ความเห็นล่าสุด


ขออภัยไม่ได้เข้ามาตอบนะครับ เพราะว่างานยุ่งมาก ประวัติศาสตร์ ปะปนกับตำนาน และความเชื่อ บางทีก็ทำให้เราแยกได้ยากนะครับ แต่ในขณะนี้มีความเชื่อมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าป้ายที่ติดอยู่ที่ทางขึ้นพระบรมธาตุนั้นน่าจะติดผิดที่มากกว่า เพราะว่าสององค์นั้นน่าจะเป็นพระเจ้าศรีธรรมโศกที่ ๑และ๒ มากกว่า ส่วนเท้าขัตตุคามและเท้ารามเทพนั้น น่าจะเป็นชื่อของรูปเทพที่อยู่ที่ประตูมากกว่า เพราะว่าที่ผ่านมาเทพทั้งสองพระองค์นี้ มีส่วนพระเศียรสองชั้นมาตลอด ที่ท่านขุนพันธ์ฯ นำมาทำเป็นหลักเมืองก็นำมาเป็นพระเศียรสองชั้น มีแต่รูปแปลงธรรมที่อยู่ในเหรียญเท่านั้นที่เป็นชั้นเดียวซึ่งนั่นก็เป็นการออกแบบของอาจารย์จากวิทยาลัยศิลปะ แต่การจะเปลี่ยนความเชื่อขณะนี้คงจะลำบากแล้วละครับ

ส่วนการจะมีกี่พระองค์นั้นก็เถียงกันไม่รู้จบหรอกครับ แต่ทางหลักฐานที่รวบรวมนั้นน่าจะมีสี่พระองค์มากกว่าครับ คือ พระขัตตุคามเทพ พระรามเทพ พระสุมนเทพ พระลักขณเทพ แต่ที่นครนั้นพบแค่ สองพระองค์แรก ชื่อ จตุคามรามเทพ น่าจะมาจากเทพทั้งสี่มากกว่าครับ ซึ่งหลักฐานนี้ก็พบได้ทั่วไปทั้งสี่พระองค์รายล้อมพระพุทธเจ้า ตามที่ต่าง ๆ ในศรีลังกา รวมถึงหลักฐานอื่น ๆ ก็มีอยู่บ้างที่กล่าวถึงพระสุมนเทพ และพระลักขณเทพ อีกสองพระองค์

เอาเป็นว่าอันนี้น่าจะเป็นข้อมูลที่น่าสนใจที่สุดจากการค้นคว้าของนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ในขณะนี้นะครับ

มีรายละเอียดเรื่องนี้ก็แนะนำไปยังทีมงานบ้างจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

สำหรับรายละเอียด รุ่นมหาราชันย์ดำสามารถเข้าไปดูได้ที่ http://www.nakhontoday.com/maharachandam

          ก็ดีครับอาจารย์ มีประโยชน์มาก ๆ ครับ ถ้าคุณครูให้งานให้พอเหมาะกับการค้นคว้าเพื่อส่งข้อมูลให้กับอาจารย์อย่างเป็นระบบและวางแผนเป็นระดับชั้นในการให้งานสืบค้นวิชาต่าง ๆ ผ่านอินเตอร์เน็ท ก็น่าช่วยได้เยอะครับอาจารย์ แต่ถ้าชอบเด็กก็ต้องชอบเกมส์อยู่แล้ว แต่ถ้าได้ค้น วิชานั้นวันหนึ่ง วิชานี้อีกวัน สลับกันให้ดี ๆ เด็กอาจเจออะไรที่ท้าทายเขาและหันมาสนใจมากกว่าเกมส์ก็อาจมีบางส่วนครับ เช่นการจัดการแผนที่ การค้นหาประวัติศาสตร์ หรืออื่น ๆ อันนี้บอกอาจารย์ลูกหว้าไม่ได้ครับ อิอิ.... ผมรู้อยู่คนเดียวครับ

ผมชอบ รอยเท้าบนผืนทราย มากกว่าครับอาจารย์ อิอิ.....

แต่เพลงนี้ก็ชอบนะครับอาจารย์ ฟังแล้วซึ้งดีครับ ทำให้นึกถึงคนที่อยู่ไกล อาจารย์มอบให้คนไกล ๆ เหรอครับ แต่เวลามีงานก็มักจะร้องเพลง หนุ่มบ้านไกล ของ หนู มิเตอร์ ครับอาจารย์ก็ความหมายว่าไกล ๆ เหมือนกันละนะ เมื่อไหร่จะไปเที่ยวนครศรีธรรมราช ละครับอาจารย์

สนใจข้าวต้มใส้กล้วยครับ น่าทานมาก ๆ ครับ......อิอิ หิวครับ...... 

   นี่แหละครับคุณครูตัวจริง ของคุณครูทุกคน เห็นครูแอนนำรูปให้ดูน่าสนุกจังครับ นึกถึงเพลงของอาจารย์ยงยุทธ ด้ามขวาน ขึ้นมาได้ ครูแอนเคยฟังปล่าวครับ ชื่อว่า ขอบคุณนักเรียน

ได้แบบจากร่างสื่อองค์พ่อ และจากร่างทรงของหลวงพ่อจงวัดหน้าต่างนอก โดยอาจารย์ครูหมอคล่อง สุขเกษม ส่วนปรัชญาจตุคามแห่งความร่ำรวย ได้จากเจ้าอาวาสวัดหมื่นระงับรังสรรค์ นครศรีธรรมราช มวลสารศักดิ์สิทธิ์ จากพระครูวัดชลอ วัดห้วยแหยง และวัดหน้าพระธาตุ แบบทังหมดผมเป็นคนออกแบบเองครับ

7 พิธี 7 วาระ

1. ที่ในเมืองนครศรีธรรมราช 2. ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช 3. วัดพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช 4.พรหมคีรี นครศรีธรรมราช 5.บ้านส้อง เวียงสระ สุราษฎร์ธานี 6. ในเมืองนครศรีธรรมราช 7. เขาขุนพนม พรหมคีรี นครศรีธรรมราช

ถ้าสนใจจะร่วมทำบุญก็เข้าไปดูรายละเอียดได้ครับ

http://gotoknow.org/file/nanamedia/sungjong.doc

โอนได้ที่ แสงเทียน อยู่เถา บ/ช ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาย่อยโรบินสัน นครศรีธรรมราช บ/ช ออมทรัพย์ เลขที่ 866-204637-7

แล้วแฟ๊กซ์ไปที่หมายเลข 075-318356 หรือ โทรศัพท์ 085-880-4771

 

เพื่อน ๆ ชาวโกทูโนว์ มีความคิดเห็นอย่างไรบ้างครับ

พระเจ้าศรีธรรมโศกราช เป็นกษัตริย์นครศรีธรรมราชสมัยโบราณที่ยังเรียกว่า ตามพรลิงค์ พระองค์เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงปัทมวงศ์ พระราชประวัติของพระเจ้าศรีธรรมโศกราชแบ่งออกเป็น ๓ นัย ได้แก่๑.           จากตำนานเมืองนครศรีธรรมราช กล่าวว่าพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชเป็นกษัตริย์ปกครองเมืองอื่นมาก่อน ภายหลังเกิดโรคห่าระบาดในเมืองนั้นจนทำให้ผู้คนล้มตายลงเป็นจำนวนมาก จนต้องอพยพผู้คนที่เหลือลงเรือหนีตายมาขึ้นที่หาดทรายแก้ว และใด้ตั้งบ้านเมือง ณ ที่นั้น และขนานนามว่า นครศรีธรรมราชมหานคร เมื่อสร้างเมืองเสร็จ ก็ได้สร้างสถูปเจดีย์สำหรับบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขึ้นที่เมืองนั้น๒.          จากตำนานเมืองนครศรีธรรมราชอีกฉบับหนึ่งคือฉบับที่พบที่วัดเวียงสระ อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี กับฉบับที่พบที่ทุ่งตึกอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา กล่าวความตรงกันว่า พระเจ้าศรีธรรมโศกราชนั้นเป็นพราหมณ์ชาวอินเดีย เดิมชื่อว่า พราหมณ์มาลี ได้อพยพพรรคพวกลงเรือสำเภาหลายร้อยลำ หนีการรุกรานของพวกอิสลามจากอินเดียมาขึ้นบกที่บ้านทุ่งตึก ใกล้เมืองตะกั่วป่า ฝั่งทะเลตะวันตก ในชั้นแรกได้ตั้งบ้านเมืองขึ้นที่นั่น อภิเษกพราหมณ์มาลีขึ้นเป็นกษัตริย์ถวายพระนามว่า พระเจ้าศรีธรรมโศกราช พราหมณ์มาลาผู้เป็นน้องเป็นพระมหาอุปราช การอพยพครั้งนั้นพวกอินเดียได้นำเอาพระทันตธาตุมาด้วย พวกอินเดียสร้างเมืองทุ่งตึกไม่ทันเสร็จก็ถูกพวกอิสลามตามตีแตกพ่ายอีก จนต้องอพยพทิ้งบ้านเมืองหนีขึ้นไปตามลลำน้ำตะกั่วป่า ข้ามเขาสก ล่องเลียบริมฝั่งแม่น้ำพุมดวงมาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือมาตั้งมั่นอยู่ที่บ้านน้ำรอบ อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีท่าทีว่าจะตั้งราชธานีที่นั่นอีก แต่เพราะเหตุภูมิประเทศไม่อำนวย ทำให้พวกอินเดียที่อพยพมานี้ผิดน้ำผิดอากาศ จนเกิดโรคระบาดขึ้น ทำให้ต้องอพยพผู้คนต่อไปทางทิศระวันตกเฉียงใต้ ไปตั้งถิ่นฐานที่เชิงเขาชวาปราบปลายคลองสินปุน อำเภทคลองท่อม จังหวัดกระบี่ แต่ก็มีสาเหตุคล้าย ๆ กับที่บ้านน้ำรอบ อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายต่อไปเพื่อหาชัยภูมิใหม่ได้อพยพขึ้นมาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนืออีกครั้ง และได้มาตั้งหลักแหล่งที่บ้านเสียงสระ อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่ก็อยู่ใด้ไม่นานเพราะโรคห่งยังไม่ขาดสาย ต้องรื้อถอนต่อไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จนพบหาดทรายใหญ่อยู่ริมทะเลภูมิประเทศต้องลักษณะชัยภูมิที่ดี คือมีลำน้ำและที่ราบที่เหมาะสำหรับการเกษตร จึงได้สร้างราชธานี ณ ที่นั่นโดยสร้างกำแพงเมือง ปราสาทราชวัง เทวสถาน และพระมหาธาตุเจดีย์บรรจุพระทันตธาตุที่เอามาจากอินเดียด้วย๓.          ขจร สุขพานิช ได้เสนอเรื่อง ราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราช โดยอ้างหลักฐานจากจากรึกหลักหนึ่งที่พบจากจังหวัดนครสวรรค์ ประกอบกับการศึกษาจารึกวัดหัวเวียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี และหลักฐานจากตำนานเมืองนครศรีธรรมราชมาประกอบกัน ทำให้ได้ความเลา ๆ ว่า ราชวงศ์นี้อุบัติขึ้นในลุ่มน้ำเจ้าพระยามาก่อนแล้ว จะเป็นด้วยเหตุผลกลใดไม่ปรากฏราชวงศ์นี้มีเหตุให้ต้องทิ้งราชธานีเดิม ลงไปแสวงหาที่พักพิงใหม่ทางปักษ์ใต้ และขณะเดินทางลงใต้ได้พบและทำสัตย์ปฏิญาณกับราชวงศ์อู่ทอง ได้แบ่งอาณาเขตปกครองซึ่งกันและกัน และสัญญาจะเอื้อเฟื้อช่วยเหลือกันในยามคับขัน และลงความเห็นว่าราชธานีน่าจะตั้งอยู่ลพบุรีมาก่อน จากสาเหตุดังกล่าว พอจะอนุมานได้ว่า พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชนั้นเป็นผู้ที่อพยพมาจากถิ่นอื่นและเป็นผู้ที่มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา เมืองได้สร้างบ้านเมืองขึ้น จึงนำเอาพระพุทธศาสนา รวมทั้งลัทธิความเชื่อในศาสนาพราหมณ์มาด้วย พระนามว่า ศรีธรรมาโศกราช นี้ ภายหลังได้ใช้เป็นพระนามหรือนามที่เป็นอิสริยศของพระมหากษัตริย์หรือเจ้าเมืองนี้ตลอดมา พระเจ้าศรีธรรมโศกราชได้สร้างเมืองขึ้นเมื่อราว ๆ พุทธศักราช ๑๐๙๘ ในชั้นแรกคนทั่วไปเรียกว่า ศิริธัมนคร ในศิลาจารึกเมืองไชยาเรียกว่า ตามพรลิงค์ หรือในจดหมายเหตุของจีนเรียกว่า ตั้งมาหลิ่ง เป็นต้น การที่เรียกเมืองตามพรลิงค์ ว่า นครศรีธรรมราช นี้ปรากฏในศิลาจากรึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช หลักที่ ๑ เป็นครั้งแรกชื่อนี้มีเค้ามูลที่จะเชื่อถือได้ว่า เป็นราชอิสริยยศที่ถวายแด่องค์พระมหากษัตริย์ผู้ครองนครศรีธรรมราชว่า ศรีธรรมราช คงจะถือเป็นประเพณีสือต่อเนื่องกันมาหลายองค์ จึงเป็นเหตุให้ไทยขนรานนามราชธานีนี้ตามพระนามราชอิสริยศของกษัตริย์ผู้ครองนครนี้ว่า นครศรีธรรมราช ตั้งแต่ครั้งสุโขทัยเป็นต้นมา เมืองที่ทรงสร้างด้งกล่าวเป็นมหานครใหญ่มีอำนาจมาก มีกำแพงปราการโดยรอบทั้งชั้นนอกชั้นในนอกจากนั้นยังมีเมืองขึ้น ๑๒ หัวเมือง เรียกว่า ๑๒ นักษัตร ตั้งอยู่โดยรอบพระราชอาณาเขต ด้านศาสนจักร ได้ทรงสร้างสิ่งสำคัญคือสถูปเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุขึ้น จึงนับได้ว่าพระเจ้าศรีธรรมโศกราชเป็นผู้สร้างเมืองนครศรีธรรมราช และสร้างพระสถูปเจดีย์ที่เรียกว่า พระบรมธาตุ ปูชะนียสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองของไทยต่อมา
พระเจ้าศรีธรรมโศกราช เป็นกษัตริย์นครศรีธรรมราชสมัยโบราณที่ยังเรียกว่า ตามพรลิงค์ พระองค์เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงปัทมวงศ์ พระราชประวัติของพระเจ้าศรีธรรมโศกราชแบ่งออกเป็น ๓ นัย ได้แก่๑.           จากตำนานเมืองนครศรีธรรมราช กล่าวว่าพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชเป็นกษัตริย์ปกครองเมืองอื่นมาก่อน ภายหลังเกิดโรคห่าระบาดในเมืองนั้นจนทำให้ผู้คนล้มตายลงเป็นจำนวนมาก จนต้องอพยพผู้คนที่เหลือลงเรือหนีตายมาขึ้นที่หาดทรายแก้ว และใด้ตั้งบ้านเมือง ณ ที่นั้น และขนานนามว่า นครศรีธรรมราชมหานคร เมื่อสร้างเมืองเสร็จ ก็ได้สร้างสถูปเจดีย์สำหรับบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขึ้นที่เมืองนั้น๒.          จากตำนานเมืองนครศรีธรรมราชอีกฉบับหนึ่งคือฉบับที่พบที่วัดเวียงสระ อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี กับฉบับที่พบที่ทุ่งตึกอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา กล่าวความตรงกันว่า พระเจ้าศรีธรรมโศกราชนั้นเป็นพราหมณ์ชาวอินเดีย เดิมชื่อว่า พราหมณ์มาลี ได้อพยพพรรคพวกลงเรือสำเภาหลายร้อยลำ หนีการรุกรานของพวกอิสลามจากอินเดียมาขึ้นบกที่บ้านทุ่งตึก ใกล้เมืองตะกั่วป่า ฝั่งทะเลตะวันตก ในชั้นแรกได้ตั้งบ้านเมืองขึ้นที่นั่น อภิเษกพราหมณ์มาลีขึ้นเป็นกษัตริย์ถวายพระนามว่า พระเจ้าศรีธรรมโศกราช พราหมณ์มาลาผู้เป็นน้องเป็นพระมหาอุปราช การอพยพครั้งนั้นพวกอินเดียได้นำเอาพระทันตธาตุมาด้วย พวกอินเดียสร้างเมืองทุ่งตึกไม่ทันเสร็จก็ถูกพวกอิสลามตามตีแตกพ่ายอีก จนต้องอพยพทิ้งบ้านเมืองหนีขึ้นไปตามลลำน้ำตะกั่วป่า ข้ามเขาสก ล่องเลียบริมฝั่งแม่น้ำพุมดวงมาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือมาตั้งมั่นอยู่ที่บ้านน้ำรอบ อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีท่าทีว่าจะตั้งราชธานีที่นั่นอีก แต่เพราะเหตุภูมิประเทศไม่อำนวย ทำให้พวกอินเดียที่อพยพมานี้ผิดน้ำผิดอากาศ จนเกิดโรคระบาดขึ้น ทำให้ต้องอพยพผู้คนต่อไปทางทิศระวันตกเฉียงใต้ ไปตั้งถิ่นฐานที่เชิงเขาชวาปราบปลายคลองสินปุน อำเภทคลองท่อม จังหวัดกระบี่ แต่ก็มีสาเหตุคล้าย ๆ กับที่บ้านน้ำรอบ อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายต่อไปเพื่อหาชัยภูมิใหม่ได้อพยพขึ้นมาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนืออีกครั้ง และได้มาตั้งหลักแหล่งที่บ้านเสียงสระ อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่ก็อยู่ใด้ไม่นานเพราะโรคห่งยังไม่ขาดสาย ต้องรื้อถอนต่อไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จนพบหาดทรายใหญ่อยู่ริมทะเลภูมิประเทศต้องลักษณะชัยภูมิที่ดี คือมีลำน้ำและที่ราบที่เหมาะสำหรับการเกษตร จึงได้สร้างราชธานี ณ ที่นั่นโดยสร้างกำแพงเมือง ปราสาทราชวัง เทวสถาน และพระมหาธาตุเจดีย์บรรจุพระทันตธาตุที่เอามาจากอินเดียด้วย๓.          ขจร สุขพานิช ได้เสนอเรื่อง ราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราช โดยอ้างหลักฐานจากจากรึกหลักหนึ่งที่พบจากจังหวัดนครสวรรค์ ประกอบกับการศึกษาจารึกวัดหัวเวียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี และหลักฐานจากตำนานเมืองนครศรีธรรมราชมาประกอบกัน ทำให้ได้ความเลา ๆ ว่า ราชวงศ์นี้อุบัติขึ้นในลุ่มน้ำเจ้าพระยามาก่อนแล้ว จะเป็นด้วยเหตุผลกลใดไม่ปรากฏราชวงศ์นี้มีเหตุให้ต้องทิ้งราชธานีเดิม ลงไปแสวงหาที่พักพิงใหม่ทางปักษ์ใต้ และขณะเดินทางลงใต้ได้พบและทำสัตย์ปฏิญาณกับราชวงศ์อู่ทอง ได้แบ่งอาณาเขตปกครองซึ่งกันและกัน และสัญญาจะเอื้อเฟื้อช่วยเหลือกันในยามคับขัน และลงความเห็นว่าราชธานีน่าจะตั้งอยู่ลพบุรีมาก่อน จากสาเหตุดังกล่าว พอจะอนุมานได้ว่า พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชนั้นเป็นผู้ที่อพยพมาจากถิ่นอื่นและเป็นผู้ที่มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา เมืองได้สร้างบ้านเมืองขึ้น จึงนำเอาพระพุทธศาสนา รวมทั้งลัทธิความเชื่อในศาสนาพราหมณ์มาด้วย พระนามว่า ศรีธรรมาโศกราช นี้ ภายหลังได้ใช้เป็นพระนามหรือนามที่เป็นอิสริยศของพระมหากษัตริย์หรือเจ้าเมืองนี้ตลอดมา พระเจ้าศรีธรรมโศกราชได้สร้างเมืองขึ้นเมื่อราว ๆ พุทธศักราช ๑๐๙๘ ในชั้นแรกคนทั่วไปเรียกว่า ศิริธัมนคร ในศิลาจารึกเมืองไชยาเรียกว่า ตามพรลิงค์ หรือในจดหมายเหตุของจีนเรียกว่า ตั้งมาหลิ่ง เป็นต้น การที่เรียกเมืองตามพรลิงค์ ว่า นครศรีธรรมราช นี้ปรากฏในศิลาจากรึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช หลักที่ ๑ เป็นครั้งแรกชื่อนี้มีเค้ามูลที่จะเชื่อถือได้ว่า เป็นราชอิสริยยศที่ถวายแด่องค์พระมหากษัตริย์ผู้ครองนครศรีธรรมราชว่า ศรีธรรมราช คงจะถือเป็นประเพณีสือต่อเนื่องกันมาหลายองค์ จึงเป็นเหตุให้ไทยขนรานนามราชธานีนี้ตามพระนามราชอิสริยศของกษัตริย์ผู้ครองนครนี้ว่า นครศรีธรรมราช ตั้งแต่ครั้งสุโขทัยเป็นต้นมา เมืองที่ทรงสร้างด้งกล่าวเป็นมหานครใหญ่มีอำนาจมาก มีกำแพงปราการโดยรอบทั้งชั้นนอกชั้นในนอกจากนั้นยังมีเมืองขึ้น ๑๒ หัวเมือง เรียกว่า ๑๒ นักษัตร ตั้งอยู่โดยรอบพระราชอาณาเขต ด้านศาสนจักร ได้ทรงสร้างสิ่งสำคัญคือสถูปเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุขึ้น จึงนับได้ว่าพระเจ้าศรีธรรมโศกราชเป็นผู้สร้างเมืองนครศรีธรรมราช และสร้างพระสถูปเจดีย์ที่เรียกว่า พระบรมธาตุ ปูชะนียสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองของไทยต่อมา

ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการล่วงรู้ความลับ ของคนเก่งครับ ช้าไป 1 เดือน ก็ยังดีครับที่ได้เขียน ขอเรื่องอื่นอีกนะครับ

ขออภัยอย่างสูงที่ไม่ได้เข้ามาตอบ แต่ยินดีช่วยทำทุกอย่างนะครับ ขอให้ส่งเมล์เรื่องที่จะทำให้ด้วยนะ ว่าตอนนี้ทำถึงไหนยังไงแล้ว ยินดีช่วยเสมอครับ

ส่งไปที่ chailae@hotmail.com

ก็ทำดี คิดดี มีกุศลอยู่ในใจ ก็ดีแล้วครับ อะไรที่จะเกิดขึ้นย่อมได้รับการตอบสนองกับบุคคลนั้นเสมอ นี่คือความดีที่เขาเคยมีอยู่บ้างแม้จะชั่วมามากก็ตาม อ.ลูกหว้าและครอบครัวเป็นคนดี ความดีย่อมตอบแทนเสมอ นี่คือกฏแห่งการกระทำของมนุษย์ กระทำสิ่งใดก็ได้สิ่งนั้น ผมเชื่อแบบนี้นะครับ ถ้าให้อภัยได้ก็ไห้อภัย การกระทำแบบนี้อาจทำให้เขาไม่ขโมยอีกเลยในชีวิตนี้ก็ได้ และการแจ้งความกล่าวโทษก็อาจใช่ขจัดปัญหาของการไม่ให้มีการขโมยมิเตอร์แบบนี้อีก แบบนี้อาจส่งผลให้เพื่อนบ้านได้ทราบ ได้ติดตามสอดส่องมากกว่าก็เป็นได้ครับ อาจารย์ ผมคิดอย่างนี้นะครับ

อ.ลูกหว้า มีข้อมูลอื่น ๆ ที่จะแลกเปลี่ยนก็ยินดีมากนะครับ ผมไม่เคยได้บูชาพระองค์ท่านมาก่อนหน้านี้เลย แต่เหตูการณ์ที่เกิดขึ้นกลับทำให้ข้าพเจ้า ที่คร่ำเคร่งอยู่กับคอมพิวเตอร์และงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ กลับมาสนใจพระองค์ท่านอย่างแปลกประหลาด และมีแต่สิ่งที่ดีขึ้นกับชีวิต อาจารย์ลูกหว้ามีอะไรแนะนำบ้างก็เชิญนะครับ

ขอบพระคุณมาก

แสงเทียน

ไปที่นี่ก็ได้ครับทุกท่านจะได้แผนมาอ่านกันแบบ ตัวจริงเสียงจริงเลยครับ อยากพิมพ์ส่วนไหน อยากเอาข้อความไหนไปทำการพิมพ์ หรือแก้ไขสำหรับหน่วยงานตัวเองก็ตามสบายนะครับ

http://gotoknow.org/blog/sangtien/72667

ช่วยกันนำพาประเทศไปสู่หนทางที่ดีขึ้นครับ

พี่ก้อย มณทิชา มีความพร้อมเมื่อใหร่ก็ให้ทางเวช โพสท์ชื่อ สถานที่ หมายเลข โทรศัพท์
เพื่อแจ้งความประสงค์ขอเข้าร่วมงานได้นะครับ
ผมต้องการอยากเข้าร่วมงานนี้มากครับ จะได้เตรียมพร้อมซ้อมร้องเพลงไว้ด้วยครับ เวช'
ภาคไหนที่จะไปร่วมงานก็เริ่มซ้อมงานแสดงระดับภาคเอาไว้ได้เลยนะ คงสนุกแน่งานนี้

ตอนนี้เวช' ก็ออกไปทำงานด้านอื่นกันเยอะ อยากให้เป็นงานที่รวบรวมเวช' ทั้งที่ทำงานอื่น และทำงานเวช'
ให้มากที่สุด
อยากให้ อ. วัชรินทร์ โกมลมาลัย ร่วมด้วย
อ.จากวิทยาลัยพยาบาล และวิทยาลัยสาธารณสุข ก็มีเวช' ทำอยู่หลายคน

ก็น่าเรียนทั้งสองนะ แต่ว่าไอทีมันก็ไม่หนักมาก ได้ความรู้แบบกว้าง ๆ กว่าแต่จะไม่ลงลึกคอมเหมือน คอมซายน์ ก็ดีกันไปคนละแบบนะ คอมซายน์จะได้ประโยชน์สูงหน่อยในการมาทำคอมพิวเตอร์ แต่ถ้าคิดว่าไม่อยากเน้นเรื่องโปรแกรม อยากมีความรู้เรื่องสารสนเทศโดยรวม ก็น่าจะเรียนได้สบายกว่า เรียนได้กว้างกว่านะพี่ว่า ไม่หนักสมองเรื่องโปรแกรมมากนัก ก็ตัดสินใจอีกทีนะ แต่ถ้าให้พี่เลือกให้มีนา พี่เลือก ไอที ให้น้องแล้วกันนะ พี่ว่าโอเคกับการเรียนและการทำงานของเรา

คิดถึงน้อง ๆ เสมอ

พี่หมู

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี