ผมไม่แน่ใจเท่าไหร่นะครับว่าการเขียนบล๊อกเป็นการช่วยลดการเหลื่อมล้ำทางความรู้หรือ digital divide ได้มากสักเท่าไหร่ เพราะเช่นเดียวกับการเขียนหนังสือออกมาหนึ่งเล่มหรือการผลิตงานวิจัยหนึ่งชิ้น ก็ใช่ว่าจะสร้างองค์ความรู้ใหม่ได้เสมอไป หนังสือบางเล่มอาจจะไมไ่ด้ contribute อะไรเลยในแง่ขององค์ความรู้ใหม่หรืออยา่างน้อยก็ในแง่ของมุมมองใหม่ มันขึ้นกับ content และคุณภาพของ content ด้วยนะครับ ถ้าสักแต่ผลิตออกมาโดยไม่คำนึงถึงคุณภาพ มันก็อาจจะทำให้ขยะเพิ่มมากขึ้นเปล่า ๆ และทำให้แยกข้อมูลที่ดีออกจากขยะได้ยากขึ้นด้วยอีกตะหาก
แต่ก็เข้าใจนะว่า เรื่องคุณภาพของข้อเขียนมันก็แล้วแต่มุมมองของใครของมัน
อีกอย่างหนึ่งสำหรับคนที่อยากเสพความรู้แล้ว ผมว่าน่าจะมีแหล่งความรู้ทั้งบน Internet และเป็นสิ่งพิมพ์กระดาษ ให้อ่านให้เรียนรู้กันอยู่จนเกินกว่าที่จะอ่านได้หมดในชั่วชีวิตของคน ๆ หนึ่งหลายหมื่นเท่าแล้วละ
ดูเหมือน Percy Barnevick จะเคยพูดไว้ว่า "We don’t need any more bright ideas. In business success is 90% execution, 10% planning." ผมเองเห็นด้วยเป็นอย่างมากว่าความคิดความรู้ดี ๆ นะ มีอยู่มากแล้ว ขาดแต่คนลงมือทำซะมากกว่า
ที่อยาก comment อีกอย่างก็คือผมดีใจที่เห็น คห. 14 และ 22 ออกมาเถียงกันเรื่องเสื้อเหลืองเสื้อแดง อยากเห็นแบบนี้บ่อย ๆ ผมเองออกจะสีเหลืองนิด ๆ แต่ก็เห็นด้วยกะ คห. 22 เป็นอย่างมากถึงแม้แกออกจะแดงก็ตาม
ผมชอบการถกเถียงที่เข้มข้น ที่สามารถนำไปสู่ข้อสรุปใหม่ ๆ ที่ไม่เฝือ (trite) แต่เท่าที่ตามอ่าน G2K ไม่มากมายนัก พบว่าที่นี่มีแต่ความเบาโหวง คนที่ตอบกระทู้มักจะมีแต่ออกมาขานรับและชมกันเอง อย่างส่วนใหญ่ในกระทู้นี้เป็นต้น ซึ่งทำให้ผมสึกถึงหนังสือเรื่อง The Unbearable Lightness of Being (Here)- ความเบาโหวงอันเหลือทนของการมีชีวิตอยู่(ที่นี่). คำว่า Here นั้น ผมเติมลงไปเอาเองนะครับ ผมจึงไม่ใช่แฟนของ G2K เพราะที่ผมเขียนมานี่ก็ very untypical ของคนในนี้มาก ๆ แล้วละครับ
ขออภัยหากที่เขียนมาทำให้แฟน ๆ ของที่นี่บางท่านไม่พอใจ ผมขอย้ำว่าผมไม่ไ่ด้มีเจตนาตำหนิหรือบริภาษณ์ใครดอกนะ แค่อยากวิจารณ์วัฒนธรรมของชุมชนแห่งนี้ ยินดีน้อมรับคำวิจารณ์กลับ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะได้เข้ามาอ่านอีกเมื่อไหร่นะครับ