ความเห็นล่าสุด


คุณเตี้ยครับ รบกวนช่วยถามคุณเหน่งด่วนนิดนึงครับว่าได้รับเมล์ผม หรือยัง คือ ผมส่งอีเมล์เรื่องใบเสร็จรับเงินของทางมหาวิทยาลัยอเบอร์ดีน ไปให้คุณเหน่งฝากไปให้ดูครับว่าใบเสร็จแบบนี้ใช้ได้ไหม เพราะจะได้รีบส่งกลับไปให้คุณกิ๊ก หรือจะได้ขอใบใหม่จากมหาวิทยาลัยที่นี่ไปครับ เข้าใจว่า คอมอาจจะมีปัญหาเลยไม่แน่ใจว่าคุณเหน่งได้รับอีเมล์ผมหรือเปล่า เพราะผมต้องรีบเคลียร์เงิน ใน ๕๒วันตามระเบียบราชการครับ ขอบคุณคุณเตี้ยมากครับ แล้ว ผมจะส่งเมล์ไปถามคุณเหน่งอีกครั้งครับ

กราบนมัสการองค์ครูบาอาจารย์ครับ และกราบขอบพระคุณสำหรับกำลังใจครับ ผมจะใช้ความพยายามให้เต็มที่ครับ

 

อนุรักษ์ ครูขอบใจมากนะครับ สำหรับกำลังใจ ครูจะสู้ต่อไป เดี๋ยวพอเรื่องเรียนเข้าที่เข้าทางครู จะลองหางานพิเศษทำแล้วล่ะ จะได้ช่วยประหยัดตังด้วย และฝึกให้เราเป็นคนอดทนด้วย ขอบใจมากลูก เธอก็สู้ให้จบนะ ปีหน้าพบกันครับ

สวัสดีครับ นักศึกษาที่รักการถกเถียงทางวิชาการทุกท่าน ผมเองไม่ทราบว่าท่านมาจากสถาบันไหนนะ  ทราบแต่จากข้อมูลที่อ่านว่ามีท่านหนึ่งมาจากรามคำแหง อีกท่านก็น่าจะเรียนอยู่ราม เหมือนกัน ไม่แน่ใจ ครับประเด็นเรื่องสีและสถาบันสำหรับผมไม่ใช่เรื่องสำคัญขอแต่ท่านมีความรู้ รักความรู้ และกล้าคิดกล้าพูด  และเป็นผู้ที่ยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น รวมทั้งมีการแสดงออกอย่างเหมาะสม ผมยินดีตอบคำถามทุกคำถามครับ  สำหรับผมเอง คิดว่าการถกเถียงทางวิชาการนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่จะต้องรู้ถึงขอบเขต และความเหมาะสมด้วยครับ ในฐานะที่ผมเป็นเจ้าของบล็อกขอเตือนไว้ว่าหากท่านใช้คำไม่เหมาะสมผมขอสงวนสิทธิ์ในการลบความเห็นของท่าน ทั้งนี้มิใช่ผมกลัวว่าผมจะตอบคำถามไม่ได้ เพราะคำถามต่างๆ ที่ผมอ่านมาทั้งหมดผมได้เคยบรรยายในการเรียนการสอนที่มหาวิทยาลัยนเรศวรแล้ว และเอกสารทั้งหลายที่ทุกท่านกล่าวอ้างถึง หรือผมได้แนะนำให้อ่าน ผมได้ใช้ประกอบการเรียนในวิชาของผมด้วย ที่กล่าวมาทั้งหมด ไม่ได้เป็นการอวดอ้างแต่อย่างไร แต่เป็นการบอกให้ทราบ

อันว่า"องค์ความรู้"นั้นมีทฤษฎีการแบ่งหลายแบบ รวมทั้งศาสตร์ด้วย จนกระทั่งแบ่งออกเป็นปรัชญาอย่างที่มีคนกล่าวอ้างในบล็อกนี้ สำหรับผมองวามรู้ไม่ได้มีไว้เพื่อการเอาชนะ และถืออัตตากัน ปรัชญาก็เป็นเพียงสิ่งที่มีขึ้นเพื่อที่จะต้องคำถามบางประการเท่านั้น ผู้ที่รู้ปรัชญาก็ไม่ได้วิเศษวิโสกว่าใคร บางคนแม้จะกล่าวอ้างว่าศึกษาปรัชญา แต่ยังไม่เคยสัมผัสถึงคุณค่าที่แท้ของปรัชญาเลย  ....

ผมเองในฐานะความเป็นครูอาจารย์ ผมไม่สามารถจะไปเถียงหรือเอาชนะกับใคร เพราะไม่ใช่หน้าที่โดยตรงสำหรับผม  สิ่งที่ผมทำได้อย่างเดียว คือการตั้งใจสอนให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ และสิ่งใดที่ผมเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี ผมก็จะสอน และถ่ายทอดแนวคิดไป แนวคิดผมมีง่ายๆ อย่างนี้ ใครจะว่าผมมองเหมือนแนวสังคมวิทยากฎหมาย ของรอสโก เพาน์หรือสำนักไหน ก็ตามทีเถอะครับ หรือ ใครจะชอบ หรือชังผมก็ตามใจท่านผมคง บังคับไม่ได้ แต่ผมยืนยันจุดเดียว พื้นที่ตรงนี้มีสำหรับการแลกเปลี่ยนทางวิชาการและเปิดกว้างสำหรับทุกคนที่ มีความเห็น และยอมรับฟังความเห็นคนอื่น  ถ้าท่านอยากจะลองวิชา ก็ยืนดี ขอให้ใช้คำสุภาพ สมเป็นนักศึกษากฎหมายก็พอ ไม่เช่นนั้นคนเค้าจะดูถูกไปถึงสถาบัน และ ดูหมิ่นองค์ความรู้ที่ผู้พูดมีได้ และผมขอสงวนสิทธิ์ที่จะกล่าวตักเตือนในฐานะเป็นอาจารย์ ในกรณีที่ท่านเข้ามาใช้พื้นที่และทำไม่เหมาะสม เพราะพื้นที่ส่วนนี้เป็นส่วนที่ผมสร้างขึ้น และท่านมาอยู่ในพื้นที่ผม หากท่านไม่พอใจ ท่านสามารถเข้าไปเปิดพื้นที่แสดงความเห็นของท่านเองได้ ไม่ผิดกติกาแต่อย่างไร 

อนึ่งขณะนี้ผมกำลังศึกษาอยู่ที่ต่างประเทศจะมีเวลาเข้ามาตอบปัญหาได้บางช่วงเท่านั้น และการตอบคำถามของผมนั้นก็ไม่สามารถกล่าวอ้างหลักฐานต่างๆ ได้อย่างเต็มที่เพราะ เอกสารส่วนใหญ่เก็บไว้ที่ มหาวิทยาลัย หากท่านประสงค์จะแลกเปลี่ยนความเห็น ก็ขอให้ท่านเตรียมข้อมูลส่งมาให้ผมในกรณีที่ผมขอด้วย เพราะไม่เช่นนั้นก็เท่ากับท่านเอาเปรียบผม หากเรายังคิดว่าการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ โดยปราศจากอคติ ๔ ดังที่กล่าวไว้ใน กฎหมายตราสามดวง(ซึ่งต่างกับอคติ ๔ ในทางพระพุทธศาสนา)เป็นสิ่งสำคัญแล้ว ก็ขอให้ถือตามกฎเกณฑ์นี้ด้วย มิฉะนั้นผมขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ตอบคำถาม และหากท่านประสงค์จะมาวิวาทกันในบล็อกนี้ ผมก็ขอเชิญท่านออกจากบล็อกนี้ไปเสียเถิดเพราะที่แห่งนี้มิใช่ที่สำหรับการวิวาทกัน

Hay Gay! before I critic something or discuss something such as the article of Mr. Jarun Kosananun. Could you please send me Mr. Jarun's article. I know that you have a chance to read Mr.Jarun's book, but I do not know which book have you red. So I can not share opinion with you na. Please send me the arthcle that you read and mentioned. And I will share tomorrow when I have time.

Thank for academic discuss. Today I will prepare myself for study tomorrow. Sorry for not type in Thai, I use computer at a university. Tomorrow, I will discuss again.

"ความยอกย้อนในประวัติศาสตร์ของ บิดากฎหมายไทย" เล่มนี้ก็ดีครับ อธิบายที่มาที่ไปต่างๆ ได้ดี น่านับถือ ท่านอาจารย์สมชาย ที่ท่านศึกษาอะไรถึงแก่น และถึงรากจนวิเคราะห์สิ่งต่างออกมาได้ อย่างเป็นระบบ และมีหลักฐานอ้างอิง แม้ท่านจะเรียนจบจากธรรมศาสตร์ในยุคที่มีคนเคยบอกว่าเป็นยุคที่ประวัติศาสตร์กฎหมายถูกละเลยก็ตาม ผมว่าจนถึงปัจจัจุบัน(จากเอกสารที่ผมอ่านมา อาจจะยังไม่ครอบคลุมนะครับ)ยังไม่ค่อยมีนักกฎหมาย หันมาสนใจ วิพากษ์ และวิเคราะห์ระบบการเรียนการสอนกฎหมายของเราเองว่า ที่เป็น อยู่ในปัจจุบันนี้เป็นยังไง สิ่งนี้เองทำให้พลังในการศึกษานิติศาสตร์ไทยอ่อนด้อยลงไป ผมค่อนข้างเห็นด้วย กับทั้งท่านอาจารย์ฐาปนันท์ และ ท่านอาจารย์สมชาย ว่า เราถูกวิชาชีพครอบงำวิชาการครับ และเรามัวแต่หลงกับหัวโขน และค่านิยมของสังคม มหาวิทยาลัย กลายเป็นโรงเรียนเตรียม เนติบัณฑิต และแข่งกันว่าเราจะประสบความสำเร็จถ้าเด็กนิสิตนักศึกษาของเราสอบผ่านได้เยอะ

ว่าที่จริงการสอบเนติผ่านโดยตัวมันเองก็เป็นผลที่ชี้ได้เหมือนกันว่า ท่านนักกฎหมายผู้นั้นมีความรู้กฎหมายดี แต่นอกจากมีความรู้กฎหมายดีแล้ว ผมว่าเรายังต้องมีอะไรประกอบอีก คือคุณธรรม จรรยา มารยาท และการแสดงออกที่เหมาะสม นักกฎหมายเป็นผุ้ที่จะต้องใช้ความรู้ทางกฎหมายในการทำสิ่งต่างๆ ถ้าใช้ความรู้ไปในทางที่ผิดบ้านเมืองก็บรรลัย อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ที่เราเห็นอาจารย์สอนกฏหมายหลายท่านไปอิงกับฝ่ายการเมือง ในยุคที่เราเรียกว่า "อำนาจเป็นธรรม" จนเรสูญสิ้นความศรัทธาในตัวหลายท่าน เนื่องจากในยุคนั้น แม้สิ่งต่างๆ นั้นจะมีความถูกผิดอย่างไร ก็ไม่สน บรรดานักกฎหมายที่อิงกับฝ่ายการเมืองก็แก้กฎหมายให้รับใช้ผลประโยชขน์ของฝ่ายที่ตนสังกัดอยู่เป็นพอ ความยุติธรรมกับกฎหมายคงไม่ใช่สิ่งเดียวกัน แต่กฎหมายนั้นเป็นเครื่องมือไปสู่ความยุติธรรม ถ้าผู้ออกกฎหมาย ออกกฎหมายไม่เป็นธรรมแล้ว บ้านเมืองก็จะมีปัญหา แต่หากออกกฎหมายไม่เป็นธรรมแต่ยังมีผู้ใช้กฎหมายเป็นธรรมแล้ว บ้านเมืองก็ยังจะพอมีทางรอด และนี้เองเป็นที่มีของเหตุผลในการแบ่งแยกอำนาจอธิปไตย(เดี๋ยวจะเกินเลย)และการที่ผมให้ความสำคัญมากๆ กับเรื่องคุณธรรมของนักกฎหมาย ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าบรรพจารย์สอนกฎหมายในอดีตนั้น แม้บ้านเมืองจะยังไม่ทันสมัยขนาดปัจจุบัน นักกฎหมายก็ยังไม่มีรายได้มากอย่างในปัจจุบัน สิ่งยั่วยวนต่างๆ ยังไม่เยอะขนาดในปัจจุบัน ท่านก็ยังเห็นการไกลขนาดที่ได้มีการ เขียนไว้แล้วว่า คุณธรรมกับความเป็นนักกฎหมายนั้นเป็นเรื่องที่แยกกันไม่ออก นักกฎหมายต้องมีคุณธรรม มิฉะนั้นก็จะถือเป็นเพียง "ผู้ที่มีความรู้ทางกฎหมาย" ไม่ใช่นักกฎหมาย...

สิ่งที่ท่านพระยาวิทูรธรรมพิเนตุ เขียนไว้ในอดีต และท่านอาจารย์จรัลได้กรุณาคัดลอกมาลงพิมพ์ในปกหนังสือ เรื่องนิติปรัชญากฎหมายไทย ฉบับพิมพ์ครั้งที่สองของท่านนั้นจึงมีความหมายสำหรับผมมาก หรือ ถึงแม้เรื่องของหลักอินทภาษในกฎหมยตราสามดวงก็ตาม ผมถือเสมือนหนึ่งว่าเป็น ธรรมนูญของการศึกษากฎหมายทีเดียว ซึ่งน่าชื่นชมว่าท่านเล็งเห็นการณ์ไกล รวมทั้งท่านอาจารย์รุ่นใหม่ๆ อย่าง ท่านอาจารย์สมชายและท่านอาจารย์ ฐาปนันท์ ที่ท่านได้กรุณาเน้นให้เราเหล่าผู้ที่ศึกษษกฎหมาย เห็นความสำคัญของสิ่งนี้ขึ้นมา...

อืมลืมไปครับมีอีก ฉบับ ครับ เรื่อง น้ำยาการศึกษาวิชานิติศาสตร์ไทย ท่านอาจารย์สมชาย ปรีชา ศิลปกุล ท่านเขียนไว้ดีมากเลยครับ รบกวนอ่านแล้ว ลองมาแลกเปลี่ยนความเห็นกันนะครับ น่าจะได้อะไรดีๆ ขึ้นมา

ขอบคุณครับที่มาแลกเปลี่ยนความเห็น ส่วนตัวผมแม้ไม่ได้เป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์จรัล โฆษนานันท์โดยตรง แต่ก็ศรัทธาในความคิดและงานเขียน และผลงานการสอนของท่านมากครับ สำหรับเรื่องค่านิยมของคนที่เรียนกฏหมายในปัจจุบัน ที่นิยมเรียน โดยหวังว่าจะต้องสอบเพื่อมาเป็นผู้พิพากษา เพราะเป็นอาชีพที่มีเกียรตินั้น ผมคิดว่าคงเป็นเรื่องที่ระบบการศึกษา และความคาดหวังของสังคมรวมทั้งสิ่งต่างๆ ซึ่งระบบการศึกษาของไทยควรต้องปรับทัศนะคติให้ผู้เรียนกฎหมายหันมาเป็นนักกฎหมายเพื่อที่จะพัฒนาสังคมครับ ไม่ใช่เรียนเพื่อหวังเป็น แค่ผู้พิพากษาครับ อัยการหรือทนายความค่าตัวสูงๆ อย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึง หน้าที่ของนักกฎหมายต่อสังคม และบทบาทของนักกฎหมายที่ควรจะเป็นเลย ว่าที่จริงเรื่องที่ผมเขียนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรนะครับ อาจารย์ผู้ใหญ่หลายท่านได้เคยเขียนไว้  

อยากให้คุณเณรข้างวัดลองไปอ่านบทความที่ผมทำลิงค์ไว้นี้นะครับ ดีมากๆ เลย แล้วลองแลกเปลี่ยนกันดูก็ดีว่า ในฐานะที่เราเป็นนักกฎหมาย(ผมเดาจากที่คุณบอกว่าเป็นลูกศิษย์ท่านอาจารย์จรัล นะครับ)เราจะช่วยกันได้อย่างไรในการทำให้นักกฎหมายเราตระหนักถึง หน้าที่ต่อสังคมของเรา และ พัฒนาระบบการศึกษากฎหมายของไทยไปได้มากกว่านี้  ผมว่าคุณเณรข้างวัดน่าจะมีไอเดียดีๆมาแลกเปลี่ยน แน่นอนครับ ขอบคุณมากๆ ที่กรุณาแลกเปลี่ยนความเห็นครับ

พัฒนาการว่าด้วยการศึกษาวิชานิติศาสตร์ในประเทศไทยและความเห็นบางประการ

ขอบคุณสำหรับทุกความเห็นครับ สำหรับผม ประวัติศาสตร์ ให้คุณค่าในการรู้จักตัวเองและ ช่วยให้เราเห็นทั้งจุดดีจุดเสีย และให้เรารู้จักพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นครับ ไม่จำกัดว่าในสาขาใด แต่เราต้องเริ่มจากการทบทวนตัวเองก่อนครับ ส่วนเรื่องปรัชญานั้นต้องขอโทษจริงๆ ครับ ผมยังอ่อนด้อยมากๆ กำลังว่าจะต้องหาเวลาศึกษเพิ่มเติมครับ อาจจะยังไม่สามารถแลกเปลี่ยนกับท่านทั้งหลายได้ ทราบแต่เพียงว่าถ้ามองในด้านประวัติศาสตร์ ความอยุติธรรมในอีต และความดีงามของระบบในอดีตจะเป็นเครื่องช่วยสั่งสอนเราให้เรารู้จักการปรับปรุงสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันให้ดีขึ้นครับ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชม และแลกเปลี่ยนความเห็นนะครับ

ขอบคุณทึแวะมาเยี่ยมชมบล็อกนะครับ และขออนุโมทนาในบุญกุศลครั้งนี้ด้วยครับ

จากใจนะครับว่าที่จริงในฐานะอาจารย์คนหนึ่งของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรเราต้องขอบคุณคุณเตี้ยมากๆ ที่ทุ่มเททำงานพัฒนาระบบฐานข้อมูลห้องสมุดของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรของเรอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และไม่ย่อท้อ รวมทั้งเรื่องการประสานงานด้านการวิจัยด้วยครับ หลายสิ่งวันนี้พัฒนามาได้อย่างเป็นรูปร่างเพราะความเสียสละของบุคคลากรตัวเล็กๆของคณะนิติศาสตร์ของพวกเรานี้ ขอให้รักษาความดีนี้ไว้นะครับ และขอบคุณที่นำสิ่งดีมาให้พวกเรา ครับ

ขอบคุณคุณเตี้ยที่แวะมาให้กำลังใจครับ และขออนุโมทนาบุญกับกองผ้าป่าช่วยเหลือเด็กด้วยครับ

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมครับ วิธีการเหล่านี้ผมได้มาจากการเดินทางไปศึกษาภาษาอังกฤษยังประเทศออสเตรเลียครับ ถ้าจะขอบคุณ ผมต้องขอยกคำขอบคุณนั้นให้กับ มหาวิทยาลัยนเรศวรที่รักยิ่ง และทีมผู้บริหารที่มีวิสัยทัศกว้างไกล ของเรา ที่ยอมเสียสละเงินค่าเทอมของนิสิตส่งพวกเราไปอบรมครั้งนี้ครับ

ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมสามารถตอบแทนกลับไปยังเด็กนิสิตของเราซึ่งเป็นเจ้าของเงินทุนที่ให้ผมไปเรียนต่อครับ ความรู้ทั้งหลายที่ผมได้มา มาจากเงินของนิสิตและภาษีประชาชน ผมมีหน้าที่ต้องคืนกลับให้คุ้มค่าครับ หวังว่าท่านทั้งหลายคงได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อย ครับ ไว้ว่างๆ จะกลับมาเขียนเพิ่มครับ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์พันธุ์ทิพย์ที่แวะมาเยี่ยมเสมอมาครับ สถานที่แห่งนี้ และนักต่อสู้เหล่านี้ เป็นสิ่งที่ทำให้ผมรู้ซึ้งถึงคุณค่าของคำว่า "สิทธิมนุษยชน" และทำให้ผมตระหนักถึงความจำเป็นในการให้การศึกษากับสังคมและคุณค่าของรักษาหลักการนี้ไว้ครับ

ขอบคุณคุณbee man ที่แวะมาเยี่ยมครับ

สรุปง่ายอย่างที่ท่านอาจารย์บอกครับ และที่สำคัญ อยู่ที่การปรับความเห็นครับ ถ้าปรับความเห็นได้ตรงตามความเป็นจริงเมื่อใดก็จะลดทุกข์ได้มากโขอยู่ครับ ผมก็กำลังพยายามเริ่มเดินบนทางสายนี้เหมือนกันครับ

 

ขอบคุณครับ

ขอบคุณมากๆครับสำหรับคำสัญญาที่มีค่า และความตั้งใจดีของพวกเธอทั้งหลาย พวกเธอทุกคนเป็นนิสิตที่ครูภูมิใจครับ

ครูอ่านหนังสือเรื่อง เข็มทิศชีวิต สอง แล้วพบคำพูด ดีๆที่อยากนำมาแบ่งปันครับ เค้าบอกว่า

 "พระพุทธเจ้าก็เคยอยู่ในนรก... ...นรกให้บทเรียนจนเกิดการเปลี่ยนแปลงในหัวใจคน... เพราะจักวาลมีความปรารถณาดีส่งทุกอย่างมาอย่างพอเหมาะพอควร เพียงพอที่จะให้เราเรียนรู้เติบโตและมีชีวิตใหม่ที่ดีที่สุดเสมอ.." 

ในความเห็นครู ครูคิดว่าสิ่งที่จะทำให้ครูรู้สึกดีใจมากที่สุด คือ การที่ได้เห็นนิสิตออกไปเป็นส่วนหนึ่งในการทำประโยชน์ให้สังคมครับ ครูไม่ได้คาดหวังว่านิสิตของเราจะต้องทำงานได้เงินเดือนสูงๆ หรือตำแหน่งดังๆ  แต่สำคัญที่สุดคือว่าเมื่อพวกเธอทำงานนั้นเธอทำมันได้ดีที่สุดหรือเปล่า และงานนั้นเป็นงานที่สุจริตหรือเปล่า เพราะมันเป็นหัวใจสำคัญของความเป็น "นักกฎหมาย" ครับ 

    ในสายตาผม อาชีพทุกอาชีพมีคุณค่าเท่ากันครับ "นักการ"และ"ผู้นำองค์กร" ไม่ต่างกัน  อาจจะมีบทบาทที่ต้องเล่นคนละบท  และบทบาทบทบาทหนึ่งอาจจะไม่เด่นเท่าอีกบทบาทหนึ่ง แต่ถ้าไม่มี "นักการ" หน่วยงานคงจะรกรุงรัง ไม่น่าทำงาน ไม่มีความสะดวกสบาย เช่นไม่มีน้ำ และกาแฟดื่ม ไม่มีคนคอยล้างจานที่เราทานไว้ ไม่มีคนคอยล้างแก้วของเรา และไม่มีคนคอยต้อนรับแขก หรือคนใหม่ๆที่เข้ามาติดต่อองค์กรเป็นครั้งแรก ไม่มีคนที่มีน้ำใจช่วยเดินไปส่งเอกสาร ไม่มีคนคอยเดินไปซื้อน้ำ ซื้อกาแฟให้ ...

มันไม่สำคัญว่าคุณเป็นอะไร ขอให้เป็นสิ่งที่ดีและทำมันให้ดีที่สุดครับ นี่เป็นสาระสำคัญของคุณค่าของการที่ได้เกิดมาเป็นคนครับในความเห็นของผมครับ

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับคำสัญญาที่มีค่า ครูจะเราดูความเติบโตของรุ่นพวกเธอครับ

 

รักและปรารถณาดี

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ครับที่แวะมาให้กำลังใจเสมอ

ขอบใจมากๆ ครับที่คิดถึงครู ครูกลับมาถึงพิษณุโลกแล้วครับ ต้องขอโทษด้วยครับที่ตอบช้าไปหน่อย

ทุกคนมีจังหวะชีวิตของเราเองครับไม่ต้องกังวลเรื่องงาน

การปฏิบัติธรรมก็เป็นการทำงานอย่างหนึ่งครับ ถือเป็นข่าวดีครับ

อนุโมธนาบุญด้วยครับ

รักและปรารถณาดี

ขอบใจมากๆ ครับที่คิดถึงครู ครูกลับมาถึงพิษณุโลกแล้วครับ พยายามsign inอยู่ แต่ยังไม่สามารถ sign in ได้ เลยยังไม่เห็นผลงานของพวกเราครับ คิดถึงนิสิตทุกคนครับ

รักและปรารถณาดี

Thank you very much for your suggestion krub. That is very great.I am sorry for not writing in Thai language.

ครูดีใจที่ได้ข่าวจากเรานะครับแจ้ (ต๊อก)  และยิ่งดีใจอีกที่ทราบว่าเราทำงานแล้ว ตอนนี้ครูมาเรียนภาษาที่ออสเตรเลีย สองเดือนครับจะกลับช่วงเปิดเทอม สบายดีครับขอบใจมาก ได้โอกาสมาเห็นบ้านเมืองและสิ่งใหม่ๆแล้ว อดคิดถึงบ้านเมืองเราไม่ได้ เรายังห่างเค้าอีกหลายขุม ไม่ใช่ว่าบ้านเมืองเค้าดีทุกอย่าง (ที่แย่ๆก็มีมาก)แต่คนส่วนใหญ่มีจิตสำนึกที่ดี รักการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รู้จักใช้เงิน แล้วรัฐบาลก็สนับสนุนการศึกษาอย่างเต็มที่ ถ้าเป็นไปได้ครูอยากให้ลูกศิษย์ครูมาเรียน มาเรียนรู้ทั้งด้านดีและเสียของเค้า และกลับเอาไปสร้างบ้านเรา

โชคดีนะครับ ฝากความคิดถึงถึงเพื่อนๆทุกคนด้วย

รักและปรารถณาดี

ครูของพวกเธอ

ครูเข้าใจอารมณ์นะ

สิ่งแรกเวลาเกิดอะไรขึ้น หรือไม่เกิดอะไรขึ้นที่ครูจะทำเสมอ คือ ทำใจครับ  ทำใจให้มีสติ เหมือนอย่างที่เธอได้เรียนในวิชาประวัติศาสตร์กฎหมายไง บางครั้งสิ่งต่างๆล้วนเกิดขึ้นโยที่เราไม่มีเวลาตั้งรับ สิ่งที่ต้องทำให้ได้คือ "ตั้งใจให้มีสติ" ครับ แล้วจะได้หาทางแก้ไขต่อไป

ถ้าปัญหาแก้ได้ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องกังวล หรือหากปัญหาแก้ไขไม่ได้ การกังวลก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ทำให้ดีที่สุด นี่แหละเป็นคติที่พุทธศษสนาสอนพวกเรา

บางทีสิ่งนี้อาจจะเป็นสิ่งที่เข้ามาทดสอบความเข้มแข็งของเธอก็ได้ อย่ากังวล ครูจำได้ว่าลูกศิษย์ครูคนหนึ่ง ไม่จบพร้อมเพื่อนเพราะสอบตกรายวิชาหนึ่ง คือ กฎหมายล้มละลาย เค้าก็ทำใจนานเหมือนกัน  แต่ท้ายที่สุด หลังจากกลับมาเรียนใหม่จนความรู้แน่น สุดยอดแล้ว ก็สอบจบไปได้ ปัจจุบันบรรจุเป็นนิติกรประจำศาลล้มละลายเสียด้วย ฮืมแสดงว่าแน่นจริง

 

ครูอยากแนะนำให้เธอลองตั้งสติ แล้วกลับมาปรับแผนชีวิตใหม่อีกทีอาจจะช่วยให้เธอได้มองอะไรชัดเจนขึ้นนะ ครูจะแนะนำเสมอว่าถ้าเกรดไม่ดี ความรูต้องแน่น ภาษาอังกฤษต้องดี ครูคิดว่าเธออาจจะใช้เวลาช่วงนี้ไปฝึกงานรวมทั้ง เรียนภาษาเพิ่มเติมก็ได้นะ และมันอาจจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของเธอก็ได้

 

เดินไปให้ถึงฝันลูก....

 

ครูของพวกเธอ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี