮำหมัด (ศ็อลลอลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ยังคงมีชีวิตอยู่นักอูลามะอฺอูศูลุลฟิกฮ์ได้ให้คำนิยามว่า“อัลกุรอ่าน คือ กาลาม (คำพูด) ที่เป็นมุอ์ยีซัต ที่ลงให้กับท่านนบีมูฮัมหมัด (ศ็อลลอลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ที่ถูกเขียนบนมัซฮับ ที่มีการรายงานแบบมุตาวาตีร (โดยหลายๆ คน) ที่มีการอ่านเป็นอิบาดะห์ส่วนอัสสุนนะห์ได้ให้คำนิยามว่า :“อัสสุนนะห์ คือทุกอย่างที่มาจากนบีมูฮัมหมัด (ศ็อลลอลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ไม่ว่าจะเป็นการพูด (เกาลี) การกระทำ (เฟียะลี) หรือการยอมรับ (ตักรีร)”อัลกรุอ่านและอัสสุนนะห์คือ แหล่งที่มาของบทคำสอนอิสลาม เนื้อหาที่มีอยู่ในทั้งสองคือ บทเรียนให้กับมนุษยชาติในการดำเนินชีวิตเศรษฐกิจอิสลาม คือส่วนหนึ่งที่สำคัญในการดำเนินชีวิต ดังนั้นอัลกุรอ่านและอัลฮาดีษจึงเป็นแหล่งสำคัญในเรื่องดังกล่าวด้วยวิทยญาณ (ฮิกมะห์) บางประการอัลกุรอ่านมิได้ลงมาทีเดียวให้กับมนุษยชาติ จะลงมาเป็นเรื่อยๆ ตามการพัฒนาของสังคมมุสลิมที่อยู่ใต้การดูแลของวะห์ยูจากท้องฟ้า ใช้เวลาของการเป็นรอซูลอยู่ 22 ปี 2 เดือน 22 วัน ประวัติการดำเนินชีวิตของสังคมมุสลิมในช่วงดังกล่าวโดยรวมจะแบ่งเป็น 2 ช่วงคือ ช่วงมักกะห์และมาดีนะห์ในช่วงดังกล่าวจะเป็นช่วงของการลงอายาตอัลกุรอ่าน ซูเราะห์มักกียะห์ และซูเราะห์มาดานียะห์ ทุกอายาตที่ลงในระยะเวลา 13 ปี หรือก่อนการฮิจญเราะห์เรียกว่า ซูเราะห์มักกียะห์ และซูเราะห์ลงหลังจากอิจญเราะห์ เรียกว่า ซูเราะห์มาดานียะห์อายาตมักกียะห์จะเป็นอายาตที่ให้มุมมองเกี่ยวกับพื้นฐานการดำเนินชีวิตของมนุษย์ จะพูดถึงเรื่องของพระเจ้า มนุษย์ โลกจักรวาล และการดำเนินชีวิต อัลกุรอ่านพูดถึงเรื่องพระเจ้าเป็นความเอกะของอัลลอฮฺ (เตาฮีต) พื้นฐานทางด้านอากีดะห์ และความอีหม่าน (ศรัทธา) ของมนุษย์มุสลิม อัลกุรอานพูดถึงเรื่องการสร้างมนุษย์ เป็นการแสดงถึงการมาของมนุษย์ยังโลกดุนยา ความจริงของการมีชีวิต เป้าหมายของชีวิต และจะดำเนินชีวิตอย่างไร อัลกุรอานได้พูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม (โลกจักรวาล) เพื่อเป็นการใช้ประโยชน์ อัลกุรอ่านได้พูดถึงเรื่องทั้งหมด เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเอกภาพของระบบอิสลามสิบสามปีได้ผ่านพ้นไป เมื่อท่านรอซูลพร้อมกับศอฮาบะห์ (สาวก) ได้อพยพไปยังนครมาดีนะห์ ก็เป็นการเปิดฉากใหม่ของการดะห์วะห์อิสลาม ในที่นี้พวกเขาเป็นกลุ่มสังคม และมีโครงสร้างทางการเมือง พร้อมกับมีเครือข่ายทางสังคม อายาตอัลกุรอ่านที่ได้ลงมาในช่วงมักกะห์ได้สร้างหลักความคิดรวบยอดให้กับมุสลิม และก็มาใช้ชีวิตอยู่ในมาดีนะห์ ด้วยเหตุนั้นอายาตต่างๆ ที่ลงในช่วงนี้ได้เกี่ยวกับกฎหมายรายละเอียดจากหลักการโดยรวมที่ลงในช่วงของมักกะห์เป็นที่เข้าใจ ณ ตรานี้ก็คือว่า อัล-กุรอ่านเสมือนกับระบบที่เหมาะสมที่สุด ที่ได้ลงมาเป็นช่วงๆ ในการสร้างสังคมที่ดำเนินโดยท่านรอซูลในช่วงของการเป็นนบี และเศรษฐกิจถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบนั้นในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบ ปัญหาเศรษฐกิจจะกล่าวโดยภาพรวม อัลกุรอ่านหรืออัสสุนนะห์มิได้ใช้ภาษาทางเศรษฐศาสตร์ในการอธิบายปัญหาต่างๆอัลกุรอ่านได้ให้หลักการในเรื่องการเป็นคอลีฟะห์ (ผู้ปกครอง) และเป้าหมายสุดท้ายของการทำงานในโลกนี้ก็เพื่อการทำอิบาดะห์ต่ออัลลอฮ์ตาอาลาอายาตมาดานียะห์ได้ให้หลักการที่ละเอียดยิ่งขึ้น ในเรื่องของการห้ามกินริบาในระบบเศรษฐกิจญาฮีลียะห์ สนับสนุนให้ทำการค้าขาย ห้ามการกินทรัพย์สินผู้อื่นโดยไม่ชอบธรรมให้ทำการซื้อ-ขาย ให้ออกซากาต อินฟาก ศอดาเกาะห์ จัดระบบการกู้-ยืม การเช่า การร่วมมือทางเศรษฐกิจ และในทุกด้านของเศรษฐกิจ อายาตที่ลงมาในเรื่องของการเงินมีอยู่ประมาณ 70 อายาตด้วยกันในช่วงของวะห์ยูมุสลิมเป็นกลุ่มชนใหม่ที่เกิดขึ้นท่ามกลางโครงสร้างของสังคมญาฮีลียะห์ เกิดขึ้นครั้งแรกบนสิ่งแวดล้อมของระบบใหญ่ของญาฮีลียะห์ กลุ่มชนมุสลิมได้เจอปัญหามากมายทางด้านเศรษฐกิจ ในช่วงที่อยู่ ณ เมืองมักกะห์ปีที่ 7- 10 ของการเป็นนบี มุสลิมเป็นชนกลุ่มน้อย ได้ถูกชาวกุเรชทำการโบยกอตสินค้า  (ตัดขาดทางการค้า) เป็นระยะเวลา 3 ปี นั้นเป็นบทเรียนในช่วงต้นของมุสลิม จนทำให้มุสลิมต้องคิดหนักในปัญหาดังกล่าว หลังจากนั้นอัลลอฮฺได้เปิดใจให้ชาวมาดีนะห์รับอิสลาม สิ่งแรกที่ท่านนบีกระทำในเรื่องแก้ปัญหาเศรษฐกิจก็คือ สร้างความเป็นพี่น้องระหว่างชาวอันศอรฺและมูฮาญีรีนอย่างไรก็ตามกิจกรรมเศรษฐกิจในช่วงนี้ที่ดำเนินอยู่ในระบบเศรษฐกิจก็คือ การค้าขายและการทำการเกษตร แต่เนื่องด้วยประเทศใหม่อย่างมาดีนะห์ต้องเผชิญกับศัตรูรอบด้าน และในที่สุดต้องทำสงครามเพื่อปกป้องตนเอง และเผยแผ่อิสลาม และการทำสงครามจำเป็นต้องเกิดปัญหามากมาย เช่น-               งบประมาณอย่างมากมายเพื่อใช้จ่ายในการทำสงคราม เป็นตัวพลักดันให้มุสลิมขยันในการทำธุรกิจเพื่อหางบประมาณ เพื่อการอยู่รอดของศาสนาและประเทศชาติ-               หากมุสลิมชนะก็จะเกิดปัญหาทรัพย์สมบัติที่ยึดมาในสมัยของท่านรอซูลรายได้ของประเทศได้มาจาก : ซากาต และฆอนีมะห์ (ทรัพย์สมบัติที่ยึดมาได้จากการทำสงคราม) จากการได้ทั้งสองนี้ทำให้ชาวมุสลิมต้องได้ใคร่ครวญอย่างหนักถึงอนาคตทางเศรษฐกิจ จะเห็นได้ว่าในช่วงนี้อายาตอัลกุรอ่านจะดำเนินประทานลงมาเพื่อความชุมชื่นของสังคมมุสลิม สมัยที่อิสลามมีการขยายตัวตั้งแต่ช่วงสุดท้ายของท่านนบีแล้วที่อิสลามเริ่มมีการขยายตัวจะเห็นได้ว่าในช่วงนั้นท่านนบีได้ทำการติดต่อกับโรม และเปอร์เซีย ในปี ฮ.ศ.ที่ 7 (ปี ค.ศ. 628) เพื่อเรียกร้องให้พวกเขาเข้ารับอิสลาม จนทำให้เกิดสงครามกับโรมครั้งแรกในสงครามมุอ์ตะห์ ปี ฮ.ศ.ที่ 8 และตาบูก ปี ฮ.ศ. ที่ 9ในช่วงของอบูบักรขึ้นมาเป็นคอลีฟะห์  ปี ฮ.ศ. ที่ 12-13 (ปี ค.ศ. ที่ 633 – 634) อบูบักรได้ส่งอูซามะห์ไปยังบาลกอ เขตชายแดนชามและส่งคอลิดบินวาลิดไปปราบปรามกลุ่มมุรตัด และทำการขยายไปจนถึงเขตอิรัก และครอบครองเกือบทั้งหมดของเขตตอนใต้ของอัฟริกาและทำสงครามใหญ่กับโรม ในสงครามยัรมูกในเขตชาม แต่ท่านเสียชีวิตในขณะที่มุสลิมได้ชนะสงคราม และต่อมาอูมัรก็ขึ้นมาเป็นคอลีฟะห์ ปี ฮ.ศ. 13-23 (ปี ค.ศ. 634 – 644) ท่านได้ครอบครองทั้งหมดของชาม ซึ่งเป็นเขตครอบครองของโรม และท่านครอบครองส่วนใหญ่ของอาณาเขตของเปอร์เซีย อิรักและซาวาด และอียิปต์ มีการขยายตัวเรื่อยมาจนสมัยอุสมานบินอัฟฟาน มุสลิมครอบครองเขตทั้งหมดของเปอร์เซีย จากอีรักจนถึงเขตเอเชียกลาง และเขตชายแดนเอเชียใต้ ครอบครองทั้งหมดของอาณาเขตโรม จากชามจนถึงอียิปต์ และบางส่วนของอัฟริกา และบางส่วนของอัฟริกาเหนืออย่างไรก็ตามเมื่อมีการครอบครองอาณาเขตมากขึ้นก็จะทำให้เกิดปัญหาใหม่ขึ้นมา ไม่ว่าทางด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ และการเงิน หรือว่าด้านอื่นๆในด้านเศรษฐกิจและการเงินซึ่งที่เกิดขึ้นคือประการแรกทรัพย์สมบัติที่ยึดครองมีความหลากหลาย มีทั้งสิ่งที่เคลื่อนย้ายได้และเคลื่อนย้ายไม่ได้ ถ้าสมัยท่านนบีมีเพียงสิ่งที่เป็นอาวุธสงคราม เงินและยานพาหนะ มาสมัยนี้มีทั้งอาคาร ที่ดินและอื่นๆประการที่ 2 : จำนวนทรัพย์สมบัติที่ยึดครองได้มีจำนวนมาก จนทำให้งบดุลของประเทศมีอยู่อย่างเหลือเผื่อ ในสมัยของอูมัรทรัพย์สมบัติที่ได้มาจะไม่แจกจ่ายให้กับมูญาฮีดีนเลย และจะมีการพัฒนาก่อน จนทำให้มีการจัดตั้งบัยตุลมาลเกิดขึ้นรายได้ของประเทศในสมัยนี้จะประกอบด้วย1.              ซากาต : คือเอามาจากทรัพย์สมบัติของมุสลิมที่ถึงนิศอบ2.              ฆอนีมะห์ : คือทรัพย์สมบัติที่ยึดมาจากการทำสงคราม3.              ฆอรอร : คือทรัพย์สมบัติที่ไม่เคลื่อนที่ เช่น ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง ที่ได้มาจากคนมุชริกหรือกาเฟรจะโดยสงครามหรือสนธิสัญญา4.              ญิซยะห์ : คือภาษีที่ได้มาจากผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมที่ใช้ชีวิตอยู่ในเขตแดนของมุสลิมโดยสนธิสัญญาความปลอดภัย5.              อูชูร : คือภาษีที่ได้มาจากการบริการทางผ่านการค้าขายในอาณาเขตมุสลิม สมัยอิจญติฮาจ : เรียบเรียงวิชาการอิสลามปัญหาความขัดแย้งได้ประทุขึ้นในสมัยสุดท้ายขอคอลีฟะห์อัรรอชีดีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงของอุสมาน บินอัฟฟาน และอาลีบินอบีตอเลบ การขยายตัวของอิสลามได้หยุดชงักลงบ้างเล็กน้อย แต่พอมาถึงช่วงของคอลีฟะห์อุมัยยะห์ การขยายตัวของอิสลามก็ได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก จนสิ้นสุดสมัยของอูมัยยะห์ ในปี ฮ.ศ. 132 และตามด้วยบนีอับบาซียะห์ การขยายตัวของอิสลามก็ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องถึงแม้นว่าปัญหาภายในจะหมดไป แต่ความขัดแย้งก็ยังคงอยู่ โดยขยายตัวเป็นเชิงความคิด และเกิดแนวคิดใหม่ๆ ขึ้นมา เช่น ฆอวาริส ชีอะห์ และมุอ์ตะซีละ มีการปลอมแปลงฮาดีษ และในที่สุดก็มีการรวบรวมฮาดีษจนสิ้นสุดลงในสมัยของอุมัรบินอับดุลอาซีซในเรื่องของการขยายตัวของอิสลามในช่วงนี้ก็มีปัญหาในหลายๆ ด้าน เช่นกันกับด้านเศรษฐกิจ ในช่วงมีการเป็นอยู่ของมุสลิมเริ่มมั่นคง ราบรื่น การก่อสร้าง และสร้างสาธารณบริโภค เริ่มเกิดขึ้นการพัฒนาด้านหนึ่งในสมัยนี้ที่มีการพัฒนาเร็วก็คือ ด้านจัดการทางอิสลามศึกษาและทางโลก ตั้งแต่ศตวรรษที่ 2-5 ฮิจเราะห์ ในสมัยนี้ได้มีการขยายตัวจากแนวความคิดสู่หลักการเชิงปฏิบัติ จนทำให้เกิดกลุ่มทางวิชาการ แต่ละกลุ่มเป็นของตัวเอง เช่นเกิดอูลามะห์ใหญ่ในอิสลาม และการก่อตั้งมัซฮับ เช่น อิหม่ามมาลิก อาบูฮานีฟะห์ อิหม่ามชาฟีอีย์ และอีหม่ามอะห์มัด และคนอื่นๆวิชาฟิกฮ์เป็นวิชาหลักในการดำเนินชีวิตของมุสลิมในสมัยนี้ หรือเราเรียกว่า กลุ่มวิชาสังคมศาสตร์ เช่น วิชาการเมือง และเศรษฐกิจ จะอยู่ในกีตาบมูอามาลาต ส่วนในเรื่องปริญญาส่วนใหญ่จะมาจากยูนานและโรมยิ่งชัดเจนยิ่งขึ้นในเมื่ออิมามบุคอรี ได้เรียบเรียงฮาดีษในรูปแบบใหม่ คือเรียบเรียงตามลักษณะความสำคัญของฟิกฮ์ ซึ่งก่อนจากนี้จะมีการเรียบเรียงตามหลักของผู้รายงานฮาดีษ (มุสนัด)เมื่อเราเข้าใจสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว เราสามารถที่จะเข้าใจแนวความคิดเศรษฐศาสตร์มากยิ่งขึ้น เพราะส่วนใหญ่จะรวบรวมอยู่ในกลุ่มวิชาฟิกฮ์ และอูศูลุลฟิกฮ์ณ ตรานี้เราต้องแยกออกระหว่างระบบเศรษฐกิจและวิชาเศรษฐศาสตร์ออกจากกัน เพราะระบบคือวิถีการดำเนินชีวิตของสังคมหนึ่ง ส่วนวิชาเศรษฐศาสตร์คือ ความพยายามที่จะทำความเข้าใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นหนังสือที่เขียนขึ้นในสมัยนั้น เช่น รีซาละห์อัลศอฮาบะห์ งานเขียนของอับดุลลอฮฺ บินมุฆอบฟะอ์ (ฮ.ศ. 109 145 / ค.ศ. 727 762) เขียนให้กับคอลีฟะห์ผู้หนึ่งในยุคอับบาซียะห์ คืออบูยะอฺฟาร์ อัลมันซูร (ฮ.ศ. 136 158 / ค.ศ. 754 775) เนื้อหาโดยรวมพูดถึงนโยบายและการบริหารจัดการการเงินของประเทศอัลฆอรอร งานเขียนของ อาบูยูซุฟ (ฮ.ศ. 113 182 / ค.ศ. 731 789) หนังสือเล่มนี้จะเป็นการตอบปัญหา 26 คำถาม ของ ฮารูน อัรรอชีด (ฮ.ศ. 170 193 / ค.ศ. 786 809) เรื่องทั้งในเล่มเกี่ยวกับ อัลฆอรอรอัลฆอรอร งานเขียนของยะห์ยาบินอาดัม อัลกุรอชี (ฮ.ศ. 140 203 / ค.ศ. 757 818) หนังสือเล่มนี้จะมีรูปแบบกระทัดรัดเล่มเล็กจะเป็นการรวบรวมฮาดีษเกี่ยวกับฟิกฮ์ อัล-อัมวาลอัลอัมวาล งานเขียนของอบูอูบัยด์ บินอัล-กอเซ็ม บินสัลลาม (ฮ.ศ. 157 224 / ค.ศ. 774 838) หนังสือเล่มนี้จะพูดถึงเรื่องนโยบายการเงินอย่างครอบคลุม ถ้าเปรียบเทียบกับเล่มอื่น หนังสือเล่มนี้จะถือว่าครอบคลุมที่สุดอัลอัมวาล งานเขียนของ อาบูฮามิด บินซัลยาวัยฮ์ (ฮ.ศ. 180 251 / ค.ศ. 796 865) เนื้อหาเล่มนี้คล้ายกับงานเขียนของอบูอูบัย. สมัยการหยุดชะงักทางความคิดการเคลื่อนไหวทางวิชาการได้ดำเนินมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 5 และอ่อนตัวลงในช่วง ศตวรรษที่ 5 ฮิจเราะห์ กระแสของแนวความคิดที่ว่า ประตูฮิจญติฮาจได้ปิดลง และได้เกิดขึ้น จนกลายมาเป็นความเชื่อโดยรวมเมื่อมีความเข้าใจว่า ประตูฮิจญติฮาจได้ปิดลงสิ่งที่ตามมาก็คือ ยุคของการตักลิด (การตามแบบปิดหูปิดตา) ก็เกิดขึ้น การเรียนการสอนในสมัยนี้ก็สอนตามผลงานของโต๊ะครูที่เขาเขียนมาเหตุการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบในหลายๆ ด้าน รวมถึงด้านเศรษฐกิจ จะเห็นได้ว่าไม่มีการพัฒนา ถึงแม้นว่าโลกอิสลามในสมัยนี้จะทรัพยากรอย่างเหลือเฟือ แต่ความคิดในด้านเศรษฐกิจกอิสลามมิได้มีการเคลื่อนตัวอย่างที่ตัวการในการที่มีทรัพยากรอยู่อย่างเหลือเฟือ กลับทำให้เกิดแนวความคิดแบบโซฟีในหมู่นักวิชาการ เมื่อมีความคิดแบบโซฟีมีอิทธิพลมากขึ้น ทำให้การมีส่วนร่วมในสังคมก็น้อยลง ในที่สุดก็ทำให้เกิดความคิดทางโลก และอาคีรัตเกิดขึ้น ในทางวิชาการก็จะแยกระหว่าง วิชาการทางศาสนาและวิชาการทางโลกในสถาบันศึกษาศาสนาจะถือว่าวิชาการทางโลกเป็นวิชาที่สร้างความผาสุกในโลกและพื้นดินเพียงอย่างเดียว ส่วนอูลามาอ์จะมุ่งมั่นเจาะจงเพียงวิชาการศาสนาเท่านั้นอย่างไรก็ตามก็ยังมีงานเขียนของอิบนุฆอลดูนที่เกิดขึ้น แต่เสมือนว่าผลงานของท่านผ่านไปโดยไร้ประโยชน์ในสมัยนั้น เพราะสภาพความเป็นจริงมันไกลแสน ไกลกับแนวความคิดของสังคมสมัยนั้น สมัยการโจมตีทางความคิด : การผสมผสานทางความคิดระหว่างอิสลามสังคมนิยมและทุนนิยมจากสภาพทางความคิดดังกล่าวทำให้โลกอิสลามต้องประสบกับยุคที่แสนมืดที่สุดในประวัติศาสตร์ ในศตวรรษที่ 18 19  และครึ่งหนึ่งของศตวรรษที่ 20 ยุโรป ได้เข้ามาครอบครองโลกของมุสลิม เข้ามาขโมยทรัพยากรที่มาอยู่ เอาวัฒนธรรมเข้ามา เปลี่ยนแปลงแนวความคิดทำให้เกิดลิสซึม (ลัทธินิยม) ต่างๆแนวความคิดที่เกิดขึ้นในขณะนั้นมี 3 แนวคิดใหญ่ๆ ที่ทำการแข่งขันกันอย่างรุนแรง คือ อิสลาม คอมมิวนิสต์ และเซกกุลาริสซึม (ชาตินิยม) ทางด้านเศรษฐกิจก็มีอิสลาม ทุนนิยมและ สังคมนิยม และเราจะเห็นได้ว่า แนวความคิดที่ได้รับชนะในประเทศมุสลิมคือ สังคมนิยมและทุนนิยมการเรียกร้องที่ได้รับเอกราชของประเทศมุสลิมได้เกิดขึ้น แต่มุสลิมได้ถูกแยกออกเป็นสองกลุ่มดังที่กล่าวมาแล้ว มุสลิมถูกรุกรานทางความคิด เช่น บางกลุ่มพยายามใส่ร้ายอิสลามว่าเป็นยาเสพติดสำหรับประชาชนอิสลามเป็นเพียงพิธีกรรมทางศาสนา ทำให้ผู้คนในสมัยนั้นมีความคิดอิสลามไม่มีอะไร ไม่มีความสำคัญเราสามารถเข้าใจได้ว่ามุสลิมในสมัยนั้นมีความมืดมนทางความคิดและวิสัยทัศน์ มีความแตกแยกทางความคิด และในขณะเดียวกันแนวความคิดอื่นมีความเข้มแข็ง พวกเขาสามารถสร้างผู้นำทางความคิดของเขาจากกลุ่มของมุสลิมอิสลามเป็นที่ยอมรับเพียงแค่หลักการ ส่วนการปฏิบัติไม่ได้เป็นไปตามหลักการ จนกาลเวลาผ่านไปสัญญาของแนวความคิดสังคมนิยมก็ไม่ได้แสดงให้เห็นและล้มสลายไปในที่สุด ที่ยังคงอยู่ในขณะนี้ก็คือทุนนิยม ที่ยังคงโลดตันอยู่ใต้ในสังคมปัจจุบัน สมัยของการฟื้นฟูอิสลาม (นำอิสลามมาใช้กับการดำเนินชีวิต)ตามที่ได้กล่าวมาแล้วว่าการเคลื่อนไหวของอิสลามได้แพ้ในหลายสมรภูมิของการเมืองและเศรษฐกิจ แต่ความเป็นจริงแล้วการเคลื่อนไหวอิสลามก็ยังดำเนินต่อไป ตั้งแต่สมัยของ ญาลาลุดดีน อัล-อัฟฆอนี อับดุลเราะห์มาน อัล-กาวากีฟี มูฮัมหมัดอับดุห์ รอชีดรีฏอ จนถึง ฮาซัน อัลบันนาที่อียิปต์ยามาลุดดีน อัลอัฟฆอนี และอัลกาวากีบย์จะเน้นการเมือง ส่วนมูฮัมหมัด อับดุห์ และรอซีครีฏอ จะเน้นด้านความคิดและการศึกษา ถึงแม้ว่าจะไม่ครอบคลุม แต่การฟื้นฟูก็เริ่มเกิดขึ้นมายุคของฮาซัน อัลบันนา ได้ดำเนินการ 2 ประการหลักคือ
  1. สร้างวิสัยทัศน์อิสลามโดยภาพรวมพร้อมทั้งทุกอย่างในการดำเนินชีวิต
  2. สร้างรูปแบบของการเคลื่อนไหว วิธีการ รูปแบบองค์กรการสร้างและเพิ่มสมาชิกอิสลามคือ ศาสนาสากลที่ไม่มีแนวคิดได้เทียบเท่า ทำให้มุสลิมมีความมั่นใจ
1.        ต่อความคิดของอิสลามด้านหลักการ2.        ต่อความสามารถของอุมัตอิสลามในการฟื้นฟูอีกครั้งหนึ่งจนทำให้เกิดความมั่นใจอย่างเข้มแข็งต่อ อัล-อิสลามสมัยของการทำให้วิชาการเป็นอิสลาม (ทำให้เศรษฐกิจเป็นอิสลาม)-         เมื่อตะวันตกเริ่มที่จะตกเป็น ณ เริ่มวันใหม่ของมุสลิม-         รูปแบบการทำให้เป็นอิสลามมี 2 ชนิด คือ
    1. ทำให้เป็นอิสลามโดยเต็มรูปแบบ
    2. ทำให้เป็นอิสลามโดยด้านการปฏิบัติเท่านั้น
โดยกลุ่มทั่วไปจะเน้นการเผยแพร่อิสลามแบบเต็มรูปแบบ (กลุ่มทางสังคม)วิชาที่มีการพัฒนาเร็ว คือ วิชาเศรษฐกิจ โดยผ่านหลายกระบวนการด้วยกัน คือ ขั้นตอนที่ 1 ขั้นการเปรียบงานเขียนในช่วงต้นของเศรษฐศาสตร์ อิสลามจะเป็นงานเขียนที่เปรียบเทียบระหว่างระบบตรงนี้อิสลามจะเปรียบเทียบกับระบบเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น สังคมนิยมและทุนนิยม เป็นการตอบสนองต่อจิตวิทยาและความเป็นเหตุเป็นผล ส่วนหนึ่งของนักเขียนในสมัยนี้คือ-         ซัยยิด กุฏบ เขียนเรื่อง หลักการอิสลามเกี่ยวกับความยุติธรรมทางสังคม (ความยุติธรรมในสังคมอิสลาม)-         ดร. มุสตอฟา อัล-ซีบาอี นักคิดอิสลามจากซีเรียเขียนเปรียบเทียบระหว่างอิสลามกับสังคมนิยมในหนังสือ อิสติรอกียะห์ อัล-อิสลาม (สังคมนิยมอิสลาม)-         เชค มูฮัมหมัด อัลฆอซาลี อูลามะและนักคิดอิสลามจากอียิปต์ ในปี 94 เขียนหนังสือ อัล-อิสลาม วาอัล-เอาฏออ อัล-อิญติศอดียะห์ (อิสลามและสถานภาพทางเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน)-         แล้วยังมี ดร. อับดุลกอดีร เอาดะห์ :อียิปต์-         อบูล อะว์ลา อัลเมาดูดี : ปากีสถาน-         มูฮัมหมัด บากีส อัล-ศอดร : อิรัก-         อบูล ฮาซัน อาลี อัล-ฮาซานี อัล- นาดาวี :บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: ประวัติความเป็นมาของเศรษฐศาสตร์อิสลาม 
· หมายเลขบันทึก: 103998
· สร้าง:    · อ่าน: แสดง · ความเห็น:
8
 
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
แจ้งลบ
แจ้งลบ
ABU ANIS AL-PUTEH SERONG
เขียนเมื่อ Mon Jun 18 2007 09:19:58 GMT+0700 (ICT)

อัลฮัมดูลิลลาฮ จากบทความที่ได้เขียนมานี้หวังว่าสามารถถ่ายทอดประวัติศาสตร์อิสลามโดยเฉพาะด้านเศรษฐศาสตร์ที่บ่งบอกว่า อย่างน้ออิสลามก็มีส่วนในการพัฒนาประเทศ หรือว่าอิสลามสามารถพาโลกเราให้ออกจากฟิตนะให้ได้

หวังว่าสามารถเป็นข้อมูลของนักวิชาการอื่นๆ โดยเฉพาะนักวิชาการ Non Muslim ไว้เป็นที่ศึกษาค้นคว้าต่อไป

อยากให้เขียนลงเป็นตอนทุกๆวัน หรือทุกสัปดาห์ก็ดีนะ อินซาอัลลอฮ ฮีดายะห์จะมาถึงคนที่พระองค์ทรงประทาน

Mar tun Nuwun

ซัมรี Econ48
IP: xxx.123.141.137
เขียนเมื่อ Sun Jul 08 2007 18:08:58 GMT+0700 (ICT)

อัลฮัมดูลิลาฮฺ ขอให้เอกองค์อัลลอฮทรงประทานผลบุญให้แก่ท่าน (อาจารย์)

หวังว่าคงอื่นจะได้รู้สักทีว่าเศรษฐอิสลามมีอยู่จริง และถึงเวลาแล้วที่เราจะประกาศให้โลกรู้สักที

 

อรูชาห์
IP: xxx.120.226.246
เขียนเมื่อ Wed Feb 20 2008 02:43:20 GMT+0700 (ICT)

ขออนุญาตคัดลอกไปทำรายงานนะคะ ทั้งสองบทความ

จะอ้างอิงผู้เขียนให้เรียบร้อยค่ะ  ยะซากัลลอฮฺ

mee
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Wed Sep 03 2008 10:02:42 GMT+0700 (ICT)

ขออนุญาตคัดลอกไปทำรายงานนะคะ ทั้งสองบทความ

หาดใหญ่วิทยาคาร
IP: xxx.19.67.27
เขียนเมื่อ Wed Oct 29 2008 11:41:17 GMT+0700 (ICT)

ขออนุญาตคัดลอกเพื่อทำรายงานส่งครูนะค่ะ

ขอให้อัลลอฮฺทรงประทานผลบุญให้แก่ท่าน

ยะซากัลเลาะห์

ชามะนาว
IP: xxx.12.73.13
เขียนเมื่อ Mon Jan 11 2010 18:13:39 GMT+0700 (ICT)

อัลฮัมดุลลิลละฮ์

อาจารย์ค่ะ

อาจารย์มีประวัติอาบู ยุซูฟ หรือป่าวค่ะ

หายากจิงๆๆๆค่ะ

ฝากอาจารย์ด้วยน่ะค่ะ

ขอบคุณล่วงหน้าค่ะอาจารย์

IP: xxx.173.186.11
เขียนเมื่อ Wed Jun 30 2010 14:03:06 GMT+0700 (ICT)

อัลฮัมดูลิลาฮฺ ขอให้เอกองค์อัลลอฮทรงประทานผลบุญให้แก่ท่าน (อาจารย์)

เศรษฐศาสตร์อิสลามคืออะรัยคับ

ABU ANIS AL-PUTEH SERONG
เขียนเมื่อ Mon Oct 10 2011 00:22:26 GMT+0700 (ICT)

ได้เขียนบล็อกอีกหรือป่าว หรือว่าหายไปเลย งานยุ่งต้องบริหารเวลาแบ่งปันความรู้นะ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็น