ฯพณฯสุขวิช รังสิตพล

’’’ สุขวิช รังสิตพล ‘’’ นักการเมืองผู้ปฏิรูปการศึกษาไทยและทำให้เด็กไทยได้เรียนฟรี https://web.archive.org/web/20130913125221/http://www.kruwandee.com/news-id7133.html รวมทั้งอนุมัติให้โรงเรียนในประเทศไทยเป็นนิติบุคคล School - Based Management ภายหลังมีการบัญญัติคำว่า โรงเรียนนิติบุคคล คือโรงเรียนที่จัดซื้อจดจ้าง จัดบรรจุบุคคลกรเอง มีบันทึกว่าประเทศไทยใช้ระบบนี้เมื่อปี 1997 หรื 2540 ในสมัยรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการชื่อ ‘’’ สุขวิช รังสิตพล ‘’‘ https://link.springer.com/article/10.1007/s11159-004-2624-4

’’’[[สุขวิช รังสิตพล]]’’’ อดีต[[รองนายกรัฐมนตรี]] และ[[รายนามเสนาบดีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ]] อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร [[กรุงเทพมหานคร]] สังกัด[[พรรคความหวังใหม่]] และ[[พรรคไทยรักไทย]]

== ประวัติ ==‘’’[[สุขวิช รังสิตพล]]’'’เกิดเมื่อวันที่ [[5 ธันวาคม]] [[พ.ศ. 2478]] เป็นบุตรของนายสมบูรณ์ กับนางจินตนา รังสิตพล สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาการเมืองการปกครอง จาก[[คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์|คณะรัฐศาสตร์]] [[มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]] เมื่อปี พ.ศ. 2503[http://www.khonthai.com/Election/Result/SS/0001200050003.html ประวัติผู้สมัคร ส.ส.] และได้รับปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จาก[[มหาวิทยาลัยรามคำแหง]] และศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยแห่งฟิลิปปินส์

ด้านชีวิตส่วนตัว นายสุขวิช สมรสกับนางผิวผ่อง ณรงค์เดช มีบุตร-ธิดา 3 คน* พันโทหญิง [[ฐิฏา รังสิตพล มานิตกุล]] อดีตโฆษกกระทรวงกลาโหม และอดีต[[สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร]] สมรสกับนายสิทธินันท์ มานิตกุล* รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิง นาวาตรีหญิง ดร. ฐิติพร รังสิตพล สุวัฒนพงศ์เชษฐ ร.น. สมรสกับ นายแพทย์สุบรรณ สุวัฒนพงศ์เชษฐ* ดร.ณัฐพล รังสิตพล สมรสกับ นางไรรัตน์ (สุวรรณรักษ์) รังสิตพล

==การศึกษา==* รัฐศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (รุ่นที่ 9)* [[วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร]] (รุ่นที่ 32)* Master of Business Administration https://www.pagalguy.com/discussions/asian-institue-of-management-sy-2010-mba-mm-intake-25044699/5664679

==การทำงาน==* 2500-2535 บริษัทน้ำมันคาลเท็กซ์ประเทศไทย* 2536-2537 ผู้ว่าการการทางพิเศษ* 2537 ประธานกรรมการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน

===ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ===‘’’[[สุขวิช รังสิตพล]]’'’ได้วางมาตรฐาน ราคาทางด่วนต้องไม่เกินกิโลเมตรละ 500 ล้านบาท และต้องมีทางเลียบทางด่วน ไว้ 300 กิโลเมตร ซึ่งไม่สามารถทำได้สำเร็จหลังจากการลาออก ของนายสุขวิช รังสิตพลhttp://www.lnwcars.com/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%92%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B0/

http://edge200.bugaboo.tv/index.php

===ประธานองค์การรถไฟฟ้ามหานคร ===* วางแผนแม่บทรถไฟฟ้า ใยแมงมุม 300 กิโลเมตรในกรุงเทพมหานคร* วางแผนแม่บทรถไฟความเร็วสูงระหว่างเมือง

== งานการเมือง ==

’’’[[สุขวิช รังสิตพล]]’'’เป็นสมาชิกวุฒิสภา ในปี [[พ.ศ. 2530]]{{Cite journal title=สมาชิกวุฒิสภา url= http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2530/A/074/1.PDF journal=Royal Thai Government Gazette volume=104 issue=74 date=19 April 1987 page=4}} และ [[พ.ศ. 2535]] เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. 2534 และเป็นสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร สังกัด[[พรรคความหวังใหม่]] ในปี [[พ.ศ. 2539]] และ หลังจากการยุบรวมพรรคหลังการเลือกตั้ง พ.ศ. 2544 สังกัด[[พรรคไทยรักไทย]]

===รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ===

’’’[[สุขวิช รังสิตพล]]’’’ เมื่อดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้ความเห็นชอบในการจัดตั้งโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทย โดยประกาศจัดตั้งโรงเรียนเมื่อ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2539 ขณะสถาปนาโรงเรียนมีชื่อว่า “โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในวาระเสด็จสวรรคตในปี2538 ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานตราประจำโรงเรียน และชื่อโรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติใหม่ว่า “โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์” ตามด้วยชื่อจังหวัดที่โรงเรียนตั้งอยู่ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ มี 12 แห่งทุกเขตการศึกษาในประเทศไทย

ในขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีนโยบายส่งเสริมให้ตำบลทุกตำบลของประเทศไทยได้มีโอกาสจัดการศึกษาถึงระดับมัธยมศึกษาเป็นครั้งแรกเพื่อรับเด็กที่ไม่มีที่เรียนต่อประมาณ 3 ล้านคนทั่วประเทศ มีการประกาศจัดตั้ง[[โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี]] และ[[โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ชลบุรี]] รวมทั้งยกฐานะวิทยาลัยเกษตรทั่วประเทศ 43 แห่ง ให้เป็นวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี รับเด็กนักเรียนจากโรงเรียนขยายโอกาส ยกเว้นค่าเล่าเรียน 3 ปีพร้อมทั้งให้เงินอุดหนุนแก่เด็กนักเรียน 5,000 บาท และประกาศจัดตั้งวิทยาลัยการอาชีพ 50 แห่งทั่วประเทศ ในวันที่18 มิถุนายน 2540

มีการประกาศจัดตั้งศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนในกรุงเทพมหานคร และภายในปี 2540 จัดตั้งและพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนการศึกษานอกโรงเรียนให้เรียนภาษาอังกฤษ และ คอมพิวเตอร์ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต รวมทั้งเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติจัดตั้งสถาบันราชภัฏ 5 แห่ง คือ [[สถาบันราชภัฏกาฬสินธุ์]] [[สถาบันราชภัฏชัยภูมิ]] [[สถาบันราชภัฏนครพนม]] [[สถาบันราชภัฏร้อยเอ็ด]] และ[[สถาบันราชภัฏศรีสะเกษ]]

ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหาร[[พรรคไทยรักไทย]]ซึ่งถูกยุบใน[[คดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549]][http://www.moneychannel.co.th/Menu6/BreakingNews/tabid/98/newsid533/22585/Default.aspx เปิดรายชื่อ ทั้ง 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นระยะเวลา 5 ปี !!!]

ปัจจุบัน นายสุขวิช ได้เว้นวรรคภายหลังจากพ้นถูกตัดสิทธิทางการเมืองเนื่องจากมารดาถึงแก่กรรม และเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์[http://www.siamintelligence.com/111-return-subtle-impact/ การกลับมาของบ้านเลขที่ 111 ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงที่ “หลังฉาก”]

===การศาสนา===

’’’[[สุขวิช รังสิตพล]]’'’ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สนับสนุนให้มีการผลักดัน[[พระราชบัญญัติ]][[มหาวิทยาลัย]]ขึ้นเป็นการเฉพาะ การศึกษาของคณะสงฆ์ไทยที่จัดการศึกษาในรูปแบบ[[มหาวิทยาลัย]][[พระพุทธศาสนา]] เป็นสถาบันการศึกษาทาง[[พระพุทธศาสนา]] ในปี2540ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทาวงศึกษาเสนอ[[พระราชบัญญัติ]][[มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย]]พ.ศ. 2540ฝ่าย([[ธรรมยุตินิกาย]]) และ[[พระราชบัญญัติ]][[มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย]]พ.ศ. 2540ฝ่าย([[มหานิกาย]])

===การปฏิรูปการศึกษา ===

https://web.archive.org/web/20181103131226/http://www.moe.go.th/moe/upload/news_research/htmlfiles/23069-8384.html

เมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2540 นายสุขวิช รังสิตพล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป้นผู้ประกาศนโยบาย “พฤษภาคม 2540 เด็กไทยทุกคนต้องได้เรียน” ว่า{{คำพูด|เพื่อให้นโยบายการศึกษาพื้นฐาน 12 ปี เป็นผลต่อเนื่องอย่างจริงจัง กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ขยายบริการการศึกษาให้กว้างขวาง เพื่อให้การศึกษา 12 ปี เป็นการศึกษาที่มีคุณภาพเป็นสากล ขยายบริการให้ครอบคลุมกลุ่มประชากรอายุ 18 ปี โดยจะจัดโปรแกรมการเตรียมความพร้อม เด็กเล็กอายุ 2 - 3 ขวบ และ3 - 5 ขวบ สำหรับชั้นอนุบาล ให้มีศูนย์เด็กเล็ก ศูนย์พัฒนาเด็ก เพื่อเตรียมความพร้อมด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และเตรียมความพร้อม เด็กอนุบาลเรียนต่อระดับประถม เพื่อเป็นพื้นฐานยกระดับการศึกษาในระดับประถม มัธยม และอุดมศึกษา ส่วนเด็กอายุ 6 - 11 ปี ก็จะได้รับการศึกษาภาคบังคับ สำหรับเด็กอายุ 15 - 17 ปี ที่ไม่มีโอกาศเรียนจนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือประกาศนียบัตร ก็จะได้รับการศึกษาต่อในระดับนี้ต่อไป เพื่อผลักดันให้นโยบายและแนวทางดังกล่าวเป็นจริง ในปีงบประมาณ 2540 แม้สถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการทุกแห่งได้รับสมัคร และกำหนดวิธีดำเนินการเพื่อให้ได้เด็กเข้ามาเรียนตามเป้าหมายไปแล้ว ซึ่งมีทั้งการคัดเลือก การจับฉลาก การสอบคัดเลือก และการให้โอกาสในรูปแบบต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสถานศึกษาจะได้เด็กตามเป้าหมาย ตามแผนที่กำหนดไว้ในปีการศึกษา 2540 แต่กระทรวงศึกษาธิการเห็นว่าเด็กไทยทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใด สภาพใด หรือในฐานะใด ควรจะได้เรียนหนังสือไม่ว่าจะอยู่ในระบบหรือนอกระบบ ถ้าหากต้องการเรียนหนังสือทุกคน สามารถติคต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่สถานศึกษา หรือโรงเรียนที่อยู่ใกล้บ้าน เพื่อให้เป็นไปตามประกาศที่ว่า “พฤษภาคม 2540 เด็กไทยทุกคนต้องได้เรียน” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงแนวทางการที่จะให้เด็กไทยทุกคนได้เรียน ในเดือนพฤษภาคม 2540 อีกด้วยว่า ได้เชิญอธิบดีและเลขาธิการทุกกรมของกระทรวงศึกษาธิการประชุมปรึกษาหารือและกำหนดแนวทางการรับนักเรียนที่จะเพิ่มเข้ามาทุกระดับชั้นเรียนจากแผนเดิมให้ได้ ที่วิทยาเกษตรกรรมชลบุรี ซึ่งทุกกรมพร้อมปฏิบัติเตรียมการรับมือและได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเร่งสำรวจเพื่อวางแผนการจัดหาที่เรียนให้เด็กตามนโยบายที่ประกาศไว้ต่อไปให้ได้}}

===บันทึกขององค์กรยูเนสโก===

{{cite web|url=https://unesdoc.unesco.org/ark:/48223/pf0000122102_eng|title=Asia-Pacific Regional Consultation on Adult Education, Jomtien, Thailand, 16-18 September 1996: final report|website=Unesdoc.unesco.org หน้า 53-56|accessdate= 31 May 2019}}

{{quote|* ‘'’I strongly believe that, as a citizen of the world, any person has the right to learn ‘’’*and should be entitled to have access to education according to their competency and needs.*It is essential that the government provide educational services that respond to the people’s needs.*Education, therefore, has to be organized in such a way that people from all walks of life can participate in educational activities at levels and times of their preference.*With regard to the learning society, as I mentioned earlier, optimistically, people from all walks of life should be able to have equal access to education according to their needs and potentials.* ‘’’ All sort of boundaries, be their gender, ‘’’ age, socio-economic status, physical or mental disabilities ‘'’have to be eliminated.’’’}}

====รางวัลด้านการศึกษาที่ประเทศไทยได้รับจากยูเนสโก====*ปี 2540 ความสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษาตามแนวความคิดของ ฯพณฯสุขวิช รังสิตพล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการระหว่างปี 2538-2540(1995-1997)ส่งผลให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ได้รับรางวัลในฐานะองค์กรที่ดูแลการปฏิรูปทางการศึกษา (UNESCO - ACEID Award for Excellence in Education) โดยองค์การยูเนสโกและศูนย์พัฒนานวัตกรรมการศึกษาแห่งเอเชีย ในการประชุมนานาชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2540http://unesdoc.unesco.org/images/0011/001135/113535Eo.pdf

*ปี 2541 การศึกษาไทยตกจากอันดับ29 เป็น 39 Bangkok Post (1998) Graft blamed for fall in world ranking: Kingdom slides from 29th to 39th place, Bangkok Post, 3.http://citeseerx.ist.psu.edu/viewdoc/download?doi=10.1.1.471.4916&rep=rep1&type=pdf1998, educational expenditure per head will be adjusted according to the Ministry of Finance’s regulations:-

kindergarten 2,150 baht,primary 3,000 baht,lower secondary 4,000 baht andupper secondary 4,100 baht and upper secondary 4,100 baht per head per year.only released 160 baht in 1995, 170 baht in 1996 and 270 baht in 1997 for every primary school pupil annually.</ref>ประเทศไทยได้รับการมอบเหรียญ Comenius นายแพทย์ [[ประเวศ วะสี]] ได้รับเหรียญ Comenius และประกาศนียบัตรจากยูเนสโก ในฐานะที่ประเทศไทยนำการศึกษามาเป็นเครื่องมือสนับสนุนให้เกิดการพัฒนามนุษย์ เชื่อมโยงการศึกษาให้เข้ากับภาคอื่นของสังคม และประเทศไทยมีการสนับสนุนการพัฒนาสถานภาพครูhttp://ebooks.dusit.ac.th/sdubook/ob-book.nsp?view=IKNOW&db0=JournalEducationalPrintedMedia&cid_bookid=200311271333262960000001353&cid_chapid=10000000001&sortfield=recid&sortorder=ASCENDING&numresults=10000

วิกิเพจหมายเลข: 516