ข้อเสื่อมแพทย์รักษาอย่างนี้

ข้อเสื่อม (Osteoarthritis) เป็นอาการเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อน (Cartilage) ในข้อต่อกระดูก ซึ่งเกิดจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น อายุมากขึ้น มีการใช้งานข้อต่อซ้าๆ เป็นเวลานานๆ เป็นต้น การเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อน จะส่งผลให้กระดูกเสียดสีกัน หรือ เกิดแรงกดมากขึ้น จนทำให้รู้สึกเจ็บบริเวณข้อต่อ และขยับข้อต่อได้ลำบาก หากไม่รีบรักษา อาการอาจรุนแรงขึ้น หรือ เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ โดยทั่วไปแล้ว ข้อเสื่อมมักเกิดกับข้อเข่า ข้อนิ้วมือ สะโพก กระดูกสันหลัง และเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะผู้สูงวัยที่มีอายุมากกว่า 50 ปี

แม้จะไม่มีวิธีใดที่รักษาข้อเสื่อมให้หายขาดได้ จุดประสงค์ของการรักษาจึงมุ่งไปที่การลดและบรรเทาอาการต่างๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับ ระดับความรุนแรงของอาการ รวมถึงการป้องกัน หากแพทย์วินิจฉัยแล้วพบว่าข้อเสื่อมมีอาการไม่รุนแรงมากนัก ผู้ป่วยอาจบรรเทาอาการได้โดย การเลือกสวมรองเท้าที่เหมาะสม ออกกำลังกายเบาๆ เช่น การเดิน การว่ายน้ำ สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากก็ลดน้ำหนัก ใช้อุปกรณ์ช่วยลดอาการตึงบริเวณข้อต่อ หรือ ลดกิจกรรมที่ทำให้มีอาการปวด

ส่วนการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ ดังต่อไปนี้ อาจเป็นไปตามดุลยพินิจและคำแนะนำของแพทย์

  1. การรักษาด้วยยา อาการเจ็บหรือปวดของข้อเสื่อม อาจบรรเทาได้ด้วยยาบางชนิด เช่น ยาพาราเซตามอล ยาดูล็อกซีทีน (Duloxetine) รวมทั้งยาในกลุ่ม NSAIDs เช่น ยานาพรอกเซน (Naproxen) ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) เป็นต้น

  2. การบำบัด นักกายภาพบำบัดและนักกิจกรรมบำบัด อาจแนะนำวิธีการต่างๆ ที่ช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตประจำวัน หรือ ทำงานต่อไปได้ โดยไม่เครียด หรือ กังวลเกี่ยวกับอาการปวดจากข้อเสื่อมมากนัก เช่น ให้ผู้ป่วยข้อเสื่อมบริเวณเข่า ใช้ม้านั่งในการอาบน้ำ ผู้ป่วยข้อเสื่อมบริเวณนิ้วมือ ใช้แปรงสีฟันที่มีด้ามจับที่ใหญ่ขึ้น เป็นต้น นอกจากนี้ ผู้ป่วยอาจปรึกษานักกายภาพบำบัด ในการจัดตารางการออกกำลังกายเฉพาะบุคคล เพื่อลดอาการปวด เพิ่มช่วงการเคลื่อนไหว และทำให้กล้ามเนื้อรอบ ๆ ข้อต่อแข็งแรงมากขึ้น

  3. การผ่าตัดและหัตถการทางการแพทย์อื่นๆ หากรักษาด้วยวิธีประคับประคองแล้วไม่ได้ผล แพทย์อาจพิจารณาถึงวิธีรักษา ดังต่อไปนี้ - การฉีดคอร์ติโซน การฉีดยาคอร์ติโคสเตียรอยด์อาจช่วยลดอาการปวดข้อต่อได้ โดยแพทย์จะให้ยาชาบริเวณรอบ ๆ ข้อต่อก่อน แล้วจึงฉีดยาเข้าไปในช่องว่างข้อต่อ (จำกัดให้ทำได้เพียง 3-4 ครั้ง/ปี เพราะยาอาจสร้างความเสียหายแก่ข้อต่อได้)- การฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า การฉีดยากรดไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic Acid) เพื่อช่วยหล่อลื่นข้อต่อ อาจช่วยบรรเทาอาการปวดข้อเข่าได้ เพราะยากรดไฮยาลูรอนิคจะทำหน้าที่คล้ายกับส่วนประกอบที่เป็นของเหลวในข้อเข่า- การผ่าตัดจัดแนวกระดูกใหม่ อาจเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาข้อเสื่อมบริเวณเข่าข้างใดข้างหนึ่ง ศัลยแพทย์จะผ่าตัดกระดูกด้านบนหรือด้านล่างเข่า แล้วเพิ่มลิ่มกระดูกหรือกำจัดลิ่มกระดูกออก เพื่อช่วยปรับตำแหน่งกระดูกและแกนจากจุดรับน้ำหนักหรือแรงกดในตำแหน่งเดิมที่เสียหาย ให้เปลี่ยนจุดไปลงส่วนของกระดูกที่ยังดีอยู่แทน- การผ่าตัดเปลี่ยนข้อต่อ การรักษานี้จะทำเมื่อผู้ป่วยมีอาการปวดเข่ามาก และถูกจำกัดการเคลื่อนไหวอย่างมาก ศัลยแพทย์จะนำพื้นผิวข้อต่อส่วนที่ถูกทำลายออก แล้วใส่ผิวข้อเทียมไปแทนเนื้อเยื่อและกระดูกที่เสียหาย ทั้งนี้ ข้อต่อเทียมอาจหลวมและสึกหรอได้ จึงอาจจำเป็นต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อต่อใหม่ในอนาคต โดยทั่วไป การเปลี่ยนผิวข้อเทียมจะให้ผลการรักษาที่ดี ผู้ป่วยจะปวดน้อยลง และเข่าจะกลับมาใช้งานได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดอาจเสี่ยงเกิดการติดเชื้อหรือมีภาวะเลือดออกได้ และอาจต้องใช้เวลา 3-6 เดือน ในการทำกายภาพบำบัดจนฟื้นฟูเต็มที่

การแพทย์ทางเลือก

การแพทย์ทางเลือกบางชนิด เช่น การฝังเข็ม การใช้น้ำมันอโวคาโดถั่วเหลือง (Avocado-Soybean Unsaponifiables) การใช้กลูโคซามีน (Glucosamine) และคอนดรอยติน (Chondroitin) อาจช่วยบรรเทาอาการปวดของข้อเสื่อมบริเวณเข่าและสะโพกได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาแพทย์ให้ถี่ถ้วนก่อนเข้ารับการรักษาเหล่านี้

คชาบาล์ม พรีเมี่ยม : สุดยอดสมุนไพรทานวด ตำรับเก่าแก่ 50 กว่าปี ผลิตจากสมุนไพรเกรดพรีเมี่ยม เป็นสมุนไพรไทยโบราณและหายาก 10 กว่าชนิด ตัวยาสกัดเข้มข้น ซึมลึกเข้าถึงจุด หยุดปวดทันใจ รักษาอาการปวด ข้อ กระดูก กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น อย่างได้ผลดี ไม่ว่าจะเป็น ปวดข้อ ปวดเข่า ปวดหลัง ปวดเอว ปวดต้นคอ มือเท้าชา มือล็อค ไหล่ติด เส้นยึด ตาลาย ตะคริว

ประสาทมือชา

วิกิเพจหมายเลข: 486
  • เขียนโดย ยายปวด
  • เขียนเมื่อ 
  • แก้ไขเมื่อ