ความเห็นล่าสุด


คุณปนัดดา กับคุณมะนาวหวาน .. มีแนวคิดไปในทางเดียวกัน คือเข้าใจมนุษย์ และเชื่อว่าปัญหาส่วนใหญ่มาจากการขาดความสมเหตุสมผลของมนุษย์นั่นเอง .. ผมก็มีความเชื่อเช่นนั้นครับ .. และเรื่องมนุษย์อีกนั่นหละ ที่แก้ยากที่สุด ตึกเสีย ก็ซ่อมได้ แต่มนุษย์เสียนี่ยากครับ .. คิดแบบเดิม ทำแบบเดิม อยู่ร่ำไป

อ่านแล้วทำให้สบายใจครับ .. ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดี ๆ ..

ผมเคยสงสัยครับ และยังสงสัยอยู่ว่า

การที่โรงเรียนมีเครื่องคอมพิวเตอร์จะทำให้นักเรียนสนใจใช้ประโยชน์สูงสุด

ที่เทคโนโลยีมีให้หรือไม่ เพราะครูเองที่เป็นผู้สอนก็อาจยังใช้ประโยชน์

จากศักยภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ หรืออินเทอร์เน็ตได้ไม่เต็มที่เลย

อันที่จริงปัญหาไม่ได้เริ่มต้นในการศึกษา แต่น่าจะเกิดที่ความเป็นมนุษย์ที่ไม่สมบูรณ์

จนทำให้เกิดปัญหาขึ้นในทุกด้าน .. มีคนบอกว่า ธรรมะแก้ได้หมด

ก็ไม่รู้จริงรึเปล่า เพราะศาสนาเองก็ยังมีปัญหาเลยครับ

อะไรก็คุณภาพ คุณภาพ

เราคงต้องพัฒนากันต่อไป และต้องแลกมาด้วยทุกสิ่ง

ก็เพื่อคุณภาพของอะไรต่อมิอะไร

ผมก็งง งง นะครับ

ว่าข่าวยาเสพติดออกจะดัง ปราบกันก็จริงจัง

แต่ก็ยังมีคนที่ไม่กลัว แต่ก็พอเข้าใจเหตุผลของมนุษย์ด้วยกันครับ

ว่าเขาทำไปเพราะอะไร .. ในอีกมุมหนึ่งก็น่าเห็นใจ

ผมว่าเป็นนโยบายที่ดีมากครับ

เสียดายผมเกิดช้าไปหลายสิบปี

แต่ลูกหลานของผมคงได้ประโยชน์

ถ้าไม่ถูกไข้หวัด 2009 + 2010 กลืนมนุษย์ไปซะหมดนะครับ

ผมว่าเป็นนโยบายที่ดีมากครับ

เสียดายผมเกิดช้าไปหลายสิบปี

แต่ลูกหลานของผมคงได้ประโยชน์

ถ้าไม่ถูกไข้หวัด 2009 + 2010 กลืนมนุษย์ไปซะหมดนครับ

โหวดให้ คุณจตุพร

เหตุผล

1. ชอบความหลากหลายในความคิด ที่มาจากชีวิตความเป็นอยู่

2. ความเป็นคนธรรมดาของคุณจตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

ที่ทำด้วยใจรัก มิได้ทำบนเงื่อนไขใด ๆ

3. ชอบลักษณะส่วนตัวของคุณจตุพรที่ทุ่มเทเพื่อท้องถิ่น

ขอเสนอ ของ บุรินทร์ รุจจนพันธุ์

ลิงค์บันทึกล่าสุด http://gotoknow.org/blog/thaiall/toc

เหตุผลคือ ต้องการร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และแสดงความมีส่วนร่วม

สำหรับบล็อกที่เสนอนี้ จะเล่าประสบการณ์ในรูปบทความ ไอทีในชีวิตประจำวัน

ต้องการใช้ประโยชน์จากชุมชนนี้ เป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยนเรียนรู้

แล้วนำข้อมูลที่ได้กลับไปนำเสนอในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของลำปาง

คือ นสพ.ฅนเมืองเหนือ เพราะที่ gotoknow.org เป็นแหล่งเผยแพร่

และแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่ง

1) วิธีป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ ไม่ชักศึกเข้าบ้าน

แต่ถ้าชักเข้ามาแล้วก็อาจใช้เครื่องมือช่วย แต่อย่าหวังพึ่งมากครับ อาจเสียใจได้

http://anti-virus-software-review.toptenreviews.com/

1 Bitdefender.com

2 Kaspersky.com

3 Webroot.com

4 NOD32th.com

5 Paretologic.com

6 Grisoft.com (AVG)

7 Vipreantivirus.com

8 F-Secure.com

9 Trendmicro.com

10 Mcafee.com

11 Symantec.com (Norton)

15 Avast.com (ร่มแดง)

2) การตรวจสอบและและแก้ไขในเบื้องต้นได้

ผมเขียนไว้ที่ http://www.thaiall.com/security/indexo.html

ก็ต้องปรับปรุงไปเรื่อย ๆ ทั้งชีวิตครับ

เพราะไวรัสมีมาใหม่เสมอ เพราะ os ก็ปรับใหม่เสมอเช่นกัน

กรณี 1) ถ้าเครื่องที่บ้านติด deepfreeze หรือ goback ช่วยไม่สามารถบันทึกข้อมูลลงเครื่องได้

ถึงแม้บันทึกไว้ได้ก็จะหายไปตามเงื่อนไข ถ้าเป็นแบบนั้นโดยปกติจะไม่ติดไวรัสอย่างถาวร

แต่อาจติดไวรัสชั่วคราว ขณะที่เสียบ handydrive เมื่อถึง rollback ไวรัสก็จะหายไป

แต่จะไม่ติดไวรัสเช่นกัน ถ้า antivirus work อยู่ครับ

กรณี 2) ถ้า handydrive มี writeprotect เครื่องคอมฯ ที่ติดไวรัสจะส่งไวรัส

เข้า handydrive ไม่ได้ เพราะเป็นการป้องกันทาง hardware

ดังนั้นเวลาผมนำ memory ไปร้านถ่ายรูปจะติด writeprotect ไว้เสมอครับ

เพราะเคยไปแล้วได้ของแถมกลับบ้าน

ก็หวังว่าผมจะร่วมแลกเปลี่ยนได้ตรงประเด็นกับที่คุณปรีชานำเสนอ

ธรรมชาติของมนุษย์เราเบื่ออะไรที่ไม่เป็นไปดังหวังได้ง่ายครับ

เช่น ทานข้าวผัดกระเพราทั้งชีวิตก็คงไม่มีใครทำได้แน่ถ้าเลือกได้

ประเด็นจึงอยู่ที่ว่าเลือกได้หรือไม่

เช่น ทานข้าวทั้งชีวิตอย่างนี้ผมทำได้และไม่เบื่อ เพราะผมก็ทำมาแล้ว

เนื่องจากไม่มีสิ่งอื่นในโลกที่ทานแล้วเหมาะสมตามสภาพแวดล้อมที่เติบโตมา

อีกร้อยปีข้างหน้า ถ้าผมมีชีวิตอยู่ ผมอาจทานอาหารเม็ดก็ได้ ถ้าวันนั้นไม่มีข้าวอีกต่อไป

จะช้าจะเร็ว จะเบื่อหรือไม่ ขึ้นกับสภาพแวดล้อม และเหตุผลของแต่ละบุคคลเป็นสำคัญ

เป็นเรื่องธรรมชาติครับ ..

ผมสนใจครับ และจะทำการบ้าน โดยเรียบเรียงข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการความรู้มาศึกษา

เพราะไปอบรมให้เข้าใจ ไว้ที่ http://www.thaiall.com/km/indexo.html

ถ้าอบรมแล้วก็จะนำไปบันทึกไว้ที่เว็บเพจข้างต้น

เพื่อจัดเก็บสิ่งที่ได้เรียนรู้มา เป็นขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการ

แบบ Probst และคณะ
1. การกำหนดความรู้ (Knowledge Identification)
2. การจัดหาความรู้ (Knowledge Acquisition)
3. การพัฒนาความรู้ใหม่ (Knowledge Development)
4. การถ่ายทอดความรู้ (Knowledge Transfer)
5. การจัดเก็บความรู้ (Knowledge Storing)
6. การนำความรู้มาใช้ (Knowledge Utilization)

 

1. เห็นด้วยครับว่า Social networking website เป็นแบบ Asynchronous

เพราะฝากข้อความไว้ แล้วค่อยมาตอบ โต้กันไปโต้กันมา ในเวลาที่แตกต่างกัน

2. ถ้างั้นจะเรียกว่า Asynchronous ด้วยการทิ้งข้อความไว้ เป็นแบบ 2-way ก็เป็นไปได้ในความหมายนี้

3. งั้นต่อไปคงต้องเรียกการส่งจดหมายไปรษณีย์ การส่งอีเมล การส่ง sms

ว่าเป็น 2-way แบบ Asynchronous ก็ได้สิครับ

สรุปว่า ผมว่าเป็นการตีความหมาย ด้วยการแยก และรวมครับ

เพราะ 2-way ในความหมายเดิมคือ response ในเกือบทันที

มิใช่ทิ้งข้อความ แล้วไม่รู้จะเข้ามาตอบกันเมื่อใด

คำว่า 1-way กับ 2-way การแยกความแตกต่าง

น่าจะมี 2 เรื่องคือ เวลา กับ การตอบสนอง

ก็แค่เรื่องเวลา เหมือน blog ของ gotoknow.org นี่หละครับ

ถ้าไม่มีความต่างเรื่องเวลา และความไม่แน่นอนในการตอบสนอง

บางคน เช่นผม ก็คงเรียกว่า 1-way ครับ

ไวรัสบางตัวฆ่าไม่ได้จริง ๆ เพราะเขียนในท้องถิ่น

ทำให้โปรแกรม antivirus ยังไม่รู้จักก็มี

การติดไวรัสก็ง่ายซะเหลือเกิน แค่เปิดเว็บเพจจากบางเว็บไซต์ก็ติดแล้ว

อย่างที่ google.com เขียนมี link ที่เตือนว่า เว็บเพจหน้านี้เป็นภัย อะไรทำนองนี้ครับ

วิธีป้องกัน คือดูแลรักษาตัวรอดเป็นยอดคน

อย่าให้ใครเอาอะไรมาจิ้ม และ อย่าเปิดเว็บเพจแปลก ๆ ครับ

 

ผมลองค้นข้อมูลดูก็พบว่า a virtual card for you คืออะไร
ก็พบว่านี่คือ hoax
คุณคงได้ e-mail ฉบับนี้มา เอาเป็นว่าอย่างส่งต่อ
และเข้าไปอ่านที่

http://www.thaicert.nectec.or.th/paper/hoax/VirtualCardforYou.php

http://en.wikipedia.org/wiki/Hoax

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี