ความเห็นล่าสุด


พีรพงศ์ โชติโกศัยกานนท์ 555740062-0 sec.12 Y#14

 

World Café – Loyalty Pyramid

1.ไม่รู้จัก-รู้จัก

                สมัยมัถยมมีเพื่อนคนหนึ่งมาโชว์ตา แล้วถามว่า เห็นไหมว่าตามีอะไรแปลกๆ เราก็งง ไม่รู้เรื่อง เพื่อนก็เลยบอกว่า มันคือคอนแทคเลนส์ Big eyes ทำให้ตาดำโตขึ้น แล้วก็มีลายด้วย ทำให้เราได้รู้จัก แต่หลังจากนั้นเพื่อนก็เลิกใส่เพราะมันทำให้ตาแดง เลยซื้อคอนแทคเลนส์ปรกติมาใส่ก่อน

จุดเปลี่ยน หลังจากที่รู้จักก็หาข้อมูลว่า แบบไหนที่ใส่ได้ไม่อันตราย ก็ซื้อมาใส่

 

2.รู้จัก-ถามข้อมูล

                ตอนนั้น น้ำป้าเจี๊ยบ หรือ SKII เป็นที่นิยมอย่างมาก เราก็สนใจว่ามันคืออะไร เลยเข้าไปสอบถามที่เค้าเตอร์ เค้าก็ให้ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หลายตัว เราก็ประทับใจ และอยากจะซื้อใช้มากๆ

 จุดเปลี่ยน  ได้รู้จัก SKII มากขึ้น   

      

3.ถามข้อมูล-ซื้อครั้งแรก

            ปรกติเป็นคนที่ผอมมาก มีคนแนะนำให้กินเวย์โปรตีน เลยหาข้อมูลว่ามีแบบไหนบ้าง และก็ได้สอบถามข้อมูลจากร้านค้าทางเวปไซต์ว่า อยากเพิ่มน้ำหนัก เค้าก็เลยแนะนำตัวเวย์โปรตีนสำหรับคนอยากเพิ่มน้ำหนักให้ ก็เลยลองซื้อมากิน

จุดเปลี่ยน  รู้ว่าโปรตีนมีหลายแบบ และต้องเลือกให้ถูกต้องคามความต้องการขอนแต่ละบุคคล

 

4.ซื้อครั้งแรก-ซื้อครั้งที่2

                ตอนไอโฟน5 หาย ต้องซื้อโทรศัพท์ใหม่ ก็ได้ลองหาข้อมูล สอบถามเพื่อนๆถึงการใช้โทรศัพท์ยี่ห้ออื่น แต่ก็ต้องซื้อไอโฟน5 เหมือนเดิม เพราะคิดว่าดีที่สุด และเราก็ซื้อร้านเดิม เพราะมีบริการหลังการขายดี ดูแลตลอดอายุการใช้งาน

จุดเปลี่ยน เรามั่นใจในสิ่งที่เราซื้อมา 

 

5.ซื้อครั้งที่2-ซื้อซ้ำ

เป็นคนชอบกินเค้ก ชอบเค้กหลายๆแบบ แต่ในขอนแก่นเอง เค้กที่ชอบกิน ก็มีไม่กี่ร้าน มีคนพูดถึงร้าน โบเก้ บ่อยมาก มีคนเอามาให้ชิม ก็เลยไปซื้อกินเอง อร่อยมาก เค้กทุกอย่างหน้าตาน่าทานสุดๆ ก็เลยซื้อซ้ำ

 จุดเปลี่ยน ประทับใจกับรสชาติเค้ก

 

6.ซื้อซ้ำ-ซื้อประจำ

            เป็นคนชอบกินช๊อคโกแลตเย็นมากๆ แต่ไม่ค่อยจะหาซื้อได้ง่ายๆ ที่เคยซื้อคือ ช๊อคโกแลตเย็นที่ร้าน อเมซอล และสตาบัค เป็นชอคโกแลตที่เข้มข้น อร่อยมาก มีแค่ 2 ที่นี้ที่รู้สึกว่าอร่อย ส่วนมากจะซื้อเมื่ออยู่ใกล้ หรือดูว่าสะดวกซื้อที่ไหน

จุดเปลี่ยน  ความอร่อยที่เหมือนเดิมทุกครั้งที่ซื้อกิน

 

 7.ซื้อประจำ-บอกต่อ

            ทุกครั้งที่ไป กรุงเทพ และได้แวะสยาม ก็ไม่พลาดที่จะไปเดิน LOFT มีวันหนึ่งไปกับเพื่อน เลยพาเพื่อนไปเดิน แนะนำว่าเพื่อนต้องชอบมากๆ เพราะมีแต่ของแนวๆ ไม่มีขายที่อื่น เดินเลือกของนานมาก มีแต่ของน่ารัก คลีเอต เพื่อนก็บอกว่าชอบเหมือนกัน

 

จุดเปลี่ยน เพื่อนก็ประทับใจเช่นเดียวกัน ทำให้เรารู้สึกว่า ที่นี้ดี

ลืมบอกรหัสนักศึกษาคัฟ พีรพงศ์ โชติโกศัยกานนท์ 555740062-0 sec.12 คัฟ

Personal Mastery : ครั้งใดที่ไปทำอะไรมาแล้วรู้สึกมีเป้าหมายมากขึ้น? ในช่วงกำลังเรียนอยู่ในช่วงปริญญาตรีนั้น ผมก็ไม่ได้มีจุดประสงค์อะไรมากมาย ไม่ได้คิดว่าจบไปจะทำอะไร อาจารย์ที่ปรึกษาก็พยายามชวนให้เรียนต่อ แต่ผมก็ยังคิดว่า ยังไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการมากนัก ในช่วงที่กำลังทำโปรเจค ปี 4 ผมก็เห็นเพื่อนๆเขียนใบสมัครงาน หางานในอินเตอร์เน็ต ผมก็แค่ทำตาม เผื่อไว้ ให้เราได้มีทางเลือกหลายๆด้าน เพราะก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าอยากเรียนต่อ หรือทำงานมากกว่ากัน ในขณะนั้นอาจารย์ก็คุยเรื่องเรียนต่ออยู่เป็นประจำเช่นกันว่าจะทำการศึกษาอะไรต่อจากปริญญาตรี รวมทั้งเพื่อนที่ทำโปรเจคด้วยกันก็ชวนให้เรียนต่อเป็นเพื่อน แต่แล้ว บริษัท ดับเบิลเอ ที่จังหวัดปราจีน ก็ได้โทรมาบอกว่า ให้ไปสัมภาษณ์ ที่บริษัท โดยเค้าเรียกกันว่า Getting ผมก็รู้สึกตื่นเต้นมากที่มีบริษัทติดต่อมา และผมก็ได้ไปสัมภาษณ์ การสัมภาษณ์ของบริษัทนี้จะเน้นในเรื่องการเข้ากับคนอื่น การแสดงความคิดเห็น หรือการมีส่วนร่วมในองค์กร ผมก็พยายามที่จะแสดงความสามารถและการเข้าร่วมกับสังคมเป็นอย่างดี หลังจากกลับมา ผมก็รออยู่หลายเดือน และคิดว่า ผมคงไม่ได้งานนี้แล้ว คงต้องเรียนต่อ แต่แล้วก็มีโทรศัพท์เข้ามา และบอกให้ไปตรวจร่างกาย ผมก็รู้สึกดีใจมาก และรู้แล้วว่าเราอยากจะทำงานมากกว่า รู้แล้วว่าจบปริญญาตรีอยากจะหาประสบการณ์ทำงานมากกว่าจะทำงานวิจัย ผมจึงทำโปรเจคจบอย่างมีเป้าหมายว่า เรียนจบปุ๊ป ก็เดินทางไปทำงานปั๊ป...^^

Dialogue : ใครเห็น ได้ฟังใครพูด แล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี? ด้วยความที่แม่และญาติๆนั้น เคยผ่านธุรกิจขายตรงมาเยอะแยะมากมาย แต่เรานั้นก็ได้แค่ฟังคำวิจารย์จากคนในครอบครัวว่า ธุรกิจนั้นไม่ดีอย่างนู้น มีข้อเสียแบบนี้ ทำให้เรานั้นรู้สึก ต่อต้านธุรกิจขายตรงไปโดยปริยาย แต่พอเราโตขึ้น และครอบครัวเริ่มศึกษาการทำงานในธุรกิจขายตรงอย่างถูกต้อง และมีธุรกิจขายตรงหลายอันที่พยายามให้คนมีส่วนร่วม และแสดงเจตนารมณ์ที่ดี ให้คนได้เข้าใจในธุรกิจขายตรงในทางที่ดี และเพื่อนๆผมหลายคนก็เริ่มทำธุรกิจขายตรงบ้างแล้ว ดังนั้น ผมจึงเริ่มเปิดใจในธุรกิจขายตรง เข้าไปฟังบรรยายของธุรกิจขายตรง ฟังโปรแกรมการได้กำไร การขาย คุณสมบัติของสินค้า และวิสัยทัศน์ของบริษัท ทำให้เรารู้ว่า ยังมีธุรกิจขายตรงดีๆอีกเยอะ ที่ต้องการให้คนมีรูปร่างดี สุขภาพดี และมีรายได้ดีไม่ว่าจะเรียนจบมาสูงหรือน้อยแค่ไหน เป็นธุรกิจที่เราลงทุนน้อย เสี่ยงน้อย ผมจึงเริ่มสนใจในธุรกิจขายตรง เพราะธุรกิจขายตรง ไม่กระทบกับการทำงานของผม ไม่ต้องทำงานเป็นเวลา แค่ใช้เวลาว่างที่มีอยู่ ได้รายได้เพิ่มเติมจากที่ทำอยู่

Mental model : ไปทำอะไรมารู้สึกว่าครั้งนั้น เปิดหูเปิดตาเรามากขึ้น? หลายคนชอบดูหนังหรือซีรี่เกาหลี ผมก็เช่นกัน ทุกคนที่ดูซี่รี่นั้น ผมว่าล้วนแล้วแต่มีความฝันว่าอยากจะไปเกาหลี บางคนก็อยากจะไปตามรอยซีรี่ อยากไปช๊อปปิ้ง และผมก็ได้มีโอกาสไป เนื่องจากธุรกิจขายตรงที่ผมทำอยู่หาทัวร์ราคาถูกมาให้ ผมตื่นเต้นมาก และรู้สึกว่าเป็นอีกสิ่งนึงที่ผมอยากไป นั่งเครื่องประมาณ 4 ชั่วโมง ครั้งแรกที่ได้สัมผัสอากาศเย็น 10 องศา มันเย็น แต่เราก็มีความสุข ควันออกปาก หน้าแดง หลังจากนั้น ก็ไปตามตารางการเที่ยว กินกิมจิแท้ หมูย่างสไตล์เกาหลี เรียนทำกิมจิ ใส่ชุดฮันบก ได้ไปตามสถานที่ต่างๆ เช่น แหล่งช๊อปปิ้งกลางคืน ไร่สตรอเบอร์รี่ วัด ได้เจอผู้คนตั้งแต่เด็กอนุบาลขาวๆใสๆที่มาดูสถานโบราณ วัยรุ่นในวันเรียน แม่กระทั้งการใช้ชีวิตของผู้คนในแถบชนบท ได้กินปลาหมึกหันสดๆ ปลิงทะเล เหล้าระเบิด เป็นอะไรใหม่ๆที่เราไม่เคยทำ ไม่เคยคิดจะลอง แต่มาทั้งที ต้องให้มันสุดๆไปเลย...^^

Team Learning : ครั้งไหนที่ไปทำงานเป็นทีม มาแล้วดีที่สุด เล่าสาเหตุปัจจัยด้วย? ในช่วงของการเรียนปริญญาตรีนั้นก็จะมีกิจกรรมหลายอย่างที่ทำร่วมกัน แต่ละกิจกรรมนั้นก็ทำให้เราได้เรียนรู้เพื่อนเพิ่มมากขึ้นว่า เพื่อนแต่ละคน มีความสามารถในด้านไหนกันบ้าง บางคนเต้นเก่ง บางคนประดิษฐ์เก่ง บางคนมีกำลังในการยกของ บางคนมีความเป็นผู้นำ เป็นคนประสานงาน ทำให้งานแรกๆอาจจะมีอุปสรรค์บาง แต่เมื่อจำนวนกิจกรรมมากขึ้น การทำงานของเราก็จะง่ายขึ้น จะถึง กิจกรรมที่ผมรู้สึกว่า เป็นทีมมากที่สุด และทำงานได้อลังการที่สุด คืองาน ราตรีบัณฑิต ที่เราร่วมแรงร่วมใจทำเพื่อเป็นการแสดงความยินดีให้กับพี่ๆบัณฑิตทุกคน ทุกคนต่างแบ่งงานได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องคิดว่ากลุ่มไหนจะเป็นคนทำอะไร เราแบ่งงาน นัดกันทำงาน แผนกจัดซื้อ แผนกจัดเวที มีกลุ่มร้องเพลง แสงสี เราทำงานอย่างรวดเร็ว และไม่มีอุปสรรคมากมาย งานจึงออกมาดี มีพรมแดง จัดซุ้มถ่ายรูป เหมือนงานเปิดตัว ที่ดาราฮอลิวูด เค้าโชว์ตัว ผมเองก็เป็นส่วนนึงที่ได้แสดงการเต้นลีลาศเปิดงาน งานจบลงด้วยดี นี้แหละคัฟ ข้อดีของการทำงานเป็นทีม

System thinking : เรารู้สึกได้ว่าสิ่งที่เราสัมผัสเป็นระบบที่ดี? จากที่เคยทำงานในบริษัทนั้น เคยได้ทำงานในส่วนของ พนักงานกะ ซึ่งเป็นส่วนของการตรวจสอบในระหว่างกระบวนการผลิตว่าได้ตรงตามสเปกหรือไม่ เพราะแต่ละขั้นตอนนั้นสำคัญ เพื่อใช้ในการคำนวณการเติมปริมาณสารเคมีลงไป ในช่วงแรกของการเรียนรู้การทำงาน 1 กะ จะประกอบไปด้วย 3 คน ซึ่งแต่ละคนจะทำหน้าที่ต่างกันในแต่ละตำแหน่ง แต่สารตัวอย่างที่นำมาทดสอบนั้น บางการทดลอง ก็ต้องใช้ทั้ง 2 ตำแหน่ง อย่างเช่น ตรวจสอบคุณภาพเยื่อกระดาษนั้น 1 ตัวอย่าง จะตรวจสอบความเป็นกรดเบส ตรวจสอบความขาวของเยื่อ และปริมาณสารสีน้ำตาลที่ยังหลงเหลืออยู่ในเยื่อ ซึ่งทั้ง 3 ตำแหน่งจะต้องรู้หน้าที่ว่า ให้จะนำตัวอย่างนี้ไปทำก่อน ใครเป็นคนต่อไป ใครเป็นคนสุดท้าย และแต่ละครั้งที่ส่งตัวอย่างนั้น จะไม่เหมือนกัน จึงจำเป็นจะต้องทำงานเป็นระบบอย่างมาก เพราะในแต่ละครั้งของการส่งตัวอย่าง 1 ตำแหน่งจะต้องทำหลายอย่างให้เสร็จ เพื่อที่จะทำตัวอย่างอื่นต่อไปด้วย นับว่าเป็นการทำงานที่ต้องใช้ความชำนาญ และต้องทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบอย่างแท้จริง

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี