มาไขความลับ 5 ข้อกับ Blog Tag หน่อยค่ะ

IS

อาจารย์หมอวัลลภคะ โดน Blog Tag แล้วนะคะ 

เข้ามาที่นี่นะคะ

http://gotoknow.org/blog/tigger/77005

วิธีการไปดูบันทึกของ ดร.จันทวรรณนะคะ

 http://gotoknow.org/blog/tutorial/76856

 ^____^

คำตอบ

ขอขอบคุณอาจารย์ iS และท่านผู้อ่านทุกท่าน...

  • ขอขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียน...

เรื่องไม่ลับ...

  • เรื่องไม่ลับอย่างหนึ่งคือ ผมเป็น "โรคซึมเศร้าหน้าหนาว (seasonal blue / depression)"

หน้าหนาว...

  • หน้าหนาวเป็นช่วงที่ผมจะหดหู่ ทำอะไรไม่ค่อยได้
  • เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เด็กทีเดียว

ปี 2542...

  • คุณหมอท่านหนึ่งพักหอพักเดียวกับผมเป็นมะเร็งรังไข่... ไม่นานก็เสียชีวิต
  • หอพักที่ผมอยู่ตอนนั้นไม่มีคนอยู่จริงๆ และผมก็เป็นคนกลัวผีด้วย

กลางคืน...

  • กลางคืนหมาหอนถี่มาก... ผมนึกในใจว่า ถ้าเป็นหมอรุ่นน้องมาขอส่วนบุญละก็ ขอให้เงียบและจะทำบุญให้
  • พอตั้งใจจะทำบุญให้ครั้งใด... เสียงหมาหอนก็หายไปจริงๆ
  • วันหลัง.... ได้ยินอีก
  • คิดอีก... เสียงหมาหอนก็หายไป
  • เป็นอย่างนี้นานทีเดียว

ตอนนั้น...

  • ผมตระเวนทำบุญหลายที่
  • รวมแล้วเกือบ 2 เดือน... เสียงหมาหอนจึงจะหายไป
  • ทำให้คิดถึงคำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้
  • พระองค์ทรงแสดงว่า การทำบุญอุทิศให้ญาติที่ล่วงลับไปแล้วต้องได้ทักขิไณยบุคคล... เป็นคนมีศีลดี แม้พระภิกษุที่ศีลไม่ดี อมนุษย์ก็ไม่ได้รับส่วนบุญ

ปีนั้น...

  • ผมมีโอกาสไปนมัสการสังเวชนียสถานอินเดีย-เนปาลครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2542... เกิดปีติโสมนัสแล้วๆ เล่าๆ 3 เดือน
  • ปีติโสมนัสที่เกิดแล้วๆ เล่าๆ นั้นเป็นอุปนิสัยสำคัญ ทำให้โรคซึมเศร้าหน้าหนาวทุเลาไปมาก

ซึมเศร้า...

  • พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงว่า การฆ่าสัตว์-เบียดเบียนสัตว์ (ปาณาติบาต) เป็นอุปนิสัยปัจจัย ทำให้เกิดโรคซึมเศร้า หรือฆ่าตัวตายได้
  • เนื่องจากการฆ่า หรือเบียดเบียนสัตว์ย่อมยังญาติสนิทมิตรสหาย ของสัตว์นั้นให้เศร้าโศกเสียใจ... นี่เป็นอุปนิสัยจากปาณาติบาต

สัตว์...

  • สัตว์ผู้มีตนเป็นที่รักจึงไม่ควรฆ่า ไม่ควรเบียดเบียนสัตว์อื่นๆ เลย...
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์

ขอขอบคุณอาจารย์ iS...

  • ขอขอบคุณที่กรุณาแวะมาเยี่ยมเยียน
  • เพิ่งนำภาพวัดร่องขุ่นขึ้นเก็บไว้ที่ Go2know > เห็น Blog Tag จากท่านอาจารย์มาลินี > เลยบอกความไม่ลับอย่างหนึ่ง

ที่มา:

เรื่องที่จะเล่า...

  • เรื่องไม่ลับอย่างหนึ่งคือ ผมเป็นคน "ขี้กลัว" ไปหลายเรื่อง...
  • สิ่งที่ผมกลัวมากที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตคือ กลัวว่า จะไม่ได้บริจาคเลือด

คืนหนึ่ง...

  • คืนหนึ่งหลังจากไปลงชื่อยินดีบริจาคเกล็ดเลือดไว้ที่โรงพยาบาลลำปางเกือบ 3 ปีแล้ว... ยังไม่ได้รับโทรศัพท์เรียกให้ไปบริจาคเลย
  • ผมฝันว่า ได้บริจาคเกล็ดเลือด... มีคนเจาะแขนเอาเลือดไป 2 ข้างเลย ตื่นมาดีใจมาก และอีกไม่นานก็ได้บริจาคเกล็ดเลือดจริงๆ

ถึงอย่างนั้น...

  • เกล็ดเลือดผมก็ไม่ค่อยสูงเท่าไหร่...
  • เกณฑ์ขั้นต่ำที่จะบริจาคเกล็ดเลือดได้ต้องมี 200,000 หน่วยต่อลูกบาศก์มิลลิลิตรขึ้นไป
  • บางทีผมกลัวระดับเกล็ดเลือดไม่ถึงระดับ... เลยฝันร้าย... ฝันว่า เกล็ดเลือดไม่ถึง

คืนหนึ่ง...

  • คืนหนึ่งผมเป็นมะเร็งตับ มีผลการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง (ultrasound) ชัดเจนมาก และผมก็ทำใจได้ว่า เราถึงที่ตายแล้ว
  • หลังจากนั้นผมกลับคิดว่า เราน่าจะทำอะไรก่อนตายดี
  • นึกขึ้นมาได้ว่า... เราได้บริจาคเลือดมาเป็นเวลานานเหลือเกิน "ถ้าเรามีชีวิตรอด... ความปรารถนาของเราคือ เราจะบริจาคเลือดอีก"
  • "เราไม่เคยอิ่มด้วยการบริจาคเลือดเลย (สำนวนนี้หมายถึงยังปรารถนาที่จะทำบุญ บำเพ็ญบารมีนี้ให้ยิ่งๆ ขึ้นไปอีก...)" ผมกล่าวกับตัวเอง

คืนนั้น...

  • ผมเห็นภาพตับของตัวเอง...
  • เห็นภาพมะเร็งที่ตับหายไป
  • ฝันไปนะนี่
  • ขนาดฝัน... บุญยังคุ้มครอง ปกป้อง รักษา สนับสนุน เกื้อกูลเราถึงอย่างนี้ทีเดียว

คืนนั้น...

  • คืนนั้นหายจากมะเร็งตับด้วยดี...
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์

ขอขอบคุณอาจารย์ iS และท่านผู้อ่านทุกท่าน...

อ่านแล้วรู้สึกยินดี(ปิติ)ด้วยค่ะ กับการบริจาคเลือดและการหายจากโรคมะเร็งตับ

อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ และขอบคุณมากค่ะที่เล่าเรื่องมีประโยชน์ ดีๆ แบบนี้ให้ฟัง

ตกลงแล้วคนเป็นโรคซึมเศร้าสามารถบริจาคเลือดได้ด้วยหรือคะ

เพราะเห็นต้องรับประทานยาต่อเนื่อง เป็นเวลานาน

แต่ความจริง ถึงบริจาคไม่ได้ ก็ร่วมอนุโมทนาบุญกับผู้ที่บริจาคด้วยได้นี่นา ^^

วันนี้ก็ไปบริจาคโลหิตมาเช่นกันค่ะ

ระหว่างกรอกเอกสารก็รู้สึกยินดีที่จะได้บริจาคโลหิต

และให้เก็บตัวอย่่างสเต็มเซลล์ แต่ก็ต้องผิดหวังที่เป็นโรคซึมเศร้าแล้วบริจาคไม่ได้

หากมันจะเป็นอันตรายกับผู้รับเลือด ก็เป็นเรื่องดีแล้วที่ไม่ได้บริจาคไป

แต่ถ้ามันไม่ก่อให้เกิดผลเสียแก่ผู้รับ ก็ยังอยากบริจาคอยู่ดีค่ะ