ชื่อเรื่อง : การพัฒนาความสามารถด้านการคิดแก้ปัญหา โดยใช้รูปแบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น ประกอบแบบฝึกทักษะ เรื่อง ระบบต่าง ๆ ในร่างกายของมนุษย์ ส าหรับ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาความสามารถด้านการคิดแก้ปัญหา โดยใช้รูปแบบวัฏจักรการเรียนรู้7 ขั้น ประกอบแบบฝึกทักษะ เรื่อง ระบบต่าง ๆ ในร่างกายของมนุษย์ ส าหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2ผู้วิจัย : นางจันทรัสม์ บุบผา
ต ำแหน่ง : ครู วิทยฐานะ ครูช านาญการ โรงเรียนงัวบาวิทยาคมปีกำรศึกษำ : 2561บทคัดย่อการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะ เรื่อง ระบบต่าง ๆ
ในร่างกายของมนุษย์ ส าหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีประสิทธิภาพ (E1/E2) ตามเกณฑ์ 80/802) ศึกษาค่าดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะ เรื่อง ระบบต่าง ๆ ในร่างกายของมนุษย์ ส าหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 3) เปรียบเทียบความสามารถในการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น ประกอบแบบฝึกทักษะ เรื่อง ระบบต่าง ๆ ในร่างกายของมนุษย์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ก่อนเรียนและหลังเรียน 4) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น ประกอบแบบฝึกทักษะ เรื่อง ระบบต่าง ๆ ในร่างกายของมนุษย์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ก่อนเรียนและหลังเรียน และ 5) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการเรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น ประกอบแบบฝึกทักษะ เรื่อง ระบบต่าง ๆ ในร่างกายของมนุษย์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จ านวน 30 คน ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนงัวบาวิทยาคม สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบฝึกทักษะ เรื่อง ระบบต่าง ๆ ในร่างกายของมนุษย์ จ านวน 7 ชุด แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น จ านวน 11 แผน แบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดแก้ปัญหา ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จ านวน 20 ข้อ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จ านวน 30 ข้อ และแบบสอบถามวัดความพึงพอใจ จ านวน
26 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบสมมุติฐานใช้ One Sample t test และ t-test (Dependent Samples)

วิกิเพจหมายเลข: 522