เมื่อดูผ่าน ๔ ข้อนี้แล้ว โอกาสพลาดจะน้อยมาก ไม่เกิน ๕%

วันนี้ผมได้มีโอกาสทบทวนความรู้ และพยายามหาข้อเปรียบเทียบ

ระหว่าง พระสมเด็จวัดระฆัง กับ พระโรงงาน ระดับฝีมือจัด (ที่น่าจะมีผู้ที่มีความรู้ระดับเซียนวิชามารเป็นที่ปรึกษา ถ้าไม่เป็นเจ้าของโรงงานเสียเอง จึงทำได้คล้ายคลึงมากขนาดนั้น)

โดยใช้เทคนิคการส่องดูลักษณะของผิวด้วยกล้องจุลทรรศน์

  • ที่สามารถมองเห็นรายละเอียดขององค์ประกอบของผิวองค์พระได้
  • แบบเน้นการวิเคราะห์ความรู้เชิงเปรียบเทียบ
  • เน้นหาจุดที่ช่างโรงงานยังทำไม่ได้
  • โดยเฉพาะมิติการเปลี่ยนแปลงของผิว ที่ต้องอาศัย "เวลา" เป็น ๑๐๐ ปี ไม่สามารถเร่งรัด หรือทำให้เกิดทันทีได้
  • ถึงแม้บางอย่างอาจจะพอทำได้บ้าง (ที่อาจต้องใช้เวลาอีกนิดหน่อย) แต่คาดว่าเจ้าของโรงงานและช่างยังชะล่าใจ ยังไม่ทำ เพราะของเก่าที่ทำมาแบบฝีมือหยาบๆ (ไม่ต้องถึงระดับฝีมือจัด) ก็ยังขายได้ดีอยู่
  • แบบที่หนังสือทั่วไปชอบเขียนว่า "ความเป็นธรรมชาติ" ที่ตีความแบบคลุมเคลือ และเป็นจุดช่องทาง "หากิน" ของเซียนวิชามาร นักจัดประกวด และนักออกใบรับรองพระ
  • ที่ต้องอาศัยความเข้าใจทั้งในเชิงวิวัฒนาการของมวลสารต่างๆที่น่าจะเป็น และปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น และที่เหลืออยู่ให้เห็นได้ด้วยสายตาในปัจจุบัน
  • เพื่อหาแนวทางสร้างคำแนะนำสำหรับนักส่อง“มือใหม่” ที่สายตายังไม่เฉียบคมพอที่จะใช้ประสบการณ์ระดับ “ชอบ ไม่ชอบ” แบบเซียนใหญ่ได้

 

 

ตัวอย่าง พระสมเด็จ

ที่มีผิว ผงแป้ง และพิมพ์แบบ "แท้ดูง่าย" ในทุกมิติ ใช้เป็น "องค์ครู" ได้อย่างดี

 

 

ที่จำเป็นต้องอาศัยการดูลักษณะขององค์พระ แบบแยกทีละประเด็นดังนี้

 

  1. ความฉ่ำของผิว ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
    • พระสมเด็จดูไกลจะแห้ง ดูใกล้จะฉ่ำแบบไล่อายุ ทั้งเนื้อใหม่เก่าปะปนแต่อยู่ด้วยกันอย่างเป็นระบบ ที่แม้จะแก่ผง เนื้อแห้งอย่างไร ก็จะต้องมีส่วนที่ฉ่ำเปียกอยู่บ้างบางส่วน และควรมีคราบน้ำมันตังอิ๊วอยู่แบบกระจายตามผิวเก่าแบบประปราย มีลักษณะเป็นสายธาร
    • พระโรงงานมักจะแห้งเมื่อดูใกล้ หรือไม่ก็ ฉ่ำมันทั้งองค์แบบผิวอายุเดียว อาจมีคราบสีน้ำตาล "โปะ" เลียนแบบคราบน้ำมันตังอิ๊ว ที่ทำไว้เป็นกองๆ ปื้นๆ ไม่มีที่มา
  2. บ่อน้ำตา ฟองเต้าหู้ รูน้ำตา ลำธารน้ำตา และคราบน้ำตา

    • พระสมเด็จจะมีรูน้ำตา ที่มีคราบน้ำตาแบบเนียนเรียบอยู่รอบๆ มีการพอกของเนื้อใหม่ตามขอบของรอยแยก ทำให้ขอบรอยแยกมีทั้งความฉ่ำ และมน แบบไล่ระดับอายุ เป็นสายธารคราบน้ำตา ที่อาจยังมีรูน้ำตาชัดเจนเป็นโพรง ที่เรียกว่ารูปลายเข็ม ยังไม่อุดตัน
      หรือมีลักษณะคล้ายโพรงปากถ้ำ รูปร่างไม่แน่นอน ขอบมน ผิวดูเปียกๆ
    • พระโรงงานจะทำเลียนแบบ ให้มีลักษณะคล้ายหลุม (ไม่มีรูโพรง ไม่เป็นรูเข็ม) และมีคราบโปะขาวๆแห้งๆ เลียนแบบสายธารน้ำตา แบบอายุเดียว กองอยู่ใกล้ๆ ไม่มีลักษณะของสายธารน้ำตา ไม่ฉ่ำ
  3. ผงแป้งตามซอก และขุม ขององค์พระ

    • พระสมเด็จวัดระฆัง ที่ยังไม่ถูกล้าง จะมีผงขาวๆแบบ “คราบเหงื่อแห้งๆ” ที่แท้จริงก็คือ เกล็ดผลึกปูน มีลักษณะเป็นเกล็ด พลิกหาแสงจะเห็นความแวววาว กระจายตัวดี แบบบางๆ สม่ำเสมอทั้งองค์ โดยเฉพาะจุดที่เป็น “ขุม” ที่ไม่ถูกสัมผัส
      หรือผ่านการล้าง
    • พระโรงงานมักจะมีลักษณะเป็นผงแป้งโรย หรือคราบแป้งละเอียด ทาในร่อง ที่มีลักษณะเป็น “ฝุ่น” เป็นปื้นๆ โปะเป็นกองๆ ติดผิวองค์พระ
      และมักกระจายไม่สม่ำเสมอ หนาบ้างบางบ้าง ตามความลึกของผิว รอยแยก หรือ “ขุม” ที่องค์พระ
  4. พิมพ์ทรง ที่ส่วนใหญ่พระโรงงานฝีมือจัด ทำได้หมดแล้ว

    • พระสมเด็จจะล่ำสัน ศิลปะคมเฉียบ เส้นซุ้มใหญ่หนา เสมอ แบบหวายผ่าซีก
    • พระโรงงานบางองค์จะตื้น บิดเบี้ยว และอาจมีบางจุดเพี้ยนจากศิลปะมาตรฐาน

 

เมื่อดูผ่าน ๔ ข้อนี้แล้ว โอกาสพลาดจะน้อยมาก ไม่เกิน ๕% 

แต่อย่างไรก็ยังต้องอาศัยความ “เคยชิน” และ "ความเข้าใจ" ที่จะนำไปสู “ทักษะ และ "ความชำนาญ" ในที่สุด

จนสามารถเข้าใจคำว่า "ธรรมชาติ" ได้

และมั่นใจในพระสมเด็จที่เรามี ตามหลักวิชาการของ "การพัฒนาการตามธรรมชาติ"

ท่านก็จะมีโอกาสรอดพ้น "กรงเล็บ" ของเซียนวิชามาร ที่จะคอยมองท่านเป็นเหยื่อ ทั้งขาขึ้นและขาลง

ที่จะทำให้ท่านเสียเงินให้เขาโดยท่านไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา

  • เพราะตามความจริงนั้น พระสมเด็จก็คือพระสมเด็จ พระโรงงานก็คือพระโรงงาน ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ความสวย ความงามที่มีก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้
  • รวมทั้งการที่ท่านต้องซื้อพระที่มีแพงเกินจริง 
  • หรือ แม้เสียเงินเปล่าๆ ไปซื้อพระโรงงาน ที่หลายท่านคงเคยโดนมาแล้ว (รวมทั้งผมด้วย) แบบไม่ได้ประโยชน์อะไร 
  • การขายได้ราคาถูกกว่าที่ควรจะได้
  • เสียเงิน เสียเวลา เสียความรู้สึกในการเข้าประกวดพระ ที่เป็นการหาเงินของเขาที่ไม่มีประโยชน์ที่เป็นจริง นอกจากการปั่นกระแสให้เราหลงทางตามกับดัก จนกลายเป็น "เหยื่อ" ของเขา และ
  • เสียเงินค่าใบรับประกัน ที่เมื่อเรารู้แล้วก็ไม่จำเป็นต้องมีใบรับประกัน

จึงขอให้ทุกท่านพัฒนาความรู้แบบใจเย็นๆ ค่อยเป็นค่อยไป

และขอให้ท่านโชคดี

ปลอดภัยจาก "กรงเล็บ" ผลประโยชน์ของเซียนวิชามาร และ การหยิบพระโรงงานมาถมบ้าน ครับ