ความเห็นล่าสุด


บ่ายวันราชการ จันทร์ พุธ ศุกร์ค่ะ 074 451755 ค่ะ ..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/188084

แผลเป็นตรวจในเวลาราชการที่คลินิกศัลยกรรม

ผมร่วง เป็นกระ ครวจที่คลินิกผิวหนังทั้งในและนอกเวลาราชการ เพื่อพิจารณาแนวทางการรักษา

Homework : Leadership roles

1.เปรียบเทียบแนวคิดเรื่องผู้นำของ Chira&Peter Druckerให้วิเคราะห์ว่ามีข้อแตกต่างและเหมือนอย่างไร


Leadership Roles (Chira Hongladarom style)

1)Crisis management การจัดการภาวะวิกฤต

Crisis management การจัดการภาวะวิกฤต สมัยนี้มาแล้วมาอีก และเป็นวิกฤติขนมชั้น

2)Anticipate change การมีส่วนร่วมในความเปลี่ยนแปลง

3)Motivate others to be excellent การกระตุ้นผู้คนสู่ความยอดเยี่ยม

4)Conflict resolution การแก้ไขความขัดแย้ง

5)Explore opportunities การสร้างโอกาสแก่ผู้อื่น

6)Rhythm & Speed รู้จักใช้จังหวะ ความรวดเร็ว และความพอดี ในการตัดสินใจ

7)Edge ( Decisiveness ) กล้าตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

8)Teamwork การบริหารการทำงานเป็นทีม

9)การบริหารความไม่แน่นอน


ภาวะผู้นำของ Peter Drucker

1)Ask what needs to be done ต้องถามตัวเองว่าอะไรสำคัญที่สุดในองค์กร

2)Ask what’s right for enterprise บทบาทขององค์กรที่เหมาะสมในอนาคต

3)Develop action plans แผนปฏิบัติการอย่างไร

4)Take responsibility for decision มีความรับผิดชอบในการตัดสินใจ

5)Take responsibility for communicating ต้องมีการสื่อสารให้ชัดเจน

6)Focus on opportunities not problems มองโอกาสมากกว่าปัญหา อย่าตำหนิคนในองค์กร

7)Run productive meetings เวลามีประชุมต้องประชุมอย่างสร้างสรรค์

8)Think and say We not I พูดว่าเราควรทำงานร่วมกัน

1.1วิเคราะห์ความแตกต่าง

  • Peter Druckerเน้นหลักการบริหาร โดยการตั้งเป้าหมาย สิ่งที่องค์กรอยากจะเป็นในอนาคต จากนั้นจึงมาจัดทำเป็นแผนปฏิบัติงาน โครงการ กำหนดผู้รับผิดชอบ สื่อสารแผน มองหาโอกาสพัฒนา และสร้างทีมงานที่เหมาะสม เชื่อว่าคนดี อยู่ในที่ที่เหมาะสม จะทำให้เพิ่มประสิทธิผลของงานได้
  • Chira Hongladarom เน้นการบริหารการเปลี่ยนแปลงภายใต้สังคมฐานความรู้และเตรียมเข้าสู่ยุค Wisdom society : สังคมอุดมปัญญา องค์กรจะอยู่รอดได้ผู้บริหารจะต้องเป็น change management พัฒนาคนให้เป็นทรัพย์สินขององค์กร พัฒนาคนให้เป็นคนดี พัฒนาคน สู่การพัฒนาองค์กร

1.2วิเคราะห์ความเหมือน

  • การบริหารที่ดีผู้นำจะต้องสามารถบริหารคนและสร้างแรงดลบันดาลใจให้ลูกน้องได้

Peter Druckerใช้ข้อ 3, 5, 6, 7, 8 ส่วน Chira Hongladarom ใช้ข้อ 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8

  • ผู้นำจะต้องมีวิจารญาณที่ดีในการตัดสินใจสามารถตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Effective decision making) Peter Druckerใช้ข้อ 1, 2, 3, 4, 6 ส่วน Chair Hongladarom ใช้ข้อ 1, 2, 3, 4, 6, 7
  • เป็นนักสื่อสารที่ดี (A Good Communicator)คนที่เป็นผู้สื่อความที่ดีจะต้องสามารถสื่อสารให้อีกฝ่ายเข้าใจและปฏิบัติตาม ฉะนั้น ในการพูดโน้มน้าวจิตใจลูกน้องให้ยินดีให้ความร่วมมือนั้น ผู้บริหารจะต้องพูดในสิ่งที่ลูกน้องอยากฟัง Peter Druckerใช้ข้อ 1, 2 3, 5, 7, 8 Chair Hongladarom ใช้ข้อ 1, 2, 3, 5, 6, 7, 8
  • เน้นการสร้างปฏิสัมพันธ์ของคนในองค์กร Peter Druckerใช้ข้อ 5, 6, 7, 8Chair Hongladarom ใช้ข้อ 2, 3, 4, 5, 8
  • เน้นการทำงานเป็นทีม Peter Druckerใช้ข้อ 5, 6, 7, 8Chair Hongladarom ใช้ข้อ 2, 3, 4, 5, 8
  • มองสังคมเป็นสังคมฐานความรู้เน้นความรวดเร็ว การเชื่อมโยงเครือข่าย และความเข้มของการปฏิสัมพันธ์ การเอาชนะการแข่งขัน เน้นการเป็นผู้นำด้านสร้างความแตกต่างเฉพาะเจาะจงความรวดเร็วยืดหยุ่น และปรับตัว

2.บุคลิก ยุค และปรัชญาของ Chira&Peter Druckerต่างกันอย่างไร

  • Peter Drucker เป็นทั้งนักเขียน ที่ปรึกษาด้านการจัดการ  อยู่ในยุค Industrial society : ยุคอุตสาหกรรมตอนปลาย ยุคนี้ใครมีเงินทุนและเครื่องจักรมากกว่า คนนั้นมีอำนาจ Information society: ยุคข้อมูลข่าวสาร สังคมยุคนี้ใครมีข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information is power)มากกว่า คนนั้นมีอำนาจ มีพลังต่อรองมากกว่าสหรัฐอเมริกาหรือสหภาพโซเวียต จึงต้องมีหน่วยข่าวกรองหรือหน่วยสืบราชการลับเพื่อหาข้อมูลข่าวสารในการตัดสินใจ เป็นสังคมที่เริ่มต้นจากเมื่อ 20 ปีก่อนมาถึงปัจจุบันและKnowledge based society: สังคมฐานความรู้โลกยุคนี้ใครมีความรู้และคนที่มีความรู้(Knowledge Worker) คนนั้นมีอำนาจ ที่เรียกว่า Knowledge is power
  • Chira มีประสบการณ์และความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่อง          อยู่ในยุค Information society: ยุคข้อมูลข่าวสาร และKnowledge based society: สังคมฐานความรู้และกำลังเตรียมเข้าสู่ยุค Wisdom society : สังคมอุดมปัญญาในยุคนี้จะเป็นยุคที่การพัฒนาจะวัดจาก "ปริมาณทรัพย์สินทางปัญญา"

3.นำมาประยุคต์ใช้ในคณะแพทย์มอ ในด้านใด และเสนอแนะจุดที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างไร อธิบาย

คณะแพทย์มอ สามารถนำมาประยุคต์ใช้โดยบูรณาการแนวคิดของทั้ง Peter Drucker และChair Hongladaromในด้านการบริหารการเปลี่ยนแปลง การนำและก้าวทันเทคโนโลยี การพัฒนาคนในเป็นสินทรัพย์ขององค์กร จะต้องมีการสนับสนุนการทำงานของ knowledge worker เพื่อให้องค์กรได้รับประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรมนุษย์แต่ละคน รวมไปถึงต้องมีความพยายามในการจัดการให้องค์ความรู้ที่จำเป็นอยู่กับองค์กรให้ได้ มีการจัดระเบียบความรู้ (ทุนทางปัญญา) ต้องมีสมรรถภาพในการจัดเก็บ รวบรวม วิเคราะห์ สังเคราะห์ จัดหมวดหมู่และค้นคืนได้อย่างมีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อการใช้งานสร้างองค์กรและวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้เตรียมปัจจัยให้เอื้อต่อการเรียนรู้สังคมยุคนี้จึงเชื่อว่าความรู้ที่ถึงพร้อมด้วยการปฏิบัติ(ปัญญา)และการแบ่งปันความรู้ คือพลังอำนาจที่แท้จริง (Knowledge sharing is power)

วันศุกร์ 15สิงหาคม2557

กิจกรรม CSR เปิดเวทีสาธารณะถ่ายทอดความรู้สู่สังคม

ณ โรงเรียนเกาะแต้วพิทยาสรรค์ อ.เมืองสงขลา จ.สงขลาหัวข้อ“การสร้างความเข้มแข็งในชีวิตของวัยรุ่น”

            เป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามาเยี่ยมสถานที่แห่งนี้บรรยากาศดูร่มรื่น เติมไปด้วยธรรมชาติ มีตึกเรียนใหญ่โต ดูโล่งๆหลวมๆ เมื่อเทียบกับจำนวนนักเรียน จะว่าไปแล้วก็ดูดีกว่า"โรงเรียนบ้านโตกเต่า ต.นาข่า อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม" โรงเรียนของฉันที่อิสานบ้านเกิด ดูจะกันดารกว่านี้มาก ที่นี่มีนักเรียน 300 กว่าคน อยู่โรงเรียนประจำเป็นส่วนใหญ่ มีอาหารเลี้ยงทุกมื้อที่โรงอาหาร เด็กๆเล่าว่าได้เงินค่าขนมจากทางบ้านสัปดาห์ละ 100 บาท ก็พออยู่ได้เพราะไม่ค่อยได้ซื้ออะไรโรงเรียนมีอาหารเลี้ยงดีกว่าสมัยฉันเยอะเลย โรงเรียนบ้านโตกเต่าของฉันอยู่ชายขอบ มีอาคารเรียนชั้นเดียว หลังเดียว มีสี่ห้อง มีครู 2 คนครูสนิท แสนศรีเป็นครูใหญ่ ครูประเสริฐ เป็นครูน้อย และเป็นครูที่สร้างแรงบันดาลใจทำให้ชีวิตฉันที่เป็นเด็กบ้านนอกติดชายขอบ ผันแปรจากโรงเรียนชายขอบ เข้ามาต่อสู้ในโรงเรียนประจำตำบล โรงเรียนประจำอำเภอวาปีปทุม โรงเรียนสตรีสุราษฎร์ธานี และเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นลูกพระราชบิดาเต็มตัวมาวันนี้ฉันกลับมาสัมผัสกับบรรยากาสธรรมชาติของโรงเรียน ก็อดไม่ได้ที่จะลงไปทำกิจกรรมกับน้องๆ และชวนน้องๆมาทำกิจกรรม เพื่อเยียวยาทั้งใจเขาใจเรา

           การเปิดตัววันนี้ก็ดูจะมีคุณค่ามากมายยิ่งรู้จากผู้บริหารโรงเรียน และรองนายกอบจ.ว่าโรงเรียนใกล้จะปิดตัวลงจากการไม่มีนักเรียน ยิ่งทำให้อยากเข้ามาเรียนรู้และพัฒนา ได้มีโอกาสพูดคุยกับครู ผู้ปกครองบางส่วนทำให้รู้ว่าที่นี่ยังมีธรรมชาติให้เรียนรู้ และนักเรียนของเราก็มีความสามารถด้านดนตรี กีฬา และการเกษตร ทำให้รู้สึกว่าสักวันหนึ่งต้องหาโอกาสเข้ามาต่อยอดและสร้างเครือข่ายการเรียนรู้เพื่อสังคมที่ยั่งยืน

           เสียดายเวทีช่วงเช้าเวทีสาธารณะ ครูผู้ปกครอง ผู้นำชุมชนน่าจะได้มีโอกาส ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย หากมีโอกาสในรุ่นต่อไปน่าจะได้แนวคิดที่หลากหลายในการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนบ้าน และโรงเรียน

             นับว่าเป็นก้าวหนึ่งของคณะแพทย์ฯในการสร้างเครือข่ายกับชุมชน เพื่อเรียนรู้และสร้างความสัมพันธ์ สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนอย่างยั่งยืน ตามแนวคิด เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา

14 สค. 2557  ภาคบ่าย

Med PSU 2020 : case study& Learn Share CareIntensive Work Shop (4) : CSR : Social innovation : คณะแพทย์มอ. กับการพัฒนาสังคม / ชุมชน ในสายตาของประชาชน โดย อ.พงศา ชูแนมหัวหน้าหน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร (ปราชญ์ชาวบ้าน) นายดือราแมดาราแม หรือ "เปาะจิ"ปราชญ์ชาวบ้านแห่งตำบลปาลุกาลาเมาะ อ.บาเจาะจ.นราธิวาส

          ได้เรียนรู้จากคนที่จริงใจ ตั้งใจ และมุ่งมั่นในอุดมการณ์ที่จะหาวิธีแสดงหรือพิสูจน์ให้สังคมได้รับรู้ถึงความคิด ความจริงของธรรมชาติ แม้จะใช้เวลาสักเพียงใดก็ไม่ย่อท้อ ไม่หวั่นเกรงต่อเสียงคัดค้าน กล้าแสดงออกทางความคิดและการกระทำ "ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ" หวังให้เกิดความเป็นธรรมให้กับสังคมที่อ่อนแอ

          มีกลยุทธ์ในการสร้างทีมงาน และเน้นความเข้มแข็งของชุมชน ชอบยุให้คนอื่นทำงานเพราะทำเองไม่ได้พยายามช่วยเพื่อนบ้านถ้าไปสร้าง ไม่ยั่งยืน ถ้าไปเสริม จะยั่งยืน

สร้างความเข้มแข็งในชุมชนยังแสดงให้เห็นถึงแนวคิดคนส่วนใหญ่ มองมอ.เป็นที่สุดของทางใต้คิดทำเพื่อคนอื่นมากกว่าทำให้ตนเองชื่นชมโรงพยาบาลมอ วันนี้คนตายเร็วขึ้นมากกว่าเดิมจะทำอย่างไรเกิดจากอะไร อ.พงศา ชูแนมมองว่าเกิดจาก

  • การวางระบบว่าทุกอย่างต้องปรึกษาแพทย์อยากให้จัดการด้วยตนเอง ใช้ภูมิปัญญา เช่นต้มกระดูกหมูกับใบชะมวงลดไขมันในเลือด
  • สัมพันธ์กับอสม. วงการแพทย์ไม่ใช้ความเข้มแข็งให้กับ อสมกลุ่มจะอยู่ได้ต้องมีเงื่อนไขในการรวมกลุ่มกลุ่มจึงไม่มีพลัง
  • ครัวเรือนทำเรื่อง ครัวเรือนให้เศรษฐกิจพอเพียง ปลอดภัย สุขภาวะในระยะยาว
  • อย่าเชื่อในสิ่งที่เบื้องบนสั่งมาเช่นยางพารา เดิมอยู่ในป่าอเมซอน ต้องมีไม้อย่างอื่นมาผสม จึงจะอยู่ได้ ไม่ใช่ปลูกเฉพาะยางพารา
  • แนวคิด รวยถูก จนผิด ทำให้คนเข่นฆ่า

เสนอทางเลือก

  • รับประทานอาหารอย่างสมดุล ชนบท กินของสด ของดิบ ของหมัก ของดอง ของเน่า ทำให้อายุยืน
  • อยากให้ลงไปที่ครัวเรือน อสม สร้างชุมชนเข้มแข็ง
  • หมอไม่ควรร่ำรวย ไม่มีศาสนาไหนสอนให้คนร่ำรวยทุกความร่ำรวย จะมาจากกไร กำไรมาจากขาดทุนกำไรเป็นการเบียดเบียนอย่างละเอียด
  • ดีถูก ชั่วผิด

"จากบทเรียนข้างต้นสามารถนำมาใช้ในการดำรงชีวิตอย่างเป็นธรรมชาติ อย่าสุดโต่ง สร้างสมดุลให้กับชีวิต อย่าเชื่อแม้ว่าเขาเป็นครู อย่ากลัวที่จะทำความดีในโลกนี้ไม่มีอะไรถูกทั้งหมด หรือผิดทั้งหมด ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน ทำดีอย่าหวังผล จงรวมพลเพื่อหาโอกาสช่วยคนและสังคมที่อ่อนแอ"

14 สค. 2557

Med PSU 2020 : case study& Learn Share CareIntensive Work Shop (3)

"เรียนรู้กรณีศึกษาของคณะแพทยศาสตร์ และกรณีศึกษาของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อปรับใช้กับการสร้างคุณค่ากับงานของคณะแพทยศาสตร์ มอ. ในอนาคต"

โดย รศ.นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ และ ภก.ณัฐดนัย มุสิกพงศ์  เภสัชกรปฏิบัติการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ร่วมวิเคราะห์ และดำเนินการอภิปรายโดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และอ.ประสบสุข

        วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่มีความสุขที่ได้เรียนรู้การบริหารองค์กรขนาดใหญ่จากผู้บริหารระดับสูงแบบมืออาชีพ ประทับใจสุดๆ กับ "เส้นทางสู่ผู้บริหารรศ.นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล" ดูจากบุคลิกภายนอก เป็นผู้ใหญ่ใจดี มีบารมีแผ่ไปทั่วห้องเรียน ยิ่งได้ฟัง ได้รู้ ได้ เห็นสิ่งที่ท่านทำแล้ว บอกได้เลยว่าสุดยอด มีคำพูดมากมายที่ท่านได้ให้ข้อคิด เตือนสติในการทำงานบริหารว่า "เข้ามาแล้วถือว่าอาสาไม่หิว ไม่เหนื่อย ,มีกิจกรรม OD. ให้เกียรติกับทุกคน ให้โอกาสให้ตำแหน่งชอบอะไรทำสิ่งนั้นไม่ชอบก็ทำไปเหอะความสุขหาได้ไม่ยาก" แท้ที่จริงแล้วนักบริหารที่ดีนั้นต้องบริหารตนเองให้พ้นจากความเหน็ดเหนื่อยเสียก่อน ดูแลใจของตนเองให้เข้มแข็ง มุ่งมั่นและรอคอยในสิ่งที่ดีกว่าเสมอ ให้เกียรติ ให้โอกาสคน จะทำให้คนทุ่มแรงกาย แรงใจให้กับองค์กร มุ่งเน้นคุณภาพชีวิตของบุคลากร และคุณธรรมจริยธรรม เป็นแบบอย่างที่ดีที่เดินตามพระกระแสรับสั่งจากในหลวง สิ่งที่น่าชื่นชมคือ

  • 1.มีคลินิกเจริญสติ " นักเรียนใหม่ ตั้งใจทำงาน." เป็นพระกระแสรับสั่งจากในหลวง ที่ท่านรศ.นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ นำมาฝากโดยอาจารย์ได้นำลงสู่การปฏิบัติผ่าน พันธกิจ ส่งเสริมศิลป คุณธรรมแม้ยากลำบากก็ไม่ย่อท้อ เป็นนักเรียนใหม่ทุกวัน สร้างความภูมิใจกับความสำเร็จที่หลากหลายก้าวผ่านความลำบากเรื่องการหาทุน 4,500 ล้าน จัดกิจกรรมต่างๆ และการจัดการจราจร เป็นหัวหน้าคณะแพทย์ในการถวายการรักษาในหลวงพระมหากรุณาธิคุณ ที่เหลือเป็นเรื่องบริหารจัดการ ความสำเร็จที่ได้มาส่วนหนึ่งคือการเรียนรู้เรื่องของภูมิสังคมให้มาก และคืนประโยชน์ให้กับสังคม
  • 2."ให่อ่อนน้อมถ่อมตน ทุกคนมีดี อย่าไปดูถูกใคร" เป็นพระกระแสรับสั่งจากในหลวง ให้เกียรติคนอื่นให้มากที่สุดให้เกียรติผู้ป่วย การรักษาใช้มาตรฐานเดียวกันเสมอ ไม่เลือกปฏิบัติ เราทำได้ทุกเรื่อง ทำให้เราสามารถชี้แจงได้หมด การเป็นหัวหน้าคนต้องผจญกับอุปสรรค บารมีจะเกิดเอง จะสามารถหาความร่วมมือจากคนอื่นได้ไม่ยาก การเป็นโรงพยาบาลของรัฐเป็นอุปสรรคหนึ่งในการทำกำไรเชิงธุรกิจเนื่องจากเป็นโรงพยาบาล NPO ทำกำไรไม่มากกว่า 12 % ดังนั้นผู้บริหารต้องหาข้อได้เปรียบด้านเงินบริจาค เพื่อผู้ยากไร้ พัฒนาบุคลากร สร้างแรงบันดาลใจในการทำงานได้รับบริจาคที่รถไฟมาดำเนินโครงการ พัฒนาศิริราชสู่สถาบันการแพทย์ชั้นเลิศ ในเอเชียอาคเนย์นับว่าเป็นข้อได้เปรียบของผู้บริหารโรงพยาบาลในส่วนกลางที่สามารถหาแหล่งทุนได้ไม่ยาก
  • 3.กำลังใจ พระองค์   "อุปสรรคทำให้เกิดปัญญา ปัญหาทำให้เกิดบารมี"

             เรียนรู้จากประสบการณ์การบริหารคณะแพทย์ศิริราช รศ.นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์โดยยึดหลักแนวคิดบุคลากรต้องมีความสุข สร้าง network ทั้งในและต่างประเทศ IT เป็นปัจจัยที่สำคัญ ในโลกยุคอนาคตยึดหลักคุณธรรม จริยธรรมมุ่งเน้นคุณภาพทางวิชาการ ยึดหยุ่น

นวัตกรรม / วิจัย ทางวิชาการ เชิงพานิชย์ คุณภาพความเป็นสากล แต่ไม่ทิ้งความเป็นไทย

กิจกรรมนศ. มีคุณธรรม จริยธรรมจะไม่ทิ้งนศ.แม้แต่คนเดียว ต้องมี Early detection

ไม่สร้าง Pressure ให้กับบุคลากรแจ้งข้อมูลข่าวสารเสนอ Project ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาคนต้องหาแหล่งทรัพยากรมาให้ บริหารต่อเนื่อง ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน ชูวิสัยทัศน์ นำพันธกิจ ติดตามตัวชี้วัดอย่างเป็นระบบเยี่ยมตามภาควิชาพบปะผู้บริหาร ว่าทำอะไรอยู่ เยี่ยมชมผู้ที่เกี่ยวข้อง

           โครงการที่ทำต้องมีข้อบ่งชี้เหมาะสม คุ้มค่าสำหรับTalentใช้วิธีการแอบส่งเสริม เมื่อเก่งแล้วให้ส่งเสริม No Harm, No blame, No shame สนับสนุนการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ถอดความรู้สู่สังคมสร้างสุขจากงานประจำ สร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน สร้างสุขด้วยตนเองจากงานประจำมอบรางวัลเกียรติยศ และความภูมิใจช่วยกันสร้างแบรนด์ เพื่อให้ซึมซับเป็นวัฒนธรรมองค์กรการไหว้ เป็นวัฒนธรรมที่ดี อายุมากน้อยไม่สำคัญ


"อำนาจมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่

ขาดทุนคือกำไร

หางานที่ไม่ได้สตางค์แต่มีประโยชน์ต่อผู้อื่น ต้องทำให้มาก

ต้องมีความรักความรักทำอะไรได้ทุกอย่าง"


เรื่องราวของสมุนไพรรักษาโรค ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ตัวเองสนใจ อดที่จะนึกถึงวัยเยาว์ไม่ได้ เพราะแต่ก่อนตอนเป็นเด็กชีวิต"ลูกอิสาน"เติบโตมากับสมุนไพร เคยไปเก็บรากไม้ แก่นไม้ ในป่าเพื่อมาฝนเป็นยาแก้ไข้ ปวดหัว ปวดท้อง แผลพุพอง เคล็ดขัดยอก จำได้ว่าอาการแต่ละอย่างหมอยาจะเลือกสมุนไพรต่างกันดีใจที่ได้เห็นความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี และการวิจัยเข้ามาช่วยพัฒนาสมุนไพรให้สะอาดและปลอดภัย และได้มาตรฐาน อย. ตามเรื่องราวของ ภก.ณัฐดนัย มุสิกพงศ์ ซึ่งเป็นเภสัชกรปฏิบัติการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ปราจีนบุรีเดิมเป็นตำหนักเก่า ให้บริการการแพทย์ทางเลือก/การแพทย์แผนไทย องค์กรที่มีลูกค้า 1,000 คน /วัน เริ่มจากการมีภูมิปัญญาท้องถิ่นเยอะมาก ติดเขาใหญ่ ริมแม่น้ำ เจ้าพระยาเคยไปผู้ว่ามาก่อน โรงพยาบาลสามารถรับผู้ป่วยในได้ถึง 500 เตียง มีมูลนิธิฯ วิจัยและพัฒนากิจกรรมเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อผลิตยาและขายเอาเงินเข้ามูลนิธิบริการผู้ป่วยนอก มีการแพทย์แผนไทย การใช้สมุนไพร ตรวจรักษา นวดเพื่อรักษา ควบคู่กับแผนปัจจุบันประโยชน์ที่ได้รับคือ

  • การเพิ่งพาตนเองด้านยา
  • ลดการเพิ่งพาจากต่างประเทศ ใช้จากสมุนไพรไทยที่หาได้ในไทยและปลูกได้ในไทย พัฒนาให้ง่ายและเข้าถึงง่ายของวิถีชีวิตคนปัจจุบัน
  • กระจายรายได้ สร้างงานให้กับชุมชน สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน
  • พัฒนาศักยภาพในการแข่งขันกับตลาดโลก
  • เตรียมตัวรับภัยพิบัติ ในช่วงน้ำท่วมหายาปัจจุบันไม่ได้จะใช้ยาสมุนไพรมาบรรเทาอะไรได้บ้าง

"เข้าไปหาความรู้ในชุมชน

รวบรวมพันธุ์สมุนไพร มีหมู่บ้านนำร่อง

ให้ความรู้เรื่องการปลูกสมุนไพรหาแหล่งประโยชน์"


จุดเด่นคือ การควบคุมคุณภาพ ตลาด Value chain เน้นวิถีชีวิตชุมชน มีคนประจำ                 ผลิตภัณฑ์เด่นคือ ยาแก้ไอมะขามป้อม  เสลดพังพอนตัวเมีย เพชรสังฆาต ฟ้าทะลายโจน  ขมิ้นชัน

13 ส.ค. 2557

นำเสนอ Mini Research ภายใต้แนวคิด “MED PSU 2020” ของทั้ง 5 กลุ่ม

สำหรับตนเองแล้วยังงงๆกับการจ่ายงาน ระหว่าง Case Study, Mini-research & Innovation Projectทางกลุ่มก็เลยเตรียมมาทั้ง 3 อย่าง โดยเตรียมกรณีศึกษาเรื่องการนำเทคโนโลยีมาใช้ในระบบบริการ Healthcare Services โดยนำกรณีศึกษาจากประเทศสิงคโปร์ Tan Tock Seng Hospital และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์มานำเสนอ แต่พบว่าเวลาไม่เอื้ออำนวยหรืออาจเตรียมมาเกิน ก็เลยไม่ได้นำเสนอ สุดท้ายก็ได้นำเสนอ Mini-research & Innovation Projectหลังการนำเสนอและฟังวิพากษ์จากกลุ่มอื่นๆก็พอจะเข้าใจความหมายของท่านคณะวิทยากรอยู่บ้าง เดิมพวกเราอาจจะคิดกาลไกล คิดใหญ่เกินไป ซึ่งอาจทำได้ยาก หรืออาจฝันเฟื่องเกินไป หันกลับมา Focus สักเรื่อง เพื่อทำให้เพิ่มคุณค่า (Value Added) และทำให้เกิดนวัตกรรม (Value Creation) และมีการขยายผลที่หลากหลายให้ถึง V3 (Value Diversity)นั่นคือ ใช้ 2R คือมองหาความจริงในชีวิตปัจุบันและอนาคต ทำให้สอดคล้องกับภาระกิจ และการเปลี่ยนแปลงของ Policy, Economy, Social, Technology, Environment & location ดูเหมือนว่าหากเราได้บูรณาการ ทฤษฎี 8K ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ มาปรับใช้ก็จะดีไม่น้อยเลยทีเดียว เช่นHuman Capital (ทุนมนุษย์), Intellectual Capital (ทุนทางปัญญา), Ethical Capital (ทุนทางจริยธรรม), Happiness Capital (ทุนแห่งความสุข), Social Capital (ทุนทางสังคม),Sustainability Capital (ทุนแห่งความยั่งยืน),Digital Capital (ทุนทาง IT), Talented Capital (ทุนทางความรู้ ทักษะ และทัศนคติ) รวมทั้งการนำทฤษฎี 5K’s มาปรับใช้เช่น Creativity Capital (ทุนแห่งการสร้างสรรค์),Knowledge Capital (ทุนทางความรู้),Innovation Capital (ทุนทางนวัตกรรม), Emotional Capital (ทุนทางอารมณ์)และCultural Capital (ทุนทางวัฒนธรรม)

ฟังวิพากษ์มา 3 รอบ แล้วก็กลับไปอ่านทฤษฎี 2I’s ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ว่าสามารถInspiration – จุดประกายความคิดเราได้มั๊ย ก็พอได้อยู่นะคะ อย่างน้อยก็ทำให้กลุ่มคิดอะไรใหม่ๆออกมาได้มากมายจนแทบจะครอบคลุมไปเสียทุกเรื่อง แต่อาจารย์ก็กลัวเราจะเป็นเป็ดที่ทำได้ไม่ดีสักอย่าง อาจารย์ก็ให้กำลังใจพวกเราให้ทำต่อไป เป็นการ Imagination - สร้างแรงบันดาลใจ ให้พวกเราอยากทำต่อ เริ่มสนุกแล้วละซิทีนี้

อาจารย์ให้เลือกมาทำสักอย่าง ทำไงดี คงต้องนำ ทฤษฎี C-U-V มาใช้ Copyน้อยๆUnderstanding มากๆ และเลือกโปรเจคที่เป็น Value Creation/Value added เราก็กลับไปทบทวน และประชุมกลุ่ม ศึกษาความเป็นไปได้ก็เห็นสอดคล้องกับที่อาจารย์กิตติ ชยางคกุล และอ.พิชญ์ภูรี จันทรกมล และดร.จีระเดช ดิสยะประกาย แนะนำไว้คือ Intelligence Emergency Servicesก็นับว่าทำให้เราเห็นทางออกอยู่ไม่ไกล แล้วทีมเราก็จะก้าวต่อไป

13 ส.ค.2557

นำเสนองานกลุ่ม : วิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจและบทเรียนจากหนังสื

เรื่องThe Leader’s Guide to Managing People (Group Assignment 3)

สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์พิเศษที่จัดขึ้นทดแทนกิจกรรมการไปศึกษาดูงานในต่างประเทศในตารางเดิม ก็มีอะไรพิเศษๆให้ตื่นเต้นตลอดเวลา ช่วงการเตรียมงานในช่วง Self study ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาบอกให้รู้ถึงเราทีมผู้เรียน ผู้สอน ผู้ประสานงาน ผู้สนับสนุนได้นำหลักการที่เราได้เรียนมาปรับใช้ได้มากน้อยเพียงใด

สำหรับตนเองยังมองว่าเรายังมีปัญหาเรื่องการสื่อสารซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องนำมาแก้ไขเพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน ลดการทำงานซ้ำซ้อน ได้งานตามวัตถุประสงค์ และได้สัมพันธภาพที่ดีด้วย

Managing People การบริหารจัดการคนก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ในโลกปัจจุบันเป็นระบบเปิด สังคมไร้พรมแดน เราไม่สามารถควบคุมการเปลี่ยนแปลงของนโยบาย สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมได้ฉันใด เราก็ไม่สามารถควบคุมการทำงานของคนให้เป็นไปดังใจเราได้ฉันนั้น สิ่งที่พอจะทำได้คือการปรับทัศนคติ แนวคิด รูปแบบการทำงานของผู้บริหารเองก่อน เรียนรู้การเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้ และยอมรับในความแตกต่างของปัจเจคบุคคล สร้างพลังเชิงบวกในตนเอง เพื่อให้เป็นแบบอย่างให้กับคนในองค์กร จากนั้นให้สนับสนุน ส่งเสริม จัดสิ่งแวดล้อมให้คนได้รับการเรียนรู้ ประสบการณ์เชิงบวก มีขุนพลที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ดูแลคนก็เหมือนดูแลต้นไม้ หากเราทั้งไว้ตามยะถากรรม โชคดีฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ต้นไม้ก็อาจเติบโต หากปีไหนฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล ต้นไม้ก็คงต้องเฉาตาย หากเราเรียนรู้ที่จะดูแลพันธุ์ไม้ของเรา ว่ามันชอบฝน ชอบน้ำ เติบโตในร่มเงาต้นไม้ใหญ่ หรือชอบแดด ท้าทายลมและฝน และจัดให้ตามลักษณะความชอบของต้นไม้ ไม่นานเราก็จะได้ชื่นชมผลงาน สำคัญตรงที่เลือกให้ถูก ดูแลให้เป็น ชื่นชมเมื่อมีโอกาส ที่ขาดไม่ได้เลยต้องทำด้วยใจรัก ความรักจะทำให้คนทำอะไรก็ได้โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

2 สิงหาคม 2557

วิชาที่ 18 “การคิดเชิงกลยุทธ์ และ การคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบเพื่อการแก้ปัญหา

และการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ”โดย รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์

         "กับดักที่น่ากลัวที่สุดคือมองจากมุมตัวเอง เป็นกับดักทางความคิด"กระบวนการคิดของคนเรามี 2 แบบคือMechanic เน้นตาและหู ไม่ใช่สมอง คำถามจะวัดอย่างเดียว What เหมือนต้นไม้ไม่มีชีวิต และOrganic ใช้สมอง คำถาม Why, How to, Similarity in differentซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม

           ความหมายของระบบในทัศนะของ รศ.ดร.สมชายฯคือ มีองค์ประกอบมีฟังก์ชันมีปฏิสัมพันธ์มีการเชื่อมโยงขององค์ประกอบและเป้าหมายของระบบ คือ การคงอยู่

           ทฤษฎีเกมส์ที่สำคัญ มี 3 ทฤษฎี

1. Zero sum Game มีผู้ชนะ-แพ้ คนฉลาดเป็นคนมีเหตุ มีผล ต้องหลีกเลี่ยงเกมส์นี้ยกเว้นว่า รู้ว่าชนะแน่ หรือหลังพิงฝา

2. Negative sum Game คนฉลาดจะหลีกเลี่ยงเกมส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไข แต่ไม่ 100%

3. Positive sum Game หรือ Win-win คนฉลาดจะเล่มเกมส์นี้ คนฉลาดจะได้อำนาจต่อรองสูง คนฉลาดกว่าจะชนะมากกว่า

           จะเห็นได้ว่าทฤษฎีเกมส์สามารถนำมาใช้ได้ในชีวิตประจำวันได้ ที่สำคัญที่สุดคือเป็นเครื่องมือสำหรับผู้บริหารในการบริหารงาน มีการคิด วิเคราะห์เชิงระบบ และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ผ่านกรอบแนวคิดแบบ Organic โดยไม่ติดกับดักความคิดของตนเอง จะส่งผลให้การตัดสินใจมีประสิทธิภาพ

2 สิงหาคม 2557

วิชาที่ 17 หัวข้อ “เศรษฐกิจโลก ประชาคมอาเซียน AEC 2015 และเศรษฐกิจไทย..

ผลกระทบ การปรับตัว และกลยุทธ์ของคณะแพทย์ฯ มอ.”โดย รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์

          สรุป ปี 1993 ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเริ่มแล้ว ปี 2546 ผู้นำอาเซียน ลงนามในปฏิญญาบาหลี (Bali Concord II) แสดงเจตนารมณ์การนำอาเซียนไปสู่ “ประชาคมอาเซียน” (ASEAN Community) ในปี2020 (2563)

          การเปิดเสรีการค้าอาเซียน ประเทศอาเซียน 6 ประเทศ ปี 2553 ภาษี 0%ส่วนเวียดนาม ลาว พม่า กัมพูชา ปี 2558 ภาษี 0% ยืนยันการลดภาษีนำเข้าตาม CEPT (AFTA)ยกเว้น สินค้าใน Sensitive List ภาษีไม่ต้องเป็น 0% แต่ต้อง < 5%ไทยมี 4 รายการ (กาแฟ มันฝรั่ง ไม้ตัดดอก มะพร้าวแห้ง)สินค้าใน Highly Sensitive List ไม่ต้องลดภาษีมีสินค้าข้าว ของอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ น้ำตาลของอินโดนีเซีย

            กล่าวคือปี 1967-1992 ประเทศอาเซียน 10 ประเทศ ยังแยกกันอยู่ปี 1993 รวมตัวกันทั้ง 10 ประเทศ เมื่อมี AFTA รอบอุรุกวัย เปิดเสรีการค้าปลีก  การเปิดเสรีบริการ ค้าปลีก และการเงิน สามารถแก้ไขอุปสรรคทางกฎหมาย อนุญาตให้ต่างชาติมาลงทุนได้

           กรอบความตกลงด้านการค้าบริการ AFAS เปิดในปี 2538

            เขตการลงทุนอาเซียน (AIA) เริ่มปี 2538

           เปิดเสรีบริการปี 2015 เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นให้กับนักลงทุนสัญชาติอาเซียนเทคโนโลยีสารสนเทศ สุขภาพ ท่องเที่ยว การบิน ลอจิสติกส์และสาขาอื่น 70%

1. เป็นตลาดและฐานการผลิตร่วม มุ่งดำเนินการให้เกิดเคลื่อนย้ายสินค้าเสรีเคลื่อนย้ายแรงงานมีฝีมืออย่างเสรี  เคลื่อนย้ายบริการอย่างเสรีเคลื่อนย้ายการลงทุนอย่างเสรีเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างเสรีมากขึ้นในอนาคตจะมีการ Take over โรงพยาบาล และจะเปิดมหาวิทยาลัย แรงงานที่เปิดเสรี มีแพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ ต่อไปในอนาคตอาจจะมีแพทย์หัวใจ อีก 20 ปีข้างหน้าแรงงานไทยจะเป็นรูปปีระมิดคว่ำ

2. สร้างเสริมขีดความสามารถแข่งขันความร่วมมือในด้านต่างๆ e-ASEAN นโยบายการแข่งขัน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนโยบายภาษี สิทธิทรัพย์สินทางปัญญา บางประเทศ ตั้งมาตรฐานสินค้าการคุ้มครองผู้บริโภค  อีกไม่เกิน5 ปี ประเทศในอาเซียน อาจจะไม่ต้องใช้วีซ่าในการเดินทางระหว่างประเทศดังนั้น ทุกประเทศต้องร่วมมือกันด้านการขนส่ง และเชื่อมโยง 6 เหลี่ยมเศรษฐกิจ GMS

3. การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเสมอภาคลดช่องว่างการพัฒนาระหว่างสมาชิกเก่าและใหม่สนับสนุนการพัฒนา SMEs

4.การบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลกปรับประสานนโยบายเศรษฐกิจสร้างเครือข่ายการผลิต จำหน่าย

             จัดทำ FTA กับประเทศนอกภูมิภาค+3 หรือ อาเซ็ป ASEAN – China, ASEAN – Korea, ASEAN- Japan

              +6 คือ ASEAN- India, ASEAN - Australia/New Zealand, ASEAN- EU, ASEAN- US (TIFA) การแข่งขันจะมีมากขึ้น ทั้งมหาวิทยาลัย และโรงพยาบาล คู่แข่งสตาร์บัค อาจจะเป็นกาแฟโบราณ เพราะฉะนั้นต้องคำนึงว่าเรามีการเตรียมพร้อมไปถึงไหนแล้ว ทั้งภาษาอังกฤษ บาฮาสา

               ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการปรับตัวทั้งในระดับบุคคล หน่วยงาน และระดับองค์กรเพื่อความอยู่รอด และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันภายใต้สังคมโลกไร้พรมแดน มีการเคลื่อนย้ายของทุน แรงงาน เทคโนโลยีและความรู้

1 สิงหาคม 2557

วิชาที่ 16 Learning Forum & Workshop

หัวข้อ "ความสมดุลของชีวิตง"โดย พล.อ.ต. นพ.บุญเลิศ จุลเกียรติ

"การตายโดยธรรมชาติ งดงามและเท่าเทียมกัน" เป็นคำคมที่ได้จากอาจารย์วันนี้ สอนให้คนเราปลงในทุกขณะจิต ในขณะเดียวกันในช่วงที่มีชีวิตอยู่ให้รักษาความสมดุลของชีวิตโดย 1. ยอมรับความจริง ที่เราเกิดมารับใช้ธรรมชาติ เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ดี หรือรับใช้ผู้สร้าง 2. กระทำความดี 3. มีชีวิตอยู่อย่างสง่างาม ทั้ง สามอย่างจะสามารถสร้างสมดุลให้กับชีวิตได้ "รักใครอย่าทำให้เขาเสียใจ"

1 สิงหาคม 2557

วิชาที่ 15  Panel Discussion & Workshop

หัวข้อ “คณะแพทย์ศาสตร์ มอ. กับบทบาทและการงานด้านความมั่นคงของประเทศ

ในมุมมองของข้าพเจ้า”

โดย พล.ท.สุรพล เผื่อนอัยกานายบัญญัติ จันทน์เสนะ และผศ.ปิยะ กิจถาวร

สรุปสาระสำคัญปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ เป็นปัญหาทั้ง 3 ระดับคือ 1. ระดับพื้นผิวที่มองเห็นได้ชัดเช่นการกระจายทรัพยากรไม่เท่าเทียม จน เจ็บ การไม่รู้ 2. ปัญหาเชิงโครงสร้างทางการเมือง และทางสังคม 3. ปัญหาเชิงวัฒนธรรม ทีมวิทยากรให้ความเห็นว่าปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือปัญหาเชิงวัฒนธรรมซึ่งแก้ยาก ต้องใช้เวลาด้วยการเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ต้องอาศรัยแรงศรัทธาของประชาชน ซึ่งคณะแพทยศาสตร์ นับว่าเป็นหน่วยงานที่ได้รับความศรัทธาจากประชาชน อยากให้เป็นส่วนหนึ่งในการเป็นผู้ถักทอสายใยผู้คนให้พ้นจากวังวนของความรุนแรง ลดเงื่อนไขการใช้ความรุนแรงทุกรููปแบบ ใช้แนวทางสันติวิธี

31 กรกฎาคม 2557

พบอาจารย์ที่ปรึกษาติดตามความคืบหน้าของงานวิจัยฯ (ครั้งที่ 1)

โดย อาจารย์กิตติ ชยางคกุล

คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย

สรุปประเด็นสำคัญ อาจารย์ให้ทั้ง 5 กลับไปทบทวนให้สอดคล้องกับปัญหาของคณะแพทย์วิสัยทัศน์ของคณะแพทย์ในปี 2020อยากเห็นคณะแพทย์เป็นอย่างไรภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม นโยบายระดับคณะ ประเทศ เศรษฐกิจโลก การเมือง การเข้าสู่ AECการเข้าสู่สังคมเทคโนโลยี โดยนำความรู้ที่เรียนมาจากทีมวิทยากร และหากรณีศึกษามาอ้างอิงทำโปรเจคให้เกิด 3V และนำเสนออีกครั้ง 13 ส.ค. 2557

วิชาที่ 14กิจกรรมรักษ์ใจ รักกาย โดยอาจารย์ณภัสวรรณ จิลลานนท์ และ อาจารย์กิติภพสังฆกิจ

เป็นกิจกรรมเข้าจังหวะลีลาส ในจังหวะ Rumba, Cha Cha Cha, Disco, Line Danceเป็นกิจกรรมที่ทำให้สุขภาพแข็งแรง ผ่อนคลาย และสามารถนำไปใช้ในการออกกำลังกาย การปรับท่าทางให้สง่างาม และใช้ในการเข้าสังคมที่มีงานเต้นรำ เป็นการสร้างสมดุลให้กับร่างกายและจิตใจ ให้สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมีความสุข

31 กรกฎาคม 2557

นำเสนองานกลุ่ม : วิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจและบทเรียนจากหนังสือ

เรื่อง Global HR Competencies (Group Assignment 2)

บทเรียนที่ได้รับคือ โมเดล 2012 Human Resource Competency ในอนาคตควรให้ความสนใจกับ คุณสมบัติ 6 ประการ คือ HR innovator and integrator เป็นนักนวัตกรรมและบูรณาการTechnology proponent สนับสนุนเทคโนโลยี โลกสังคม ออนไลน์ บุคคลมีบทบาทมากขึ้นทางเทคโนโลยีสารสนเทศCapability builder นักสร้างขีดความสามารถ Change champion เป็นแชมป์ในการบริหารความเปลี่ยนแปลง Strategy positioner นักกำหนดกลยุทธ์ Credible activist น่าเชื่อถือท่านอมจิระเน้นที่Capability builderความท้าทายของฝ่าย HR คือการทำหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการนำ การประสานงาน การกระตุ้น การวางแนวทางให้สอดคล้อง การฝึกอบรม การพัฒนา การประเมิน และการมอบอำนาจดังนั้น HR ต้องไวต่อการเปลี่ยนแปลงลูกจ้างลูกค้าเครือข่ายบริบทอื่นๆ และเทคโนโลยี

19 กค 2557

1.วัฒนธรรมองค์กร&การบริหารการเปลี่ยนแปลง โดย ดร.ศิริลักษณ์ เมฆสังข์

วัฒนธรรมองค์กร เป็นพฤติกรรมที่สร้างขึ้นจากคนในองค์กรโดยมีการเรียนรู้ซึ่งกันและกันและยืดถือปฏิบัติกันมาจนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติต่อๆกันมาในองค์กรนั้น ๆ เป็นค่านิยมขององค์กร ดังนั้นการบริหารการเปลี่ยนแปลงเพื่อไปสู่วัฒนธรรมใหม่ที่ดีกว่าจึงไม่ใช่เรื่องง่าย เพื่อสร้างองค์กรแห่งความสุข ปรับให้ทันกับเทคโนโลยี สามารถแข่งขันกับองค์กรอื่นได้ เพื่อความอยู่รอด และสามารถบริหารตนเองได้ ธรรมชาติของคนไม่ได้กลัวการเปลี่ยนแปลง แต่กลัวถูกเปลี่ยนแปลงมากกว่า ความรู้สึกของคน หรือกลุ่มคนที่ถูกเปลี่ยนแปลง ในระยะเริ่มแรกจะสับสน ปฏิเสธ กังวล เสียใจ โกรธ ต่อต้าน หรือดีใจหากการเปลี่ยนแปลงนั้นได้ประโยชน์ ดังนั้นผู้นำจะต้องมีทักษะด้านการบริหารการเปลี่ยนแปลง โดยสร้างความตระหนักให้กับบุคลากร สร้างวิสัยทัศน์ใหม่ การจัดการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั่วทั้งองค์กร ปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญคือการสื่อสาร 2 ทาง การสื่อสารภายในองค์กร การสื่อสารภายในกับภายนอก และการสื่อสารภายนอกกับภายนอก เพื่อเข้าไปเปิดใจรับฟัง ให้บุคลากร / หน่วยงานเรียนรู้ปัญหาและหาทางออกด้วยตนเอง จะทำให้หน่วยงานสามารถบริหารตนเองได้ สร้างสังคมที่เข้มแข็งแบบยั่งยืน

2. เทคนิคการแก้ปัญหาและการตัดสินใจโดยศาตราภิชานไกรฤทธิ์ บุญยเกียรติ

บทบาทของผู้นำระดับสูง ระดับกำหนดนโยบาย เลือกทำเฉพาะสิ่งที่ถูกต้อง (get the right  thing  done) รับผิดชอบ ด้านประสิทธิผลขององค์กร (Effective) 80 % ประสิทธิภาพ (Efficiency) 20 % ผู้บริหารระดับกลางรับผิดชอบด้านประสิทธิผล (Effective) 50 % ประสิทธิภาพ (Efficiency) 50 % ผู้ปฏิบัติหน้างาน เลือกทำงานให้ถูกต้องที่สุด (do the thing right) รับผิดชอบด้านประสิทธิผล (Effective) 20 % ประสิทธิภาพ (Efficiency) 80 %

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการแก้ปัญหาและการตัดสินใจที่ดีคือ การบริหารเวลามีการวางแผนงาน ทำตารางเวลา มีบันทึกการทำงาน และตรวจสอบว่าได้ทำตามหรือไม่ การจัดลำดับความสำคัญของงาน พิจารณาว่าค่าตอบแทนที่ให้มาเพื่อให้เราทำอะไรบ้าง มองหาจุดแข็งในตัวเราและคนทำงานให้ได้สัก หนึ่งอย่าง ส่วนที่เหลือคือกำไร สุดท้ายคือกระบวนการตัดสินใจเพื่อแก้ปัญหา ซึ่งให้ความสำคัญกับการตั้งคำถามเพื่อหาคำตอบ เป็นเรื่องที่ไม่คาดฝัน? ทราบสาเหตุหรือไม่ ห่วงมั๊ย? จากนั้นให้ถามต่อว่า เกิดอะไรขึ้น ให้เขียนคำอธิบายประเด็นมา 3 ข้อ จากนั้นให้พิจารณาว่า เป็นเรื่องเกี่ยวกับ คน เงิน หรือลูกค้า เกิดขึ้นเมื่อไหร่ ที่ไหน อย่างไร เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ

การบรรยายหัวข้อ CEO-HR-Non HR-Stakeholders

โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ดร.เกริกเกียรติ ศรีเสริมโภค

ร่วมวิเคราะห์และดำเนินการอภิปรายโดย อาจารย์ทำนอง ดาศรี

วันที่ 18กรกฎาคม 2557

ได้เรียนรู้และเข้าใจความหมายที่ว่า คนคือสินทรัพย์ขององค์กรตรงที่อาจารย์นำไปเทียบกับงบดุล ทำให้รู้ซึ้งเลยว่า หากเรามีสินทรัพย์เราต้องทำให้สินทรัพย์เราทำประโยชน์ให้กับองค์กรให้มากที่สุด ซึ่งผู้มีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานคือ CEO-New HR-Non HR-Stakeholders จากหนังสือ HR Champions โดย Dave Ulrich กล่าวว่า New HR ต้องเป็น Strategic Partners กับ CEO มีส่วนร่วมในการวางแผนงานบุคลากรเชิงกลยุทธ์ สื่อสารและทำงานร่วมกับ Non HR และ Stakeholdersมีการแบ่งงานกันทำอย่างชัดเจน จะทำให้ทุกภาคส่วนทำงานด้วยความตั้งใจ ทำงานเป็นทีมร่วมกัน 

เรียนรู้หลักการทำงาน 345, 3 คนทำงาน จ่ายค่าตอบแทน 4 , Productivity 5 เป็นแนวคิดที่น่าสนใจ ทำให้คนทำงานเหนื่อยได้ค่าแรงมากขึ้น อาจทำให้มีแรงจูงใจในการทำงาน

ปัญหาที่พบส่วนใหญ่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการสื่อสาร ค่าตอบแทนไม่เหมาะสม ขาดกำลังคน วัดค่างานไม่ชัดเจน ขาดการนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ อาจแก้ไขโดย CEO เข้าไป Genchi Genbutsu เข้าไปดูหน้างานจริง เพื่อสื่อสาร ให้คำแนะนำ จะได้อะไรมากกว่าที่คิดไว้

18 ก.ค. 57

3V's and mini research for the innovation project

ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมย์

อ.กิตติ ชยางคกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย

ร่วมวิเคราะห์และดำเนินการอภิปรายโดยอาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล

ทีมคณะวิทยากร ให้เริ่มที่ หันไปมอง Vision คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปี 2556-2559 " เป็นคณะแพทย์ชั้นเลิศระดับนานานชาติเพื่อสังคมไทย" ให้แต่ละกลุ่มคิดโปรเจคตามแนวคิดการพัฒนาแบบ value added, value creation and value diversity ประเด็นที่น่าสนใจที่นำมาทำ mini research คือ Teamwork, การดูแลแบบองค์รวมในกลุ่มโรคสำคัญการสะกัด Asset จาก High competency & High performance ,Engagement & performance และการสร้าง Mindset 

สรุปบทเรียนวันที่ 17 กค 2557

1. วิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจและบทเรียนจากหนังสือ เรื่อง “Execution: The Discipline of Getting Things Done”

จากการนำเสนอของกลุ่มต่างๆ วันนี้ได้เรียนรู้ “Execution"หรือ "กัดไม่ปล่อย" "การบริหารสู่ความสำเร็จ" เป็นคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับผู้นำทุกระดับ โดยเฉพาะผู้นำระดับสูง แบ่งการบริหารออกเป็น 3 ส่วนที่สำคัญคือ การบริหารคน บริหารยุทธศาสตร์ และการบริหารระบบปฎิบัติการทั้งสามส่วนนี้ต้องบริหารแบบบูรณาการ โดยให้ความสำคัญกับการบริหารคนมาเป็นอันดับแรกเน้นที่พัฒนาด้าน Softsideด้านภายในจิตใจ หรือ Mindsetประกอบด้วย ความคิด ความเชื่อ ความฝัน จินตนาการ ความศรัทธาพฤติกรรมของคนในองค์กร วัฒนธรรมองค์กรตามด้วยการปรับโครงสร้างองค์กรที่เอื้อต่อการเรียนรู้และพัฒนามีการทบทวนยุทธศาสตร์เพื่อกำหนดเป้าหมาย ยุทธวิธีร่วมกัน มีการสื่อสารให้บุคลากรอย่างชัดเจนมีการติดตามประเมินผล ให้รางวัลคนทำดี และเพิ่มศักยภาพของคนเพื่อสร้างแรงจูงใจ "มียอดขุนพลในมือ รบ 100 ครั้ง ชนะ100 ครั้ง"

2. การพัฒนาระบบสุขภาพของไทยกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบันโดยอาจารย์ชเนฎฐวัลลภ ณ ขุมทอง

โลกปัจจุบันเป็นยุคโลกาภิวัฒน์ มีการเปลี่ยนแปลที่หลากหลาย มีความซับซ้อนในทุกด้าน เช่นการเปลี่ยนแปลงนโยบายทั้งในระดับจุลภาคและมหพภาคเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิฐโลกโครงสร้างทางสังคมเปลี่ยน เทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามากขึ้น คนอายุยืน ทำให้สังคมมีคนสูงอายุมากขึ้น มีแรงงานย้ายถิ่นฐาน โรคอุบัติใหม่ภายใต้อุปสงค์และอุปทานที่ไม่สมดุลสังคมที่แข่งขันได้เท่านั้นจึงจะอยู่รอดได้ องค์กรที่ให้บริการด้านสุขภาพจะต้องมองหาทางเลือก หรือนวัตกรรมเพื่อสร้างความใหม่ ความแตกต่าง สร้างคุณค่าให้กับผู้รับบริการ เพื่อสร้างความป็นธรรมให้กับผู้ให้และผู้ใช้บริการ ภายใต้แนวคิดเศรษกิฐพอเพียงสร้างความสมดุลประชาชนสุขภาพดีแบบยั่งยืน

3. กรณีศึกษาด้านการวิจัยและพัฒนาและการพัฒนางานของคณะแพทย์ มอ

อาจารย์ชเนฎฐวัลลภ ขุมทอง

โดยศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

นท.นพ.จักรพงศ์ ไพบูลย์

ดำเนินการอภิปรายโดยอาจารย์ทำนอง ดาศรี

ชื่นชมผู้บริหารของบริษัทกิฟฟารีนที่ทำให้องค์กรอยู่รอดได้ภายใต้ภัยธรรมชาติ มองให้ดีเกิดจากทีมที่ดีที่ร่วมแรงร่วมใจกัน ทีมที่ดีมาจากการเลี้ยงดูที่ดี ได้รับการตอบสนองความต้องการพื้นฐานดี เพราะมีเงิน เพราะทุกคนมีผลงานดี เพราะมีสิ่งแวดล้อมดี เพราะมีคนดูแลดี เพราะมีผู้บริหารดี ทุกอย่างเชื่อมโยงต่อกัน จุดเริ่มต้นที่ผู้บริหารและผู้นำตามสถานการณ์มีการทำวิจัยเพื่อเรียนรู้และพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ และมีการต่อยอดอย่างต่อเนื่อง มีความรับผิดชอบและแบ่งปันคุณค่าให้กับสังคม สร้างความสุขให้กับผู้ให้และผู้รับ

ในแต่ละกลุ่มได้เริ่มวิเคราะห์บทบาทของคณะแพทย์ และความสัมพันธ์กับภาคธุรกิจและภาคอื่น ๆ ในเรื่องการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแบบ 3 V โดยตอบคำถาม

1. Where are we?

2. Where do we want to go?

3. How to do it?

4. How to do it successfully?

ที่สำคัญยิ่งกว่าคำถามที่ดีคือต้องตอบด้วย 2 R คือ Reality และ Relavance หากเริ่มต้นที่ไม่จริง คำตอบก็ไม่มีทางเป็นจริงได้

บทวิเคราะห์ จากบทความ ใน "แนวหน้า" ฉบับ วันเสาร์ที่ 5 กรกฏาคม 2557

                                                                                                โดย ลักษมี สารบรรณ

จากบทความ "3คำถามที่สำคัญเกี่ยวกับอนาคตของประเทศไทย" ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ อาจกล่าวได้ว่าในการพัฒนาประเทศไทยไปสู่อนาคตที่สดใสนั้นผู้นำประเทศจะต้องมีบุคลิกเป็นแบบผู้นำการเปลี่ยนแปลง มีความเชื่อว่าทุกปัญหามีทางออก ทุกคำถามมีคำตอบคำตอบที่น่าสนใจย่อมมาจากคำถามที่น่าสนใจ เห็นด้วยกับ Peter Drucker ที่เน้นการตั้งคำถามที่น่าสนใจมากกว่าการหาคำตอบและคำตอบที่ดีคงไม่ใช่คำตอบเดียวขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ จึงจำเป็นต้องเรียนรู้ร่วมกันจากคนรอบข้างเรา ศึกษาค้นคว้าทั้งความรู้เก่าใหม่เพื่อหาคำตอบที่เหมาะสมในบริบทของประเทศไทย ซึ่งปัญหาการพัฒนาประเทศนั้นเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างทางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองและการปกครอง หากไม่สามารถศึกษาโครงสร้างเหล่านี้ให้ถ่องแท้ ทางแก้ก็ดูเหมือนว่ายังอีกยาวไกล

คำถามแรกเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างทางสังคม สังคมไทยเป็นคนง่ายๆรักสบาย รักสงบ ไม่ชอบอยู่ในกฎระเบียบ ไม่ชอบทำงานหนัก ทำให้ขาดชนชั้นแรงงาน เกิดภาวะแรงงานต่างด้าวย้ายถิ่นฐานเข้ามาในเมืองไทย ผิดกฎหมายบ้างถูกกฎหมายบ้างแรงงานเหล่านี้ไม่ได้รับความเป็นธรรม ขาดการศึกษา ขาดสวัสดิการด้านรักษาพยาบาล มีปัญหาสุขภาพ เกิดการรวมกลุ่มประท้วงนายจ้าง หากจะแก้ให้ได้ต้องเริ่มต้นที่การศึกษา การจัดสวัสดิการทางสังคมให้เหมาะสม ปลูกฝังค่านิคมรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ร่วมกัน

คำถามที่สองเป็นปัญหาทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องของอำนาจ คาร์ล มาร์กซ์ กล่าวว่า"ชนชั้นใดออกกฎหมาย ก็เพื่อชนชั้นนั้น" กี่ยุคกี่สมัยคำกล่าวนี้ยังเป็นจริงตามนั้น หากนักการเมืองไร้จริยธรรม การเมืองภาคประชาชนก็จะเข้มแข็ง และเมื่อถึงที่สุดวงจรอุบาท (Vicious Cycle) ก็ตามมา ดังเช่นการเมืองไทยในปัจจุบัน ตามมาด้วยการปฏิวัติ จากนั้นคนก็จะเรียกร้องประชาธิปไตยขึ้นมาอีกครั้งวงจรการเมืองไทยวนเวียนเช่นนี้อยู่หลายต่อหลายรอบ เราก็ยังอยู่ได้โดยไม่ต้องให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซง

คำถามที่สามเป็นประเด็นการปกครองของไทย ตั้งแต่การปกครองแบบพ่อปกครองลูก (ธรรมราชา) ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์หลัง 24 มิถุนายน 2475 การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข” เนื้อแท้แล้วตกอยู่ภายใต้การครองอำนาจของเผด็จการทหาร นายกรัฐมนตรีที่มาจากทหารครองอำนาจอย่างยาวกว่า 3 ทศวรรษได้แก่ สามจอมพลต่อไปนี้ คือจอมพลป.พิบูลสงครามจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์จอมพลถนอม กิตติขจร ทั้งสามท่านให้บทเรียนกับคนไทยมากมาย รวมทั้งเป็นบทเรียนให้กับ คสช ในการที่จะเรียนรู้ที่จะปกครองคนไทยอย่างไทย เพื่อไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย "14 ตุลา 2516"

ที่เขียนมาทั้งหมดก็ด้วยความรักชาติ ขอขอบคุณ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. (อังกฤษ: National Council for Peace and Order (NCPO)ที่ท่านเข้ามาแบกรับภาระในการแก้ปัญหาให้กับประเทศ เท่าที่ได้รับรู้ท่านได้พยายามแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างทางสังคม การศึกษาเศรษฐกิจ รวมทั้ง การเมืองการปกครอง มีการปรับกลยุทธ์ทางการทหารทำให้จอมพล สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา อิสรภาพให้กับนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชั่น (คปต.) กลับเมืองไทย หลังจากถูกจองจำในเรือนจำเปรย์ซอว์ ประเทศกัมพูชา เป็นเวลา 3 ปี 6 เดือน คำถามทั้งหมดนี้สำหรับนักวิชาการรุ่นใหม่สามารถหาคำตอบเพิ่มเติมเรื่องของคนไทยได้ในภาพยนตร์เรื่อง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

อย่างไรก็ตามมองดูปัญหาข้างบนดูเหมือนว่าการแก้ปัญหาของประเทศไทยต้องใช้เวลาในการเยียวยา อย่างน้อยก็เท่ากับเวลาที่เจ็บป่วย คณะแพทย์ของเราก็เป็นส่วนหนึ่งของประเทศ บทบาทที่สำคัญประการหนึ่งคือช่วยให้ประเทศอยู่รอดก่อน คณะเราจึงจะอยู่ได้ ดังนั้นการแก้ปัญหาคณะแพทย์เราส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในระดับประเทศด้วย และผู้นำการเปลี่ยนแปลงก็ต้องหันมาตั้งคำถามที่สำคัญสำหรับคณะแพทย์ของเรา เช่น ปัญหาเชิงโครงสร้างพื้นฐาน โครงสร้างบุคลากรความสัมพันธ์และการสื่อสารของคนในองค์การภาวะเศรษฐกิจและความเป็นอยู่การจัดสวัสดิการให้กับบุคลากรอย่างเป็นธรรม การสร้างสมรรถะเพื่อความอยู่รอดและการแข่งขันในสังคมเทคโนโลยีและการสื่อสาร การสร้างสัมพันธ์กับสังคมรอบข้าง บูรณาการกับความเป็นไทยภายใต้แนวคิดเศรษกิจพอเพียง และปรัชญา ''ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง Our Soul is for the Benefit of Mankind"

<p>สรุปบทเรียน วันเสาร์ที่ 5 กรกฏาคม 2557</p><p>วันนี้ทั้งวันเติมอิ่มไปด้วยเรื่องการพัฒนาบุคลิกภาพ โดยช่วงเช้าได้รับเกียรติจาก อ.อิทธิภัทร ภัทรเมฆานนท์เน้นเรื่องการค้นหาเนื้อในของตนเอง หรือที่เรียกว่าบุคลิกภาพภายใน ที่เป็นแรงขับให้บุคคลแสดงลักษณะภายนอกออกมากหากเราสามารถรู้จักตนเองได้ เข้าใจตนเอง เข้าใจแนวคิด ทัศนคติ แรงจูงใจ เป้าหมายในชีวิต ก็จะสามารถพัฒนาตนเองไปสู่จุดหมายนั้น </p><p>ประทับใจรูปแบบการสอนการค้นหาตนเองโดยใช้ภาพเป็นสื่อ ช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ได้ทั้งห้อง ไม่เบื่อช่วยฝึกทักษะการฟังสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อกันได้ดีเลยทีเดียว</p><p>ภาคบ่ายได้ Update การพัฒนาบุคลิกภาพภายนอก โดยอาจารย์ ณภัสวรรณ จิลลานนท์ วิทยากรพัฒนาบุคลิกภาพ จากสถาบันพัฒนาบุคลิกภาพจอห์น โรเบิร์ต เพาเวอร์ส บรรยากาศเป็นกันเอง ได้เรียนรู้มากมายทั้งการแต่งกาย การเดิน การนั่ง การไหว้ การขึ้นลงลิฟท์ การนั่งรถไปกับวิทยากร การรดน้ำสังข์ การนั่งโต๊ะรับแขกเป็นต้น</p>

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี