วิธีการปฏิรูปการเกณฑ์ทหาร

การปฏิรูปวิธีการเกณฑ์ทหาร กระทรวงกลาโหม ๒๕๔๐

s:th:การปฏิรูปวิธีการเกณฑ์ทหาร กระทรวงกลาโหม ๒๕๔๐

๑) “การปฏิรูปกองทัพสมัยรัชกาลที่ ๕(ยกเลิกระบบทาสและระบบไพร่เป็นระบบการเกณฑ์ทหาร)”หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ร.5 ก13.6/26 เอกสารกรมราชเลขาธิการ รัชกาลท่ี 5 กระทรวงกลาโหม เรื่อง สารตรากรม หมื่นดำรงราชานุภาพถึงพระยาภักดีณรงค์ (7 สิงหาคม 122) การปรับปรุงกองทัพบกของไทยตามแบบตะวันตก ต้ังแต่ พ.ศ. 2394-2475.พระราชบัญญัติลักษณะเกณฑ์ทหาร พ.ศ. 2460, มาตรา 33-34. ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 34 (วันท่ี 27 มิถุนายน 2460), หน้า 281-284.

  • การเกณฑ์ทหารของรัฐไทยโบราณเป็นไปในลักษณะที่ทุกคนอยู่ภายใต้ความสัมพันธ์อุปถัมภ์ ระหว่างขุนนางและไพร่ หมายความว่าชายไทยทุกคน มีหน้าที่ต้องทำงานให้รัฐผ่านการทำงานให้ขุนนาง (ระบบไพร่)หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ร.5 ก13.2/21 เอกสารกรมราชเลขาธิการ รัชกาลที่ 5 กระทรวงกลาโหม เรื่องรายงานประชุม เรื่องทหาร (30 พ.ย. – 3 ธ.ค. 120

  • ไพร่หลวงก็ต้องทำงานรับใช้ พระมหากษัตริย์ หรือบางคนไม่ต้องการทำงานรับใช้ ก็สามารถจ่ายเงินให้แก่ขุนนางเพื่อแลกกับการไม่ต้องถูกเกณฑ์แรงงานพระราชบัญญัติลักษณเกณฑ์ทหาร รัตนโกสินทร ศก 124, พระราชปรารภ. ราชกิจจานุเบกษา (วันที่ 3 กันยายน 124).

  • เมื่อโลกมีความก้าวหน้าทางด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ทำให้ลักษณะการเกณฑ์ทหาร แบบเดิมได้ทหารท่ีไม่มีความสามารถในการใช้อาวุธสมัยใหม่ และรัฐไทยกำลังเผชิญกับปัญหา ของการก่อกบฏภายในราชอาณาจักรและการคุกคาม ของลัทธิล่าอาณานิคม ส่งผลให้รัฐไทยจำต้องปรับตัว

  • การปรับตัวของรัฐไทย คือการปฏิรูปกองทัพให้ ทันสมัย โดยการสร้างกฎเกณฑ์การเกณฑ์ทหาร แบบใหม่หรือการปฏิรูปกองทัพหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ร.5 ก 13 3/6 เอกสารกรมราชเลขาธิการ รัชกาลท่ี 5 กระทรวงกลาโหม เรื่อง พระราชบัญญัติ เก็บคนเป็นทหาร (14 ตุลาคม 121 – 26 ธันวาคม 127).“พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗”https://th.m.wikisource.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._%E0%B9%92%E0%B9%94%E0%B9%99%E0%B9%97

</ref>

๒) “แนวทางการปฏิรูปกองทัพในยุคการปฏิรูปการเมืองและการปฏิรูปการศึกษา(รัฐบาลนายกรัฐมนตรี บรรหาร ศิลปอาชา ที่เริ่มให้ค่าเบี้ยเลี้ยงเท่าค่าแรงขั้นต่ำ เพื่อการแก้ไขปัญหาการหนีทหาร ตามข้อเสนอของ พันโทหญิง ฐิฏา รังสิตพล มานิตกุล โฆษกกระทรวงกลาโหม ๒๕๓๘-๒๕๔๐)”

‘’โฆษก กระทรวงกลาโหม[[พันโทหญิงฐิฏา รังสิตพล มานิตกุล]]โฆษกกระทรวงกลาโหม ๒๕๓๘-๒๕๔๐เสนอทางแก้ปัญหาการหนีทหาร โดยขอให้กระทรวงกลาโหมประกาศให้ค่าเบี้ยเลี้ยงทหารเกณฑ์เท่ากับค่าเเรงขั้นต่ำ ใน ‘’รัฐบาลนายกรัฐมนตรี บรรหาร ศิลปอาชา’’https://www.govserv.org/TH/Bangkok/1884819291741952/Ministry-of-Defence---Thailand

ทำให้เกิดการสมัครเป็นทหารเกณฑ์โดยสมัครใจเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และมีผลต่อเนื่องให้กระทรวงกลาโหมในปี ๒๕๔๐ มีแนวทางการคัดเลือกทหารโดยสมัครใจร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการดังนี้The 27th Priminister Conscription Case(before Consprition Act)http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/516509

The Thai Celebrity Case (before Conscription Act)https://www.matichon.co.th/entertainment/news_95017The Korean Celebrity (after Conscription Act)https://www.thairath.co.th/content/1252322The Thai Celebrity (after Conscription Act)https://www.sanook.com/news/1776210/

การปฏิรูปกองทัพของไทย คือการปฏิรูปแนวทางการคัดเลือกทหารให้เป็นไปโดยสมัครใจ นโยบายของรัฐบาลที่แถลงในรัฐบาลเมื่อปี ๒๕๔๐

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม(๒๕๓๘-๒๕๔๐)แถลงต่อรัฐสภาในวันพุธท่ี ๑๑พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๓๙ ซึ่งการแถลงการณ์ครั้งนั้นได้กล่าวถึงแนวนโยบาย ด้านความมั่นคง ที่ได้มีข้อเสนอใหม่ที่ ให้ปรับปรุงระบบการคัดเลือกทหารให้เป็นไปด้วยความสมัครใจ ดังนี้

“…๑๐.๑ นโยบายด้านการรักษาความมั่นคงของรัฐ…

๑๐.๑.๔ ปรับปรุงระบบการคัดเลือกทหารใหเ้ ป็นไป ด้วยความสมัครใจ

๑๐.๑.๕ ส่งเสริมและสนับสนุนให้กองทัพ มีส่วนร่วมในการ ช่วยผลิตกำลังคนเพื่อการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการ ฝึกอาชีพให้แก่ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกทหาร…”( ข้อตกลงระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ(สุขวิช รังสิตพล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ๒๕๓๘-๒๕๔๐ และกระทรวงกลาโหม(พันโทหญิง ฐิฏา รังสิตพล มานิตกุล โฆษกกระทรวงกลาโหม ๒๕๓๘-๒๕๔๐)คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ชุดที่ ๒๑ (พฤศจิกายน ๒๕๓๙)http://www.thaigov.go.th/

ภายหลังการประกาศนโยบายต่อรัฐสภา(๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๓๙)

  • กระทรวงกลาโหม ได้รายงาน ความคืบหน้าถึงแนวทางใหม่ของระบบการคัดเลือกทหารว่า กระทรวงกลาโหมได้ดำเนินการจัดระบบงานทหารกองประจำการอาสาสมัครขึ้น ให้มีผล บังคับใช้ต้ังแต่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๐ และคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๔๐

  • เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องสนับสนุน และปฏิบัติตามแผนงานทหารกองประจำการอาสาสมัคร

  • มีคณะกรรมการอำนวยการ แผนงานทหารกองประจำการอาสาสมัคร

รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานกรรมการ

ผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง กรรมการทำหน้าที่ช่วยประสานงานและสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้แผนงานทหารกองประจำการอาสาสมัคร บรรลุวัตถุประสงค์เป็นผลสำเร็จตามนโยบาย

  • นอกจากนี้กระทรวงกลาโหมได้กำหนดรายละเอียด หลักเกณฑ์และวิธีการในการรับสมัครตามความ ต้องการของเหล่าทัพ

การคัดเลือกทหารแนวทางใหม่ได้จัดระบบการฝึกและระยะเวลาประจำการทั้งหมด ๔ปี โดยปีที่ ๑-๒ จะได้รับการฝึกตามหลักสูตรขั้น สูงสุด สอดแทรกการศึกษาและฝึกวิชาชีพ

ปีที่ ๓-๔ จะเป็นการฝึกทบทวนและส่งเสริม ด้านการศึกษาและวิชาชีพเพื่อเตรียมการเข้าสู่การ ประกอบอาชีพหลังจากปลดประจำการต่อไป ซึ่งใน แผนงานทหารอาสาสมัครได้วางมาตรการจูงใจให้ประชาชนสมัคร เป็นทหาร คือ

เรื่องการศึกษา การฝึกวิชาชีพ กับสิทธิและค่าตอบแทนต่างๆ เป็นต้น ท้ังนี้ระบบการ คัดสรรรูปแบบใหม่ได้วางแผนว่าจะเริ่มเปิดรับสมัคร คู่ขนานกับทางเลือกระบบเดิม

เกิดวิกฤตเศรษฐกิจคร้ังใหญ่ พ.ศ. ๒๕๔๐ อันเป็นจุดส้ินสุดของทางเลือกใหม่ของระบบการ เกณฑ์ทหารของไทยบัณฑิตย์ สินสถิตย์โรจน์. “ปัญหาการนำนโยบายการเรียกกำลังพลสำรองมาฝึกวิชาทหารไปปฏิบัติ,” ภาคนิพนธ์หลักสูตร รัฐศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2540.ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 114 (3 มิถุนายน 2540)คำตอบกระทู้ถาม ของนายวิชัย โถสุวรรณจินดา สมาชิกวุฒิสภา “เรื่อง ระบบการคัดเลือกทหาร,” ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 114 วันท่ี 7 สิงหาคม 2540

วิกิเพจหมายเลข: 436