"...เรื่องบางเรื่อง บทเรียนบางอย่าง ไม่เพียงมีคุณค่าต่อการแก้ปัญหาชีวิตและการงาน ทว่า ให้พลังชีวิตและส่งเสริมคุณธรรมความเป็นเพื่อนมนุษย์แก่กันของผู้คน โดยเฉพาะคนขาดโอกาสอีกมากมาย ซึ่งหลายอย่าง ความทันสมัยและความก้าวหน้าของโลกให้ไม่ได้ นอกจากหัวใจและความเป็นพี่น้องกันของมนุษย์ ของเรา..."

            ผมนั่งจัดห้องตัวเอง พยายามจะทิ้งหนังสือ สื่อการสอนและการบรรยาย  ที่ตัวเองทำขึ้นตลอดกว่า 20 ปี  เพราะมันเยอะกองพะเนิน อีกทั้งหลายอย่าง หมดยุคสมัยของมัน  รื้อไป ก็ดูไป

            ไปๆมาๆ นอกจากทำให้ทิ้งไม่ลงแล้ว  ก็กลับทำให้เกิดความเสียดายย้อนหลัง เมื่อคิดถึงหลายอย่างที่ต้องทำใจทิ้งไปก่อนหน้านี้แล้ว

             ผมคิดว่าผมตั้งใจทำงานเบื้องหลังสำหรับการทำสื่อ บรรยาย  เป็นวิทยากร และสอนหนังสือ มาก ไม่ใช่ด้วยเหตุผลไม่เชื่อใจคนอื่นหรือใช้คนอื่นทำไม่เป็น  ทว่า  การคิด วางแผน และทำสื่อการสอนด้วยตนเอง  สำหรับผมแล้วนั้น  มันเป็นการทำแผนการสอน ทบทวนความรู้  และเตรียมการสอนให้ดีที่สุดด้วยตนเองไปด้วย 

            นอกจากนี้ สื่อการสอนต่างๆ  ไม่เพียงทำด้วยมือตนเอง  เท่านั้น  ทว่า สะท้อนการตั้งปณิธานต่อการงานและการดำเนินชีวิตของคนทำงาน  ซึ่งผมเคยทำงานไปก็ปลูกฝังวิธีคิดและร่วมสร้างวิถีการทำงานขององค์กร ไปด้วยว่า.......... 

           "...หากเป็นการทำงานชุมชน ผมจะไม่เลือกวิถี วิธีการ และเทคโนโลยี ที่สังคมไทยทำเองไม่ได้ถึง 80 เปอร์เซนต์.." 

           ในเรื่องสื่อ  เทคโนโลยีการศึกษา และเทคโนโลยีสื่อการสอนยุคก่อนดิจิตอลนั้น ผมเลยเน้นการใช้พวกเครื่องฉายแผ่นใส เครื่องฉายสไลด์ ผสมการควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์  ซึ่งเทคโนโลยีพวกนี้  ไม่ว่าจะจากค่ายไหน  คนไทยและบริษัทจากทุนไทยเป็นหลัก  ทำได้หมดเกือบร้อยเปอร์เซนต์ 

            เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องชาตินิยมครับ  แต่เป็นการคิดคำนึงถึงสังคมแห่งการเรียนรู้ที่พอเหมาะพอพอเพียง  เราไม่ควรพัฒนาวัฒนธรรมการทำงาน  ที่เพียงถือเอาความสะดวก  ไม่มีฐานทางปัญญาภายในสังคมรองรับ  และเกินตัวสำหรับคนส่วนใหญ่ ซึ่งก็เป็นความเชื่อจำเพาะตน  ไม่รับประกันและไม่ยัดเยียดสำหรับคนทั่วไป

             พอหมดยุคพวกนี้  เข้าสู่ยุคดิจิตอล  ผมก็ต้องทิ้งสื่อเหล่านี้  ต้องพูดว่าทิ้งเลยจริงๆครับ  กล้องภาพนิ่งที่ใช้ฟิล์มเอย / ชุดแผ่นใส  ภาพถ่าย  สไลด์  มากมาย / สื่อทำมือ  แผ่นภาพ  อุปกรณ์ทำมือ และเครื่องไม้เครื่องมือทางสื่อมากมาย  ต้องกัดฟันทิ้ง  แล้วก็ผสมผสานพื้นฐานเดิมเข้าสู่การใช้สื่อ ภายใต้เทคโนโลยีดิจิตอล และเทคโนโลยีสารสนเทศ  พ้นข้อจำกัดหลายอย่างที่คนทำและใช้สื่อต้องเจอแบบในอดีต 

            ขณะเดียวกัน  ก็สามารถใช้ทักษะลงมือ  สื่อทำมือ  สื่อบุคคล  ผสมผสานกันให้ขอบเขตการทำงาน  ความหลากหลาย และความยืดหยุ่น  มีความรอบด้านมากขึ้น  เชื่อมโยงและเป็นเครือข่ายการทำงานพ้นกรอบจำกัดได้มากขึ้น  ขณะเดียวกัน  ก็มีหนทางพึ่งความสามารถตนเองได้สูงขึ้น 

             ระหว่างเก็บข้าวของทิ้งไปก็ดูไป  ก็เห็นชุดแผ่นใส กับเอกสารการสอนชุดหนึ่ง  หะแรกก็แปลกใจว่าทำไมยังเหลืออยู่อีก  ทำไมทิ้งไปยังไม่หมด พอหยิบออกมาดูก็เข้าใจ และนึกเสียดายเพราะถูกทิ้งไปจนเหลือเพียงบางส่วนให้เห็นร่องรอยเท่านั้น 

              สื่อแผ่นใสและโครงงานชุดที่เห็น เป็นชุดที่ผมไปทำเวิร์คช็อป  อบรมคุณครูกลุ่มโรงเรียนประถมและมัธยม  ที่อำเภอดอกคำใต้  จังหวัดพะเยา กับเครือข่ายของ คุณครูมุกดา  อินต๊ะสาร คนดีศรีสังคม วุฒิสมาชิก และรางวัลผู้นำทางสังคมมากมาย ซึ่งตอนนั้นยังไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวางเหมือนตอนนี้ 

             รวมทั้งได้ใช้ชุดสื่อนี้  เป็นตัวอย่างอบรมนักวางแผนทางการศึกษา  จากสาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อดำเนินโครงการประชากรศึกษา กับทีมของครูที่เคารพรักท่านหนึ่งของผม คือรองศาสตราจารย์ ดร.เนาวรัตน์  พลายน้อย แห่งคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อหลายปีมาแล้ว ฝึกให้คนทำงาน  มีวิธีทำงานได้อย่างดีแม้ในสภาพชุมชนที่ยากไร้

             ผมไปกับกลุ่มอาสาสมัครของมูลนิธิสิกขาเอเชีย มีกลุ่มคุณครูและคนทำงานในแนวความเชื่อเดียวกันไปด้วยกันหลายคน ผมหยิบสื่อมาดูและรำลึกถึงกลุ่มทำกิจกรรมด้วยกันในครั้งนั้นแล้ว ก็เกิดพลังใจและได้ความรู้สึกงดงามอย่างยิ่ง 

             ตอนนั้น  สื่อทำมือ ชุดที่เล็ดรอดจากการนำไปทิ้งที่ผมเห็นอยู่นั้น  เกิดขึ้นจากจิตใจและความมุ่งมั่นที่พาพวกเราไปด้วยความคิดไม่ใหญ่ไม่โต คือ  เราอยากไปช่วยคุณครูและเด็กๆในชนบทที่ขาดโอกาสมากมาย  ให้ได้เรียนด้วยสื่อและกระบวนการเรียนการสอนที่ไม่เพียงสนุก  ทว่า ให้ประสบการณ์กว้างขวาง  คุณครู โรงเรียน และชุมชน รู้สึกมีเพื่อนมาเป็นกำลังใจ 

            เราไปรวมตัวกับเหล่าคุณครูทั้งอำเภอ  แล้วก็เวิร์คช็อพ กะว่าให้ได้ทั้งแนวคิด  ทักษะ และทำโครงงานสำหรับจัดการเรียนสอนจริงของตนเอง พร้อมกับทำสื่อ และซักซ้อมให้กันอย่างจริงๆจังๆ ทั้งวันทั้งคืน  นอนกันที่เรือนไม้เก่าๆของโรงเรียน และบางวันก็ไปนอนทีบ้านคุณครูมุกดา  อินต๊ะสาร

             ผมนึกเห็นภาพ  สื่อและการสอนเรื่องท้องฟ้า ดวงดาว และกลุ่มดาวต่างๆ  ซึ่งทำเครื่องฉายดาวและอุปกรณ์ทำบรรยากาศแบบก๊อกแก๊กสตูดิโอ ทว่า น่าทึ่งเป็นที่สุด  คุณครูอาสา ของมูลนิธิสิกขาเอเชีย  คลองเตย เป็นคนทำ  พร้อมกับสาธิตการสอน  ฝึกให้คุณครูนั่งเล่า สอนเรื่องท้องฟ้าและหมู่ดาว อยู่ในความมืด 

             คุณครูผู้ฝึก ดัดแปลงกระดานดำเป็นฉากฉายดาว  ใช้ไฟฉายเป็นแหล่งกำเนิดแสง  เจาะกระดาษดำเป็นแพทเทิร์นดาวและกลุ่มดาวต่างๆ เปิดเทปวิทยุทำเสียงจิ้งหรีด  ไก่ขัน และบรรยากาศกลางคืนของชนบท  แล้วก็นั่งเล่า  ทั้งเด็กๆและคุณครู  เพลิดเพลินกับการเรียนรู้  เป็นการเรียนการสอนที่สนุกจริงๆ  ทว่า  จากสื่อและการทำมือด้วยตนเองแบบง่ายๆและโคตรถูก แต่สุดยอดในด้านจิตใจและความสร้างสรรค์

             ผมเป็นคนออกแบบกระบวนการ กำกับเวทีเวิร์คช็อป  พาทุกคนทำ และร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ไปกับเขาด้วย  ผมเลือกการทำชุดสื่อฝึกให้กลุ่มคุณครูเล่านิทาน  สอนหน้าที่พลเมืองและการพัฒนาทักษะการรวมกลุ่มให้แก่เด็กๆ  เขียนการ์ตูนหมู่สัตว์  แล้วก็ทำอุปกรณ์การฉายแผ่นใสจากกล่องกระดาษเก่าๆ  ทุกคนฝึกทำชุดสื่อจากตัวอย่าง  ผูกเรื่องของตนเอง  เสร็จแล้วก็ทดลองสอน  ได้ความสนุกสนานและเป็นการเรียนรู้แบบเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมากๆ  

             ผมหยิบๆ ชุดสื่อ มาดู เลยก็เข้าใจได้ว่าทำไมตนเองจึงยังไม่ได้ทิ้งไปเสียให้หมด  แล้วก็เก็บเข้าที่เดิมพร้อมกับรำลึกถึงผู้คนที่เรามีโอกาสดีจังเลย  ที่ได้พานพบและทำสิ่งดีๆ  ด้วยพลังการริเริ่มและการลงมือจากแรงกายและแรงใจของเรา  ด้วยกัน

             เรื่องบางเรื่อง  บทเรียนบางอย่าง ไม่เพียงมีคุณค่าต่อการแก้ปัญหาชีวิตและการงาน  ทว่า ให้พลังชีวิตและส่งเสริมคุณธรรมความเป็นเพื่อนมนุษย์แก่กันของผู้คน โดยเฉพาะคนขาดโอกาสอีกมากมาย ซึ่งหลายอย่าง ความทันสมัยและความก้าวหน้าของโลกให้ไม่ได้  นอกเสียจากหัวใจและความเป็นพี่น้องกันของมนุษย์ ของเรา.