ความเห็นล่าสุด


น้องเอกช่างมีอารมณ์สุนทรีย์จัง....ชอบเพลงคลาสสิกเก่าๆอีกต่างหาก..สมกับเป็นนักเขียนจริงๆ......แวะมาติดตามผลงานนะ....ว่างๆจะแวะไปฟังที่ปายนะ ฝากเพลงคนใจหิน และ ทะเลไม่เคยหลับไว้สักสองเพลงก็แล้วกัน...ไพเราะและมีความหมายเหมือนกันนะ

เสร็จจากประชุมเวทีประชาคมจากหมู่บ้าน...ที่ห่างไกลจากอำเภอ 35 กม. กว่าจะกลับถึงบ้านก็ 00.10 น. รีบอาบน้ำ...แล้วเปิดเข้าหาบันทึกของน้องเอกเลยนะเนี้ย....คิดถึง และอยากรีบเข้ามาอ่านบันทึกดีๆ มีหลากหลายอัถรส....

มิตรภาพเป็นสิ่งที่หาซื้อไม่ได้...แต่เราสามารถวิ่งเขาหามิตรภาพได้ ไม่ว่าจะไกลแสนไกล.....อยู่ที่จิตใจเราสื่อหากัน....แล้วเราก็ได้พบกับมิตรภาพที่ไร้พรมแดน....

ขอบคุณมากๆนะครับน้องเอก....ช่วงนี้ออกจัดเวทีประชาคมชาวบ้านเพื่อจัดทำแผนชุมชน จึงไม่คอยได้แวะเวียนขึ้นสำนักงานที่บนอำเภอ จึงไม่รู้ว่าหนังสือถึงหรือยัง...ขอขอบคุณล่วงหน้านะครับ ถ้าได้รับแล้วจะแจ้งข่าวนะ

สวัสดีครับ หมอเอก

พี่ยังไม่เคยไปเลยแม่สอด...มีโอกาสคงได้ไปเที่ยวบ้าง

แต่ยังไงพี่ก็รอพบ และได้เจอตัวเป็นๆของหมอเอกที่ลานนกยูง แก่งเกาะใหญ่...ครับผม

น้องจตุพร คนเก่ง

เช่นเดียวกันครับ สมกับความตั้งใจของพี่ท้งสองที่ได้พบกับน้อง และได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ในบรรยากาศของหมู่แมกไม้ และสายธาร.....พี่ก็ต้องขอขอบคุณน้องด้วยที่ได้จัดส่งหนังสือดีดีมาให้ได้อ่านเรียนรู้.....

พี่จะคอยติดตามและเป็นกำลังใจให้กับน้องตลอดไปนะ และมีโอกาศได้ไปเที่ยวทางแม่ฮ่องสอนจะติดต่อให้เป็นไกด์นำเที่ยวเมืองสามหมอกแล้วละ...ขอบคุณมากครับ

ขอบคุณมากครับท่านครูบา....ที่เข้ามาเยี่ยมบล็อก

สวยมากเลยครับอาจารย์ขออนุญาตนำไปใช้นะครับ

  • ขอขอบคุณ  คุณหมอมากเลยครับสำคำคำแนะนำวิธีการแต่งblog...

ตั๊กแตนทอดบางคนกินไม่เกิดอาการแพ้...แต่ถ้าคนมีอาการแพ้จะเกิดอาการ ถ้าแพ้หนักอาจถึงชีวิต เหมือนเช่นเวลาไปหาหมอจะถามว่าแพ้ยาอะไรบ้าง......พยายามระมัดระวังอย่าให้รัปทานอาหารที่ไม่เคยรัปทานจะดีที่สุด.......อาการแพ้แต่ละคนไม่เหมือนกัน......ในตัวตั๊กแตนมีทั้งโปรตีนและสารพิษที่มาจากพืชไร่ที่ตั๊กแตนไปกินเป็นอาหาร.......

หนุ่มเมืองหมอแคน กินตั๊กแตนทอดตาย

หนุ่มเมืองหมอแคนเปิบตั๊กแตนทอดตัวเดียว อาเจียนไม่หยุด เมียเห็นท่าไม่ดีนำส่ง รพ.น้ำพอง แต่ไม่ทันการณ์ ช็อกตายคาเตียง สสจ.ขอนแก่นเผย เกิดจากอาการแพ้สารโปรตีนในแมลงรุนแรง ไม่ได้เกิดกับทุกคน

เรื่องราวของหนุ่มเมืองหมอแคนกินตั๊กแตนทอดเสียชีวิตเปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 127 บ้านกุดกว้าง หมู่ 4 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้ตั้งบำเพ็ญกุศลศพนายประพันธ์ สายหยุด อายุ 39 ปี พนักงานขับรถบริษัทแห่งหนึ่งใน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ซึ่งเสียชีวิตเนื่องจากกินตั๊กแตนทอดเมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบนางนัยนา ชมัฒพงษ์ อายุ 30 ปี ภรรยาของนายประพันธ์ยืนยันว่าสามีเสียชีวิตจากการกินตั๊กแตนทอดจริง

นางนัยนา กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น.วันที่ 29 มิถุนายน ตนกับสามีนั่งรับประทานอาหารเช้ากันตามปกติ ระหว่างนั้นมีเพื่อนบ้านนำตั๊กแตนทอดมาแบ่งให้รับประทาน บอกว่าจับมาทอดเอง ไม่ได้ซื้อมาจากไหนจึงรับไว้ ทั้งตนและนายประพันธ์กินตั๊กแตนทอดเข้าไปทั้งคู่ โดยนายประพันธ์กินเพียงตัวเดียว สักพักก็เริ่มมีอาการคันตามร่างกายและอาเจียนตลอดเวลา แน่นหน้าอกและบ่นว่าร้อนมาก จึงเข้าไปนอนในห้องและถอดเสื้อผ้าออก ตนจึงเอาพัดลมมาเปิดให้ ระหว่างนั้นนายประพันธ์ยังคงอาเจียนอยู่ตลอดเวลา เมื่อเห็นว่าอาการไม่ดีขึ้น แถมยังหนักขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมีผื่นขึ้น ตัวแดง จึงนำตัวส่ง รพ.น้ำพอง

นางนัยนา กล่าวด้วยว่า เมื่อถึง รพ.น้ำพอง แพทย์ปั๊มหัวใจแต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้นและเสียชีวิตในเวลาต่อมา แพทย์ลงความเห็นว่า เป็นอาการของโรคแพ้แมลงอย่างรุนแรง และพามาโรงพยาบาลช้าเกินไป อย่างไรก็ตาม ไม่ติดใจในการตายของสามี เพราะที่ผ่านมารู้เพียงว่าสามีเป็นโรคเกาต์ หมอห้ามกินสัตว์ปีก แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าแพ้ตั๊กแตน อีกอย่างก็ไม่เคยเห็นสามีกินตั๊กแตนทอดมาก่อน เชื่อว่าสาเหตุการตายคงมาจากแพ้ตั๊กแตนจริงๆ จึงนำศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านแม่สามี โดยจะฌาปนกิจศพในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้

น.พ.อัครเดช เพ็ญศิริ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายประพันธ์ ไม่ได้เกิดขึ้นได้กับประชาชนทั่วๆ ไป เป็นโรคเฉพาะตัวของแต่ละคน เหมือนกับอาการแพ้ยา ซึ่งแต่ละคนจะแพ้ยาแตกต่างกันไป โดยนายประพันธ์มีอาการแพ้โปรตีนของสัตว์ และมีอาการแพ้แมลงขั้นรุนแรง ส่วนรายละเอียดว่าจะแพ้สารอะไรนั้นคงต้องรอข้อมูลจาก รพ.น้ำพอง อีกครั้ง

ด้าน น.พ.ชำนิ จิตตรีประเสริฐ โฆษกกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า โดยปกติทั่วไปแล้วในตัวตั๊กแตนไม่น่าจะมีพิษจนทำให้มนุษย์เสียชีวิต เนื่องจากตั๊กแตนเป็นแหล่งโปรตีน สาเหตุการเสียชีวิตมีความเป็นไปได้ 2 ประเด็น คือ เกิดจากแพ้สารโปรตีนในตั๊กแตนอย่างรุนแรง หรืออาจจะมาจากการแพ้ยาฆ่าแมลง ที่ปนเปื้อนมากับตั๊กแตน เนื่องจากปัจจุบันมีการใช้ยาฆ่าแมลงในการเกษตรปริมาณมาก ซึ่งตั๊กแตนที่อยู่ตามธรรมชาติมีโอกาสที่จะได้รับสารพิษอยู่ตลอดเวลา เมื่อผู้ตายรับประทานไปอาจทำให้เสียชีวิตได้ โดยอาการของผู้แพ้ยาฆ่าแมลง จะมีอาการอาเจียน ตามตัวมีผื่นแดง และหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องผ่าศพพิสูจน์หาสาเหตุการตายอย่างละเอียดให้แน่ชัดจึงจะสามารถสรุปได้

"ส่วนกรณีที่ผู้ตายมีประวัติป่วยด้วยโรคเกาต์นั้น ไม่น่าจะเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต เพราะโรคเกาต์เกิดจากกรดยูริก ซึ่งในตัวตั๊กแตนไม่มีกรดชนิดนี้ และโรคเกาต์ก็ไม่สามารถทำให้ผู้ป่วยถึงแก่ความตายได้ แต่จะมีอาการแค่ปวดตามข้อ ตามกระดูกเท่านั้น" น.พ.ชำนิ กล่าว

ขณะที่ น.ส.ทัศนีย์ แจ่มจรรณยา อาจารย์ภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) กล่าวว่า ตั๊กแตนที่กินได้มีหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นตั๊กแตนปาทังก้าหรือชนิดต่างๆ ที่มีแม่ค้านำมาทอดขาย ส่วนที่กินไม่ได้จะเป็นตั๊กแตนผี ซึ่งเป็นตั๊กแตนมีพิษ คนส่วนใหญ่ไม่ชอบรับประทาน โดยตั๊กแตนผีมีลำตัวสีดำ ปีกสีเขียวมีจุดสีเหลือง ส่วนคอขรุขระมีตุ่มสีเหลืองหรือสีส้มเป็นลักษณะเด่น หัวสีเขียวเข้ม ปาก และส่วนท้องเป็นสีดำ มีรอยต่อระหว่างปล้องท้องเป็นสีแดงหรือส้ม ลำตัวยาวประมาณ 6-7 เซนติเมตร

น.ส.ทัศนีย์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่า ตั๊กแตนที่นายประพันธ์รับประทานเข้าไปเป็นตั๊กแตนพันธุ์ไหน ชนิดอะไร แต่เบื้องต้นเท่าที่ทราบจากข่าวว่า ตั๊กแตนทอดที่ผู้ตายรับประทานนั้น เพื่อนบ้านและภรรยาก็รับประทานด้วย แต่ทุกคนไม่มีอาการผิดปกติอะไร เชื่อว่าสาเหตุคงไม่น่าจะมาจากตั๊กแตน น่าจะเกิดจากอาการแพ้แมลงของตัวผู้ตายเอง

“ตั๊กแตนมรณะ” ทำพิษโชเฟอร์รถบรรทุกน้ำมันชะตาขาดป่วนเป็นโรคเกาต์ แต่กลับฝืนสังขารตัวเองไปรับประทานสัตว์ตั๊กแตนทอดสายพันธุ์ “คอนดราคริส” ที่ออกกัดกินทำลายพืชไร่ร่วมกับตั๊กแตนปาทังก้า ถึงกับชักตาตั้ง น้ำลายฟูมปาก สิ้นใจอนาถ แพทย์ระบุสาเหตุน่าจะแพ้โปรตีนของสัตว์ปีกอย่างรุนแรง ร้ายกาจถึงขั้นทำลายชีวิต พบเพียง 1 ในล้านเท่านั้น ส่วนที่พะเยา ชาวบ้านนับร้อย เปิบเก้งดิบจากฝั่งลาว ติดเชื้อ "โบทูลินัม" ล้มป่วยกันระนาวต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาล 6 ราย อาการหนัก 3 ราย จนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา แพทย์เตือนผู้ที่กินเนื้อเก้งให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพราะหากติดเชื้อจนอาการกำเริบ อาจทำให้ระบบหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้
 
หนุ่มใหญ่โชคร้ายกินตั๊กแตนชักตาตั้งจนเสียชีวิตรายนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่า มีคนกินตั๊กแตนหัวแข็ง ที่อาศัยอยู่ตามป่าอ้อยแล้วช็อกตาย ตั้งศพสวดพระอธิธรรม อยู่ที่บ้านเลขที่ 127 หมู่ 4 บ้านกุดกว้าง ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น จึงเดินทางไปตรวจสอบ ทราบว่าผู้เสียชีวิตคือนายประพันธ์ สายหยุด อายุ 37 ปี อาชีพขับรถรับ-ส่งน้ำมันของ หจก.สองบริการ จำกัด ตั้งอยู่ใน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม มีนางนัยนา ชมัฒพงศ์ อายุ 30 ปี ภรรยา น.ส.เพ็ญนภา สายหยุด อายุ 15 ปี ลูกสาว พร้อมญาติสนิทประมาณ 20 คน ร่วมกันจัดพิธีสวดพระอภิธรรมศพ โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
 
ทั้งนี้นางนัยนา ภรรยาผู้ตายเปิดเผยว่า  เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนหน้าที่สามีจะเสียชีวิต ได้ขับรถบรรทุกน้ำมันมาจาก อ.ท่าอุเทน   จ.นครพนม เพื่อนำน้ำมันไปส่งในเขตพื้นที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น โดยมีตนนั่งรถไปเป็นเพื่อนด้วย จากนั้นได้เข้าพักที่ห้องเช่า ที่บ้านคำแก่นคูน ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง จนกระทั่งรุ่งเช้า ก่อนที่สามีเตรียมจะขับรถกลับ ได้จอดรถแวะกินข้าวเช้าที่ร้านขายของชำของญาติสามี โดยมีอาหารประกอบด้วย ข้าวเหนียว ลาบหมู ผักกาด มะเขือ แตงกวา และตั๊กแตนหัวแข็งทอดอีก 1 จาน ประมาณ 30-40 ตัว จึงรับประทานเข้าไปอย่างเอร็ดอร่อย
 
นางนัยนา กล่าวต่อว่า แต่หลังจาก  สามีหยิบตั๊กแตนใส่เข้าปากไปเพียงตัวเดียว แล้วเคี้ยวพร้อมกับข้าวเหนียวไปด้วยความเอร็ดอร่อย  ผ่านไปแค่เพียง 5 นาที สามีเกิดเจ็บหน้าอก และคันตามแขนขา ก่อนจะอ้วกออกมาเป็นข้าวเหนียวและน้ำ แต่ไม่มีตั๊กแตนที่กินเข้าไปออกมาด้วย แล้วหมดเรี่ยวแรงไปไม่สามารถเดินได้  จึงรีบช่วยกันพาไปพักฟื้นที่ห้องนอน แต่สามีกลับมีอาการเริ่มหายใจไม่สะดวก แน่นหน้าอก พร้อมกับมีน้ำลายพ่นออกมาเต็มปาก เหงื่อออกตามตัว กระทั่งหัวใจหยุดเต้น จึงรีบพาไปส่งที่โรงพยาบาล แต่สามีสิ้นใจก่อนถึงมือแพทย์แล้ว โดยแพทย์ระบุว่า สามีเสียชีวิตเกิดจากอาการช็อก เนื่องจาก สภาวะแพ้รุนแรง ทำให้ตนเชื่ออย่างสนิทใจว่า สภาวะแพ้รุนแรงจนทำให้สามีช็อกหัวใจหยุดเต้น เกิดจากกินตั๊กแตนหัวแข็งเข้าไปอย่างแน่นอน
 
นอกจากนี้ ภรรยาผู้สูญเสียสามีไปก่อนเวลาอันควร กล่าวด้วยว่า สำหรับตั๊กแตนหัวแข็งที่สามีกินเข้าไปแล้วช็อกเสียชีวิตนั้น มีลักษณะคล้ายตั๊กแตนทั่วไปแต่มีขนาดเล็กยาว ประมาณ 1 นิ้ว มีสีคล้ายใบอ้อย หัวแข็ง เมื่อนำมาทอด กับน้ำมันจะออกสีทองคล้ายกับตั๊กแตนปาทังก้า ที่มีขายอยู่ตามตลาดทั่วไป และเมื่อกินเข้าไปจะรู้สึกว่ามีความกรอบ มัน อร่อย น่ารับประทาน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น กำลังเร่งตรวจสอบแล้วว่าผู้เสียชีวิตเกิดจาก   สาเหตุใดกันแน่
 
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้นำภาพถ่ายตั๊กแตนหลายชนิดไปให้นางนัยนายืนยันว่าสามีได้กินตั๊กแตนชนิดใดไป โดยนางนัยนาเมื่อได้ดูภาพแล้วบอกว่า เป็นตั๊กแตนสายพันธุ์ "คอนดราคริส" ซึ่งเป็นตั๊กแตนที่มีขนาดใหญ่ ลำตัวยาวประมาณ 5-8 เซนติเมตร ลำตัวและปีกสีเขียวอ่อนปนเหลืองหรือสีเขียว บริเวณแก้มทั้ง 2 ข้าง มีแถบสีดำคาดจากขอบตาไปถึงปาก คอด้านบนเป็นสันคม มีสีเหลืองปนจุดสีเขียวทึบ มีผิวขรุขระ ขามีหนามเป็นสีม่วงแดง ปีกมีลักษณะบางใสเป็นสีแดง พบว่าจะระบาดพร้อมกับตั๊กแตนปาทังก้า เข้าทำลายพืชไร่นานาชนิด
 
ด้าน นพ.อัครเดช เพ็ญศิริ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า ได้รับรายงานที่มีผู้กินตั๊กแตนตายแล้ว และทราบว่าผู้ตายมีโรคประจำตัว คือเป็นโรคเกาต์ แพ้สารพิษที่เป็นแมลง จึงได้สงสัยว่าผู้ตายอาจแพ้แมลงสัตว์ปีก ซึ่งเป็นตั๊กแตนอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม ผู้ตายที่กินตั๊กแตนแล้วมีความแพ้โปรตีนของตั๊กแตนอย่างรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต พบเพียง 1 ในล้านเท่านั้น เพราะคนอื่นที่กินตั๊กแตนไปด้วยแต่ไม่เป็นไร จึงฝากเตือนให้ประชาชนระมัดระวังการรับประทานตั๊กแตนไว้ด้วย เพราะถ้ามีภูมิแพ้ หรือมีโรคประจำตัว ต้องเชื่อฟังคำสั่งแพทย์ในการรับประทานอาหารด้วย
 
ขณะที่ นพ.ธวัช สุนทราจารย์ อธิบดี กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในวันเดียวกันนี้ ได้รับรายงานจาก รพ.เชียงคำ อ.เชียงคำ จ.พะเยา ว่า ได้รับรักษาผู้ป่วยจากการได้รับเชื้อ "โบทูลินัม" ซึ่งเป็นผู้ป่วยโรค "โบทูลิซึ่ม" และเป็นเชื้อชนิดเดียวกับที่มีอยู่ในหน่อไม้ปี๊บ ที่มีผู้รับประทานไปแล้ว จนล้มป่วยเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้ป่วย   ในครั้งนี้ด้วยกัน 6 คน และมีอาการหนัก 3 คน แพทย์ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจช่วยเหลือตลอดเวลา และทราบว่าผู้ป่วยทั้งหมด ได้รับประทานเนื้อเก้ง ที่นำมาทำเป็นก้อย ที่นำมาจากฝั่งลาว จึงสงสัยว่าเนื้อเก้ง น่าจะมีเชื้อ "โบทูลินัม" ปะปนอยู่ด้วย
 
อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวต่อว่า สำหรับเชื้อโรคชนิดนี้ ปกติจะกระจายอยู่ในอากาศ แต่จะแพร่อย่างรวดเร็ว เมื่ออยู่ในสภาวะไร้ก๊าซออกซิเจน และเท่าที่ทราบมีผู้รับประทานเนื้อเก้งไปร่วม 100 คน จึงอยากให้รีบไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพื่อตรวจอาการ เพราะหากผู้ได้รับเชื้อแล้ว อาจรักษาไม่ทัน จนกำเริบในร่างกาย จะทำให้ระบบหายใจเป็นอัมพาต และ อาจทำให้เสียชีวิตในที่สุด ส่วนยาที่ใช้รักษาเชื้อโรคร้ายชนิดนี้ มีเหลือในประเทศไทยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อยู่ที่ รพ.น่าน และกำลังประสานให้ส่งมาที่ รพ.เชียงคำ เพื่อนำมารักษาช่วยเหลือคนไข้ พร้อมกันนี้ได้ประสานทางสหรัฐอเมริกาให้ส่งตัวยามาเพิ่มเติมแล้ว.
ที่มาจากหนังสือพิมพ์
เปิบมรณะ “ตั๊กแตนทอด” กินแค่ตัวเดียวชักตาตั้ง

สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบจาก
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

หนุ่มใหญ่โชคร้ายกินตั๊กแตนชักตาตั้งจนเสียชีวิตรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 มิ.ย. หลังผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่า มีคนกินตั๊กแตนหัวแข็งที่อาศัยอยู่ตามป่าอ้อยแล้วช็อกตาย ที่ จ.ขอนแก่น จึงเดินทางไปตรวจสอบ ทราบว่าผู้เสียชีวิต คือ นายประพันธ์ สายหยุด อายุ 37 ปี

ทั้งนี้ นางนัยนา ชมัฒพงศ์ อายุ 30 ปี ภรรยา เผยว่า ก่อนหน้าที่สามีจะเสียชีวิต ได้จอดรถแวะกินข้าวเช้าที่ร้าน***ของชำของญาติสามี โดยมีอาหารประกอบด้วย ข้าวเหนียว ลาบหมู ผักกาด มะเขือ แตงกวา และตั๊กแตนหัวแข็งทอดอีก 1 จาน ประมาณ 30-40 ตัว จึงรับประทานเข้าไปอย่างเอร็ดอร่อย

แต่หลังจากที่สามีหยิบตั๊กแตนใส่เข้าปากไปเพียงตัวเดียว แล้วเคี้ยวพร้อมกับข้าวเหนียวไปด้วยความเอร็ดอร่อย ผ่านไปแค่เพียง 5 นาที สามีเกิดเจ็บหน้าอกและคันตามแขนขา ก่อนจะอ้วกออกมาเป็นข้าวเหนียวและน้ำ แต่ไม่มีตั๊กแตนที่กินเข้าไปออกมาด้วย แล้วหมดเรี่ยวแรงไปไม่สามารถเดินได้ จึงรีบช่วยกันพาไปพักฟื้นที่ห้องนอน แต่สามีกลับมีอาการเริ่มหายใจไม่สะดวก แน่นหน้าอก พร้อมกับมีน้ำลายพ่นออกมาเต็มปาก เหงื่อออกตามตัว กระทั่งหัวใจหยุดเต้น จึงรีบพาไปส่งที่โรงพยาบาล แต่สามีสิ้นใจก่อนถึงมือแพทย์แล้ว

โดยแพทย์ระบุว่า สามีเสียชีวิตเกิดจากอาการช็อก เนื่องจากสภาวะแพ้รุนแรง ทำให้ตนเชื่ออย่างสนิทใจว่า สภาวะแพ้รุนแรงจนทำให้สามีช็อกหัวใจหยุดเต้น เกิดจากกินตั๊กแตนหัวแข็งเข้าไปอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น กำลังเร่งตรวจสอบให้แน่ชัดแล้วว่าผู้เสียชีวิตเกิดจากสาเหตุใดกันแน่


  • ถูกต้องครับคุณ berqer0123  ถ้ายิ่งบุคคลใดมีครบทั้งความสามารถ ผลงาน และคุณค่าทางจิตใจที่ดีงามด้วยแล้ว  จะเป็นคนที่มีคุณค่ามากๆๆๆๆๆๆเลยครับ...ขอบคุณที่แวะมาครับ
  • ขอบคุณครับอาจารย์ ส่วนมากที่เห็นก็คือวิ่งหาแต่ตำแหน่งที่สูงขึ้น แต่มองไม่เห็นความสามารถ และผลงานให้กับองค์กรเลย  แต่คนดีเขาก็มีเยอะและเหมาะสมกับตำแหน่งนะ
  • มารดา เป็นแม่พระในใจของบุตรทุกคนถูกต้องแล้ว...จงช่วยกันทำแต่สิ่งดีๆเพื่อแม่พระของลูกๆทุกคน...
  • ขออนุญาตเก็บข้อความบันทึกนี้ลงเอกสารนะครับ.....ไม่ว่ากันนะ
  • ครับเป็นข้อคิดที่ดีมากเลยนะครับ ยิ่งเรานำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันแล้วจะเกิดความสุขมากๆเลย "คิดดี  ทำดี รู้รักรู้อภัย  ชีวิตจะมีสุข"
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี