อนุทินล่าสุด


ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ

หลักปฏิบัติเบื้องต้นของ "เศรษฐกิจพอเพียง"

หาเงินเหลือ ดีกว่า หาเงินหลาย

ใช้ชีวิตแบบมีเงินเหลือวันละหนึ่งบาท จึงดีกว่า ได้วันละพันแต่ไม่เหลือ

ดังนั้น เกษตรกรที่ไม่หลงทาง จะ "รวย" กว่าข้าราชการระดับสูงเงินเดือนหลายหมื่น ที่ "หลงทาง"



ความเห็น (1)

คำคม โดนใจผมจริงๆครับ อาจารย์ (ว่าแต่เอานาแลกกับพระ คุ้มใหมครับ) 555

ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ

คิดในกรอบ + มีสาระ = พนักงานชั้นดี

คิดในกรอบ + ไร้สาระ = พนักงานระดับ "เช้าชามเย็นชาม"

คิดนอกกรอบ + ไร้สาระ = ขยะสังคม

คิดนอกกรอบ + มีสาระ = นักบริหารจัดการที่ดี

ในชีวิตจริงอาจจะมีการปะปนกัน ทั้งประเภท เชิงคุณภาพ และเชิงปริมาณ ที่จำเป็นต้องค่อยๆแยกแยะ และพัฒนาให้ดีกว่าเดิม

เพื่อ "คุณค่า" ชีวิตที่ดีกว่าครับ

 



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ

ไร้ความรู้ และไร้อำนาจ คือ ทาสสมบูรณ์แบบ

มีความรู้ แต่ไร้อำนาจ คือ ครูที่ดี

มีอำนาจ แต่ไร้ความรู้ คือ อันธพาล

มีอำนาจ มีความรู้ คือ ผู้นำที่ดี

แม้ความจริงในชีวิตเราจะมีหลายๆแบบปะปนกัน

แต่เราก็เลือกพัฒนาได้ ด้วยสติ และปัญญา

แล้วความฝันก็น่าจะอยู่ไม่ไกล



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ

ไม่มีใครสามารถโกงคนที่ไม่โลภได้

ที่โดนโกงโดนหลอกมาทั้งหลายก็เกี่ยวเนื่องมาจากความโลภ

จึงเป็นกรรมสนองกรรม ยุติธรรมและจบอยู่ในตัวเอง

การฟ้องร้องทางกฎหมายจึงเป็นเรื่องเกินจากกฎของธรรมชาติ

ที่พยายามปกป้องคนโลภไม่ให้ถูกโกง

คิดตามแล้วก็แปลกๆ ยังไงพิกล



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ

คนที่พอ มีเท่าไหร่ก็ "รวย" คนไม่พอ มีเท่าไหร่ก็ "จน"



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ

ทองคำ ๑ กก.  กับ ข้าว ๑ กก. ท่านชอบอะไร

ถ้าเราแจกทองคำอย่างดี ให้ครอบครัวละ ๑ กก. ต่อวัน หรือ ข้าวอย่างดี ครอบครัวละ ๑ กก. ต่อวัน (ให้เลือกอย่างเดียว) ตลอดชีวิต ห้ามเปลี่ยนเด็ดขาด

ท่านจะเลือกรับอะไร

ลองคิดดู แล้วเราจะเข้าใจชีวิตมากขึ้นครับ



ความเห็น (2)

อยากเลือกทองแต่กลัวไม่มีข้าวกิน ก็เลยเลือกข้าวคะ

 

ทำไมไม่กลัวที่จะ "ไม่รวย" ครับ อิอิ

ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ

มีเงินเหลือวันละบาท ดีกว่าได้วันละร้อยแต่ไม่เหลือ

เป็นสิ่งกระตุ้นเตือนให้คนเข้าใจหลักการของความ "พอเพียง"

เพราะ "เหลือ" ย่อมมาจากความพอเพียงก่อน จึงเหลือ

ที่ "มนุษย์เงินเดือน" ที่ชอบสร้างหนี้ให้กับตนเอง ไม่ค่อยเข้าใจ และไม่พยายามที่จะเข้าใจ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ

ความจน หรือรวย อยู่ที่พอ หรือไม่พอ

ไม่ได้อยู่ที่เงิน

เพราะเงินนั้น มีเท่าไหร่ก็ไม่พอ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ

การอ้างอิงแบบ "ว่าตามๆกันไป" นั้นมีอยู่ทุกวงการ และมักไม่มี(หรือละเว้น)การตรวจสอบไปถึงฐานที่มาของความรู้ดังกล่าว

ส่วนใหญ่ จะมาในนามของความเห็นของ "คนส่วนใหญ่" "ความเป็นสากล" ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นจริงเสมอไป

แล้วเราจะอยู่กันอย่างนี้ไปอีกนานไหม หรือจะอยู่จนถึงวันโลกจะแตก

 



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ

แม้แต่การคบเพื่อนก็ยังต้องการการจัดการความรู้

ความรู้ไม่พอ อาจเสียเพื่อนดีๆได้โดยง่าย

หรือคบคนที่พาเราเสีย ได้โดยง่าย เช่นเดียวกัน



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ

คนที่ทำงานมานานในเรื่องใดเรื่องหนึ่งมานาน ไม่จำเป็นต้องเข้าใจเรื่องนั้นๆ เป็นอย่างดี

แต่น่าจะอยู่ที่ระดับความคิด และความสามารถในการเรียนรู้

และ ความสามารถในการเรียนรู้น่าจะอยู่ที่

ระดับ "สัมมาทิฏฐิ" และ "วิชชา" ของคนๆนั้น

ความเร็วของการเรียนรู้ยังขึ้นอยู่กับ "ศรัทธา"

 

 



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ

แปลกแต่จริง

มีแต่คนพูดว่าชอบคบกับคนที่ปากกับใจตรงกัน

แต่ปรากฏว่า ไม่มีใครอยากฟังคนที่ปากกับใจตรงกันพูดถึงเรื่องของตัวเองมากสักเท่าไหร่



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ

ใครว่าเข็นครกขึ้นเขายาก

ไม่จริ้ง ไม่จริง

เข็นภูเขาขึ้นครกยากกว่าหลายล้านเท่า

หรือใครไม่เชื่อก็ลองดูครับ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ

คิดและทำเหมือนคนอื่นๆ ก็ว่า นิยายน้ำเน่า

คิดและทำที่แตกต่างจากคนอื่น ก็ว่า บ้า

ไม่คิดไม่ทำ ก็ว่า ขี้เกียจ

คิดแต่ไม่ทำ ก็ว่า ฝันกลางวัน

ทำแต่ไม่คิด ก็ว่า โง่

แล้วที่ว่าพอดี แบบทางสายกลาง อยู่ตรงไหนครับ หรือว่า ตรงค่าเฉลี่ย

จะได้ simulate ไม่ต้องทำ ไม่ต้องกิน ไม่ต้องนอน เพราะรู้ผลแล้ว และอยากรู้ผลอีก ว่าตอนอายุ ๕๐๐ ปี จะเป็นอย่างไร

อิอิ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ

ศรัทธา+อวิชชา = คนงมงาย

มิจฉาทิฏฐิ+อวิชชา = คนไร้สาระ 

มิจฉาทิฏฐิ+วิชชา = ทรชน  

ศรัทธา+วิชชา = คนเก่ง

ศรัทธา+มิจฉาทิฏฐิ+วิชชา = นักก่อการร้ายข้ามชาติ

ศรัทธา+สัมมาทิฏฐิ+วิชชา = คนดีของโลก



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ

พระเครื่องปลอมๆ มีไว้ทดสอบสายตา และความรู้ ของนักเลงพระเครื่อง

นักวิชาการปลอมๆ มีไว้ทดสอบระดับสติปัญญา ของสังคม

เมื่อใด "สติ และ ปัญญา" ของสังคมอ่อนแอ นักวิชาการปลอมๆ ก็จะระบาด ออกมาชี้นำสังคม

แบบเซลล์มะเร็ง ที่ใช้อาหารในร่างกายเจริญแบบไม่มีขีดจำกัด จนมีผลทำร้ายร่างกาย จนตายไปพร้อมๆกัน

เราจะดูเฉยๆ หรือควรจะทำอะไร

หรือ มันเป็นเช่นนั้นเอง



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ

เมื่อไหร่เพลงชาติไทยกับความเป็นจริงจะตรงกันสักที

ถ้าร้องไป คิดไป ทีไร อึดอัดทุกที

ร้องเล่นๆ ก็พอได้อยู่ครับ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ

ทุกข์ที่ยิ่งใหญ่ของคนระดับ "ปุถุชน" ก็คือการลุ่มหลง หรือหลงทางอยู่ในค่ายกลของ "โลกมายา"

บางคนกว่าจะรู้ตัวก็ค่อนชีวิต

บางคนตายไปก็ยังคง "อยู่ในวังวน" ของโลกมายา

น่าสงสารจริงๆ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ

ประเทศไทยเป็นรัฐสวัสดิการตั้งแต่เมื่อไหร่

เวลามีคนมาขอตำแหน่งเพื่อเงินเดือนขึ้น มีแต่พูดว่า

"ขอเถอะครับ ผมครูบ้านนอกเงินเดือนน้อย ยังไงก็ให้ผมเถอะครับ"

ผมเลยสงสัยว่า เงินที่เพิ่มนั้นเงินของใคร

ของเราทุกคนนั่นแหละ แล้วความคุ้มค่าของการเพิ่มเงินเดือนให้เขาอยู่ตรงไหน

สังคมได้อะไร

ผมเลยบอกเขาว่า "ยินดีครับ แต่ช่วยทำงานให้คุ้มกับที่ขอเพิ่มได้ไหม"

เพราะผมไม่เชื่อในแนวคิดของรัฐสวัสดิการในมุมนี้

แต่เชื่อในความคุ้มค่าของการใช้ทรัพยากร

สำหรับคนที่ชอบบอกตัวเองไม่พร้อมที่จะทำเช่นนั้น

ผมก็บอกว่า "ไม่พร้อมก็ไม่ต้องมาขอ เราให้เฉพาะคนพร้อมเท่านั้น"

เพราะ ประเทสไทยไม่ใช่รัฐสวัสดิการแบบนั้น

เอ๊... ผมเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่านี่

อิอิ งง งง



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ

ฝรั่งคนไหนก็ไม่รู้ บอกว่า

"There is a will there will be a way."

ที่ผมพบว่าไม่จริงเท่าไหร่

ผมพยายามแทบตายก็ยังไม่รอดในหลายๆเรื่อง

ผมเลยขอปรับใหม่

"There is no will there will be no way."

ถ้าไม่พยายามรอดยาก นอกจากฟลุ๊กจริงๆ แบบเทวดาอุ้มสม ประมาณนั้น

ฟังดูค่อยใกล้ความจริงขึ้นมาหน่อย



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ

เราไม่น่าจะต้องเข้าใจทุกคนในทุกเรื่อง แค่เข้าใจบางคนในบางเรื่อง แต่พอแก่การคบหากัน ก็น่าจะพอ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ

ความเข้าใจต้องการการมีส่วนร่วมไหม เข้าใจฝ่ายเดียวได้ไหม อีกฝ่ายไม่เข้าใจก็ปล่อยไปก่อน และหวังว่าวันหนึ่งเขาจะเข้าใจ เมื่อเขาโต(ทางสมอง)พอและเรียนรู้แล้ว



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ

ทำไมสังคมไทยจึงอดทนต่อการทำร้ายของคนที่มีพฤติกรรมทำลายประเทศและสังคมไทยเพื่อประโยชน์ของตนเอง

หรือว่าทุกคนก็คิดจะทำเช่นเดียวกัน และมองว่าผลประโยชน์ของตัวเองสำคัญที่สุด ใครจะได้จะเสียอะไร ข้าไม่เกี่ยว ขอให้ข้าได้ด้วยก็ไม่ว่ากัน

มันเป็นเช่นนั้นหรือ

หรือว่านี่คือสิ่งที่ทุกคนควรทำ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ

ไม่เชื่อว่าสิ่งที่คิดได้วันนี้คือ ความคิดของเราคนเดียว แต่ไม่เข้าใจว่า ทำไมจึงดูเหมือนว่าเราคนเดียวที่กำลังคิดเรื่องนี้

แปลกจริงๆ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี