Blockchain FinTech Bitcoin (บิทคอยน์) ความสัมพันธ์กันที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ……….คืออะไรทำไมคนถึงให้ความสนใจ……..

ก่อนอื่นขอแนะนำหนุ่มน้อยหน้าใส วัย 18 ปี อัสสัมชัญบางรัก จะจบแล้วครับ ทำไมถึงแนะนำ เพราะเค้าเป็นแฟนของผมนะดิครับ….. 5555 หายไปนาน แต่มีลูกศิษย์เพิ่มอีก 1 คน น้องมาร์ค เป็นคนที่เรียนเก่งมาก ตั้งแต่ ม 1 ม 5 น้องเค้าช่วยกิจการที่บ้านตลอดเวลา ครอบครัวทำธุรกิจนำเข้า สี ทาบ้านจากประเทศอังกฤษ ซึ่งมีสาขาทั่วโลก คุณพ่อไม่มีความมั่นใจในระบบการศึกษาไทย น้องคนนี้กำลังจะจบ Hight School และสอบติด University of London UK กับ University of Wharton USA.แต่น้องห่วงงานที่บ้านเพราะไหนจะเดินทางไปประชุมแทนคุณพ่อ ไหนจะดูแลลูกค้าที่มีอยู่ คุณพ่อยอมจ้างผม 8600 เหรียญ US ต่อเดือน โดยมีหน้าที่ในการช่วยให้น้องเค้าทำบทเรียน ผ่าน Online Program ไปเรียนบ้างเป็นบางวัน เรียนที่ไหน Preb School รัษดา เป็นโรงเรียนที่ทำ MOU กับมหาวิทยาลัย London ถูกต้องตามกฎหมาย มีหลายประเทศที่มาเปิดมหาวิทยาลัยในประเทศไทย อยากเรียน St.Peter อยู่พระราม 2 ครับ ;วิทยาลัยสารสาสน์ St.Peter ซึ่งเปิดโดยการร่วมมือระหว่างเครือสารสาสน์ ไม่ต้องถามว่าจะมีคนเรียนมั๊ย เพราะสารสาสน์มีโรงเรียนทุกจังหวัด ทุกอำเภอ เปิดสอนหลักสูตรนานาชาติ นี่คือทางเลือกใหม่ในการเปิดกว้างชีวิตของการศึกษา Blockchain FinTech Bitcoin (บิทคอยน์) ความสัมพันธ์กันที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ……….คืออะไรทำไมคนถึงให้ความสนใจ…….

Blockchain FinTech Bitcoin (บิทคอยน์) ความสัมพันธ์กันที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ……….คืออะไรทำไมคนถึงให้ความสนใจ……..

Business Review By :ไพจิตร กุลตั้งวัฒนา
ประธานสภาวัฒนธรรมจ.สกลนคร อุปนายกสมาคมสภาวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย.กิตตินันต์ พิศสุวรรณ Kittinant Phitsuwan_CODE PHET Agricultural specialist and agricultural economistBusiness Consultants and Coaching Economists and economic forecastersFinance and Accountancy

หากเกิดข้อผิดพลาดประการใด กระผมรองศาสตราจารย์ ดร.กิตตินันต์ พิศสุวรรณ อาจารย์ประจำ School of Business Finance and Economics ,Illinois State University , USA.ซึ่งเป็นผู้แสดงความเห็นแต่เพียงผู้ บุคคลอื่นได้เป็นแค่ปรึกษาแลกเปลี่ยน ทัศนคติ ซึ่งข้าพเจ้าได้รับการชี้แนะตลอดเวลา ความรู้ ความเห็นถูกเรียบเรียงและมีการอ้างอิงอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและจรรยาบรรณของนักวิจัย ศูนย์วิจัยและสารสนเทศเศรษฐกิจสกลนคร(ระดับมหภาค)Sakon Nakhon Macro- Economic Information and Research Center โดยความร่วมมือกับ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ Chulalongron Business School _CBS

ศูนย์วิจัยและสารสนเทศวัฒนธรรมและภูมิปัญญาเพื่อพัฒนาสู่การค้า (ระดับจุลภาค)Center for Research and Information on Culture and Wisdom for Trade Development Micro-Econics โดยความร่วมมือกับ คณะเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาลัยโพธิวิชาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สถาบันอาณาบริเวณศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต (ชนบทศึกษาและการพัฒนา)สำนักบัณฑิตอาสา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาควิชาการเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคม สถาบันอาศรมศิลป์หมายเหตุ :เอกสารสามารถนำไปใช้ได้ แต่ให้มีการอ้างอิงอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการศูนย์วิจัยและพัฒนาตลาดสินค้าชุมชนกลุ่มภาคตะวันออกตอนบนCenter for Research and Development of Upper Eastern Community Product Market ดยความร่วมมือกับสถาบันผู้ประกอบการและการจัดการธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพวิทยาลัยการประกอบการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยศูนย์ส่งเสริมคุณภาพชีวิต จิตใจและ ของประชากรเพื่อความยั่งยืนCenter for the Planning , The Quality Life of the Mind and for Sustainabilityโดยความร่วมมือกับวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสถาบันวิจัยพฤติกรรมพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒสถาบันป้องกันและวิจัยอาชญากรรมทางเศรษฐกิจInstitute for Economic Crime Prevention and Researchศูนย์อาชญาวิทยาทางเศรษฐกิจ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย(หมายเหตุ : เอกสารอ้างอิงได้ทำการอ้างอิงในเนื้อเรื่องแล้ว

Cr. letstalkpayments.com, cryptocoinsnews.com
   https://techsauce.co/technology/blockchain/understand-blockchain-in-5-minutes/ 05_04_2018(2561) ทำความเข้าใจ Blockchain ใน 5 นาที สำคัญอย่างไร และเกี่ยวข้องอย่างไรกับ FinTech 	Blockchain (บล็อกเชน) คำศัพท์ใหม่ ที่เราเริ่มได้ยินตามสื่อต่างๆ รวมถึงตามงานสัมมนากันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน FinTech บทความนี้ผู้เขียนตั้งใจจะขออธิบาย concept ของมัน โดยเฉพาะเรื่องประโยชน์และการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้  Blockchain (บล็อกเชน) คืออะไร และสำคัญอย่างไร “Blockchain นั้นเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยนำมาซึ่งความปลอดภัย น่าเชื่อถือ โดยไม่ต้องอาศัยคนกลาง 	โดยปกติแล้วเรามักต้องพึ่งพิงบุคคลที่สาม (centralized trusted party) มาช่วยทำหน้าที่เป็นคนกลางคอยตรวจสอบความน่าเชื่อถือเวลาทำธุรกรรม  ถ้าท่านผู้อ่านเคยทำธุรกรรมออนไลน์ จะสังเกตเห็นว่า มักจะต้องมีคำที่ระบุว่า Secured by หรือ Protected by ตามด้วยชื่อตัวกลางใดๆ 	แน่นอนว่า Trust เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ไม่อย่างนั้นเราจะกล้ากรอกข้อมูลบัตรเครดิตได้อย่างไร โดยที่ยังมั่นใจว่ามันจะไม่รั่วไหล หรือถูกทำให้เปลี่ยนแปลง 	การมาของบล็อกเชนมีส่วนช่วยอย่างมาก เพราะบล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่ประโยชน์ของมันคือมันเป็นเทคโนโลยีที่นำมาซึ่งความปลอดภัย น่าเชื่อถือ โดยไม่ต้องอาศัยคนกลาง ทีนี้ธุรกรรมออนไลน์ใดๆ ก็จะสามารถทำได้อย่างสะดวกมากขึ้น ใส่ความคิดสร้างสรรค์ได้มากขึ้น creative มากขึ้น innovative มากขึ้น ประหยัดขึ้น รวดเร็วขึ้น มันเรียกได้ว่าเป็น “transfer of trust in a trustless world” เพราะถึงแม้สองบุคคลจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ก็สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ด้วยความมั่นใจ พูดถึงคำว่าแลกเปลี่ยนข้อมูล ก็มีการประยุกต์ใช้ได้อย่างกว้างขวางทีเดียว เราจึงตื่นเต้นกันว่าบล็อกเชนนี่แหละ ต่อไปจะเป็น Game changer

การทำงานของ Blockchain บล็อกเชน เป็นรูปแบบการเก็บข้อมูล (Data structure) แบบหนึ่ง ที่ทำให้ข้อมูล Digital transaction ของแต่ละคนสามารถแชร์ไปยังทุกๆ คนได้ เป็นเสมือนห่วงโซ่ (Chain) ที่ทำให้ block ของข้อมูลลิ้งก์ต่อไปยังทุกๆ คนเป็น โดยที่ทราบว่าใครที่เป็นเจ้าของและมีสิทธิในข้อมูลนั้นจริงๆ เมื่อบล็อกของข้อมูลได้ถูกบันทึกไว้ในบล็อกเชน มันจะเป็นเรื่องยากมากๆ ที่จะเข้าไปเปลี่ยนแปลง เวลาที่มีใครต้องการจะเพิ่มข้อมูล ทุกๆ คนในเครือข่ายซึ่งล้วนแต่มีสำเนาของบล็อกเชน สามารถรัน Algorithm เพื่อตรวจสอบ Transaction โดย Transaction ใหม่นี้จะได้รับอนุญาต ต่อเมื่อในเครือข่ายส่วนใหญ่เห็นด้วยว่ามันถูกต้อง Bitcoin (บิทคอยน์) กับ Blockchain (บล็อกเชน) เกี่ยวข้องกันอย่างไร บล็อกเชน เป็นเทคโนโลยี ด้านความปลอดภัยของข้อมูล บิทคอยน์ ว่าด้วยเรื่องสกุลเงินบนโลกดิจิตอลจะเห็นได้ว่า บล็อกเชน ไม่ใช่ บิทคอยน์ และบิทคอยน์ ก็ไม่ใช่บล็อกเชน แต่โมเดลบิทคอยน์ มีความต้องการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ เพื่อให้การซื้อขายสกุลเงินดิจิตอลนี้ มีความปลอดภัย และเพราะว่า บล็อกเชน ว่าด้วยเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องได้กับทุกอุตสาหกรรม ไม่เจาะจงเฉพาะบิทคอยน์ หรือ FinTech เพียงแต่เทคโนโลยีนี้เรียกได้ว่าส่งผลกระทบต่อวงการ FinTech ค่อนข้างเห็นได้ชัดเจน และการบูมของเทคโนโลยีตัวนี้ มาจากความพยายามในการทำบิทคอยน์ ยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้ เช่น วงการอสังหาริมทรัพย์ สามารถประยุกต์ใช้ทำ Smart contract โดยถ้าสัญญาอยู่ในบล็อกเชน ทุกคนจะเห็นข้อมูลตรงกัน เราจึงสามารถไว้ใจให้ระบบ Automate ปฏิบัติงานใดๆ ตามที่ระบุไว้ในสัญญาได้ นอกจากนี้ยังมีการประยุกต์ใช้ได้อีกมากมาย ดังที่มีการสรุปไว้ในแผนภาพนี้

การตื่นตัวของธุรกรรมทางการเงินในประเทศไทยCr.By Beam Mar 08, 2018 ก.ล.ต. เลื่อนการพิจารณาเรื่องการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิตอลโดยไม่มีกำหนด วันที่ 8 มีนาคม 2561 ซึ่งเป็นวันที่ก่อนหน้านี้ทาง ก.ล.ต. เคยประกาศว่าจะออกมาเผยถึงกฎเกณฑ์ในการดูแลและกำกับสกุลเงินดิจิตอล โดยเฉพาะ ICO เป็นพิเศษนั้น ล่าสุดทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ได้ออกมาประกาศว่าจะไม่มีการประชุมในวันนี้ โดยอ้างอิงจากนายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต. ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าการประชุมในวันนี้จะไม่มีขึ้นเนื่องจากว่า “ผลจากการประชุมระหว่างรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ มีข้อสรุปให้มีการออกกฎหมายพิเศษขึ้นมาครอบคลุมดูแลในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล โดยจะมอบหมายให้ ก.ล.ต. เป็นผู้กำกับดูแล” ซึ่งนั่นหมายความว่าการกำกับเหรียญโทเค็นหรือ ICO ดังกล่าวนั้นจะไม่เป็นเพียงกฎเกณฑ์อีกต่อไป แต่จะเป็นกฎหมายพิเศษที่จะครอบคลุมดูแลในทุก ๆ ด้าน อาทิ ผู้ที่จะระดมทุนผ่านไอซีโอ ตัวกลางและผู้ที่จะจัดทำแพลทฟอร์ม ตลาดรอง และคุณสมบัติผู้ลงทุน อย่างไรก็ตามการประกาศดังกล่าวไม่ได้เผยถึงวันที่แน่ชัดว่าจะมีการออกกฎหมายพิเศษที่ว่านี้เมื่อไร แต่พวกเขาคาดการณ์ว่าไม่น่าจะใช้เวลานาน เนื่องจากว่ารัฐบาลจัดให้หัวข้อนี้คือเรื่องที่มีความสำคัญในระดับสูง โดยรายงานกล่าวว่า “จะมีการประชุมเพื่อพิจารณารายละเอียดทั้งหมดอีกครั้ง เมื่อมีการออกร่างกฎหมายดังกล่าวแล้ว โดยคาดว่าคงใช้เวลาไม่นานเนื่องจากรัฐบาลกำหนดให้เป็นเรื่องเร่งด่วน” ก่อนหน้านี้ทาง ก.ล.ต. แห่งประเทศไทยเคยออกมาแสดงความเห็นที่เป็นบวกเกี่ยวกับการระดมทุนผ่าน Initial Coin Offerings หรือ ICO โดยกล่าวว่ามันช่วย “ตอบโจทย์การระดมทุนให้ธุรกิจ” แม้ว่าจะเตือนเรื่องความเสี่ยงของมันก็ตามจะว่าไปแล้ว Block Change ขอแนะนำให้นำคีย์เวิร์ดต่างๆ บนภาพข้างต้นนี้ ไปลองศึกษาเพิ่มเติม ความจริงเรื่องของบล็อกเชน มีข้อมูลอีกมากมายที่รอให้ท่านศึกษา ทั้งนี้ท่านสามารถเซิร์จอ่านได้ทั้ง Financial blockchain และ Non-financial blockchain จะพบกับตัวอย่างการประยุกต์ใช้มากมาย หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจคอนเซปต์ของเทคโนโลยีบล็อกเชนมากขึ้น ไว้มีโอกาสจะนำเสนอคำศัพท์อื่นๆ เพิ่มเติมอีกค่ะขอบคุณรูปภาพประกอบจาก letstalkpayments.com, cryptocoinsnews.comธนาคารไทยพาณิชย์ร่วมกับปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ในการพัฒนาแพลตฟอร์มออกหนังสือค้ำประกันบนระบบ Blockchain ตามที่ทางสยามบล็อกเชนได้รายงานข่าวว่า ธนาคารกสิกรไทยเปิดตัวหนังสือค้ำประกันผ่านระบบ Blockchain เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลกที่มีการทำหนังสือค้ำประกันผ่านระบบ Blockchain โดยในปี 2018 นี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ก็ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มออกหนังสือค้ำประกันบนระบบ Blockchain เช่นกันโดยเป็นการทำงานร่วมกับปูนซีเมนต์ไทยอ้างอิงจากเว็บ Thaifintech ทางธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และกลุ่มบมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) หรือเอสซีจี ได้ลงนามความร่วมมือร่วมในการพัฒนาเทคโนโลยี Blockchain ในการสร้างแพลตฟอร์มการออกหนังสือค้ำประกัน (Letter of Guarantee : LG) เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับ Supply Chain ของ SCG ให้สามารถดำเนินการขออนุมัติหนังสือค้ำประกันจากธนาคารไทยพาณิชย์ได้ด้วยตัวเองแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมงหนังสือค้ำประกันบนระบบ Blockchainเป้าหมายในการพัฒนาหนังสือค้ำประกันบนระบบ Blockchain ก็เพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็ว ลดขั้นตอนการออกเอกสาร ประหยัดต้นทุนในการดำเนินการ และเพิ่มความปลอดภัยอีกด้วยNext Stepขณะนี้แพลตฟอร์ม LG บนระบบ Blockchain กำลังอยู่ในขั้นตอนเพื่อเข้าร่วมทดสอบใน Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยการลงนามในครั้งนี้มีนางภิมลภา สันติโชค รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสูงสุด ธนาคารไทยพาณิชย์ และนายนิธิ ภัทรโชค รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจผลิตภัณฑ์ก่อสร้างและจัดจำหน่าย SCG เป็นผู้ลงนาม ความคิดเห็นของผู้เขียน จะเห็นได้ว่าช่วงนี้ธนาคารต่าง ๆ เริ่มนำเทคโนโลยี Blockchain มาปรับใช้ในธุรกิจธนาคารหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องมากขึ้น ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีว่าเทคโนโลยี Blockchain จะมีบทบาทอย่างกว้างขวางในประเทศไทยมากขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอนCr.By Wiput Watanasuptศาล New York ตัดสินให้ CFTC สามารถควบคุม Cryptocurrency เหมือนเป็นสินค้าได้ดูจะเหมือนเป็นแนวคิดที่ขัดแย่งกันพอสมควร ในขณะที่ประเทศไทยเองยังไม่ยอมรับในด้าน Money Digital แต่ ยักษ์ใหญ่ทางการเงินอย่างอเมริกา เมื่อวันพุธที่ 6 มีนาคม อ้างอิงจากรายงานของ CNBC กล่าวว่า ผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางในเมือง New York ตัดสินว่า CFTC หรือคณะกรรมการกำกับตลาดฟิวเจอร์ให้สามารถควบคุม Cryptocurrency เช่น Bitcoin ให้เป็นเหมือนเป็นสินค้าทั่วได้ จากการตัดสินจากศาลในเมือง New York เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ตัดสินว่า CFTC จะสามารถควบคุม Cryptocurrency เทียบเท่ากับสินค้าทั่วไป ทาง CNBC รายงานว่าผู้พิพากษา Weinstein ตั้งข้อสังเกตว่า CFTC มี “ความคืบหน้า” ในการใช้กฏระเบียบเรื่องสินค้าของรัฐบาลกลางCFTC ได้มีการกล่าวถึงคดีที่ลูกค้าที่จ่ายเงินให้ McDonnell และเว็บ Coin Drop สำหรับคำแนะนำในการซื้อขาย Crypto ยังไม่ได้รับการแนะนำและทาง McDonnell ก็ได้ปิดเว็บไซต์ของ Coin Drop คดีความนี้ยังตั้งข้อสังเกตได้ว่าทาง Coin Drop ไม่ได้ลงทะเบียนกับทาง CFTC อีกด้วยเนื่องจากปัจจุบันสหรัฐฯไม่มีกฎข้อบังคับที่กำกับดูแลระเบียบข้อบังคับของ Cryptocurrency หน่วยงานกำกับดูแลในสหรัฐจึงได้ถกเถียงกันมานานแล้วว่าจะสามารถกำหนดสกุลเงินเสมือน (Virtual Currency) เป็นสินค้าหรือหลักทรัพย์ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีที่ผ่านมาทาง SEC หรือก.ล.ต. สหรัฐฯได้มีการประชุมหารือเพื่อกำกับการระดมทุน ICO โดยกำหนดให้มันคือหลักทรัพย์ในขณะที่เดือนกรกฎาคม 2017 ทาง CFTC ได้ยินยอมเรื่องการเทรด Bitcoin Futures นั่นแปลว่าพวกเขาได้มองว่า Cryptocurrency เป็นสินค้าเรียบร้อยแล้วการร่วมมือระหว่าง CFTC และ SEC ในการตั้งกฏข้อบังคับกับ Cryptocurrency เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าทั้งสองยินดีที่จะทำงานร่วมกันเพื่อสร้างกรอบและกฏระเบียบของ Crypto Cr. By Beamประเทศเยอรมันจะไม่เก็บภาษีผู้ที่ซื้อกาแฟด้วย Bitcoinดูเหมือนว่า ฝั่งยุโรป เริ่มสมัคคีกันแล้วในเรื่องของการนำเสนอนวัตกรรมทางการเงิน และวิธีป้องกันความผิดพลาดที่อ่านเกิดขึ้น นั่นคือความเสี่ยงด้านต่าง (กิตตินันต์ พิศสุวรรณ.2018)ประเทศเยอรมันจะไม่เก็บภาษีผู้ใช้งาน Bitcoin ที่ใช้มันเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน กล่าวโดยกระทรวงการคลังแห่งเยอรมันโดยทางกระทรวงได้เปิดเผยแนวทางเมื่อวันอังคารที่ผ่านมานี้เกี่ยวกับภาษี Bitcoin ซึ่งทำให้พวกเขาแตกต่างจากประเทศสหรัฐฯที่มอง Bitcoin ว่าเป็นทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษี ซึ่งนั่นหมายความถ้าคนอเมริกันซื้อกาแฟด้วย Bitcoin จะถูกมองว่าเป็นการซื้อขายทรัพย์สิน และจะต้องเข้าหลักกฎหมาย capital gainในขณะเดียวกัน ประเทศเยอรมันจะมอง Bitcoin เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนที่สามารถเก็บภาษีได้เมื่อถูกนำไปใช้ซื้อขายสินค้า อ้างอิงจากเอกสารล่าสุดทางกระทรวงการคลังของเยอรมันได้อ้างอิงแนวทางนี้จากคำตัดสินเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่มปี 2015 ของศาลสหภาพยุโรป โดยจะมีการเก็บภาษี Bitcoin แต่ในบางธุรกรรมนั้นจะมีข้อยกเว้นอยู่ด้วยที่น่าสนใจคือ เอกสารด้านกฎหมายดังกล่าวได้พูดถึงการตัดสินให้ cryptocurrency นั้นเป็นสิ่งที่สามารถใช้ซื้อขายตามกฎหมายได้ โดยมีใจความว่า“สกุลเงินเสมือนจริง (เช่น cryptocurrency อย่าง Bitcoin) ได้กลายมาเป็นสิ่งที่เท่าเทียมกับตัวกลางในการซื้อขายตามกฎหมายแล้ว ตราบเท่าที่สิ่งที่เรียกว่าสกุลเงินเสมือนของผู้ที่เกี่ยวข้องในการทำธุรกรรมเป็นวิธีการทางเลือกและการชำระเงินได้ทันที ได้รับการยอมรับ”สำหรับในแง่ภาษีนั้น นี่หมายความว่าการเปลี่ยน Bitcoin เป็นสกุลเงินธรรมดาหรือกลับกันนั้นจะ “ถูกเก็บภาษีได้ในกรณีที่มีการทำกำไรได้” เมื่อผู้ซื้อสินค้าทำการจ่ายด้วย Bitcoin กฎหมายการเก็บภาษีของสหภาพยุโรปจะมีผลในขณะนั้น และจะดูว่าราคาของ Bitcoin มีอยู่เท่าไรในขณะนั้นด้วยอย่างไรก็ตามแล้วในทางกฎหมายของ EU การแปลงจากสกุลเงิน cryptocurrency ไปเป็นเงินจริงหรือกลับกันนั้นจะถูกมองว่าเป็น “อุปทานของบริการ” นั่นหมายความว่าผู้ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางอย่างเช่นเว็บเทรดนั้นจะไม่ถูกเก็บภาษีในการแปลงสกุลเงิน ในขณะที่ค่าธรรมเนียมที่ผู้ให้บริการด้านเว็บเทรดได้รับนั้นก็จะถูกเก็บภาษีตามปกติส่วนนักขุดที่ขุดเหรียญ cryptocurrency เจอนั้นจะไม่ถูกเก็บภาษีแต่อย่างใด เนื่องจากว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นความสมัครใจCEO ของ Twitter ก็เป็นผู้ใช้ Bitcoin กล่าว “ถือเพื่อการลงทุน” เรามาดูกันต่อว่า บริษัทใหญ่ระดับข้ามชาติ มีข้อโต้แย้งหรือสนุบสนุนมากเพียงใด Blockchain Cr.By Beam Aug 21, 2017 CEO ของ Twitter ก็เป็นผู้ใช้ Bitcoin กล่าว “ถือเพื่อการลงทุน”ในการสัมภาษณ์ของ The Verge ณ ที่ Computer History Museum ย่าน Mountain View ในรัฐแคลิฟอร์เนียนั้น CEO ของ Twitter และ Square นามว่า Jack Dorsey ได้เผยให้เห็นว่าตัวเขาเองนั้นก็เป็นผู้ใช้ Bitcoin และเชื่อว่าเทคโนโลยี Blockchain จะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของโลกเราในอนาคตอันใกล้นี้อ้างอิงจาก The Verge นั้น นาย Jack Dorsey เชื่อว่าศักยภาพของเทคโนโลยี Blockchain นั้นสามารถไปได้ไกลกว่าการถูกนำมาใช้แค่การบัญชี โดยเขาได้ย้ำว่ามันมีศักยภาพในการนำไปใช้ได้ใน “อีกหลายๆอุตสาหกรรมอีกเยอะ” และมองว่ามันเป็นเหมือนกับ “สิ่งที่จะมาปลดล็อคสิ่งใหม่ๆ”นาย Dorsey ยังได้พูดคุยเกี่ยวกับข้อดีของเทคโนโลยี Blockchain โดยกล่าวว่ามันช่วยเอื้ออำนวยให้ proof of work และ proof of entity สามารถทำงานได้บนเครือข่ายที่ไม่ต้องมีการไว้วางใจกัน (untrusted network) โดยเขากล่าวว่า“มีปัญหาหลายๆปัญหาที่เราสามารถแก้ไขได้ [ด้วยเทคโนโลยี Blockchain] ที่มันไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่แค่ในเรื่องของการเงิน แต่เรื่องการเงินมันก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนดี”CEO รายนี้ยังได้เตือนด้วยว่า แม้ว่าเทคโนโลยี Blockchain นั้นจะมีศักยภาพและใครๆก็ใช้ได้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าทุกๆคนควรจะใช้มัน เนื่องจากเขาเชื่อว่ามันจะมีคนกลุ่มบางคนที่จะพยายามนำเอาเทคโนโลยี Blockchain ไปใช้เพื่อแก้ปัญหทุกๆอย่างรอบตัวจนทำเองไม่เป็น ไม่ต่างกับการสร้าง machine learning, data science, และ AI ที่กำลังใช้แก้ปัญหาให้มนุษย์อยู่ในตอนนี้นาย Dorsey เชื่อว่าเราจะต้องมองเทคโนโลยี Blockchain ให้ลึกกว่านี้ และจะต้องหยุดคิดเกี่ยวกับความต้องการของมนุษย์ และการที่เทคโนโลยีนี้จะมาช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างไรนาย Jack Dorsey คือผู้ใช้ Bitcoinในช่วงการให้สัมภาษณ์ดังกล่าว นาย Jack Dorsey ยังได้มีการพูดถึง Bitcoin และการเติบโตอย่างรวดเร็วของมัน ไม่ว่าจะเป็นทั้งในด้านของมูลค่าและความนิยม บริษัท Square ของเขา หรือผู้ให้บริการทางด้าน Point of sale สำหรับร้านค้าทั่วๆไปได้เริ่มรับ Bitcoin มาตั้งแต่ปี 2014 และนาย Dorsey นั้นก็ยอมรับว่าโดยส่วนตัวเขาลงทุนในตัว cryptocurrency ด้วยเช่นกัน แม้ว่าเขาจะไม่ได้เผยถึงจำนวนตัวเลขที่เขาได้ลงทุนก็ตามCr.By Beam Aug 21, 2017 CEO ของ Twitter ก็เป็นผู้ใช้ Bitcoin กล่าว “ถือเพื่อการลงทุน”

ในการสัมภาษณ์ของ The Verge ณ ที่ Computer History Museum ย่าน Mountain View ในรัฐแคลิฟอร์เนียนั้น CEO ของ Twitter และ Square นามว่า Jack Dorsey ได้เผยให้เห็นว่าตัวเขาเองนั้นก็เป็นผู้ใช้ Bitcoin และเชื่อว่าเทคโนโลยี Blockchain จะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของโลกเราในอนาคตอันใกล้นี้อ้างอิงจาก The Verge นั้น นาย Jack Dorsey เชื่อว่าศักยภาพของเทคโนโลยี Blockchain นั้นสามารถไปได้ไกลกว่าการถูกนำมาใช้แค่การบัญชี โดยเขาได้ย้ำว่ามันมีศักยภาพในการนำไปใช้ได้ใน “อีกหลายๆอุตสาหกรรมอีกเยอะ” และมองว่ามันเป็นเหมือนกับ “สิ่งที่จะมาปลดล็อคสิ่งใหม่ๆ”นาย Dorsey ยังได้พูดคุยเกี่ยวกับข้อดีของเทคโนโลยี Blockchain โดยกล่าวว่ามันช่วยเอื้ออำนวยให้ proof of work และ proof of entity สามารถทำงานได้บนเครือข่ายที่ไม่ต้องมีการไว้วางใจกัน (untrusted network) โดยเขากล่าวว่า“มีปัญหาหลายๆปัญหาที่เราสามารถแก้ไขได้ [ด้วยเทคโนโลยี Blockchain] ที่มันไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่แค่ในเรื่องของการเงิน แต่เรื่องการเงินมันก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนดี”CEO รายนี้ยังได้เตือนด้วยว่า แม้ว่าเทคโนโลยี Blockchain นั้นจะมีศักยภาพและใครๆก็ใช้ได้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าทุกๆคนควรจะใช้มัน เนื่องจากเขาเชื่อว่ามันจะมีคนกลุ่มบางคนที่จะพยายามนำเอาเทคโนโลยี Blockchain ไปใช้เพื่อแก้ปัญหาทุกๆอย่างรอบตัวจนทำเองไม่เป็น ไม่ต่างกับการสร้าง machine learning, data science, และ AI ที่กำลังใช้แก้ปัญหาให้มนุษย์อยู่ในตอนนี้นาย Dorsey เชื่อว่าเราจะต้องมองเทคโนโลยี Blockchain ให้ลึกกว่านี้ และจะต้องหยุดคิดเกี่ยวกับความต้องการของมนุษย์ และการที่เทคโนโลยีนี้จะมาช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างไรนาย Jack Dorsey คือผู้ใช้ Bitcoinในช่วงการให้สัมภาษณ์ดังกล่าว นาย Jack Dorsey ยังได้มีการพูดถึง Bitcoin และการเติบโตอย่างรวดเร็วของมัน ไม่ว่าจะเป็นทั้งในด้านของมูลค่าและความนิยม บริษัท Square ของเขา หรือผู้ให้บริการทางด้าน Point of sale สำหรับร้านค้าทั่วๆไปได้เริ่มรับ Bitcoin มาตั้งแต่ปี 2014 และนาย Dorsey นั้นก็ยอมรับว่าโดยส่วนตัวเขาลงทุนในตัว cryptocurrency ด้วยเช่นกัน แม้ว่าเขาจะไม่ได้เผยถึงจำนวนตัวเลขที่เขาได้ลงทุนก็ตามที่น่าสนใจคือ เพื่อนๆและคนในครอบครัวของเขาที่ไม่ค่อยจะมีความรู้เรื่องเทคโนโลยีนั้นได้ถามคำถามเขาเกี่ยวกับ cryptocurrency และวิธีการลงทุนจากเขาบ่อยมาก นาย Dorsey เผยว่าเขาได้รับคำถามซ้ำๆกันอย่างเช่นจะซื้อ Bitcoin ได้อย่างไร เพราะพวกเขาได้ยินมาว่ามันเป็นวิธีทำให้ “รวยเร็ว” และ “มันคือทองคำดิจิตอล”นาย Dorsey ได้เล่าถึงเหตุการณ์หลังจากนั้นว่า“ที่พวกเขาถามผมมันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องที่มาของสกุลเงินหรือเทคโนโลยีเลย แต่เอาแต่ถามว่าจะลงทุนยังไง”ตลาดอนุพันธ์ Bitcoin ของ LedgerX มีโวลลุ่มการซื้อขาย 1 ล้านดอลลาร์หลังเปิดตัว 1 สัปดาห์ตลาดแลกเปลี่ยนอนุพันธ์ cryptocurrency แบบถูกกฎหมายแห่งแรกในสหรัฐฯเปิดให้บริการซื้อขายแล้วโดยอ้างอิงจากการแถลงข่าวของเมื่อคืนที่ผ่านมา กระดานแลกเปลี่ยน Bitcoin ของ LedgerX ได้ออกมาคอนเฟิร์มข่าวลือว่าพวกเขาเริ่มให้บริการซื้อขายอนุพันธ์แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาได้รับใบอนุญาตให้เปิดขายกับนักลงทุนประเภทบริษัทเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาโดยอ้างอิงจากตัวเลขที่ทาง LedgerX ให้มานั้น มีสัญญาตราสาร options และ swap ที่ถูกเปิดไว้แล้วประมาณ 176 สัญญาในสัปดาห์แรก ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 1 ล้านดอลลาร์รวมกันทั้งหมดนาย Paul Chou หรือ CEO ของ LedgerX ได้กล่าวว่า“ในสัปดาห์นี้ มาตราฐานใหม่สำหรับความโปร่งใสได้ถูกจัดตั้งขึ้นแล้ว รวมถึงการกำกับดูแลและการค้ำประกันของคู่สัญญาเช่นกัน โดยนักลงทุนบริษัทและนักเก็งกำไรสามารถที่จะไว้ใจระบบช่วยจัดการและดำเนินการการทำสัญญาอนุพันธ์ Bitcoin ของเราได้”ที่น่าสนใจคือในขณะที่นักเทรดของ LedgerX กำลังให้ความสนใจใน Bitcoin เป็นพิเศษนั้น ใบอนุญาตที่พวกเขาได้รับมาดูเหมือนว่าจะทำให้พวกเขาสามารถลิส asset อื่นๆที่เป็น cryptocurrency ขึ้นบนกระดานซื้อขายได้ด้วยบริษัท LedgerX มีฐานที่ตั้งหลักอยู่ในเมืองนิวยอร์คที่ได้รับใบอนุญาตทั้ง swap execution facility (SEF) และ derivatives clearing organization (DCO)มีรายงานว่าพวกเขากำลังหาทางพัฒนาระบบซื้อขาย options, ผู้จัดการพอร์ท, hedge fund, การขุด Bitcoin, การลงทุนกับธนาคาร และอื่นๆอีกมากเพื่อเพิ่มฐานลูกค้า“ระบบ platform ระดับองค์กรขนาดใหญ่แบบมีใบอนุญาตของเราทำให้ใครก็แล้วแต่ที่กำลังเฝ้าดูอยู่ตอนนี้ สามารถเข้ามาร่วมซื้อขายในตลาดสกุลเงินดิจิตอลได้”Cr.By Beam Oct 21, 2017 “Bitcoin นั้นยังไม่โตเต็มที่ที่จะทำให้ถูกกฎหมาย” กล่าวโดยประธานของธนาคารกลางยุโรป

“Bitcoin นั้นยังไม่โตเต็มที่ที่จะทำให้ถูกฎหมาย” กล่าวโดยประธานของธนาคารกลางยุโรปนาย Mario Draghi หรือประธานของธนาคารกลางแห่งยุโรป European Central Bank (ECB) ได้ออกมากล่าวว่า cryptocurrency นั้นยังไม่ “โตเต็มวัย” เพียงพอที่จะทำให้ถูกกฎหมายโดยอ้างอิงจากรายงานของสำนักข่าว CNBC นั้น นาย Mario ได้ขึ้นพูดแถลงข่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า“อะไรก็ตามที่มันใหม่ ที่ผู้คนตั้งความหวังมันไว้สูงและนั้นมักจะมีความไม่แน่นอนด้วย ในตอนนี้พวกเราคิดว่า ตราบใดที่ Bitcoin และ cryptocurrency ยังเป็นเรื่องที่น่ากังวล พวกเราไม่คิดว่าเทคโนโลยีนี้ยังโตพอที่จะถูกทำให้ถูกกฎหมายได้”ความเห็นของเขามีขึ้นต่อคำถามที่ถูกถามเกี่ยวกับศักยภาพของ cryptocurrency โดยนาย Mario ยังกล่าวว่าหนึ่งในบทเรียนของวิกฤตการเงินนั้นคือการ “ถนอม” ประโยชน์ของนวัตกรรมอย่าง Bitcoin ในขณะที่ยังต้องระวังเรื่อง “ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น” ด้วยความเห็นของเขาเกิดขึ้นหลังจากการประชุม European Parliament’s Committee เมื่อเดือนที่แล้วเกี่ยวกับเศรษฐกิจและการเงินที่บอกว่าพวกเขาไม่มีอำนาจในการควบคุมหรือห้าม cryptocurrency ได้ในขณะที่นาย Mario กำลังเฝ้าดูเทคโนโลยีเติบโตไปเรื่อยๆนั้น นาง Christine Lagarde หรือ MD ของ IMF เมื่อไม่นานนี้ได้ออกมากล่าวว่า cryptocurrency นั้นควรที่จะต้องถูกจับตาดูอย่างจริงจัง และมันมีศักยภาพที่จะ disrupt ทุกๆวงการอย่างรุนแรงธนาคารทั่วโลกจะเริ่มไล่ซื้อ Bitcoin ปีหน้าแล้ว อ้างอิงจาก CEO ของ Ritholtz

นาย Josh Brown หรือ CEO ของ Ritholtz Wealth Management บริษัทผู้ให้บริการด้านการลงทุนได้ออกมากล่าวว่าธนาคารจะเริ่มมาก “บุกไล่ซื้อ” Bitcoin แล้วนับตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปโดยอ้างอิงจากข่าวของนิตยสาร Reformed Broker นั้น นาย Brown ผู้ที่เป็นที่รู้จักกันดีในวงการการลงทุน cryptocurrency ได้ออกมากล่าวว่าธนาคารใหญ่ๆอย่าง Goldman Sachs นั้นมีข่าวลือว่าจะเริ่มหันมาลงทุนใน Bitcoin แล้ว และรวมถึงธนาคารอื่นๆใน Wall Street ก็จะตามมาด้วยเช่นกัน“ผมเคยบอกไปแล้วเมื่อสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าคุณยังไงก็สัมผัสมันได้ เม็ดเงินขนาดใหญ่กำลังจะเข้ามาในตลาดนี้แล้ว ผมไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าเหตุการณ์นี้มันจะไม่ทำให้ราคาพุ่งไปได้อย่างไร” เขาเขียนGoldman Sachs กำลังเข้ามาลงทุนใน Bitcoin“ข่าวลือที่แพร่สพัดไปทั่วเมื่อคืนที่ผ่านมาเกี่ยวกับการที่ Goldman Sachs กำลังจะเปิดตัวทีมสำหรับเทรดเหรียญ cryptocurrency สำหรับลูกค้าของพวกเขาในช่วงไตรมาสที่สามของปี 2018 นั้น ผมไม่รู้ว่าเป็นจริงหรือเปล่า แต่ผู้คนหลายๆคนกำลังพูดถึงมัน”เมื่อวานนี้ที่ Wall Street ผู้คนกำลังเฉลิมฉลองการครบรอบ 30 ปีของเหตุการณ์ Black Monday crash เมื่อปี 1987 กระนั้นผู้คนก็ยังมอง Bitcoin ว่าเป็นเรื่องน่าสงสัยปี 2017 นี้ถือเป็นปีที่บุคคลผู้มีชื่อเสียงในวงการเวทีการเงินโลกออกมาโจมตี cryptocurrency มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นนาย Jamie Dimonหรือ CEO ของ JPMorgan ที่ออกมาสร้างกระแสด้วยการบอกว่า Bitcoin นั้นเป็นเรื่อง “หลอกลวง”นาย Brown กล่าวถึงนาย Dimon ผู้ที่เคยออกมาบอกว่า “จะไม่พูดถึง Bitcoin อีกแล้ว” โดยบอกว่าธนาคารของเขานั้นได้มีการทดสอบเทคโนโลยี Blockchain อย่างมากมายในขณะเดียวกันธนาคาร Goldman Sachs ก็ได้มีทีท่าที่เริ่มเปิดชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับ asset ดิจิตอลดังกล่าวนี้ โดยนาย Lloyd Blankfein หรือ CEO ของธนาคารดังกล่าวเคยออกมากล่าวว่าเขากำลังพิจารณาว่าจะสร้างทีมสำหรับเทรด Bitcoin แม้ว่าจะยังไม่พร้อมในตอนนี้ก็ตาม…นานมาแล้วผู้คนก็เคยสงสัยเมื่อเงินกระดาษเข้ามาแทนที่ทองคำ” เขากล่าวในโพสดังกล่าว ซึ่งภายหลังมีสื่อหลายๆสื่อนำไปอ้างอิงเป็นจำนวนมาก……..ผลกระทบที่มีต่ออุตสาหกรรมให้บริการทางเงินของไทย ผลกระทบที่จะเข้ามีในกลุ่มแรกคือ Broker โบรกฯปิดสาขาลดต้นทุน วงการตลาดทุนชี้ บริษัทหลักทรัพย์เตรียมปิดสาขา เหตุ ลดต้นทุนการดำเนินงานช่วงภาวะตลาดหุ้นซบ 2 เดือนแรก ปิดรวม 9 สาขา จาก 8 บล. ด้านบล.แอ๊ดคินซัน ปิดมากสุด 3 สาขา ด้านผู้บริหารแจง เป็นการควบรวมสาขาใกล้เคียงเพื่อลดค่าใช้จ่าย แม้ยังมีสาขาขาดทุนขณะนี้ยังไม่ปิดเพิ่ม รอประเมินสถานการณ์ก่อน มนตรี ชี้ มีโอกาสโบรกเกอร์ปิดสาขา แจงยังไม่มีแผนปิดแม้มีถึง 40 สาขา จากคุมต้นทุน-ยังมีกำไรหากวอลุ่มเฉลี่ยต่อวัน 8 พันล้านบาท จากการสำรวจข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พบว่า ในระยะเวลา 2 เดือนแรกของปี 2552 นี้ ได้มีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) จำนวน 8 แห่ง ประกาศปิดสาขารวมจำนวน 9 สาขา แบ่งเป็นปิดสาขาในเดือนมกราคมจำนวน 5 สาขา จาก 4 บล. ประกอบด้วย บล.แอ๊ดคินซัน ปิด 2 สาขา ที่จังหวัดเชียงใหม่ สมุทรปราการ บล.ธนชาต 1 สาขา ที่จังหวัดขอนแก่น บล.สินเอเชียปิด 1 แห่ง สาขาเอ็มโพเรี่ยม และบล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ปิดสาขาบางรัก ขณะที่ในเดือนกุมภาพันธ์ มีบล.ปิดสาขา 4 แห่ง รวมจำนวน 4 สาขา ได้แก่ บล.แอ๊ดคินซัน ปิดสาขา ธนาลัยเชียงราย บล.ซิกโก้ ปิดสำนักงานสาขาเชียงใหม่ บล.ฟาร์อีสต์ ปิดสาขาสุขุมวิท บล.แมคควอรี ปิดสาขา เขตบางรัก เพื่อไปเปิดสาขาใหม่ที่เขตปทุมวัน ส่วนบล.ที่เปิดสาขาเพิ่ม คือ บล.บีฟิท แต่เป็นสาขาออนไลน์สาขาสมาคมนักบินไทย และ บล.ฟินันซ่า เปิดสาขาพระราม 9 นายสุรพล ขวัญใจธัญญา รองประธานกรรมการบริหาร และกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ แอ๊ดคินซัน จำกัด (มหาชน) หรือ ASL เปิดเผยว่า จากภาวะตลาดหุ้นไทยไม่ดี วอลุ่มการซื้อขายเบาบางนั้น ทำให้บล.ต่างๆจะต้องมีการควบคุมค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนการดำเนินงาน บริหารจัดการสาขาที่ดี หากบล.ใดมีสาขาที่มากเกินไป ต้องมีการลดสาขาหรือควบรวมสาขาที่อยู่ใกล้เคียงกัน หรือไม่สาขาไหนมีขนาดที่ใหญ่ก็จะมีการลดขนาดสาขาลงมาเพื่อที่จะสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ รวมถึงจะต้องมีการพัฒนาบุคคลากรให้ความความพร้อมในช่วงที่ภาวะตลาดหุ้นขาขึ้น “บล.นั้นแข่งขันกันที่ต้นทุน ซึ่งทุกแห่งต้องมีการควบคุมต้นทุนและลดค่าใช้จ่ายที่เกิดความจำเป็นในช่วงที่ภาวะตลาดหุ้นขาลง มีการลดสาขาเพื่อให้เหมาะสมเพียงพอ หากสาขาไหนมีขนาดใหญ่เกินไปก็ลดขนาดลงมาเพื่อลดค่าเช่า มีการลดจำนวนพนักงานให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม แต่ในส่วนเจ้าหน้าที่การตลาดควรที่จะเพิ่มขึ้นเพื่อที่จะได้ชวนนักลงทุนเข้ามาลงทุนในหุ้น มีปัจจัยพื้นฐานดีมีการจ่ายเงินปันผลที่ดี 5-6% ซึ่งสูงกว่าเงินฝากที่ 1-2% หาสินค้าใหม่เพิ่มธุรกรรม”นายสุรพล กล่าว ทั้งนี้ ในปีนี้บริษัทได้มีการปิดสาขาไปแล้ว 3 สาขา คือ สาขาสุราษฎร์ธานี สมุทรปราการ และเชียงราย ซึ่งเป็นลักษณะการควบรวมสาขากับสาขาใกล้เคียงเพื่อที่บริษัทจะต้องไม่เสียลูกค้า และบริษัทได้มีการลดขนาดสาขาที่พัทยาจากเดิมที่มีพื้นที่ใหญ่ ลดลงเหลือขนาดกลาง โดยปัจจุบันบริษัทมี 35 สาขา จากก่อนหน้านี้ที่ทยอยปิดจาก 65 สาขาในปีก่อน ปัจจุบันแม้บริษัทจะมีสาขาที่มีผลขาดทุนแต่ยังไม่คิดที่จะมีการปิดสาขาดังกล่าว เพราะขณะนี้เป็นภาวะที่ไม่ปกติจากนักลงทุนชะลอการลงทุนจึงทำให้มีผลขาดทุน ซึ่งต้องรอประเมินสถานการณ์อีกครั้ง แต่เชื่อว่าผู้จัดการสาขาจะพยายามหาแนวทางสร้างผลกำไรให้กับสาขา โดยปัจจุบันบริษัทมองว่า 35 สาขาเป็นจำนวนที่เหมาะสมกับบริษัท แต่หากสาขาใดไม่สร้างกำไรทำให้ต้องมีการปิดสาขาลงก็จะการควบรวมกับสาขาใกล้เคียงกันเพื่อไม่ให้เสียฐานลูกค้า นายสุรพล กล่าวว่า ในช่วงภาวะตลาดไม่ดีขณะนี้นั้นนักลงทุนควรที่จะหันไปลงทุนในตลาดอนุพันธ์ เนื่องจากสามารถลงทุนและสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ในช่วงภาวะตลาดหุ้นขาลง และขาขึ้น เพราะหากลงทุนในหุ้นนั้นจะสร้างกำไรลำบากที่ราคาหุ้นจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากที่ถูกกดดันจากปัจจัยลบและหากจะลงทุนในหุ้นควรเลือกลงทุนในหุ้นปัจจัยพื้นฐานที่มีการจ่ายเงินปันผล ซึ่งในช่วงนี้เป็นช่วงที่บริษัทจดทะเบียนมีการจ่ายเงินปันผลซึ่งหากเข้าไปลงทุนก่อนที่จะมีการขึ้นเครื่องหมายXD จะทำให้สามารถตอบที่ดีที่ได้ในช่วงระยะเวลาอันสั้นนี้ สำหรับงานด้านที่ปรึกษาทางการเงินในช่วงนี้ ทำให้มีงานด้านการควบรวมกิจการ การเป็นที่ปรึกษาในการปรับโครงสร้างหนี้ เป็นที่ปรึกษาในการออกตราสารหนี้ และที่ปรึกษาอิสระมากขึ้นแ โดยปัจจุบันมีงานควบรวม 2-3 ราย ซึ่งคาดว่าจะเสร็จ 1 รายในไตรมาส 3/52 และอีก 1 รายในไตรมาส 4/52 ขณะที่มีงานการเป็นที่ปรึกษาการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยอีก 2-3 บริษัท **กิมเอ็งฯ มั่นใจบล.ปิดสาขาเพิ่ม นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากมูลค่าการซื้อขายเบาบางนั้นส่งผลกระทบทำให้รายได้ของบล.ลดลง โดยบล.ที่จะสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้นั้นจะต้องมีโครงสร้างต้นทุนที่ต่ำไม่มากเกินไป โดยหากมีต้นทุนที่สูงเกินไปก็จะต้องมีการลดค่าใช้จ่ายลง ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะมีบล.ต่างๆจะมีการปิดสาขาลงเพื่อเป็นการลดต้นทุนการดำเนินงานลง ทั้งนี้ ปัจจุบันบล.กิมเอ็งมีสาขารวมทั้งสิ้น 40 สาขา และยังไม่มีแผนที่จะปิดสาขา เนื่องจากสามารถควบคุมต้นทุนได้ ซึ่งยังคงมีกำไรอยู่หากวอลุ่มซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่ 8,000 ล้านบาทต่อวัน และบริษัทจะมีการหาสินค้าใหม่ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุนที่หลากหลายให้กับนักลงทุน อย่างไรก็ตาม การที่ภาวะตลาดหุ้นปรับตัวลดลงนั้นถือว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนที่ยังไม่มีการลงทุนในหุ้นที่จะเข้ามาลงทุนได้ในราคาต่ำ ทั้งนี้ทั้งนั้นยังไงประเทศไทยก็ต้องยอมรับระบบ Digital Money ไปโดยสรุป เพราะนานาประเทศหันมาใช้ระบบ Digital Money ไม่ทำอุตสาหกรรมการเงินไทย ย่อมไม่มีขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมไปถึงนักลงทุน อาจให้เหตุผลว่า ทำการซื้อขายลำบากด้วยระบบเดิมประวัติ ดร.ไพจิตร กุลตั้งวัฒนา ผู้สมัคร ส.ว.สกลนคร เบอร์ 9 จากหลานชาวนา จากลูกจ้างธรรมดา สร้างเนื้อสร้างตัวเป็นเจ้าของธุรกิจจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สกลนครกว่า 25 ปีแล้วประวัติการศึกษา กำลังศึกษา ปริญญาเอก สาขาภาวะผู้นำทางการบริหารการศึกษาม.ราชภัฎสกลนคร จบการศึกษาระดับ ปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ จาก ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติสกลนคร(MBA รุ่น 1) ปริญญา มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร ประวัติการทำงาน ประธานบริษัท หจก.แสงวิจิตรการไฟฟ้า ,บริษัท แสงวิจิตร เทรดดิ้งประวัติการทำงานการเมือง -ประธานสภาเทศบาลเมือง สกลนคร -เทศมนตรีเทศบาลเมือง สกลนคร -อนุกรรมการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 -สมาชิก สมัชชาแห่งชาติ พ.ศ.2550 -กรรมธิการวิสามัญรับฟังความความคิดเห็นประชาชนในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550ประวัติตำแหน่งด้านสังคม -ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร -ประธานคณะกรรมการสรรหาปปช. ประจำจังหวัดสกลนคร -ประธานคณะกรรมการวิทยาลัยเทคนิคสกลนคร -ประธานนักศึกษาปริญญาเอก รุ่นที่ 5 สาขาภาวะผู้นำทางการบริหารการศึกษา -รองประธาน หอการค้าจังหวัดสกลนคร -ที่ปรึกษา รองอธิการบดีมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร -ที่ปรึกษาสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสกลนคร -ผู้ทรงคุณวุฒิสภาสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2เกียรติประวัติ -โล่เกียรติบัตร ผู้เป็นกำลังสำคัญในการจัดทำรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 ของสภาร่างรัฐธรรมนูญ -โล่เกียรติคุณ จากผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ในโอกาสดำรงตำแหน่งสมาชิกสมัชชาแห่งชาติ -ได้รับโล่เกียรติคุณจากจังหวัดสกลนคร ยกย่องให้เป็น คนดีศรีเมืองสกล ประจำปี 2549 -ได้รับโล่เกียรติคุณ จากกระทรวงวัฒนธรรม ผู้ทำประโยชน์ให้กับกระทรวงวัฒนธรรม ประจำปี 2554 -ได้รับเกียรติบัตร จากเขตพื้นที่การศึกษาสกลนคร เขต ๒ ในโอกาสดำรงตำแหน่งประธานเขตพื้นที่การศึกษา -ได้รับเกียรติบัตร จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ในโอกาสดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย -ได้รับโล่เกียรติคุณ ผู้มีผลงานโดดเด่นด้านวัฒนธรรมจากผู้ว่าราชการจังหวัด โดย สมาคมผู้สือข่าววิทยุโทรทัศน์จังหวัดสกลนคร ประจำปี 2556เกียรติยศสูงสุด -ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นที่สรรเสริญยิ่ง ดิเรกคุณาภรณ์ เหรียญเงิน -ได้รับพระราชทานปริญญามหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน -ได้รับพระราชทานโล่ผู้ทำคุณประโยชน์เป็นผลดีแก่มหาวิทายาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสกลนครสปอต แนะนำตัว http://naphoradio.com/Sponsor/No9-ForAd2014-01.mp3 ขอบคุณมากครับ www.facebook.com/paichit99Kittinant Phitsuwan 99/6 RAMA II Resident Soi 38 RAMA II Road Chomtong Bangkok Thailand 10150. Tel.092-580-9381,082-9843896, Date of Birth 23 October 1985(2528) 30 Year olde-mail: [email protected] , [email protected] Positions : Instructor of…Coaching, Speaker, Economics Developers , Behavioral Sciences, Accounting and Finance Consultants. Training Accounting, Finance, Strategy ,Audit and Internal Audit. Agricultural Business.

Military Status : PassGender of Status : SingleEducation Current : Studying Doctorate of Agricultural Sukhothai Thammatirat Unversity. Career Status :Unemployed and looking for workAcademic s Status :- Candidate of Professional in Digital Marketing and International Commerce. University of London UK- Candidate of Professional in Accounting (Forensic Accounting and Corporate Audit). American International University (Online Program)- Assoc.Prof. in Accounting and Managerial Accounting The Illinois State University USA. American Association of Education- Assoc.Prof. in International Business and Commerce.The University Of Northern Philippines Vegan State of Philippines - - Assoc.Prof. in Interlacement and International Marketing
- Assoc.Prof. in Economics Atlantic International University USA.- Asst.Prof. in Accounting and International Marketing The University Of Northern Philippines Vegan State of Philippines - Asst.Prof. in Accounting (Auditing and Internal Audit)The University of Illinois USA

Education : Doctorate Degree- Doctorate of Economics (Economics Development)Atlantic International University USA.- Doctorate of Accountants USA. Program in Forensics and Managerial Accounting The Illinois State University USA.- Doctorate of Accounting Program in Auditing and Internal Audit The University of Illinois USA.- Ph.D. Business Administration Program in International Marketing and International Management University of London UK- Doctorate of Business Administration Program in Digital Business and Entrepreneurship University of Southampton UK- Doctorate and Master Program Degree Program in ASEAN and Europeans Study University of Northern Philippines- Doctorate and Master Program Degree Economics (Industrial Economics and Human Development Economics) Wharton Business and Economics University of Wharton USA - Doctorate of (D.sc). Plant Production Technology and Agribusiness- Doctorate of (D.sc). Techno- Horticulture, and Agricultural Economics. Central Queensland University (CQU) Australia Online College.

วิกิเพจหมายเลข: 355