อนุทินล่าสุด


Pundit
เขียนเมื่อ

เนื้อวัว beef





ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

Pundit
เขียนเมื่อ


กระเทียม เป็นพืชสมุนไพรไทยและเป็นเครื่องเทศชนิดหนึ่ง โดยมักใส่ในอาหารหลายชนิด ทั้งอาหารไทย อาหารอินเดีย กระเทียมมีชื่อสามัญอื่นอีกคือ กระเทียมขาว (อุดรธานี) กระเทียมจีน (กทม.,กลาง) เทียม (ใต้) ปะเซ้วา (กะเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน) หอมขาว (อุดรธานี) หอมเทียม (เหนือ) หัวเทียม (ใต้)http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1#cite_note-1">[กระเทียมเป็นไม้ล้มลุก สูง 30-60 ซม. มีกลิ่นแรง มีหัวใต้ดินแบบ Tunic bulb ลักษณะกลมแป้น เส้นผ่านศูนย์กลาง 2-4 ซม. มีแผ่นเยื่อสีขาวหรือสีม่วงอมชมพูหุ้มอยู่ 3-4 ชั้น ซึ่งลอกออกได้ แต่ละหัวมี 6-10 กลีบ กลีบเกิดจากตาซอกใบของใบอ่อน ลำต้นลดรูปลงไปมาก ใบเดี่ยว (Simple leaf) ขึ้นมาจากดิน เรียงซ้อนสลับ แบนเป็นแถบแคบ กว้าง 0.5-2.5 ซม. ยาว 30-60 ซม. ปลายแหลมแบบ Acute ขอบเรียบและพับทบเป็นสันตลอดความยาวของใบ โคนแผ่เป็นแผ่นและเชื่อมติดกันเป็นวงหุ้มรอบใบที่อ่อนกว่าและก้านช่อดอกทำให้เกิดเป็นลำต้นเทียม ปลายใบสีเขียวและสีจะค่อยๆ จางลงจนกระทั่งถึงโคนใบ ส่วนที่หุ้มหัวอยู่มีสีขาวหรือขาวอมเขียว ช่อดอกแบบช่อซี่ร่ม (Umbel) ประกอบด้วยตะเกียงรูปไข่เล็กๆ จำนวนมากอยู่ปะปนกับดอกขนาดเล็กซึ่งมีจำนวนน้อย มีใบประดับใหญ่ 1 ใบ ยาว 7.5-10 ซม. ลักษณะบาง ใส แห้ง เป็นจะงอยแหลมหุ้มช่อดอกขณะที่ยังตูมอยู่ แต่เมื่อช่อดอกบานใบประดับจะเปิดอ้าออกและห้อยลงรองรับช่อดอกไว้ ก้านช่อดอกเป็นก้านโดด เรียบ รูปทรงกระบอกตัน ยาว 40-60 ซม. ดอกสมบูรณ์เพศ กลีบรวม 6 กลีบ แยกจากกันหรือติดกันที่โคน รูปใบหอกปลายแหลม ยาวประมาณ 4 มม. สีขาวหรือขาวอมชมพู เกสรเพศผู้ 6 อัน ติดที่โคนกลีบรวม อับเรณูและก้านเกสรเพศเมียยื่นขึ้นมาสูงกว่าส่วนอื่นๆ ของดอก รังไข่ 3 ช่อง แต่ละช่องมีออวุล 1-2 เม็ด ผลเล็กเป็นกระเปาะสั้นๆ รูปไข่หรือค่อนข้างกลม มี 3 พู เมล็ดเล็ก สีดำ ประเทศไทยปลูกมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ แต่กระเทียมที่มีชื่อเสียงว่าเป็นกระเทียมคุณภาพดี กลิ่นฉุน ได้แก่กระเทียมจากhttp://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9" title="จังหวัดศรีสะเกษ">จังหวัดศรีสะเกษ รักษาโรคบิด ป้องกันมะเร็ง ระงับกลิ่นปาก ลดระดับไขมัน คอลเลสเตอรอล และน้ำตาลในเลือด ขับพิษ และ สารอันตรายที่ปนเปื้อนในเม็ดเลือด มีกลิ่นที่ฉุนจึงสามารถไล่ยุงได้ดี ขับลม



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

Pundit
เขียนเมื่อ

แกงเทโพ


วัตถุดิบ .ผักบุ้ง ½ -1 กำ หมูสามชั้น 1 ถ้วย พริกแกง 2 ขีด(200 กรัม) ใบมะกรูดฉีก 5 ใบ หัวกะทิ 1 ถ้วย หางกะทิ 2-3 ถ้วยน้ำมะขามเปียก ¼ ถ้วย  น้ำตาลปี๊บ ¼ ถ้วยน้ำปลา 2-3 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการปรุง

พริกแกง โขลกพริกที่ใส่เกลือลงไปให้ละเอียด ใส่ข่า ผิวมะกรูด รากผักชี พริกไทยเม็ดลงไปโขลกให้ละเอียด ตามด้วย หอมแดงและกระเทียม สุดท้ายใส่กะปิลงไปโขลกส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน
แกงเทโพ ผักบุ้งล้างให้สะอาดแล้วเลือกตัดส่วนที่แก่ หรือแข็งออก หั่นเป็นท่อนยาวสักหน่อย หั่นหมูสามชั้นเป็นชิ้นบางๆ เคี่ยวหัวกะทิให้เริ่มแตกมัน ใส่พริกแกงลงไปผัดจนหอม ค่อยๆเติมหางทะทิจนหมด ใส่หมูสามชั้น ตามด้วยเครื่องปรุงต่างๆ เมื่อได้รสชาติที่ชอบแล้ว ใส่ผักบุ้ง ใบมะกรูด พอผักบุ้งสุกปิดไฟ




ความเห็น (1)
Pundit
เขียนเมื่อ

เทโพพื้นเนื้อท้องเป็นมันย่องล่องลอยมันน่าซดรสครามครันของสวรรค์เสวยรมย์

ปลาเทโพ เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pangasius larnaudii อยู่ในวงศ์ปลาสวาย (Pangasiidae) มีส่วนหัวและจะงอยปากมน ปากอยู่ค่อนไปทางด้านล่าง รูปร่างป้อมสั้น ปลาขนาดใหญ่มีลำตัวส่วนท้องลึก ปลายครีบหลัง ครีบท้อง ครีบอก ครีบท้อง และครีบก้นยื่นเป็นเส้นยาวเรียว มีแต้มสีดำเห็นชัดเจนที่ฐานครีบอก ตัวมีสีเทาคล้ำอมน้ำตาล ด้านข้างมีสีเทาจาง ด้านท้องสีจางอมชมพู ครีบสีจาง ครีบก้นมีแถบสีคล้ำตามยาว ครีบหางมีแถบสีคล้ำทั้งตอนบนและตอนล่าง มีขนาดประมาณ 50 เซนติเมตร ใหญ่สุดได้ถึง 1.5 เมตร ปลาขนาดเล็กกินแมลง ปลาขนาดใหญ่กินพืช เช่น ผลไม้, เมล็ดพืช, ปลา, หอย, แมลง ตลอดจนถึงซากสัตว์ อาศัยอยู่ในแม่น้ำสายใหญ่และสาขาทั่วประเทศ มักรวมฝูงกับปลาสวาย (P. hypophthalmus) ด้วย เป็นปลาที่อยู่ในสกุลเดียวกัน เป็นปลาที่นิยมบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนำมาปรุง "แกงเทโพ" มีการเพาะเลี้ยงในประเทศไทยมานานกว่า 50 ปี นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงามมีชื่อเรียกอื่น ๆ อีก เช่น "หูหมาด", "หูดำ" หรือ "ปึ่ง" ในภาษาเหนือ เป็นต้น



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี