ศูนย์ช่วยเหลือสังคม

โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด

นิยาม “เด็กแรกเกิด” หมายความว่า เด็กที่มีสัญชาติไทยและเกิดตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๘ เป็นต้นไป จนอายุครบหกปี ซึ่งอาจเป็นผู้ได้รับเงินสงเคราะห์เป็นครั้งคราว หรือเบี้ยความพิการ หรือ เงินสงเคราะห์บุตรจากกองทุนประกันสังคม ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นผู้ได้รับเงินช่วยเหลือในการเลี้ยงดูบุตร จากหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรืออยู่ในความอุปการะของหน่วยงานของรัฐ หรือเอกชน

“หญิงตั้งครรภ์” หมายความว่า หญิงผู้ตั้งครรภ์ที่มีสัญชาติไทย และอาศัยอยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้น้อย

“ครัวเรือนเด็กแรกเกิด” หมายความว่า เด็กแรกเกิดและสมาชิกที่อาศัยอยู่รวมกันในบ้านเดียวกัน เป็นลักษณะครอบครัว โดยมีความสัมพันธ์เป็นเครือญาติทางสายโลหิตหรือการอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา หรือด้วยเหตุอื่นตามกฎหมาย แต่ไม่นับรวมลูกจ้างของครัวเรือน

คุณสมบัติเด็กที่มีสิทธิ์ฯ เด็กที่มีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด มีคุณสมบัติดังนี้1. มีสัญชาติไทย2. อาจเป็นผู้ได้รับเงินสงเคราะห์เป็นครั้งคราว หรือเบี้ยความพิการ หรือเงินสงเคราะห์บุตรจากกองทุนประกันสังคม 3. ต้องไม่เป็นผู้ได้รับความช่วยเหลือในการเลี้ยงดูจากหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรืออยู่ในความอุปการะของหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน 4. ต้องอาศัยอยู่กับผู้ปกครองที่อยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้น้อย5. เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558 เป็นต้นไปจนอายุครบ 6 ปี ดังนี้5.1 กลุ่มเดิม เด็กที่เกิดในปีงบประมาณ 2559 – 2561 (วันที่ 1 ตุลาคม 2558 – วันที่ 30 กันยายน 2561) และเป็นผู้ที่เคยได้รับสิทธิ์ มีสิทธิ์ได้รับเงินต่อเนื่องจนอายุครบ 6 ปี • ถ้าเด็กอายุครบ 3 ปีบริบูรณ์ ได้รับเงินอุดหนุนต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2561 จนครบ 6 ปี • ถ้าเด็กอายุยังไม่ครบ 3 ปีบริบูรณ์ ได้รับเงินอุดหนุนต่อเนื่องจนครบ 6 ปี5.2 กลุ่มใหม่ • เด็กที่เกิดในปีงบประมาณ 2559 – 2561 (วันที่ 1 ตุลาคม 2558 – วันที่ 30 กันยายน 2561) ที่มีคุณสมบัติครบ และไม่เคยได้รับสิทธิ์ ผู้ปกครองต้องไปลงทะเบียนที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หากเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน ให้ได้รับเงินตั้งแต่เดือนที่ลงทะเบียนจนถึงมีอายุครบ 6 ปี• เด็กแรกเกิดที่เกิดในปีงบประมาณ 2562 (วันที่ 1 ตุลาคม 2561 – วันที่ 30 กันยายน 2562)o กรณีผู้ปกครองมายื่นขอรับสิทธิ์ ภายในวันที่ 30 กันยายน 2562 มีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุนฯ เดือนละ 600 บาทต่อคน นับตั้งแต่เดือนที่เด็กเกิดจนถึงอายุครบ 6 ปี o กรณีผู้ปกครองมายื่นขอรับสิทธิ์ หลังจากวันที่ 30 กันยายน 2562 มีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุนฯ เดือนละ 600 บาท/คน นับตั้งแต่เดือนที่ผู้ปกครองยื่นขอรับลงทะเบียน จนถึงอายุครบ 6 ปี • เด็กที่เกิดตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป มีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุนฯ นับตั้งแต่เดือนที่ผู้ปกครองยื่นขอรับลงทะเบียน

คุณสมบัติผู้ปกครองคุณสมบัติผู้ปกครองที่มีสิทธิ์ลงทะเบียนขอรับเงินอุดหนุนฯ มีคุณสมบัติ ดังนี้1. ผู้ปกครอง หมายถึง บิดา มารดา หรือบุคคลอื่น ซึ่งรับเด็กแรกเกิดไว้ในความอุปการะเลี้ยงดูอย่างบุตรและเด็กแรกเกิดพักอาศัยรวมอยู่ด้วย2. บิดา / มารดาเด็กมีสัญชาติไทย กรณีมารดาเป็นคนต่างด้าว หรือไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์ หรือเสียชีวิต อนุโลมให้บิดาเด็กสัญชาติไทยตามสูติบัตร ลงทะเบียนแทนมารดาเด็กได้3. ครัวเรือนเด็กแรกเกิดที่มีรายได้รวมเฉลี่ยไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ต่อคน ต่อปี ทั้งนี้ ให้นับรวมรายได้ในรอบปีของสมาชิกทุกคนที่อาศัยอยู่ในครัวเรือน แห่งนั้นติดต่อกันมาไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันในรอบปีที่ผ่านมา4. กรณีบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง เป็นผู้เลี้ยงดูเด็กแรกเกิด มาลงทะเบียน ให้พิจารณา ดังนี้

ผู้ลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้รับรองสถานะครัวเรือน (ดร.02) ลงทะเบียนได้ที่บิดา มารดา    ไม่ต้องมีผู้รับรอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสำนักงานเขต ที่เด็กแรกเกิดอาศัยอยู่   ไม่ต้องมีผู้รับรอง   ไม่ต้องมีผู้รับรอง   ไม่มี ต้องมีผู้รับรอง   มีคนใดคนหนึ่ง ต้องมีผู้รับรอง ผู้ปกครองไม่ใช้บิดามารดา ไม่ต้องพิจารณา ต้องมีผู้รับรองจำนวน 2 คน

กรณีหญิงตั้งภรรภ์ หญิงตั้งครรภ์ เมื่อคลอดบุตรแล้วให้ยื่นสูติบัตรเด็กแรกเกิดภายใน 30 วัน นับจากวันที่เด็กเกิด หากมีการยื่นหลังกำหนดระยะเวลา ให้นับวันที่ลงทะเบียนที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และให้ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติกระบวนการต่อไป อปท. ที่หญิงตั้งครรภ์อาศัยอยู่

วิธีการคำนวณรายได้ฯ การคำนวณรายได้ของครัวเรือนเด็กแรกเกิดที่มีรายได้น้อยรวมเฉลี่ยไม่เกิน 100,000 บาท ต่อคน ต่อปี ทั้งนี้ให้นับรวมรายได้ในรอบปีของสมาชิกทุกคนที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนแห่งนั้นติดต่อกันมาไม่น้อยกว่า 180 วันในรอบปีที่ผ่านมา วิธีการคำนวณรายได้เฉลี่ยของครัวเรือนรายได้ของสมาชิกในครัวเรือนของเด็กแรกเกิดรวมกันทั้งหมด

โดยไม่นับรวมรายได้ของสมาชิกที่อยู่น้อยกว่า 180 วัน ต่อปี และไม่นับลูกจ้างเป็นสมาชิกของครัวเรือน

ตัวอย่าง เด็กแรกเกิดที่อยู่ในความอุปการะของครัวเรือนที่มีรายได้น้อย หมายถึง ครอบครัวที่มีรายได้เฉลี่ยของสมาชิกไม่เกิน 100,000 บาท ต่อคน ต่อปี ซึ่งเด็กอาจอยู่ในครอบครัวขยาย ดังนี้ มารดา บิดา บุตรอายุ 6 ปี เด็กแรกเกิด ปู่ ย่า ตา ยายจำนวนสมาชิกที่อยู่ด้วยกัน   -    - -รายได้ของสมาชิกต่อเดือน - 12,000 -  10,000 10,000 - -รายได้ของสมาชิกต่อปี - 144,000 - - 120,000 120,000 - -การคิดค่าเฉลี่ยต่อครัวเรือน = 144,000 + 120,000 + 120,000 = 384,000 = 76,800 บาท /คน /ปี 5 5

การคำนวณรายได้เฉลี่ยของครัวเรือน ครอบครัวมีสมาชิกทั้งหมด 5 คน โดยในครอบครัวมีสมาชิก ที่มีรายได้ 3 คน คือ บิดา ปู่ และย่า ดังนั้นครอบครัวมีรายได้รวมทั้งหมด 384,000 บาท ต่อปี เมื่อนำมาหารกับจำนวนสมาชิกทั้งหมด 5 คน ผลที่ได้ คือ ครอบครัวที่มีรายได้เฉลี่ยของครัวเรือน 76,800 บาท ต่อคน ต่อปี  ซึ่งไม่เกิน 100,000 บาท ต่อคน ต่อปี จึงมีสิทธิ์ขอรับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด

ขั้นตอน/เอกสารขั้นตอนการลงทะเบียน และตรวจสอบสิทธิโครงการเงินอุดหนุนฯ 1. ลงทะเบียนขอรับสิทธิ์2. รับรองสถานะของครัวเรือนที่มีรายได้น้อย3. ประกาศรายชื่อ และบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบฐานข้อมูล4. ตรวจสอบสิทธิ์และการสิ้นสุดสิทธิ์5. จ่ายเงินและติดตามการพัฒนาการเด็ก

เอกสารลงทะเบียนขอรับสิทธิโครงการเงินอุดหนุนฯ

ลำดับ รายการเอกสาร ตัวจริง สำเนา เงื่อนไข1 บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ถ้ามี) 1 เพื่อพิจารณาว่าผู้ปกครองที่มีสิทธิ์ลงทะเบียน ต้องรับรองสถานะครัวเรือนหรือไม่ 2 บัตรประจำตัวประชาชน 1 3 สูติบัตรเด็กแรกเกิด 1 กรณีหญิงตั้งครรภ์ยื่นแบบคำร้องขอลงทะเบียน เมื่อคลอดบุตรแล้ว ให้ยื่นสูติบัตรเด็กแรกเกิดภายใน 30 วัน นับจากวันที่เด็กเกิด หากยื่นหลังกำหนดระยะเวลาให้นับวันที่ลงทะเบียนหลังจากวันที่ได้รับเอกสารครบถ้วนเป็นหลักในการพิจารณาให้เงินอุดหนุน หลังจากนั้นให้ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติกระบวนการต่อไป4 สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก (หน้าแรก) 1 5 หน้าสมุดบัญชีเงินฝากของผู้ที่มีสิทธิ์ขอรับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด 1 1) ประเภทบัญชีออมทรัพย์ สะสมทรัพย์ และเผื่อเรียกเท่านั้น ของธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารออมสิน หรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร2) เว้นแต่กรณีที่มีการผูกบัญชีเงินฝากธนาคารอยู่กับเลขประจำตัวประชาชน (บัญชีธนาคารพร้อมเพย์) สามารถใช้สำเนาหน้าสมุดบัญชีเงินฝากได้ทุกธนาคาร6 หนังสือมอบอำนาจกรณีที่พ่อแม่ของเด็กไม่สามารถไปลงทะเบียนเองได้ 1 ต้องแนบสำเนาบัตรประชาชนพร้อมรับรองสำเนาของผู้รับอำนาจ

การตรวจสอบสิทธิ การตรวจสอบสิทธิ์ฯ และการสิ้นสุดสิทธิ์รับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด การตรวจสอบสิทธิรับเงินอุดหนุนฯ ดังนี้ 1. ในกรุงเทพมหานคร ตรวจสอบสิทธิได้ ณ สำนักงานเขตที่ลงทะเบียน 2. ในจังหวัดอื่น ตรวจสอบสิทธิได้ ณ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์จังหวัด หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ลงทะเบียน

การสิ้นสุดสิทธิการรับเงินอุดหนุนฯ ในกรณี ดังต่อไปนี้ 1. เด็กแรกเกิดอายุครบ ๖ ปี 2. เด็กแรกเกิดถึงแก่ความตาย 3. ยื่นคำขอสละสิทธิ์เป็นหนังสือ 4. ตรวจพบข้อมูลอันเป็นเท็จ 5. ขาดคุณสมบัติตามระเบียบนี้ เมื่อมีการตรวจพบ หรือมีข้อร้องเรียนตาม (4) หรือ (5) ให้เสนออธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน หรือผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติการตามระเบียบนี้ ระงับการจ่ายเงินจนกว่า จะทราบผลการตรวจสอบ

สถานที่ติดต่อ/สอบถาม1. ณ ที่ทำการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เด็กอาศัยอยู่ปัจจุบัน2. กรณีหญิงตั้งครรภ์อาจยื่นคำร้องลงทะเบียนขอรับสิทธิ์เงินอุดหนุนฯ ณ ที่ทำการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ของหญิงตั้งครรภ์มีภูมิลำเนาอยู่ก็ได้3. กรณีทำงานหรืออาศัยในต่างภูมิลำเนา อนุโลมให้เดินทางไปลงทะเบียน ณ ที่ทำการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ที่อาศัยอยู่จริง

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หมายความว่า กรุงเทพมหานคร ลงทะเบียน ณ สำนักงานเขตเมืองพัทยา ลงทะเบียน ณ ศาลาว่าการเมืองพัทยา ส่วนภูมิภาค ลงทะเบียน ณ เทศบาล หรือ องค์การบริหารส่วนตำบล รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รูปแบบอื่นตามที่กฎหมายกำหนด

สอบถามข้อมูล	สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ทุกจังหวัด	กรมกิจการเด็กและเยาวชน โทรศัพท์ 0 2651 6534 , 0 2255 5850 -7 ต่อ 121 , 122 , 123 , 147	ศูนย์ช่วยเหลือสังคม OSCC โทรศัพท์ สายด่วน 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง	เว็บไซต์ www.dcy.go.th
วิกิเพจหมายเลข: 515
  • เขียนโดย Tawatchai chairat
  • เขียนเมื่อ 
  • แก้ไขเมื่อ