ความเห็นล่าสุด


ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมครับ แล้วมาทักทายใหม่นะครับ

สวัสดีครับ ผมมาแนะนำตัว เพิ่งเป็นสมาชิกใหม่ได้ไม่นานครับ...ได้ยินเพลงประกอบ นึกถึงบ้านเกิดที่อีสานครับ ขอบคุณครับ

ขอบคุณที่คุณปลายฟ้าแวะไปเยี่ยมครับ ผมเพิ่งเป็นสมาชิกใหม่ครับ...มีอะไรแนะนำได้นะครับ...และผมก็ชอบทานกระเจี๊ยบมากครับ

สวัสดีครับ และขอบคุณที่คุณครูต้อยแวะไปเยี่ยม Blog ผมครับ ผมเพิ่งเป็นสมาชิกใหม่ ยังไม่คุ้นเคยธรรมเนียมปฏิบัติและวิธีการทำ Blog ขออนุญาตมาเยี่ยมชมดูตัวอย่างใน Blog ของคุณครูนะครับ...ภาพแทนคำอธิบายได้ดีกว่าคำพูดอีกนะครับ

สวัสดีครับ ผมมาขอบคุณคุณครูปูครับที่แวะนำขนมไปฝากครับ..ผมเพิ่งเป็นสมาชิกได้ไม่นาน กำลังงง ๆ วิธีทำบล๊อกอยู่ครับ ก็เลยยังไม่ได้เดินสายแนะนำตัว...คราวหน้าปลูกป่า ชวนผมได้นะครับ ผมติดดินครับ...

ขอบคุณครับที่แวะไปแลกเปลี่ยนที่บันทึกของผม ผมเพิ่งเป็นสมาชิกใหม่ได้ไม่นาย ยังไม่คุ้นเคยวิธีการเขียนบล๊อกและการสื่อสารในชุมชมที่อบอุ่นแห่งนี้...เกาะที่อยู่ในภาพสวยมากครับ คงต้องหาเวลาไปให้ได้...มีความสุขกับวันหยุดที่เหลืออีกวันนะครับ

ผมมาแนะนำตัวครับ เป็นสมาชิกใหม่ครับ เห็นท่านไปทักทายในบันทึกของผม...ขอบคุณมากนะครับ...ผมชอบความเรียบง่าย ความธรรมดา เช่นเดียวกันครับ

ขอบคุณที่แวะมาทักทายครับ...ผมกำลังศึกษาวิธีทำบล๊อกอยู่ครับ ถือโอกาสมาศีกษาบันทึกคุณสายธารด้วยครับ...สวย...และ...เพราครับ...ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ

เมื่อก่อนตอนเป็นเด็กเคยกินผลของมันออกเปรี้ยวหน่อยๆ แต่ก็นานประมาณไม่ตำกว่า 20 ปีแล้ว เห็นแล้วอยากกลับไปลิ้มชินรสผลกระสังอีกครั้งหนึ่ง...จากบ้านมานานแล้ว

ถ้าไม่กล้าที่จะทำอะไรก็จงยกโลกนี้ทั้งโลกให้เขาไปเสียเถอะ แต่ถ้าคุณกล้าโลกทั้งโลกจะเป็นของคุณ ....

ไร้ถั่ว ไร้กล่อง ไร้ลิง ไร้คน ไร้สรรพสิ่ง มีแต่ความว่างเปล่า

การฝึกจิตนั้นพระพุทธองค์เปรียบเหมือนการเล่นดนตรี ตอนที่เรายังเล่นดนตรีไม่เป็นเราต้องไปฝึกหัดที่โรงเรียน แต่เมื่อเราชำนาญแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนตรงไหนเราก็เล่นดนตรีได้ตลอดเวลา การฝึกจิตก็เช่นกัน เวลาที่เรานั้นวิปัสสนาหรือฝึกภานา นั้นคือการฝึกครับไม่ใช่การใช้ ต้องฝึกจนเขาเรียกว่า จิตควรแก่การงาน คือฝึกจนควรที่จะใช้งาน และสามารถนั้นจิตที่ฝึกนั้นมาใช้งานในเวลาที่เราอยู่ในภาวะปกติของมนุษย์ได้ เหมือนกับดนตรีครับ

ความจริงแล้วพระพุทธเจ้าเองท่านก็รู้ว่ามันเป็นที่เข้าใจยากมาก หลังที่ท่านตรัสรู้ใหม่ๆ ท่านเองก็ปรารถเรื่องนี้ขึ้นมาเช่นกัน พระพุทธองค์จึงต้องใคร่ครวญสิ่งที่ตรัสรู้ถึง 72 สัปดาห์ กว่าจะตัดสินใจนำออกเผยแผ่และทรงเลือก ดาบสทั้งสองก่อนเพราะถือว่าน่าจะมีปัญญาและเข้าใจง่ายกว่าคนอื่น แต่ก็ได้ถึงแก่ความตายไปก่อน พระพุทธองค์จึงแสดงแก่ปัญจวรรคีทั้ง 5 คือพระพุทธองค์ทรงเลือกคนที่มีปัญญาก่อนเป็นอันดับแรก

พระอัครสาวกทั้งสองคือพระสารีบุตรและพระโมคัลลานะนั้น ในสมัยนั้นถือว่าเป็นคนหนุ่มสมบูรณ์พร้อมทั้งความรู้และความสามารถ และก่อนที่จะพบพระพุทธองค์ก็มีอาจารย์ของตนเองอยู่แล้ว พอมานับถือพระพุทธองค์ก็กลับไปชวนอาจารย์ของตนเองมานับถือพระพุทธองค์ด้วย แต่อาจารย์บอกว่า คนมีปัญญาเท่านั้นที่จะเข้าหาสำนักพระสมณโคดม คนไม่มีปัญญาจะเข้าหาเรา ในโลกนี้คนมีปัญญามากหรือน้อยละ พระอัครสาวกทั้งสองท่านตอบว่า ในโลกนี้คนมีปัญญานั้นมีน้อยแต่คนด้อยปัญญานั้นมีมาก .....

ภาษาง่ายๆ ครับ เขาเรียกว่า การถือปฎิบัติเป็นกิจวัตร หรือการทำเป็นกิจวัตร เช่น อย่างพระมหากัสสปะ ท่านถือการอยู่ป่าเป็นวัตร คือจะอยู่แต่ในป่าอย่างเดียว

ขอขอบคุณครับ อาจารย์คนบ้านเดียวกันกับผมครับ ผมอยู่ท่าตูม ครับ

สวัสดีครับ คุณครู ขอบคุณครับ มนุษย์ที่ฝึกดีแล้วเป็นผู้ประเสริฐ ครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี