เบ็ดเตล็ดเกร็ดความรู้

ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรตุลาการที่ตัดไม่ได้ ขายไม่ขาด…… ในบรรดาศาลทั้งหลายในเมืองไทยนั้น องค์กรตุลาการที่เกี่ยวดองข้องแวะกับการเมืองมากที่สุด เห็นจะไม่พ้นศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ประเทศไทยเราใช้ระบบกฎหมายแบบ Civil Law หรือ ระบบกฎหมายลายลักษณ์อักษร ศาลจะตัดสินคดีความตามตัวอักษรที่บัญญัติไว้ในกฎหมายเท่านั้น เมื่อวิธีการตัดสินเป็นเช่นนี้ ปัญหาที่มักตามมาคือ ปัญหาการตีความกฎหมาย อย่างไรก็ตามในกรณีคดีอาญา และคดีแพ่งในศาลยุติธรรม นั้นดูจะไม่เป็นปัญหาเท่าใดนัก แต่ในทางการเมืองนั้นนับว่าเป็นปัญหามาก เพราะกติกาในทางการเมืองนั้น มักจะผูกโยงอยู่กับกฎหมายสำคัญของชาติอย่าง รัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด และรวมไปถึงกฎหมายรองอย่าง พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอื่นๆ อีกมากมาย อีกทั้งหลักสากลโดยทั่วไปที่ใช้กันทั้งโลกก็คือ กฎหมายอื่นๆ ที่จะออกโดยใครก็ตามไม่ว่าจะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ(สภา) ฝ่ายบริหาร(รัฐบาล) และฝ่ายตุลาการ (ศาล) จะขัดหรือแย้งกับเจตนารมย์ในรัฐธรรมนูญย่อมมิได้ จากมูลเหตุนี้เองที่นำไปสู่การกำเนิดศาลรัฐธรรมนูญขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่วินิจฉัย ตีความ ว่ากฎหมายที่ออกมานั้น ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากกรณีนี้จึงนับว่าเป็นช่องโหว่ที่สำคัญต่อการโจมตีฝ่ายตรงข้ามว่า การกระทำของแต่ละฝ่ายนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งนำไปสู่การล้างบางพรรคการเมือง เล่นทำเอานายกบางคนถึงกับกระเด็นออกจากทำเนียบมาแล้ว เพราะต้องคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ……. ก่อนหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญจะถือกำเนิดขึ้นนั้น ประเทศไทยเราเคยให้ศาลยุติธรรมตัดสินคดีความในทางการเมือง แต่ก็ไม่ได้รับการยอมรับในเวลาต่อมา ต่อมามีการตั้งคณะบุคคลทำหน้าที่วินิจฉัยเรียกว่า คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ โดยตัดอำนาจจากศาลมาให้เป็นผู้วินิจฉัย แต่ก็ถูกวิจารณ์ว่า ไม่มีกระบวนการ และขาดกลไกที่ชัดเจนมารองรับคำตัดสิน ด้วยเหตุนี้ เมื่อมีการจัดทำรัฐธรรนูญฉบับที่ 16 ปี 2540 จึงได้มีบทบัญญัติให้มีศาลรัฐธรรมนูญขึ้นมา ทำหน้าที่วินิจฉัย ตีความ กฎหมายที่ส่อว่าจะขัดต่อบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่า เป็นคำตอบสุดท้ายในทางการเมือง เพราะคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาดมีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ ด้วยเหตุนี้กระมัง ศาลรัฐธรรมนูญจึงถูกมองว่า เป็นอำนาจอธิปไตยที่สี่ หรือเป็นซูปปเปอร์อธิปไตยเลยด้วยซ้ำ เมื่อเลิกรัฐธรรมนูญเก่า สร้างฉบับใหม่ ศาลรัฐธรรมนูญก็ยังปรากฏอยู่มาทุกยุคทุกสมัย จนถึงปัจจุบัน นับได้ว่า เป็นองค์กรที่ตัดไม่ได้ ขายไม่ขาดแท้ๆ จะรัก จะชัง ก็ต้องทนฝืนรับคำตัดสิน ด้วยหน้าชื่น อกตรม

วิกิเพจหมายเลข: 463