สวัสดีค่ะคุณวีร์
ดิฉันแวะเอาลิงก์นี้มาฝากพลางๆก่อนนะคะ (ไม่แน่ใจว่าคุณวีร์ได้แวะไปหรือยัง : ) )
วิกิพีเดีย : สภากาแฟ หัวข้อ การใช้ภาษา
เห็นด้วยกับข้อสันนิษฐานของคุณวีร์ที่ว่า "ถ้าลองให้คนไทยแบ่งประโยคกัน, ก็อาจจะแบ่งออกมาไม่เหมือนกัน." นะคะ
คุณจินตนา ใบกาซูยี ให้ข้อมูลไว้ในหนังสือ การเขียนและการบรรณาธิการว่า โดยทั่วไปการแบ่งประโยค(หากหมายถึงการเว้นวรรค) ส่วนใหญ่เป็นไปตามความชอบและความถนัดส่วนบุคคล บางคนเขียนประโยคสั้น บางคนถนัดประโยคยาวเป็นต้น
การเว้นวรรคในการเขียนหนังสือไทย สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กรณี คือ 1. กรณีที่ต้องเว้นวรรคเสมอ 2.กรณีที่ไม่ต้องเว้นวรรค และ 3.กรณีที่เว้นก็ได้ ไม่เว้นก็ได้ ไม่บังคับ
ส่วนการใช้เครื่องหมายวรรคตอนเพื่อแบ่งประโยค ก็มีหลักการปลีกย่อยละเอียดลงไปอีก
สำหรับใจความตัวอย่าง ที่น้องเบิร์ดยกมาแบ่งแบบตามใจฉัน : ) ดิฉันว่าแบ่งแบบคุณวีร์ก็เข้าทีอยู่นะคะ คือเว้นวรรคเมื่อขึ้นใจความใหม่ ที่ขึ้นต้นด้วยคำเชื่อม คำกริยาช่วย และเว้นวรรคหลังคำว่า "ว่า" เพื่อแสดงถึงการเริ่มใจความใหม่ ก็จะได้เป็นใจความ ๆ ไป อ่านง่ายดี
ที่คุณวีร์บอกว่า กระบวนการเรียนรู้ของชุมชน, โดยเฉพาะ blogger ที่มีทั้งการอ่าน เขียน แลกเปลี่ยนเรียนรู้, อาจจะทำให้การแบ่งประโยคของทุกคนใกล้เคียงกันในที่สุด?
ดิฉันคิดว่าพอเป็นไปได้สำหรับการปรับรูปแบบการสื่อสารของบางท่าน ที่เขียนเป็นย่อหน้า โดยไม่เว้นบรรทัด(ไม่เคาะ enter) จนกว่าจะจบความ
แต่บางท่านที่มีลีลาและรูปแบบการเขียนเฉพาะตัวมาก ๆ เช่น เขียนคำวรรคคำ หรือเขียนเป็นประโยคสั้นๆ ประโยคละบรรทัด ก็อาจไม่เปลี่ยนตามอะค่ะ : )