ภูคา
นาย ประสุข โฆษวิฑิตกุล

อนุทินล่าสุด


ภูคา
เขียนเมื่อ

เพียงแค่คิด
วันนี้เดินทางจากบ้านที่น่านแต่เช้าเพื่อจะมาสอนตอนบ่ายโมง ขับมาประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่ง เหลือระยะทางอีก 70 กิโลจะถึงที่ทำงาน ปรากฏว่ารถดับไปเฉย ๆ ในขณะที่กำลังยหาสาเหตุอยู่ ก็มีลุงขับรถมอเตอร์ไซต์มาถาม และไปตามช่างให้ (โชคดีครั้งที่ 1) ช่างมาถึงก้ดูเครื่องและแกะดูที่ สายพานไทม์มิ่ง ปรากฏว่าขาด ทั้งๆ ที่ตอนเช้าก็ตรวจดูระบบต่าง ๆ และไม่มีสัญญาณให้เปลี่ยนสายพานเลย (โชคดีครั้งที่ 2 มีช่างอยู่ใกล้ๆ) ปกติจะกลับมาทำงานในตอนกลางคืน และจะถึงที่เกิดเหตุตอนประมาณ 5 ทุ่ม แต่วันนี้ออกเช้า รถเสียตอนกลางวัน (โชคดีครั้งที่ 3) ช่วงนี้เป็นช่วงที่ฝนตกหนักตลอด แต่วันนี้ฝนไม่ตก(โชคดีครั้งที่4) และมีคนที่รู้จักเมื่อโทรตามก็สามารถสละเวลามาช่วยเหลือและรับ-ส่ง จนถึงท่ารถ (โชคดีครั้งที่ 5) สรุป รถเสียครั้งนี้ถึงแม้นจะต้องเสียเงินค่าซ่อมมากอยู่ แต่ก็ยังมีโชคในหลาย ๆ เรื่องและที่สำคัญที่สุดคือ ปลอดภัย (ข้อนี้แม่บ้านหว่งที่สุด...อิอิ) ขอบคุณอาจารย์วัลลพ แห่งชมรมกล้วยไม้อุตรดิตถ์ ครับ



ความเห็น (2)
ภูคา
เขียนเมื่อ

วันนี้เป็นวันที่สอนสนุกที่สุดอีกวันหนึ่ง เช้า 9-12 น. สอนเลป แต่ต้องเวปมาสอนบรรยายตอน 11-12 น. ตอนบ่าย 13-16 สอนเลป แต่ก็ต้องมาสอนบรรยาย ตอน 14-16 ... สนุกมากกกกก ดีที่ตอนเย็น 17-19 น. เลื่อนสอนบรรยายไปเป็นวันอื่น



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ภูคา
เขียนเมื่อ

วันนี้ได้แก้ไขโครงการบริการวิชาการแก่สังคมประจำปีงบประมาณปี 56 ที่ทำเรื่องขอไปตั้งแต่ ต้นปี ชื่อโครงการ การประชุมวิชาการและเสวนากล้วยไม้ประเทศไทย ได้งบมาแค่ครึ่งเดียว ... ก็จะทำให้ได้ดีที่สุด...



ความเห็น (1)

เป็น อ.วิทย์ ทำไมต้องเสวนากล้วยไม้ งงค่ะ

ภูคา
เขียนเมื่อ

เสาร์-อาทิตย์ ที่ 1-2 พาเด็กไปทริปที่เพชรบุรี เข้าเยื่ยมชมกิจกรรมในศูนย์วิจัยและพัฒนาสัตว์น้ำจังหวัดเพชรบุรี



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ภูคา
เขียนเมื่อ

เรียนอาทิตย์หน้านะครับ วันที่ 31 ครับ



ความเห็น (2)

เรียนอะไรคร้าบ ชลัญเรียนด้วย

พรุ่งนี้ได้เรียนแล้วววว ^^

ภูคา
เขียนเมื่อ

เจ้าตัวน้อยอายุ 11 วันแล้วครับ

 



ความเห็น (4)

เย้ เย้ เย้ ยินดีด้วยค่ะ

อาจารย์เอารูปน้องมาให้พวกหนูดูมั่งงงงงงค่าา อิอิ

-ขอบคุณครับ
ยุ่งขึ้นอีกแยอะเลยล่ะ อิอิ

ภูคา
เขียนเมื่อ

ฟังเพลงบรรเลงของเด็ก ๆ Yesterday Once More - Sungha Jung ตอนนี้โตแล้วมั่ง http://www.youtube.com/watch?v=w_nF551TSlc&NR=1&feature=fvwp



ความเห็น (1)
ภูคา
เขียนเมื่อ

วันนี้ลูกสาวถือพานไหว้ครูที่โรงเรียน



ความเห็น (1)

วันหลังเอารูปลูกสาวมาลงให้พวกเราดูบ้างได้มั๊ยคะ

ภูคา
เขียนเมื่อ

พรุ่งนี้เช้า มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดพิธีไหว้ครู ตอนเที่ยงจะไปฟังการบรรยายธรรมของอดตีรัฐมนตรีที่บวชเป็นพระ ตอนบ่าย 2 สอนภูมิศาสตร์สัตว์ เรื่องบทบาทของมนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศน์ของโลกอย่างไร สอนแบบ ซัก-ถาม และการเชื่อมโยง



ความเห็น (4)

เด่ว พรุ่งนี้ ชลัญจะตื่นมาไหว้ครูแต่เช้านะค่ะ อย่าลืมตื่นมาให้ชลัญไหว้ด้วยนา

วันพรุ่งนี้ จะเตรียมตัวไปให้พร้อมเลยค่า

วันนี้เข้าร่วมพิธีไหว้ครูเสร็จตอน 10.00น.โดยประมาณ กลับมานั่งที่ห้องพัก แล้วไปฟังบรรยายธรรมของ พระอาจารย์รักเกียรติ รักขิตะธัมโม ตอน 12.00 น. แต่กว่าจะเริ่มงานก็ 13.00 น. ได้ฟังไม่ถึงชั่วโมงก็ต้องมาสอน

ภูคา
เขียนเมื่อ

วันนี้ได้คุยกับหน่อเนื้อบุญอีกคน...



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ภูคา
เขียนเมื่อ

ธรรมจากหลวงพ่อชา

เด็กทั้ง 2 พิการ เดินทางได้จะเข้ารกเข้าป่าก็รู้
แต่เราพิการใจ (ใจมีกิเลส)จะพาเข้ารกเข้าป่าหรือเปล่า
คนพิการกายอย่างเด็กนี้ มิได้เป็นพิษเป็นภัยกับใคร
แต่ถ้าคนพิการใจมากๆ
ย่อมสร้างความวุ่นวายยุ่งยากแก่มนุษย์และสัตว์
ให้ได้รับความเดือดร้อนมากทีเดียว


ความเห็น (1)

ให้ดอกไม้เป็นคนแรกอีกแล้ว 555555

ภูคา
เขียนเมื่อ

เมื่อวานวันวิสาขบูชา พาลูกไปเวียนเทียนที่วัดแถวบ้านครับ รู้สึกพอใจที่ลูกนั่งพับเพียบได้นาน หลังตรง เวลาพระสวดมนต์



ความเห็น (3)

เมื่อวานชลัญก็พาลูกไปเวียนเทียนที่วัด ลูกถามวันอะไร บอกวันเกิด วันรู้ธรรมะ และวันตายของพระพุทธเจ้า ลูกถามว่า วันเกิดพระต้องร้องเพลง happy birth day มั๊ย ฮา..............มาก

สวัสดีครับ ฮาเหมือนกัน ... แล้วคุณแม่ตอบลูกว่าอย่างไรล่ะ ...

ภูคา
เขียนเมื่อ

วันแรกของการเปิดเรียน วันนี้สอนวิชา ภูมิศาสตร์สัตว์ และจะใช้ gotoknow ช่วยในการเรียนการสอน ให้นิสิตเริ่มสร้าง Blog ในวันพฤหัส บ่าย 2 โมง



ความเห็น (2)
ภูคา
เขียนเมื่อ

วันนี้ที่คณะจัดงาน พิธีสักการะ พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย (รัชกาลที่ 4) เริ่มงานตั้งแต่ 07.00 น. (เริ่มจริง 08.00น.) จากนั้นผูกข้อมือรับขวัญเด็กปี 1 คณะวิทย์



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ภูคา
เขียนเมื่อ

ธรรมจากหลวงพี่เล็ก แรกๆ พวกเราปฏิบัติธรรม กำลังใจของพวกเรามักจะไปแยกดีชั่ว ขาวดำอย่างชัดเจน จริง ๆ แล้วเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่พอทำไปๆ ถึงระดับหนึ่งแล้วจะรู้ว่า ผิดถูกเป็นแค่สิ่งสมมติเท่านั้น ไม่มีใครดี ไม่มีใครเลว มีแต่คนที่กำลังเป็นไปตามกรรม



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ภูคา
เขียนเมื่อ

อนัตตลักขณสูตร มีเนื้อความโดยย่อดังนี้ “รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นอนัตตา เพราะบังคับบัญชาให้เป็นไปตามปรารถนาไม่ได้ เพราะไม่เที่ยงเป็นทุกข์ มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา จึงควรหรือจะมาเห็นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา แม้รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ที่เป็นอดีตและอนาคตก็เป็นอนัตตา บังคับให้เป็นไปตามปรารถนาไม่ได้ เพราะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา จึงควรเห็นหรือว่า นั่นของเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา”



ความเห็น (1)
ภูคา
เขียนเมื่อ

วันนี้เป็นวันแรกที่ลูกสาวเข้าเรียนอนุบาล 1 ตื่นเต้นนิดหน่อย ตื่นนอนตั้งแต่ตี 5 ครึ่ง แต่งชุดนักเรียน ใส่กระโปรงสีน้ำเงิน ถัดผมเปีย สดใส ตั้งใจเรียนนะลูก........



ความเห็น (2)
  • ดูเหมือนพ่อจะตื่นเต้นมากกว่าลูกอีกนะคะ

เมื่อวานตอนกลางวันก็แอบไปดูที่โรงเรียน ลูกโตขึ้นอีกแล้ว อิอิ... พ่อก็ตื่นเต้นเหมือนกันครับ

ภูคา
เขียนเมื่อ

เสาร์ อาทิตย์ จันทร์ที่ผ่านมา น่านฝนตกติดต่อกันยาว ปีนี้สงสัยน้ำท่วมอีกแน่



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ภูคา
เขียนเมื่อ

25-28 เมษายน 2555 เดินทางไปเกาะเต่า-นางยวน ครับ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ภูคา
เขียนเมื่อ

ช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมสังเกตุเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งของ Gotoknow จาก 3-4 ปีก่อน สิ่งที่พบคือ Gotoknow มีความงดงามมากขึ้น Bolg ต่าง ๆ มีการนำเสนอความรู้ ความคิด ประสพการณ์ แต่ที่มีคล้าย ๆ กันคือ มิตรภาพ และมุมมองในแง่ดี ๆ (อาจจะต่างมุมบ้าง... เรื่องธรรมดา) ให้กำลังใจแก่กันและกัน ไม่ใช้ Blog ไปในการชักจูงให้เกิดความแตกแยก และความรุนแรงในสังคม ทั้งทางความคิด การพูดและการกระทำ



ความเห็น (1)

ดิฉันก็รู้สึกเช่นนั้นค่ะ โดยส่วนใหญ่บันทึกที่อ่านจะทำให้เกิดความสุขใจค่ะ :)

ภูคา
เขียนเมื่อ

วันนี้ (28/3/55) เป็นวันที่ดีที่สุดวันหนึ่งของชีวิตที่ได้พบกับกัลยาณมิครเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน ได้คุยกันนานเกือบ 3 ชั่วโมง



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ภูคา
เขียนเมื่อ

เกิดอะไรขึ้นกับระบบการศึกษา

เพราะว่าเราได้เรียนรู้กันต่อ ๆ มาว่า มีเงิน รวย ก็จะมีความสุข เพราะว่าเงินสามารถที่จะซื้อ หา ทำให้ได้ทุกอย่างตามที่ต้องการ  สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ ต้องมีความรู้ก่อน  คนรู้มาก มีโอกาสทำงาน หาเงินได้มากกว่า รู้น้อย หาได้น้อย โง่ ยิ่งน้อยเข้าไปอีก เมื่อเรียนแล้ว ก็ยังต้องแข่งกันอีก แข่งกับเพื่อน เพื่อให้ได้คะแนนดี ๆ และคิดว่าถ้าทำได้ดีแล้วก็จะมีโอกาสที่ได้รับดีตามไปด้วย  เมื่อจบมาทำงาน ก็แข่งกันเพื่อให้ได้ผลงานตามที่เจ้าของ เจ้านาย สั่ง ก็จะได้รับผลประโยชน์ เงินเดือน เงินตอบแทน  สุดท้ายแล้วจะมีสักกี่คนที่ได้ดังใจหวังจากการศึกษา....  บางคน เรียนไม่ได้ แต่ก็ใช้วิธีอื่น เพื่อทำให้ได้เงินมาง่าย รวยเร็ว บางคนก็อยากรวยเร็ว ก็ใช้ทุกวิธีที่ทำให้คนที่เป็นคูุู่แข่งตกไป โกง คอรับชั่น อาจสรุปได้ว่ามันคือวิถีของคนที่ทั่วโลกยอมรับกัน ? ถ้ามองกลับอีกมุมหนึ่ง  การที่มนุษย์จะมีกิน มีใช้ หรือรวยนั้น จะต้องใช้ทรัพยากรจากโลก และก็จากเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน  บางครั้งแค่เปลี่นมุมมอง  ความคิดเห็นก็เปลี่ยน การกระทำก็เปลี่ยน ชีวิตเราก็จะเปลี่ยนแปลงไป  ชีวิตจะมีความสุขขึ้น ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และสังคมก็จะมีความสุขขึ้น



ความเห็น (6)

หากเอาความสุขเป็นจุดหมาย

อาจมีหลากหลายวิธีเพื่อความสุข

หรือคงขึ้นอยู่กับว่า ความสุขของแต่ละคนนั้น

คืออะไร

แต่คงไม่อาจต้อง มีเงิน หรือรวย

.อาจแค่พอใจในสิ่งที่มีและสิ่งที่เป็น (จริง)

พระท่านเคยบอกว่า

เขาเรียกว่า สันโดษ..

พอใจในสิ่งที่มี ยินดีในสิ่งที่ได้

.(หากแต่การจะยอมรับในสิ่งดังกล่าวนั้นยากยิ่ง).

เมตตาธรรม

สาธุ สาธุ สาธุ กราบ กราบ กราบ

ขอบพระคุณมากครับที่สะท้อนปัญหามาในสถานะของคุรุผู้มีความรับผิดชอบต่อโลก ต่อแผ่นดิน ต่อเพื่อนมนุษย์ ผมเคยตั้งคำถามกับตนเองอย่างยิ่งว่า ทำไมเกิดมาทั้งชีวิต ถึงได้ทำงานอย่างหนักขนาดนี้ ทำงานอย่างไม่มีวันพักผ่อน เมื่อถึงวันพักผ่อนกลับต้องทำงาน งาน งาน งาน

การค้นหาด้วยการศึกษาที่เป็นแนวทางด้านความสงบ ธรรม นั้น คือแสงสว่างวาบไหวเข้าสู่ดวงใจอย่างยิ่ง จึงได้เดินทางไปสู่มิติของงานที่มิใช่งาน ใช้ชีวิตที่ปราศจากการใช้ชีวิต เดินบนวิธีแห่งธรรม คือทางสว่างแก้ไขปัญหาทำให้เกิดปัญญาอย่ายิ่งนัก

....

ปัญหามีอยู่ว่า การศึกษาจะพาจิตใจเราเดินทางไปสู่วิถีแห่งธรรมได้หรือไม่

หรือว่าจะส่งต่อให้เราไปติดในอำนาจ หรือว่าจะช่วยส่งเสริมให้เราเจริญไปด้วยลาภวัตถุภายนอก หรือว่าจะส่งเราไปอยู่ในดวงดาวที่ไกลโพ้น และหรือว่าจะส่งเราไปแก่งแย่ง แย่ง แย่ง และแย่งชิง ชิงแม้กระทั่งการเข้าแถวเพื่อซื้อของตามห้างร้านค้า

นั่นคือสิ่งที่เราเป็นและอยู่ ผลของการเป็นและอยู่ ยังช่วยส่งถ่ายไปให้ลูกของผม พี่นอ้งของเรา เพื่อนมนุษย์ทั่วทั้งโลก เราเดินไปในวิถีเดียวกัน

โดยไม่สามารถมีชีวิตอยู่กับตนเองได้เลย

.........

ขอบพระคุณมากครับ

โดยส่วนตัวจะเลือกงาน เนื่องด้วยเพราะตอบโจทย์ของความฝัน

เป็นสิ่งที่น่าท้าทาย เลือกเพราะพอใจ สุขใจ อิสระ เป็นปัจจัยหลัก

เชื่อมั่นในศักดิ์ศรีมนุษย์วัดกันที่ความดี เกลียดความอยุติธรรมที่สุดค่ะ

ขอบคุณแง่คิดจากคุณ เนิ่ม ขมภูศรี ครับ ปัญหาหลักของคนเราส่วนใหญ่อยู่ที่ปัจจัยสี่ แค่เราก็หลงในปัจจัยสี่ เพิ่มมูลค่ามันด้วยความอยากได้ อยากมี ใส่เข้าไปเพิ่มเติม ทำให้มองไม่เห็นคุณค่าที่แท้จริงของมัน เราทุก ๆ คนอยากมีบ้าน หลังใหญ่ ๆ เนื้อที่เยอะ ๆ สวยงาม หรู ๆ แต่ความหมายที่แท้จริงของบ้านคือให้ความปลอดภัย คุมแดด ฝน ลม หนาว ได้ และที่สำคัญที่สุดคือความรักความอบอุ่นของครอบครัวที่อยู่ด้วยกัน เครื่องนุ่งห่ม ช่วยป้องกันการอับอายและให้ความอบอุ่น กันแดด ลม ให้ผู้ใส่ แต่เราก็ไปเพิ่มคุณค่าของมันให้มาก ขึ้น ๆ ต้องยี่ห้อดัง ๆ ราคาแพง นอกนั้นยังไม่พอ ต้องมีของประดับตกแต่ตัวเองให้มองแล้วดูสวย งาม ยิ่งขึ้นไปอีก อาหารคือสิ่งที่สำหรับหล่อเลี้ยงชีวิตให้มีความสมบูรณ์ แต่เราก็ใส่ความอยากลงไปซะเยอะ ทั้ง ๆ ที่กระเพาะของเราก็บรรจุได้เท่า ๆ กัน คงจะมีแต่ข้อสุดท้ายคือ ยารักษาโรคที่เราใช้ได้ถูกต้องมากที่สุด คือใช้สำหรับบรรเทาความเจ็บปวดทั้งทางกายและทางใจ แต่ก็มีบางคนที่ใช้ยาไปในทางที่ผิด ซึ่งทุก ๆ ข้อถ้าใครได้เห็นและใจยอมรับกับมันได้ ชีวิตก็มีความสุขมากขึ้น ไม่ติดกับความหลงเพราะไม่รู้ มองไม่เห็น ทำให้ไม่เสียเวลาไปมากนัก เราส่วนมากมองจากสายตาของคนอื่น รับความคิด จากคนอื่น ถ้าเรายังไม่สามารถมองจากสายตาของเราเอง เห็นเอง เห็นได้ถูกต้อง(เห็นชอบ) ก็เป็นการยากที่จะทำให้เรามีความสุขได้ เมื่อไม่รู้ว่าสิ่งไหนถูกก็สอนไม่ได้ พูดไม่ได้ ชีวิตก็น่าสงสาร ...

สวัสดีครับคุณ poo การทำงานทางโลก กับทางใจไปด้วยกันได้ครับ เสริมกัน ทำให้ได้งานที่ดีขึ้น ถ้าผมเป็นนายจ้าง เลือกระหว่างคนเก่งกับคนดี ผมขอเลือกคนดีครับ เพราะเราสามารถสร้างให้เขาเก่งได้โดยใช้เวลาไม่นานนัก แต่ถ้าเก่งแต่ไม่ดี(ไม่อยากใช้คำว่า..เลว..) บางทีใช้เวลาทั้งชีวิตก็ทำให้เป็นคนดีไม่ได้...

จริง ๆ แล้วถ้าวางใจได้ ก็จะทำอะไรต่าง ๆ ได้อีกมากมายครับ

วางใจว่า ทุกสิ่ง ทุกอย่าง มีความเป็นไปตามการกระทำ(กรรม) ทั้งดีและเลว

วางใจว่า ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีความเปลี่ยนแปลงไป ไม่คงอยู่ ไม่คงทน (ตามกฏของพลังงาน คือ พลังงามนสามารถเปลี่ยนแปลงได้แต่ไม่สูญหาย)

วางใจว่า ทุกอย่าง มีเหตุ มีผลของมัน ว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนั้น แบบนี้ เพียงแต่เราเข้าใจในเหตุ หรือผลที่มันเกิดขึ้นหรือเปล่า ถ้าเข้าใจ ใจก็จะค่อย ๆ อ่อนลงจนกระทั่งยอมรับว่า ทุก ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นมัน เป็นไปตามกระบวนการของมัน หรือตามครรลองของมัน เราก็จะสบายมากขึ้น

คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนพุทธ รู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร แต่ไม่มีกำลังใจพอที่จะยอมรับ หรือหักห้ามใจของตัวเอง

คนสวนใหญ่จะยืนหยั่ง เหยียบขาคนละฝาก ระหว่าง ดี กับเลว และมักจะยืนคล่อมมันไว้ ไม่มีกำลังใจพอที่จะเลือกด้านใดด้านหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่เราก็รู้อยู่ว่าถ้าเราเลือกข้างดี เราก็จะมีความสุข

คนเรามักหาเหตุผลมากมายให้กับตัวเองเพื่อที่จะตอบว่าเหตุผลที่ทำนั้นถูก ทำให้สบายใจ และไม่ให้ใจถูกตำหนิจากใจของตัวเอง หาเหตุผลมาเพื่อบอกว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นทำเพื่อคนอื่น เพื่อคนอื่น ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ว่ามันไม่ถูก แต่ก็ยังดันทุรัง (แถ)

เมื่อเข้าใจ และมองเห็นได้อย่างถูกต้องแล้ว ไม่ว่าจะทางไหนก็สามารถทำได้ดีครับ

ภูคา
เขียนเมื่อ

Bookmark: orchidmall.com

http://www.orchidmall.com/

No description

Tags:



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี