อนุทินล่าสุด


วรากรณ์ พูลสวัสดิ์
เขียนเมื่อ

บทกวี ผ่านทางมาเมื่อฟ้าหม่น

เดินผ่านทางมาเมื่อฟ้าหม่น             โดดเดี่ยวทุกข์ทนคนค้นฝัน

เปียกปอนเสื้อผ้าเศร้าจาบัลย์          เปลี่ยวเหงาเงียบงันฝันยังไกล

ฝันถึงฟ้าสีฟ้ากว้างกว่ากว้าง              การเดินทางสิ้นสุดที่ตรงไหน

ใจเงียบเหงายามนี้ไม่มีใคร               ปลอบประโลมดวงใจคลายไหวกลัว

นั่งลงพักข้างทางอย่างหวั่นหวาด       มองดวงดาวดารดาษฟ้าสลัว

เหลียวรอบกายข้างไหนใจระรัว         ฟ้าก็หม่นฝนร้วจนทั่วฟ้า

มีบ้างไหมยามนี้มีใครไหม                ปลอบประโลมดวงใจคลายผวา

ได้ผ่อนพักสักครู่มองดูตา                ก่อนเอ่ยคำอำลาด้วยอาลัย

ขอถ้อยคำทายทักเพียงสักนิด          ปลอบประโลมดวงจิตคนอ่อนไหว

และรอยยิ้มอบอุ่นละมุนละไม          ก่อนเดินลาจากไปไกลทิศทาง

เพราะเราคือผู้เดินทางมาร้างเงียบ    ฝ่าฟ้าฝนเย็นเยียบจนรุ่งสาง

หวังสร้างสมบ่มเพาะใจเปราะบาง      และมองหาทิศทางย่างต่อไป

และเพราะเราเดินทางมาค้างพลบ     ได้ประสบทางฝันอันยื่งใหญ่

และเพราะเราเดินทางระหว่างใจ       จึงพบกันเพื่อจากไปห่างไกลกันฯ

                                                      วรากรณ์   พูลสวัสดิ์



ความเห็น (1)

พบเพื่อจากพรากเพื่อเจอเธอและฉัน โลกวงวรรณฝันเพ้อละเมอหา หากความจริงสิ่งที่พบและผ่านมา เตือนย้ำว่าทั้งเธอฉันนั้นไม่มี ธรรมทิพย์

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
วรากรณ์ พูลสวัสดิ์
เขียนเมื่อ

บทกวี ความตายของดอกลั่นทม

 

เนิ่นนานผลิบานในสายลม

ภู่ผึ้งเฝ้าชมสายลมพริ้วไหว

งามเอยงามยิ่งสิ่งใด

พริ้วไหวในหนึ่งอารมณ์

 

ปั่นป่วนก่อกวนก่อเกิด

ระเหิดหายไปใดสม

ความงาม ความจริงเฝ้าชม

ลั่นทมร่วงหล่นบนดินดูเพิ่มเติม

 

                             วรากรณ์  พูลสวัสดิ์



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
วรากรณ์ พูลสวัสดิ์
เขียนเมื่อ

ถอดเสื้อคุย

หรือเป็นเพราะเราใส่เสื้อกันคนละสี

มองความดีกันคนละอย่าง

จุดหมายกำหนดคนละเส้นทาง

จิตจึงคิดล้มล้างกันและกัน

ถอดเสื้อออกสักทีจะดีไหม...

 ปลดปล่อยทุกดวงใจที่ไหวหวั่น

มีสติตามดูรู้เท่าทัน

นั่งล้อมวงกอดคอกันคลายหวั่นกลัว

เปิดหัวอก เปิดหัวใจ เปิดใจกว้าง

เสรีภาพยังอ้างว้างกลางไฟสลัว

หากทุกคนยังปิดตา ปิดหัวใจ ปิดใจตัว

โปรดเปิดใจดูให้ถ้วนทั่วไร้ตัวตน

เสรีภาพใสกระจ่างสว่างไสว

หากมีรักแผ่ไปทุกแห่งหน

ทุกชีวิตมองเห็นความเป็นคน

ร่วมฟันฝ่าลมฝนไปด้วยกัน

 

วรากรณ์



ความเห็น (2)

ถ้าเปิดตา เปิดใจ เปิดหู ดูบ้านอื่นเมืองอื่น คงจะทำให้บ้านเราเจริญขึ้น

เขียนได้ดีคะ ชอบตรง “มองความดีกันคนละอย่าง จุดหมายกำหนดคนละเส้นทาง จิตจึงคิดล้มล้างกันและกัน” มีทุกสังคม ไม่ใช่เพียงเรื่องของการเมืองเท่านั้น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
วรากรณ์ พูลสวัสดิ์
เขียนเมื่อ

รักนกเขาริมระเบียง

 

พื้นที่ชีวิต พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์

สถานที่คุ้นเคยข้าเคยคุ้น

แดดอุ่นลมเช้าเย้าหยอกเล่น

ใส่ปุ๋ยรดน้ำทุกเช้าเย็น

 เขียวเด่นงามตาพาใจเพลิน

 ห่างเหินห่างหายไปหลายเช้า

ด้วยงานรุมเร้าพาห่างเหิน

 ยืนต้นตายเมื่อใดห่างไกลเกิน

นกเขาบินเหินมาสร้างรัง

ด้วยเคารพความศักดิ์สิทธิชีวิตเจ้า

ยามเช้าลมไกวใบไม้หวัง

ฟูมฟักลูกน้อยแว่วใจฟัง

ข้าพเจ้าจึงยับยั้งความเป็นไป

พื้นที่ชีวิต

ข้าเคยถือกรรมสิทธิ์คิดเป็นใหญ่

 พื้นที่ริมระเบียงฟังเสียงใจ

เช้าวันนี้เป็นของใครแว่วใจฟัง

(เป็นของนกหรือของข้าพเจ้าเฝ้ายึดครอง)

                             วรากรณ์



ความเห็น (2)

…เป็นภาพที่ประทับใจมากค่ะ

บทกลอนก็เพราะและให้ข้อคิดได้ดีมากครับ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
วรากรณ์ พูลสวัสดิ์
เขียนเมื่อ

หนังสือออกใหม่แนวผสมผสานพุทธภาวนา จิตตปัญญาศึกษา สุนทรียสนทนา การสั่งจิตใต้สำนึก(NLP) และกระบวนการฝึกอบรมแนวพุทธจิตตปัญญา พิมพ์เองขายเอง

 

 

 



ความเห็น (2)

สนใจค่ะ ไม่วางแผงหรือคะ จะซื้อได้ที่ไหนคะ

ถ้าวางขายเมื่อไหร่ ขอหนึ่งเล่มนะคะ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
วรากรณ์ พูลสวัสดิ์
เขียนเมื่อ

เรื่องสั้น "อำนาจ" ของเดือดวาด พิมวนา ในมองข้ามบ่านักเขียน

 

เมื่อเย็นวานว่างและอากาศดีชวนอ่านหนังสือเป็นยิ่งนักเลยหยิบหนังสือ "มองข้ามบ่านักเขียน" เปิดไปเรื่อยๆ เจอเรื่องสั้นเรื่อง อำนาจของเดือนวาด  พิมวนา และบทวิจารณ์ "อำนาจ...ภาพลวงตาของคุณธรรมและความรัก"ของ อ.รื่นฤทัย  สัจจพันธุ์ อ่านแล้ว เป็นสั้นที่กะเทาะเปลือกความเป็นมนุษย์ออกทีละชั้นจนล่อนจ้อนเห็นตัวตนถึงแก่นจริงๆ ภาพลวงตาที่มนุษย์สร้างหาเราสลัดขจัดออกจนตาสว่างบางครั้งอาจทำให้มุมองและปัญหาชีวิตเปลี่ยนไปมาก ความสุขขึ้นอยู่กับมุมมองจริง ๆ ชีวิตมนุษย์จะสุขจะทุกข์อยู่ที่ความเห็นหรือมุมมองของตนจริงๆ การเข้าใจแก่นแท้แหห่งจิตใจของตนอย่างถูกต้องจะขจัดความทุกข์ได้จริงงสมดังที่เดือนวาดได้นำเสนอให้ตัวละครได้ค้นพบในตน อ่านแล้วทำให้เข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้าในเรื่องมรรคแปดโดยเฉพาะข้อแรก สัมมาทิฐิ ความเห็นถูกต้อง ยิ่งได้อ่าน บทวิจารย์ทำให้เข้าใจเรื่องสั้นได้ดีขึ้นมากทีเดียว 

เมื่อวานหลังเที่ยงหลังจากเคี่ยวกรำกับ "การปรากฎตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก"ของฮูราคามิมาสามวัน อ่านทีละนิดๆๆก้จบลง และมื่ออ่านงานของเดือนวาดพบความเป็นสากลร่วมกัน คือการสำรวจตรวจลึกเข้าไปในจิตใจ จิตสำนึกของมนุษย์ได้อย่างถึงแก่นจริงๆ นักเขียนไทยไปไกลถึงสากลได้ หากมีระบบการส่งเสริมของรัฐที่ดีและมีคุณภาพต่อเนื่อง



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี