การจัดการวิสาหกิจชุมชน

อยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการด้านการตลาดสำหรับวิสาหกิจชุมชนใครมีข้อมูลช่วยตอบหน่อยนะคะ  ขอบคุณค่ะ

คำตอบ
not yet answered

.........อยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการด้านการตลาดสำหรับวิสาหกิจชุมชน......

ผมอยู่ที่ สถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ..ที่กรุงเทพฯครับ  คำตอบหลัก อาจารย์ควร ถามที่กรมส่งเสริมการเกษตร หรือ รศ.ดร.เสรี  พงศ์พิศ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ครับ

ผมคงให้รายละเอียดได้บ้างส่วนคือ ...วิสาหกิจชุมชนมุ่งเน้นที่การจัดการเศรษฐกิจชุมชนที่มีเป้าหมายที่การพึ่งตนเอง .....เป็นหลัก เพราะฉะนั้น การคิดเรื่องวิสาหกิจชุมชน   จะนำเอาความคิดเรื่อง การจัดการหนี้สิน การจัดการรายรับรายจ่าย เป็นประเด็นสำคัญ

มาถึงคำถามสำคัญ คือ การดำเนินการด้านการตลาดทำอย่างไร?.. หลักคิดของวิสาหกิจชุมชน คือ พึ่งตนเอง ขั้นแรก  พึ่งพากัน ขั้นที่สอง  เชื่อมทุนเล็กกับทุนใหญ่ ขั้นที่สาม .... เมื่อใดก็ตามที่ชุมชนหมู่บ้าน คิดไม่ออกว่า เราพึ่งตนเองได้หรือยัง??....... คงต้องกลับไปทำเรื่องแรกก่อนคือ ทำแผนแม่บทชุมชน ในเรื่องอะไร? แค่เรื่องง่าย ๆ  5 อย่าง คือข้าว อาหาร เครื่องอุปโภค ปุ๋ยและยาเคมี  ให้ทำประชาพิจัยกันในหมู่บ้าน จนได้ข้อสรุปว่า เราพึ่งตนเองได้หรือยัง ถ้าคำตอบตอบว่ายัง  ใน 5 เรื่องที่ไปเก็บข้อมูลมา ก็มาคิดว่าหนี้สินของชาวบ้านมีไหม?  แล้วควรลดลงอย่างไร? อะไรที่จะลดร่าย?

ย่อสุด คือผ่านกระบวนการเหล่านั้นแล้วมาถึงการพึ่งพากันเอง นั้นคือการสร้างเครือข่ายของชุมชนที่เป็นพันธมิตรกัน  มาคุยกันว่าใครมีอะไรที่จะช่วยเหลือกันได้ หมู่บ้านนี้เก่งเรื่องอะไร? หมู่บ้านนี้จะสนับสนุนอีกหมู่บ้านได้อย่างไร? แผนแม่บทชุมชนจะต้องวางแผนที่ระดับตำบล (ถ้าจะทำน้ำดื่มบริสุทธิ์ 1 แห่งในตำบล ให้เก็บข้อมูลจากทุกหมู่บ้านว่าแต่ละหมู่บ้านใช้น้ำดื่มบริสุทธิ์ วันละกี่ขวด เดือนละกี่ขวด แล้วให้กลุ่มเป็นคนผลิต เพื่อเลี้ยงคนทั้งตำบล ให้ได้ไม่ให้ขาดแคลน .....(แล้วคุณจะหาตลาดไปทำอะไร? ในเมื่อหมู่บ้านเครือข่ายก็ทานน้ำดื่มด้วย) ทำให้ได้ ทำให้จริง ให้มีข้อมูล แล้วไปคุยกับร้านค้าในแต่ละหมู่บ้านว่า กลุ่มเรา  เครือข่ายเราจะทำสินค้านี้เพื่อขายภายในชุมชน ภายในเครือข่าย (ขายได้ไหม? อยู่ได้ไหม? ทุนก็จัดทำกลุ่มทรัพย์กันในแต่ละหมู่บ้าน นำเงินของกลุ่มออมทรัพย์มาลงทุน แล้วปันผลให้กับชาวบ้าน สร้างสวัสดิการให้ชุมชน)

ขั้นที่สาม เชื่อมทุนเล็กกับทุนใหญ่ คือการส่งออกนั่นเอง ถ้าเราคิดว่าเรามีดี  เราต้องคิดแบบแยบคาย แล้วถึงทำ  ไม่ว่าจะเป็น OTOP หรืออะไรก็ตามไม่ซ้ำใคร เช่น คีรีวง มีมังคุด ทุเรียน ก็ทำทุเรียนกวนห่อด้วยต้อหมาก  ทำสบู่เปลือกมังคุด ทำแล้วส่งขายต่างประเทศอยู่ได้  มีแหล่งท่องเที่ยว มีเขาหลวง ก็ทำโฮมสเตย์  คีรีวงขายได้ แต่กำแพงเพชรขายกล้วยไข่ไม่ได้ เพราะกล้วยไข่ที่ขายที่กำแพงเพชร มาจากจังหวัดอื่น ๆ 

อยากรู้อีกคงต้องเข้ามาอ่านใน "วิสาหกิจชุมชนเรียนรู้ หรือ โครงการมหาวิทยาลัยชีวิต" ครับ