"พี่หนาน"
นาย พรพจน์ พี่หนาน เรียงประพัฒน์

ความเห็นล่าสุด


ดีมากและชอบมากครับอาจารย์ขออนุญาตนำไปประยุกต์ใช้กับงานฌาปนกิจท่านอื่นๆ บ้างนะครับ

ติดตามอ่านผลงานของอาจารย์ตลอดครับ..เพียงแต่ไม่ได้เข้ามาเขียนในบันทึกเท่านั้น..

ขอบคุณกำลังใจและการแสดงความคิดเห็นครับผม

ผมไม่รู้ว่ามีโคลงสามสุภาพด้วย…ชอบๆ ครับจะพยายามศึกษาเรียนรู้ในโอกาสต่อไป…

สวัสดีครับอาจารย์..สบายดีนะครับ.. วันนี้มาลองตอบโคลงปริศนาด้วยครับ ไม่ถูกก็อย่าว่ากันนะครับ…วัดหนึ่งนามชื่อคล้าย…..เวลาชนกล่าวบอกกันมา…….“วัดแจ้ง”ราตรีต่อทิวา……………….ขานว่า “อรุณ”“ราชวราราม”แสร้ง…….ต่อให้ นามดี…ไม่รู้ว่าจะสละสลวยหรือเปล่าหนอ…

เห็นพื้นดินที่ว่างเปล่าแล้วก็น่าดีใจกับครูครับ…พื้นดินของผมเป็นไหล่เขา ผมทำเชิงวนเกษตรผสมผสานกันให้มั่วไปหมด จัดสรรยาก แต่ก็ค่อยปรับให้ดินมีสภาพที่ดีมากแล้ว ตอนนี้ไส้เดือนในดินเต็มสวนครับ…ที่ดินของครูเมื่อมีการถมดินใหม่ควรมีการปรับสภาพดินโดยการหว่านปอเทืองหรือโสนแอฟริกันให้เต็มพื้นที่ก่อนพอออกดอกก็ให้ไถกลบ ทิ้งไว้สักพัก จากนั้นก็สามารถปลูกพืชผักผลไม้ได้ …อีกวิธีคือยกร่องถี่ๆ ลึกพอสมควรทั้งพื้นที่ นำขี้วัวแห้งไปใส่ในร่องให้เต็ม เสร็จแล้วไถกลบร่องให้เต็ม หมักทิ้งไว้อย่างน้อยหนึ่งเดือน พอจะปลูกอะไรก็ให้ใช้รถไถปั่นอีกครั้ง…ดินก็จะดีกว่าเดิมครับ ลองดูได้…

ต้นทุนในการทำปุ๋ยหมักอย่างดีเลยครับครู…โดยทั่วไปแล้วการทำปุ๋ยหมักสูตรต่างๆ สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยคือ “กากน้ำตาล” กากน้ำตาลก็ยังสู้น้ำอ้อยที่คั้นแล้วไม่ได้ คุณภาพเข้มหรือสูงกว่า ลองเอาอ้อยมาใช้แทนกากน้ำตาลดูนะครับ..หรือจะลองปั่นแล้วทำเป็นปุ๋ยพืชสดรวมกับพืชอื่นๆ ดูก็ได้ โดยที่เราไม่ต้องใช้กากน้ำตาลเลย…ลดต้นทุนไปได้อีก…

ถูกต้องครับคุณเพชร..พี่หนานก็คิดและหวังอย่างนั้นครับ จึงอยากทำให้คนในชุมชนหรือบริเวณใกล้เคียงได้เห็นได้สัมผัสว่า จริงๆ แล้วเราสามารถทำการเกษตรแบบพึ่งพาธรรมชาติได้ โดยไม่ต้องเน้นเชิงเดี่ยวครับ..เกษตรกรจะต้องมองภาพองค์รวมออกและสามารถปฏิบัติได้ โดยอิงอาศัยพลังงานจากธรรมชาติเป็นหลัก เพราะพลังงานเหล่านี้จะไม่มีวันหมดไปจากโลกนี้…ทำให้เห็น เย็นให้ได้สัมผัส ดีกว่าคำสอนมากมายครับผม..

ขอบคุณกัลยาณมิตร ครูบาอาจารย์ทุกท่านมากครับ

เห็นด้วยอย่างยิ่งครับอาจารย์..ขอบคุณบทความสะกิดความคิดนี้มากครับผม

สวัสดีครับกัลยาณมิตรทุกท่าน..ยังอยู่สุขสบายดี..แต่ไม่ค่อยมีเงินใช้สักเท่าไหร่ครับ....ที่อยู่ที่เดิมครับอาจารย์GD..

สวัสดีปีใหม่ครับยายธี..

ได้ยินมาอย่างนั้นเช่นกันครับคุณยาย  รัฐ..ไหนๆ ก็ประชานิยมเหมือนกัน 

เขาให้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีบริษัทหนุนเมล็ดพันธุ์มาให้ปลูก

แล้วให้เกษตรกรถ่ายภาพคู่กับเมล็ดพันธุ์ที่ใช้คู่กับแปลงนาที่ปลูกด้วยครับ

เกษตรกรจะได้ผลผลิตหรือไม่รัฐก็ให้แบบกินเปล่าไร่ละสองพัน สิบห้าไร่

หากใครเข้าโครงการครับ..

ขอบคุณคุณยายที่ร่วมแสดงความคิดเห็นและอย่าลืมรักษาสุขภาพด้วย

นะคร้าบผม

สวัสดีปีใหม่ครับอาจารย์ขจิต..

สบายดีนะครับ..รักษาสุขภาพด้วย

เห็นทำงานหนัก เดินทางตลอด..เป็นห่วง ๆ ครับผม

พี่หนานก็มีเวลาเต็มวันเฉพาะในช่วงวันเสาร์อาทิตย์เช่นกัน วันธรรมดาได้ในตอนเช้ามืดครับ แต่เวลามีน้อยมากต้องเร่งและเหนื่อยมากครับ ค่อยเป็นค่อยไปเช่นกัน..

ที่ทำอยู่จริงๆ ก็ประมาณสองไร่เช่นกัน สองไร่ก็ดูแลและปรับพื้นที่ทั้งหมดยังไม่เข้าที่เท่าที่ควรเลยครับ

อย่างว่านั่นแหละ กินข้าวทีละคำ ทำทีละอย่าง และทีละนิดละหน่อย เร่งไม่ได้ครับ

ขอบคุณคุณเพชรน้ำหนึ่งที่ให้กำลังใจและเป็นกัลยาณมิตรที่ดีมาโดยตลอดนะครับผม

อยากกินอาหารฝีมือเชฟไฮ่ฮักเฮาบ้างจังเลย..อิอิอิ

ช๊อบชอบ ชอบมากๆ เลยครับ...

อาจารย์สบายดีนะครับ..กลับมาติดตามอ่านกวีเพราะๆ เนื้อหางามๆ อีกครั้งครับผม..

เห็นด้วยหลายอย่าง และไม่เห็นด้วยก็หลายอย่างเกี่ยวกับนโยบายของรัฐ..

ดูเหมือนรัฐจะใช้ไม้เกาแผ่นหลังที่พยายามเกาให้ถูกที่คัน แต่ก็ยังโดนที่คันน้อยไปอยู่นะครับ

ขออภัย..ระยะเวลา ดูจะขัดๆ กันยังไงไม่รู้นะครับท่าน..

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี