การเดินทางของชีวิต 1

อัญชลี แก้ววรรณา
หลายครั้งในชีวิตข้าพเจ้าลองถามตัวเองว่าจะเลือกทางเดินของอนาคตอย่างไร หลายครั้งยังไม่มีคำตอบอยู่ในหัวสมองอันน้อยนิด แต่ความรู้สึกของข้าพเจ้าคือข้าพเจ้าชอบวิชาภาษาไทย ชอบอ่านงานเขียนทุกประเภท ชอบการใช้ภาษาในงานเขียนเริ่องสั้น วรรณคดีและวรรณกรรม เวลาอ่านข้าพเจ้าจะรู้สึกเพลิดเพลินจนวงไม่ลง และแล้วข้าพเจ้าก็ตัดสินใจเลือกเรียนในระดับปริญญาตรีที่สถาบันราชภัฏสวนสุนันทา วิชาเอกภาษาไทย ข้าพเจ้าอยากเป็นคุณครู เพราะพ่อของข้าพเจ้าอยากให้ลูกคนนี้เป็นคุณครูและตัวข้าพเจ้าเองก็อยากจะเป็นคุณครู อาชีพนี้เป็นอาชีพที่ข้าพเจ้าศรัทธา...การเดินทางเริ่มขึ้นเมื่อข้าพเจ้าเรียนจบแต่เส้นทางเดินของคนเราบางทีก็ไม่เหมือนกับที่ฝัน..ใช่แล้ว ข้าพเจ้าไม่ได้เป็นคุณครู ข้าพเจ้าไปเป็นพนักงานบริษัทแต่ข้าพเจ้าก็ไม่ละทิ้งความฝันของพ่อและของตัวเอง เมื่อโอกาสดีๆมาถึงข้าพเจ้าก็ไม่รีรอที่จะคว้ามัน และแล้ววันหนึ่งข้าพเจ้าก็ได้เป็นคุณครูอัตราจ้างที่โรงเรียนวัดแดง(นนทคุณพิพัฒน์ฯ)
คำตอบ
not yet answered

วันนั้นข้าพเจ้ารู้สึกดีใจ และภูมิใจมากและข้าพเจ้าก็ตั้งใจที่จะทำมันให้ดีที่สุด ข้าพเจ้ารู้ว่าพ่ออันเป็นที่รักของข้าพเจ้าภาคภูมิใจเพียงไร บนเส้นทางสายเรือจ้างลำน้อยนี้ อาจจะไม่ราบรื่น ไม่สมหวัง มีอุปสรรคและคลื่นลมถาโถมเข้ามาแต่ข้าพเจ้าก็จะไม่ทอดทิ้งเรือจ้างที่บรรทุกความฝันและความภาคภูมิใจทั้งหมดในชีวิตของข้าพเจ้าไปเด็ดขาด ข้าพเจ้าพร้อมแล้วที่จะเดินทาง....การเดินทางของชีวิต

การเดินทางของข้าพเจ้าเริ่มขึ้นอีกครั้ง เพราะข้าพเจ้าได้ไปฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือสามัญขั้นความรู้เบื้องต้น และวิชาผู้กำกับลูกเสือสำรองขั้นความรู้เบื้องต้น การไปฝึกอบรมทั้ง 2 รุ่น นั้นเนื้อหาสาระไม่แตกต่างกันเท่าไรแต่ความประทับใจต่างกัน รุ่นที่ 1 การฝึกอบรมค่อนข้างหนักมีกิจกรรมให้ทำเยอะ แต่สนุกสนานมีทั้งมิตรภาพและการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีรอยยิ้มและความประทับใจกับเพื่อนใหม่ๆ ส่วนรุ่นที่ 2 นั้นการฝึกอบรมจะเน้นไปทางเนื้อหามากกว่ากิจกรรม แต่มิตรภาพการช่วยเหลือซึ่งกันและกันนั้นข้าพเจ้าไม่รู้สึกประทับใจเท่ารุ่นที่ 1 แต่ยังไงการฝึกอบรมทั้ง 2 รุ่นก็ได้สอนประสบการณ์ที่แตกต่างกันให้กับข้าพเจ้าและข้าพเจ้าก็จะนำประสบการณ์นั้นๆมาใช้ในการเดินทางของชีวิตข้าพเจ้า และข้าพเจ้ายังจดจำคำของครูฝึกทั้ง 2 รุ่นได้อย่างดี ว่าสิ่งที่จะไม่ย้อนกลับมาอีก คือ เวลา คำพูด และโอกาส และข้าพเจ้าก็ดีใจที่ข้าพเจ้าไม่ละทิ้งโอกาสนั้น..

เมื่อวานนี้ข้าพเจ้าได้ไปงานเลี้ยงวัน christmas กับ teacher ในงานมีกิจกรรมมากมาย ทุกคน Happy มีเด็กๆมาแสดงละครเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งข้าพเจ้าเห็นแล้วก็อยากให้ teacher สอนเด็กๆในโรงเรียนของเรา (รวมทั้งคุณครูด้วย) ให้ speak กันคล่องๆ ข้าพเจ้าเองก็ไม่ถนัดภาษาอังกฤษนัก แต่ข้าพเจ้าก็ชอบ และสนุกเวลาที่ teacher สอนข้าพเจ้า และข้าพเจ้าก็ตั้งใจว่าจะพยายามศึกษาเพิ่มเติมให้มากกว่านี้

วันนี้เป็นอีกหนึ่งวัน ที่โรงเรียนวัดแดงของข้าพเจ้ามีการอบรมธรรมะให้แก่คณะครู ซึ่งการอบรมในครั้งนี้ข้าพเจ้าคิดว่ามันคุ้มค่ากับชีวิตของข้าพเจ้ามาก เพราะพระมหาธนเดช และพระอาจารย์เก่งกาจ วิทยากรจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ได้ทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจความจริงของชีวิตอีกหลายแง่มุม และสร้างแรงขับเคลื่อนในชีวิตให้แก่ข้าพเจ้า บางสิ่งที่ข้าพเจ้าไม่รู้ บางสิ่งที่ข้าพเจ้ารู้แล้วแต่..ไม่เคยคิดหรือพิจารณา วันนี้ข้าพเจ้ามองเห็นสิ่งเหล่านั้นด้วยสติและหัวใจ..และข้าพเจ้าก็คิดว่าคุณครูทุกท่านก็คงรู้สึกไม่แตกต่างกับข้าพเจ้า....ถ้ามนุษย์เรามีความรัก ความเมตตา ความปรารถนาดี ให้แก่กันแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะตามมาเองไม่ว่าจะเป็นเงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศ และความสำเร็จ ....แต่ถ้าเรามีทุกอย่างที่กล่าวมา แต่ขาดความรัก ความจริงใจให้แก่กันแล้ว เราก็คงเปรียบเสมือนหุ่นยนต์ที่มีระบบกลไกพิเศษ สามมารถทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ดี...แต่ไม่มีหัวใจ และไร้ความรู้สึก..