๏ แฮ่ม เพิ่งจะมาเห็นว่าถูกพาดพิงถึง ฯ ผมไม่เคยพูดว่าให้ใช้โคมูตรจบประโยคนะครับ ฯ โคมูตรนั้น ใช้จบเรื่องเท่านั้น ฯ ถ้าจะจบประโยค โบราณท่านใช้อังคั่น ซึ่งรูปร่างจะเหมือนไปยาลน้อย อย่างที่ผมใช้อยู่นี้ ฯ โดยอาจจะจบข้อความใหญ่ด้วยอังคั่นคู่อีกทีก็ได้ ๚

๏ อังคั่นเดี่ยวคงจะแยกความแตกต่างจากไปยาลน้อยได้ โดยไปยาลน้อยจะอยู่ติดกับข้อความ ส่วนอังคั่นเดี่ยวจะเว้นวรรคจากข้อความ ๚

๏ เรื่องเครื่องหมายจบประโยคนี้ ภาษาเขียนที่สืบทอดมาจากอักษรพราหมีคงจะมีกัน ฯ ผมทราบมาว่า อักษรเทวนาครีก็มีเครื่องหมายที่เขาเรียกว่า Danda (दंड - ถอดตัวอักษรได้ว่า ทํฑ) และ Double Danda ซึ่งทำหน้าที่อย่างที่เรารับมาเป็นอังคั่นเดี่ยวและอังคั่นคู่ ผ่านอักษรเขมรนี่แหละ ฯ ส่วนการใช้มหัพภาคและจุลภาค เข้าใจว่าจะใช้ตามฝรั่งในยุคหลัง ฯ แต่จะเริ่มตอนไหนก็ไม่ทราบได้ ๚

๏ การพิมพ์ฟองมัน อังคั่นและโคมูตร ถ้าไม่ใช้เต็มรูปแบบนี้ ก็อาจจะใช้แค่อังคั่นเดี่ยว ซึ่งสามารถพิมพ์ได้ในแป้นพิมพ์ทั่วไปอยู่แล้ว ฯ ส่วนถ้าจะใช้เต็ม ๆ ทั้ง ๔ ตัว ก็ใช้แป้นพิมพ์ มอก. ๘๒๐.๒๕๓๘ บนลินุกซ์ได้ ฯ ฟองมันและโคมูตรอยู่ที่ปุ่ม [`/~] ส่วนอังคั่นคู่ ต้องกำหนด level3 shift แล้วอังคั่นคู่จะอยู่ที่ level3 ของปุ่ม [น/ฯ] ๚

๏ จบเครื่องหมายวรรคตอนโบราณ เท่านี้ ๚ะ