วันนี้ผมได้มีโอกาสทบทวนความรู้ และพยายามหาข้อเปรียบเทียบ
ระหว่าง พระสมเด็จวัดระฆัง กับ พระโรงงาน ระดับฝีมือจัด (ที่น่าจะมีผู้ที่มีความรู้ระดับเซียนวิชามารเป็นที่ปรึกษา ถ้าไม่เป็นเจ้าของโรงงานเสียเอง จึงทำได้คล้ายคลึงมากขนาดนั้น)
โดยใช้เทคนิคการส่องดูลักษณะของผิวด้วยกล้องจุลทรรศน์
- ที่สามารถมองเห็นรายละเอียดขององค์ประกอบของผิวองค์พระได้
- แบบเน้นการวิเคราะห์ความรู้เชิงเปรียบเทียบ
- เน้นหาจุดที่ช่างโรงงานยังทำไม่ได้
- โดยเฉพาะมิติการเปลี่ยนแปลงของผิว ที่ต้องอาศัย "เวลา" เป็น ๑๐๐ ปี ไม่สามารถเร่งรัด หรือทำให้เกิดทันทีได้
- ถึงแม้บางอย่างอาจจะพอทำได้บ้าง (ที่อาจต้องใช้เวลาอีกนิดหน่อย) แต่คาดว่าเจ้าของโรงงานและช่างยังชะล่าใจ ยังไม่ทำ เพราะของเก่าที่ทำมาแบบฝีมือหยาบๆ (ไม่ต้องถึงระดับฝีมือจัด) ก็ยังขายได้ดีอยู่
- แบบที่หนังสือทั่วไปชอบเขียนว่า "ความเป็นธรรมชาติ" ที่ตีความแบบคลุมเคลือ และเป็นจุดช่องทาง "หากิน" ของเซียนวิชามาร นักจัดประกวด และนักออกใบรับรองพระ
- ที่ต้องอาศัยความเข้าใจทั้งในเชิงวิวัฒนาการของมวลสารต่างๆที่น่าจะเป็น และปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น และที่เหลืออยู่ให้เห็นได้ด้วยสายตาในปัจจุบัน
- เพื่อหาแนวทางสร้างคำแนะนำสำหรับนักส่อง“มือใหม่” ที่สายตายังไม่เฉียบคมพอที่จะใช้ประสบการณ์ระดับ “ชอบ ไม่ชอบ” แบบเซียนใหญ่ได้


ตัวอย่าง พระสมเด็จ
ที่มีผิว ผงแป้ง และพิมพ์แบบ "แท้ดูง่าย" ในทุกมิติ ใช้เป็น "องค์ครู" ได้อย่างดี
ที่จำเป็นต้องอาศัยการดูลักษณะขององค์พระ แบบแยกทีละประเด็นดังนี้
-
ความฉ่ำของผิว ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
-
พระสมเด็จดูไกลจะแห้ง ดูใกล้จะฉ่ำแบบไล่อายุ ทั้งเนื้อใหม่เก่าปะปนแต่อยู่ด้วยกันอย่างเป็นระบบ ที่แม้จะแก่ผง เนื้อแห้งอย่างไร ก็จะต้องมีส่วนที่ฉ่ำเปียกอยู่บ้างบางส่วน และควรมีคราบน้ำมันตังอิ๊วอยู่แบบกระจายตามผิวเก่าแบบประปราย มีลักษณะเป็นสายธาร
- พระโรงงานมักจะแห้งเมื่อดูใกล้ หรือไม่ก็ ฉ่ำมันทั้งองค์แบบผิวอายุเดียว อาจมีคราบสีน้ำตาล "โปะ" เลียนแบบคราบน้ำมันตังอิ๊ว ที่ทำไว้เป็นกองๆ ปื้นๆ ไม่มีที่มา
-
พระสมเด็จดูไกลจะแห้ง ดูใกล้จะฉ่ำแบบไล่อายุ ทั้งเนื้อใหม่เก่าปะปนแต่อยู่ด้วยกันอย่างเป็นระบบ ที่แม้จะแก่ผง เนื้อแห้งอย่างไร ก็จะต้องมีส่วนที่ฉ่ำเปียกอยู่บ้างบางส่วน และควรมีคราบน้ำมันตังอิ๊วอยู่แบบกระจายตามผิวเก่าแบบประปราย มีลักษณะเป็นสายธาร
-
บ่อน้ำตา ฟองเต้าหู้ รูน้ำตา ลำธารน้ำตา และคราบน้ำตา
-
พระสมเด็จจะมีรูน้ำตา ที่มีคราบน้ำตาแบบเนียนเรียบอยู่รอบๆ มีการพอกของเนื้อใหม่ตามขอบของรอยแยก ทำให้ขอบรอยแยกมีทั้งความฉ่ำ และมน แบบไล่ระดับอายุ เป็นสายธารคราบน้ำตา ที่อาจยังมีรูน้ำตาชัดเจนเป็นโพรง ที่เรียกว่ารูปลายเข็ม ยังไม่อุดตัน
หรือมีลักษณะคล้ายโพรงปากถ้ำ รูปร่างไม่แน่นอน ขอบมน ผิวดูเปียกๆ
- พระโรงงานจะทำเลียนแบบ ให้มีลักษณะคล้ายหลุม (ไม่มีรูโพรง ไม่เป็นรูเข็ม) และมีคราบโปะขาวๆแห้งๆ เลียนแบบสายธารน้ำตา แบบอายุเดียว กองอยู่ใกล้ๆ ไม่มีลักษณะของสายธารน้ำตา ไม่ฉ่ำ
-
พระสมเด็จจะมีรูน้ำตา ที่มีคราบน้ำตาแบบเนียนเรียบอยู่รอบๆ มีการพอกของเนื้อใหม่ตามขอบของรอยแยก ทำให้ขอบรอยแยกมีทั้งความฉ่ำ และมน แบบไล่ระดับอายุ เป็นสายธารคราบน้ำตา ที่อาจยังมีรูน้ำตาชัดเจนเป็นโพรง ที่เรียกว่ารูปลายเข็ม ยังไม่อุดตัน
-
ผงแป้งตามซอก และขุม ขององค์พระ
-
พระสมเด็จวัดระฆัง ที่ยังไม่ถูกล้าง จะมีผงขาวๆแบบ “คราบเหงื่อแห้งๆ” ที่แท้จริงก็คือ เกล็ดผลึกปูน มีลักษณะเป็นเกล็ด พลิกหาแสงจะเห็นความแวววาว กระจายตัวดี แบบบางๆ สม่ำเสมอทั้งองค์ โดยเฉพาะจุดที่เป็น “ขุม” ที่ไม่ถูกสัมผัส
หรือผ่านการล้าง -
พระโรงงานมักจะมีลักษณะเป็นผงแป้งโรย หรือคราบแป้งละเอียด ทาในร่อง ที่มีลักษณะเป็น “ฝุ่น” เป็นปื้นๆ โปะเป็นกองๆ ติดผิวองค์พระ
และมักกระจายไม่สม่ำเสมอ หนาบ้างบางบ้าง ตามความลึกของผิว รอยแยก หรือ “ขุม” ที่องค์พระ
-
พระสมเด็จวัดระฆัง ที่ยังไม่ถูกล้าง จะมีผงขาวๆแบบ “คราบเหงื่อแห้งๆ” ที่แท้จริงก็คือ เกล็ดผลึกปูน มีลักษณะเป็นเกล็ด พลิกหาแสงจะเห็นความแวววาว กระจายตัวดี แบบบางๆ สม่ำเสมอทั้งองค์ โดยเฉพาะจุดที่เป็น “ขุม” ที่ไม่ถูกสัมผัส
-
พิมพ์ทรง ที่ส่วนใหญ่พระโรงงานฝีมือจัด ทำได้หมดแล้ว
-
พระสมเด็จจะล่ำสัน ศิลปะคมเฉียบ เส้นซุ้มใหญ่หนา เสมอ แบบหวายผ่าซีก
- พระโรงงานบางองค์จะตื้น บิดเบี้ยว และอาจมีบางจุดเพี้ยนจากศิลปะมาตรฐาน
-
พระสมเด็จจะล่ำสัน ศิลปะคมเฉียบ เส้นซุ้มใหญ่หนา เสมอ แบบหวายผ่าซีก
เมื่อดูผ่าน ๔ ข้อนี้แล้ว โอกาสพลาดจะน้อยมาก ไม่เกิน ๕%
แต่อย่างไรก็ยังต้องอาศัยความ “เคยชิน” และ "ความเข้าใจ" ที่จะนำไปสู “ทักษะ” และ "ความชำนาญ" ในที่สุด
จนสามารถเข้าใจคำว่า "ธรรมชาติ" ได้
และมั่นใจในพระสมเด็จที่เรามี ตามหลักวิชาการของ "การพัฒนาการตามธรรมชาติ"
ท่านก็จะมีโอกาสรอดพ้น "กรงเล็บ" ของเซียนวิชามาร ที่จะคอยมองท่านเป็นเหยื่อ ทั้งขาขึ้นและขาลง
ที่จะทำให้ท่านเสียเงินให้เขาโดยท่านไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา
- เพราะตามความจริงนั้น พระสมเด็จก็คือพระสมเด็จ พระโรงงานก็คือพระโรงงาน ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ความสวย ความงามที่มีก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้
- รวมทั้งการที่ท่านต้องซื้อพระที่มีแพงเกินจริง
- หรือ แม้เสียเงินเปล่าๆ ไปซื้อพระโรงงาน ที่หลายท่านคงเคยโดนมาแล้ว (รวมทั้งผมด้วย) แบบไม่ได้ประโยชน์อะไร
- การขายได้ราคาถูกกว่าที่ควรจะได้
- เสียเงิน เสียเวลา เสียความรู้สึกในการเข้าประกวดพระ ที่เป็นการหาเงินของเขาที่ไม่มีประโยชน์ที่เป็นจริง นอกจากการปั่นกระแสให้เราหลงทางตามกับดัก จนกลายเป็น "เหยื่อ" ของเขา และ
- เสียเงินค่าใบรับประกัน ที่เมื่อเรารู้แล้วก็ไม่จำเป็นต้องมีใบรับประกัน
จึงขอให้ทุกท่านพัฒนาความรู้แบบใจเย็นๆ ค่อยเป็นค่อยไป
และขอให้ท่านโชคดี
ปลอดภัยจาก "กรงเล็บ" ผลประโยชน์ของเซียนวิชามาร และ การหยิบพระโรงงานมาถมบ้าน ครับ
อยากจะสอบถามเรื่องพระสมเด็จครับ พอดีผมมีพระสมเด็จอยู่ที่บ้าน 1 องค์ แต่ผมไม่ทราบว่า จริงหรือปลอม จึงอยากขอให้ผู้รู้จริงเรื่องพระสมเด็จช้วยดูให้หน่อยครับ
โพสต์ภาพชัดๆมา หรือส่งภาพทางเมล์
[email protected]
ผมศึกษาและอ่านตำรามาประมาณหนึ่งครับอาจารย์แต่ก็ยังดูไม่ออกว่าพระแท้หรือเก๊ครับ อาจเพราะไม่เคยเห็นพระองค์จริงได้แต่จินตนาการเอาว่าอย่างนั้น อย่างนี้จึงต้องรบกวนอาจารย์ช่วยวิเคราห์พระสมเด็จองค์นี้ด้วยครับ ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ
ภาพด้านหลังครับ
เก๊ตาเปล่าครับ ทั้งเนื้อและพิมพ์มั่วมาก
ขอบคุณครับอาจารย์ องค์นี้เป็นตัวอย่างองค์หนึ่งสำหรับผมครับ เป็นผลมาจากการดูภาพและตำราจากหนังสือพระเครื่องต่าง ๆ ที่ตีพิมพ์ซึ่งล้วนแล้วแต่การนำพาไปให้คิดว่าเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ด้วยการจินตนาการทั้งสิ้นครับ เพราะขาดประสบการณ์ ไม่เคยเห็นองค์จริง เนื้อจริง และความเก่าที่เกิดขึ้นบนองค์พระจริง ๆ ก็เลยได้แค่จินตนาการครับ
จึงต้องพึ่งพาท่านอาจารย์ชี้ทางเดินที่ถูกทาง เพื่อพัฒนาสายตาหาพระสมเด็จแท้ ๆ ซักองค์ใว้บูชาครับ อันจะใช้เงินเช่าหามาในราคาสูง ๆ ก็คงได้แต่จะมั่นใจได้แค่ไหนว่าพระที่เช่าหามาเป็นพระที่สมเด็จท่านได้สร้างใว้จริงเพราะเราไม่มีความรู้ ดูไม่เป็น ถ้าเจอผู้ที่มีความรู้ความชำนาญจริงก็รอดไป แต่ถ้าเจอผู้ที่หวังผลด้านเงินตรามากกว่าความแท้ของพระองค์นั้นล่ะ ท้ายสุดก็ต้องพึ่งตนเองครับ ความรู้ ความชำนาญและประสบการณ์เท่านั้นครับที่จะเป็นเกราะป้องกันแล้วสิ่งต่าง ๆ ข้างต้นจะได้จากที่ไหนครับ ทั้งความรู้และความชำนาญ ก็ต้องพึ่งประสบการณ์ของท่านอาจารย์แล้วครับ
ขั้นที่ 1 ดูพระใหม่ให้เป็น
ก้าวแรก แยกปูนสุกออกจากคราบแป้ง
ก้าวสอง ดูปูนดิบให้เป็น แยกออกจากผิวพลาสติกพ่นเม็ด
ก้าวสาม แยกสีตั้งอิ้วออกจากสีโปะ
พอเป็นแล้ว
ขั้นที่ สอง สาม สี่ ก็หัดดูพระเก่ามากขึ้นตามลำดับ
เรียนเอง ภายใน 1 สัปดาห์จะดูพระเนื้อผง เป็นเลยครับ
ถ้ามาเรียนกับผม วันเดียวก็เป็น
ถ้ามีฐานแล้ว สิบนาทีก็เป็นครับ
ขั้นที่ ห้า หก เจ็ด ดูพิมพ์ แยกวัด แยกผู้สร้าง
ทั้งหมดนี้ ฟรี ไม่มีเงื่อนไขแอบแฝงครับ แค่อยากให้ทุกคนรู้เท่ากันครับ
ผมกำลังศึกษาการดูพระอยู่ครับแต่มีคนบอกว่าถ้าอยากดูเป็นเร็ว ให้ไปหาองค์จริงมาดู ผมก็ไม่รู้จะหาที่ไหน ก็เลยอยากไห้ท่าน ดร ถ่ายรูปพระสมเด็จของแท้ลงให้ดูหน่อยได้ไหมครับ ขอคำอธิบายด้วยว่า ดูตรงไหนยังไงดีครับ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
ดูองค์จริงก็ยังไม่รู้ครับ ต้องมีฐานความรุ้ และความตั้งใจด้วยครับ
บางคนแขขวนองค์จริง แต่ก็ยังเล่นพระเก๊ครับ
ของผมไปดูในเฟสบุคเลยครับ
จะให้เร็วโทรมาคุยDTAC 0897119684 AIS 0811832323 ชั่วโมงเดียวได้ความรู้ แต่จะได้พระไมต้องอยู่กับวาสนา
แต่ถ้าเล่นพระใหม่ๆไปก่อน จะเป็นเร็วและไม่พลาดครับ
ผมมีพระสมเด็จของจริง...แต่ผมต้องการออกตัวติดต่อใครได้ครับ...รับรองทันยุคท่าน100%...ผมเคยถามเซียนที่บ้านแล้วเขาบอกของจริงครับ...เซียนที่บ้านบอกผมว่าถ้าใครถามซื้อ..บอกไปเลยสิบล้านบาท..แต่ผมไม่รู้ว่าใครสนใจผมเลยอยากให้ ดร ช่วยเช็คอีกทีครับ...และหาที่ออกให้ผมด้วยครับ....
ส่งรูปมาดูระดับความงามก่อนครับ เพราะราคาขึ้นอยู่กับระดับตลาดและคนขายครับ
ความสวยจะกำหนดตลาดและราคาครับ
ช่วยดูให้หน่อยครับว่าจริงหรือปลอม
นี่คือรูปครับ
คงจะมีปัญหาในเนต
ส่งรูปมาทางเมล์ดีกว่ามั้งครับ [email protected]
หรือ ดูเองตามหลักการที่ให้ไว้
สงสัยอะไรก็โทรมาถามได้ครับ
ผมสังเกตว่าท่านใช้หูดูพระนะครับ
ทางที่ดีกว่า คือ
การเล่นพระอย่าใช้หูดูพระครับ อันตรายทั้งขึ้นทั้งล่องครับ
สวัสดีปีใหม่ครับอาจารย์ พยายามดูพระใหม่อยู่ครับอาจารย์ ยอมนับหนึ่งใหม่ครับเพื่อเดินไปในทางที่ถูกต้องครับ ผมส่งรูปทางอีเมล์ไป 2 รูปครับ รบกวนอาจารย์ชี้แนะด้วยครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ
อีกนิดครับอาจารย์ พระเนื้อปูนดิบใหม่ ๆ ต้องเช่าหาพระของสำนักไหน วัดอะไรครับที่พอจะเป็นตัวอย่าง
สวัสดีปีใหม่ ครับท่านอาจารย์ ขอขอบพระคุณมากที่ท่านอาจารย์ได้มอบวิชาความรู้ชุดนี้ให้กับผมและท่านอื่นๆทั้งในเวปและหนังสือที่ท่่านอาจารย์เขียน ทำให้ผมเริ่มมีแนวทางตามลอยพระสมเด็จ อย่างมั่นใจขึ้นมากครับ และผมตามลอยมาได้ 1 องค์ได้ส่งรูปให้ท่านอาจารย์พิจารณาทาง mail แล้ว ผมอยากให้อาจารย์ช่วยพิจารณาด้วยครับ ว่าผ่านมั๊ย
ขอภาพชัดๆครับ