การดูแลแบบคนทั้งคน การจากไปเมื่อพร้อม
งานวิจัยนี้เริ่มต้นจากคำถามว่า..คนไข้ระยะสุดท้ายต้องการการดูแลอย่างไร?
๑.     เราจึงไปสัมภาษณ์ญาติผู้ป่วยระยะสุดท้าย และผู้ป่วยที่ผ่านประสบการณ์รอดตายจากการเจ็บป่วยหนัก
๒.    ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้เรารู้ว่าคนไข้ที่ใกล้ตายต้องการอะไร และคนไข้ที่อาการหนักอยู่ต้องการการดูแลอะไร อย่างไรบ้าง
๓.    ผลลัพธ์ตัวอย่าง คำบอกเล่าของญาติ ดังนี้ค่ะ

 

“ตอนที่พ่อหนักๆ แต่ฉันก็ยังดีใจว่าถ้าพ่อจะเป็นอะไรไป..หมอเขาก็ไม่ได้ทอดทิ้งเลยแบบว่าถ้าแกทนไม่ไหว แกทนไม่ได้กับโรคของแกนะ แกจะจากไปก็ไม่เสียใจว่าแกจะไปเพราะหมอเขาไม่ทอดทิ้งเลยเขาเอาใจใส่ตลอด หมอเขาก็ดูแลดีทุกขั้นตอน แม้ตอนดึกเขาก็มีพยาบาลเวรอยู่ ไม่เป็นห่วง เราได้อยู่กับคนไข้ด้วยเราก็ไม่ห่วง"

 

ถ้าคนไข้ยิ่งหนักยิ่งหมอเวียนผ่านไป ไข้มันจะตื้นขึ้นมาเลย ใจคนไข้จะตื้นขึ้นมาเลย เหมือนอาการดีขี้นมาเลยครึ่งนึง ที่ว่าถ้าไม่ไปนี่ใจมันจะห่อเหี่ยว ถ้าเดินผ่านไปผ่านมาเขาก็ไม่มาใกล้เรานี่มันห่อเหี่ยว เคยถามว่าพ่ออยากให้หมอมาทำไมนะ แกบอกเปล่าก็แค่อยากให้มา แค่เห็นหน้าก็ดีใจ ไม่ต้องมาทำอะไรให้ ฉันก็มานึกว่าพ่อไม่ได้ให้หมอมาทำอะไร แสดงว่าแกเห็นหมอเหมือนเห็นอะไรวิเศษสักอย่างนึงเลยนะ แกบอกว่าแก...ชื่น...ใจ ทั้งๆที่แกหนักอยู่นี่แกยิ้มได้ มานึกดูอ้อแกเห็นหมอแล้วแกยิ้มได้  ถ้าคนไข้หนักให้หมอมาเยี่ยมบ่อยได้จะดี ไม่ใช่บางคนมาตรวจแล้วก็เปิดแฟ้มแล้วก็ไม่ทักไม่ทายเดินกลับเลยอย่างนั้นไม่ดี เขาไม่ปลื้มใจ"

 

“พ่อผมชีพจรหยุดเต้นไป 1 ครั้ง หัวใจหยุดทำงาน คนไข้เป็นบุคคลที่ผมเคารพบูชา เป็นบุคคลที่ให้ชีวิตผม เป็นบุคคลที่ให้ทุกๆอย่างกับผม ท่านได้จากผมไปแล้วบุคคลที่ผมรัก..แต่..เพราะมีบุคคลกลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า ”พยาบาล” และ ”ผู้ช่วยพยาบาล” ได้นำท่านกลับมาหาผม ผมรู้ดีว่าการกลับมาครั้งนี้ของท่าน คงจะอยู่กับผมไม่ได้นานเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไปแล้ว แต่ผมก็ดีใจที่ได้ยืดเวลาในการตอบแทนพระคุณของท่านออกไปอีก

 

สรุปสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ

 

๑.คนไข้ต้องการคนอยู่เป็นเพื่อน
๒.ส่วนญาติต้องการโอกาสให้ได้ทำสิ่งดีๆ แก่คนไข้ในวาระสุดท้าย
 
                                                                                                                    ขอบคุณผู้อ่าน