ผอ.ช่วยให้สติครูที่ไปฟ้องพันธมิตรหน่อย

ตนไท
ช่วยบอกเขาว่า ให้เขาทนหน่อย อีกไม่นานตัวเขา ผอ.และ พันธมิตร ก็จะไม่มีอะไรเหลือแล้ว แผ่นดินก็ไม่มีจะอยู่ พันธมิตรก็จะเลิกไปเอง และพวกเราทุกคนก็จะอยู่อย่างทาส รัฐบาลขาย ปตท. ขายดาวเทียม ขายเขาพระวิหาร ขายหมด เป็นของพวกมันหมด ไม่นานมันจะให้เด็กราชวินิตขายหวย ขายตัว อาจารย์อย่าลืมเตรียมตัวเป็นครูสอนให้เด็กขายหวย ขายตัว นะคะ ลองฝึกลูกตัวเองดูก่อนก็ได้ อีกไม่นานรอหน่อย ฝึกลูกขายหวยขายตัวรอ รัฐบาลนี้เปิดบ่อน เปิดซ่องได้เลย ผอ.ช่วยบอกเขาด้วยนะว่าไม่นานถ้ารัฐบาบนี้ยังอยู่ และในฐานะผู้บริหารต้องอบรมการสอนขายหวย ขายตัวให้ครูคนนั้นด้วย แต่ถ้า ผอ.ไม่เห็นด้วยกับเขา กรุณาออกมาแถลง อย่านิ่งอยู่ เพราะราชวินิตมัธยมเป็นโรงเรียนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่าก้มหัว เป็นทาสเงิน ไหนป่าวประกาศว่าอยู่แบบพอเพียง เศร้ามาก ตนไท
คำตอบ
not yet answered

ครูราชวินิต ยังมีความเป็นคนไทยอยู่หรือเปล่า เห็นแก่ตัว เป็นทาสทักษิณหรือยังไง ไม่รู้ร้อนรู้หนาว กับแผ่นดินที่กำลังถูกรัฐบาลและรัฐมนตรีชั่วเอาไปขายแลกกับผลประโยชน์ของพ่อมัน ยังอยู่สบายกันดีหรือ ครู(ราช)วินิต มือไม่พาย ยังเอาตีนลาน้ำ ชั่ว ๆๆๆๆจริงๆๆๆ

ช่างเป็น Irony of life กระไรเช่นนี้ที่ครูและนักเรียนของโรงเรียน “ราชวินิต” มัธยมจำนวนหนึ่งใช้สิทธิทางศาลเพื่อหยุดยั้งการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถ้าเป็นโรงเรียนอื่นผมคงไม่เห็นเป็นเรื่องผิดแปลกอะไรจนต้องขอแหกคิวเขียนถึงในวันนี้ แต่นี่ช่างบังเอิญอย่างร้ายกาจที่เป็น “ราชวินิต” ผมทนปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่บอกเล่าความเป็นมาคงไม่ได้

วินิต : ก. ฝึกหัดหรืออบรม, ทำให้ละพยศหรือละทิฐิมานะ, ปกครอง. (ป., ส. วินีต).

ราช, ราช-- : น. พระเจ้าแผ่นดิน, .... ฯลฯ

(พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน)

แปลไทยเป็นไทยอย่างเอาความ “ราชวินิต” ก็อาจแปลได้ว่า สถานอบรมสั่งสอนของพระเจ้าแผ่นดิน หรือโรงเรียนของพระเจ้าแผ่นดิน หรือนัยหนึ่งโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์

ชื่อนี้ไม่ใช่ตั้งกันเองโก้ ๆ หากแต่มีความเป็นมา

“ราชวินิต” น่าจะเป็นนามพระราชทานตั้งแต่ประมาณปี 2506 !

แม้จะเป็นโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ได้มีลักษณะพิเศษอย่างวชิราวุธวิทยาลัยหรือ ภปร.ราชวิทยาลัย แต่ก็เป็นโรงเรียนที่มาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ต้องการให้กันที่นั่งจำนวนหนึ่งในโรงเรียนนี้ไว้ให้บุตรหลานข้าราชการสำนักพระราชวัง

โรงเรียนราชวินิตเปิดทำการสอนครั้งแรกในระดับชั้นประถมศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2509 โดยอาศัยใช้สถานที่ของโรงเรียนพญาไท ถนนศรีอยุธยา ขณะรอการก่อสร้างอาคารถาวรบนที่ดินสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์บริเวณสวนเพาะปลูกของวังสวนกุหลาบ ถนนอู่ทองนอก ตรงที่วันนี้เป็นโรงเรียนราชวินิตประถม

ที่ดินบริเวณสวนเพาะปลูกดังกล่าว พื้นที่ใกล้เคียงกันส่วนหนึ่งพระราชทานแก่ข้าราชการสำนักพระราชวังที่ประสบปัญหาที่อยู่อาศัย โดยจัดสรรให้คนละ 60 – 62 ตารางวา ขณะนี้ก็ยังคงดำรงอยู่

บุตรหลานข้าราชการสำนักพระราชวังยังคงได้รับสิทธิพิเศษให้เข้ารับการศึกษาในโรงเรียนได้จนถึงทุกวันนี้

โรงเรียนราชวินิตย้ายมายังสวนเพาะปลูกวังสวนกุหลาบเมื่อปีการศึกษา 2510 !

นักเรียนรุ่นต่อ ๆ มามีความภูมิใจในโรงเรียนที่มีลักษณะพิเศษ และมีความใกล้ชิดพระบรมวงศานุวงศ์ที่จะเสด็จฯ มาร่วมงานประจำปีแทบทุกปี โดยส่วนใหญ่จะจัดที่สโมสรทหารบก สี่เสาเทเวศร์

ผู้อำนวยการของโรงเรียนคนแรกที่อยู่ยาวนานถึงประมาณ 20 ปีนอกจากจะเป็นข้าราชการสตรีสังกัดกระทรวงศึกษาธิการแล้ว ยังเป็นผู้ที่ถวายงานใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท แม้วันนี้จะชราภาพแล้ว ก็ยังรับใช้ถวายงานอยู่ในมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมที่มีท่านขวัญแก้ว วัชโรทัยเป็นประธาน ท่านผู้นี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลจุลจอมเกล้าให้เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล เมื่อ 2 เดือนก่อนผมยังไปกราบท่านที่บ้านแถวถนนงามวงศ์วาน ท่านยังแสดงความห่วงใยในบ้านเมืองและราชบัลลังก์

น่าเสียดายจริง ๆ ที่วันนี้ “ราชวินิต” ไม่มี “คุณหญิงพวงรัตน์ วิเวกานนท์” เป็นผู้อำนวยการ !

คุณหญิงท่านเป็นต้นแบบของนักการศึกษาที่ไม่เคยทิ้งปัจจัยความเป็นไปของสถานการณ์บ้านเมือง ไม่เคยเห็นว่าหน้าที่ของนักเรียนและครูมีเพียงเรียนหนังสือและสอนหนังสือตามตำรา หากแต่เห็นว่าสถานการณ์บ้านเมืองและสภาพแวดล้อมรอบตัวเป็นส่วนหนึ่งของบทเรียนที่มนุษย์จะต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต และครูเองก็ต้องเป็นนักเรียนไปพร้อมกันด้วย

ที่สำคัญที่สุด มนุษย์จะต้องมีราก และไม่ลืมรากของตัวเอง !

ผมไม่แน่ใจว่าครูโรงเรียนราชวินิตมัธยมสามสี่คนกับนักเรียนจำนวนหนึ่งที่มาฟ้องพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั้นมีความเข้าใจในประวัติศาสตร์และความเป็นมาของ “ราชวินิต” แค่ไหนอย่างไรหรือไม่ ?

ไม่แน่ใจว่าท่านทั้งหลายมีทัศนคติอย่างไรต่อ “การเรียน” และ “การสอน” ?

รวมทั้งไม่แน่ใจว่าท่านติดตามสถานการณ์บ้านเมืองมากน้อยแค่ไหน หรือคิดจะเสาะแสวงหาความจริงเกี่ยวกับการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบ้างหรือไม่ ?

แต่อนุมานเอาว่า “ไม่” !

เพราะถ้าครูและนักเรียนโรงเรียนราชวินิตมัธยมเหล่านี้มี “ความเป็นครู” และ “ความเป็นนักเรียน” ได้เพียงแค่หนึ่งในสิบของท่านผู้อำนวยการคนแรก – คุณหญิงพวงรัตน์ วิเวกานนท์ – พวกท่านก็ควรจะรู้ทั้ง “ราก” และรากฐานของความเป็น “ราชวินิต” และรู้ว่าการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่มีจุดกำเนิดมาตั้งแต่ปลายปี 2548 นั้นเริ่มต้นมาจากประเด็นพิทักษ์ปกป้องพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ตามนิติราชประเพณีและตามรัฐธรรมนูญ พัฒนามาเป็นการพิทักษ์ปกป้องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่กำลังถูกท้าทายและรุกคืบจากระบอบประชาธิปไตยของปวงมหาประชาชนที่มีกลุ่มทุนสามานย์ยืนเป็นแบ็กอัป

ถึงครูและนักเรียนราชวินิตมัธยมไม่กี่คนนี้จะไม่แน่ใจในข้อมูลข่าวสารที่ได้รับ ก็ควรที่จะเดินมาแสวงหาข้อเท็จจริงด้วยตนเอง หารือกันฉันมิตร เหมือนกับที่ผู้ใหญ่ของโรงเรียนมัธยมวัดมกุฎกษัตริย์เคยปฏิบัติกับแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

ไม่ใช่ติดอยู่กับกรอบ “รถติด”, “หนวกหู”, “สกปรก” และ “ไม่มีสมาธิในการเรียนการสอนตามตำรา” จนละเลย “ราก” ของความเป็น “ราชวินิต” !

แล้วแปรสภาพตัวเอง – ไม่ว่าจะโดยรู้ตัวหรือไม่ – ไปเป็นเครื่องมือทางยุทธวิธีตื้น ๆ ของกลุ่มทุนสามานย์

ในฐานะศิษย์เก่ารุ่นแรกของ “โรงเรียนของพระราชา” นาม “ราชวินิต” แห่งนี้ และในฐานะลูกชายคนเดียวของข้าราชการสำนักพระราชวังคนหนึ่งที่ยังคงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานที่บริเวณสวนเพาะปลูก วังสวนกุหลาบ ให้เป็นที่ปลูกสร้างบ้านเรือนตั้งแต่ปี 2506 และได้ใช้สิทธิเรียนในโรงเรียนของพระองค์อยู่ 1 ปีเมื่อปีการศึกษา 2510 เขียนเรื่องนี้ไปด้วยน้ำตาคลอ

เกิดความรู้สึกเกือบอยากจะบอกแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่าเลิกเถอะครับ พี่น้องประชาชนเหนื่อยมามากแล้ว เมื่อคนมีหน้าที่และคนมีรากทั้งหลายเขาไม่ใส่ใจ ไม่ใยดี กระทั่งมาริเริ่มทำลายเสียเอง เราเดินมาสุดทางแล้ว เราทำหน้าที่ของประชาชนอย่างดีที่สุดแล้ว เราใช้หนี้แผ่นดินหมดแล้ว เราทำบุญหมดตัวแล้ว

ชาวราชวินิตหลายคนบอกว่าครูสามสี่คนและนักเรียนจำนวนหนึ่งที่ว่ามานี้ไม่ได้ทำในนาม “ราชวินิต” โดยองค์รวม ก็...เข้าใจ แต่อยากจะถามกลับว่า....จะแสดงออกกันเพียงแค่นี้หรือ ?

ถ้าทำได้แค่นี้ ปล่อยให้คนไม่กี่คนมาใช้ชื่อ “โรงเรียนของพระราชา” มาหยุดยั้งการกระทำของพี่น้องประชาชนที่จงรักภักดียืนหยัดพิทักษ์ปกป้องราชบัลลังก์และระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แล้วหากการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมีอันต้องสะดุดหยุดลงและไม่กลับมาอีก....

ประวัติศาสตร์หน้านี้จะบันทึก “ความเป็นราชวินิต” ไว้อย่างไร ???

คุณครูช่วยอ่านข้อความนี้ด้วย!

เขาทำเพื่อบ้านเพื่อเมือง ต้องลำบากตากแดดตากฝน

แต่ละคนไม่ใด้ผลประโยชน์อะไร ออกมาด้วยใจที่รักชาติ เต็มท้องถนน

แต่คนบางคนเห็นเป็นความน่ารำคาญ ....

คุณครูครับ อดีตของผมเป็นครู ผมไม่เข้าใจจริง ๆว่าคุณรู้เห็นเป็นใจในการให้

ครูน้อยในโรงเรียนชื่ออะไรผมไม่อยากเอ่ยชื่อ ไปฟ้องร้องศาลตามที่เห็นได้ยินเป็นข่าวกันอยู่ แถมยังใช้นักเรียนเป็นเครื่องมือในการกระทำการที่น่าชิงชังเช่นนี้

โรงเรียนเดือดร้อนและไม่ปกคิแน่นอนจากการชุมนุมของพันธมิตร อยากรู้นัก

ความเดือดร้อนของโรงเรียน กับความเสียสละของผู้คนที่เขามาเรียกร้องสิทธิของเขาเรียกร้องอะไรหลายอย่างที่รัฐบาลและนักการเมืองทำทุเรศ ๆอยู่ในปัจจุบัน โดยผลการ

พิพากษาเป็นเครื่องยืนยัน รึว่าอะไรมันปิดบังหูตาของคุณครู อย่าบอกนะว่ามันเป็นสิทธิ

ของครูและนักเรียนที่จะทำได้เช่นนั้น หรือว่าคุณครูกลัว รึว่าถูกบีบ คนระดับคุณครูมีความคิดเช่นนี้ด้วยหรือ

ราชวินิตมัธยม ลองเอาไปเปรียบกับโรงเรียนแถว ๆสะพานมัฆวานสักแห่งสองแห่งดูซิว่า เขาได้รับผลกระทบจากการชุมนุมมานานเท่าใด แล้วราชวินิตมัธยมอยู่กับ

เหตุการณืกี่วัน

ราชวินิต ชื่อก็บอกชัด ไม่ใช่พันธมิตรหรอกหรือที่ปกป้องสถาบันหลักของชาติ

อย่างเป็นรูปธรรม

แล้วชาวราชวินิตส่วนใหญ่ ในสมัยที่คุณครูบริหารอยู่ขณะนี้นอกจากจะไม่กระดุกกระดิกอะไรแล้ว ยังมีพฤติการของครูหนึ่งคนกับนักเรียนอีกสองสามคนนำชื่อของ

*ราชวินิต* ไปสอพลอนักการเมืองโกงกินชาติ