ความเห็นล่าสุด


ต้องรอ AI   ( Artificial intelligence) ครับ  ถ้าเป็นเหมือนในหนัง AI  มีหวังหนาวแน่งานนี้   ยิ่งญี่ปุ่นพัฒนาหุ่นยนต์ เหมือนมนุษย์ แล้วกล้วเหลือเกิน

สวัสดีครับ  คุณ ดอกไม้ทะเล

P

โปรแกรมที่ว่าถ้าเป็น interactive ต้องมีการวางแผนที่รัดกุม เพราะปัญหาคือตอนแรกก็ตื่นเต้นกันดี ต่อมาห้องคอมพ์ จะโล่ง เพราะ exercise ก็จะซ้ำๆ ทำให้เด็กเบื่อ หรือถ้าเป็น game มากไป เนื้อหาการเรียนรู้น้อยลง อยากให้อย่าเชื่อว่ามันจะทำให้เกิดมีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากจนหวังไว้เยอะ (ผมผิดหวังบ่อยมาก) แต่ให้คิดว่ามันช่วยมากกว่าและพวกนี้วัตถุประสงค์การใช้ต้องชัดเจนมากๆ ครับไม่งั้นจะเสียเวลาทั้งครูทั้งเด็ก ส่วนมากที่ได้ผลคือการทำ follow up หลังจากให้โปรแกรมเป็นกิจกรรมที่เป็นพื้นที่ ที่เด็กสามารถนำสิ่งที่ได้จากคอมพ์มาประยุกต์ใช้ครับ

chat with Joeyใช้ได้ดีครับ สามารถโต้ตอบได้ดี คิดว่าไม่ได้เข้าใจในสิ่งที่เราพูดจริงๆ แต่programmer คงจะคิดหลักการของ discourse เช่นเติมคำว่า Why หรือ ถ้ายากมากก็ Are you spamming me นับว่าน่าสนใจมากแต่อยากรู้ว่าถ้านักเรียนพูดผิด จะมี I do not understand หรือ you mean แก้ให้.....................ถ้าเป็นอย่างนี้จะขอกราบเลยครับ เพราะถ้าเด็กเขียนผิดๆถูกๆไปไม่แก้ให้ ก็เรียนรู้ไม่ค่อยเต็มที่จริงไหมครับ   

You: I do not know whether you are happy today.
Joey: Would you like to know? What do you have that is green?

You: I cannot describe what I want to ask you because it is not very interesting.
Joey: Why can't you do describe what you want to ask me because it's not interesting ?

You: since I am trying to find the answer of how can I learn English in the best way but I cannot know the right answer.
Joey: Why do you want the answer of how can you learn english in the best way but you cannot know the right answer ?

You: Because I think I do not believe that you can understand what I am asking to you; however, you just pretend that you understand what I have said to you
Joey: Are you spamming me?

 

 สวัสดีครับ

 

P

คิดถึงเช่นกันครับ หวังว่าหลานพี่คงจะน่ารักนะครับ

ปัญหาคือ เขาให้เป็น CAI    (computer assisted instruction ) แต่ส่วนมากคิดจะเอาเป็นตัวจริง (เป็นตัวแทนครู) แต่ครูก็ไม่ตกงานซักที ครับ เพราะแทนไม่ได้

 

ไอเดียนี้ไม่ใช่ของผมซะทีเดียวครับ ลอกคุณวีร์มา คุณวีร์เขาทำการระดมพลแปลประชาไทยภาคอังกฤษอยู่ ผมว่ามีประโยชน์นะครับถ้าเรามาช่วยกันแปลได้เรียนรู้ไปด้วย และหลายสาขา อยากเขียน blog ร่วมกับอาจารย์มากครับ และอีกหลายท่านที่สนใจภาษาเหมือนกัน แต่ gotoknow เขียนได้คนเดียว ถ้าจะเขียนรวมกันหลายคนก็ต้องเป็นของ blogger แบบสบายๆ อะครับว่างก็เขียน สนุกดีครับ

ก็คงจะดีนะครับ น่าจะมีตัวเลขกำกับด้วย กำลัง (3) เสร็จ (2)  ฮ่าๆ แต่คงไม่ให้ดูก่อนเดี๋ยวลอกข้อสอบกัน แต่ที่สำคัญต้องโปรโมทผลงานคนที่เก่งๆ ที่ได้ระดับสูงเพื่อเพิ่มมูลค่าและ จับกระแสว่าเมืองนอกอะไรตอนนี้ ดังเอามาแข่งกันแปล(ถ้าเป็นของฟรีนะครับ) พอเถอะครับต่อยอดแตกยอดเยอะแล้ว  กลัวคนอ่านแอบเอาไปทำ ถ้าไม่ work เดี๋ยวจะถามว่าใครออก idea นี้ ผมแย่แน่

ผมนี่ยอมรับเลยว่าเป็นคนสื่อสารแย่จริงๆ  ขอโทษนะครับ

มีคนจองแปลมันก็ หมายความว่า คนที่จองเขาจะแปล  คนอื่นอยากแปลก็ ไมกล้า (เพราะเขาจองแล้ว )  ถ้า เอา คุณ v  ผม และหลายคนมาแปลเรื่องเดียวกัน แล้ว ให้มีการให้คะแนน หรือ  feedback  ( อันนี้ใช้คำว่าแข่งไม่ได้ ประมาณเสนอตัว)

ทีนีพอมีการให้คะแนนก็คือจัด rate ใช่ไหมล่ะครับ คุณ v  ก็จะกลายเป็นนักแปลระดับ platinum ประมาณนี้ คนใน net กี่คนที่จะรู้จักคุณลองดูละกัน เวปต่างๆ หรือ งาน หรือ บริษัท ก็จะต้องมีการสื่อสารกับคุณ (ไม่รู้ idea นี้ work หรือเปล่า) แต่ เวปที่จัด rate นี้ก็จะมีความสำคัญมากเพราะ จัดมาตรฐานคล้ายๆประเมินตัดสินผู้คน คนที่ต้องการยอมรับก็ต้องมา ให้คุณจัดอันดับให้ (อาจไปใส่ใน resume ได้) หรือว่า เอาไป quote ในที่ต่างๆ เมื่อเกี่ยวข้องกับผู้คนคุณก็หาตังค์ไปสิครับ คงรู้ว่าควรจะทำอย่างไร (idea นี้ ไม่รู้ว่า สร้างสรรค์เกินหรือเปล่า)

น่าจะ candidate มากกว่า คือแปลมาเต๊อะ แล้วจัด rate คนแปล แบบโรงแรมรึเปล่าหนอ ( หะหะ ) แต่ไม่ต้องออกชื่อหรอก หรือ นามแฝง จะได้ไม่โดนรุม...มากนัก   น่าจะมีสัก เวป ที่เป็นอย่างนี้รับรองมีหวัง (ช่องทางหาตังค์อีกแล้ว)   การเขียนหนังสือพิมพ์ เขามี หลายการ revision มาก เหมือนกัน แต่คนเขียนอย่าง Bangkok post ที่เป็นคนไทยก็มีเยอะ แต่คงเก่งมากๆ เพราะเขาคงไม่แก้เรื่องภาษามากแต่คงเป็นเนื้อหามากกว่าไม่งั้นหนังสือพิมพ์คงออกไม่ทันทุกวัน

คุณ V นี่มีข้อมูลเยอะดีนะครับ อ่านแล้ว เนื้อหาแรงดี เสียดายภาคภาษาอังกฤษ คนไทยคงอ่านน้อยเพราะการเขียนศัพท์ หนังสือพิมพ์มากไปหน่อย (อ่านไม่ง่าย) สงสัยว่าคนไทยหรือฝรั่งเขียน อ่ะ อีกอย่างตอนเย็นนี้เข้ายากมาก (หรือว่า net เราช้า ก็ hi-sp )  แล้วงง ที่มี จองแปลนี่ วันไหนจะแปลไม่เห็นบอก อย่างนี้กันที่หรือป่าว ฮึม แต่  บันทึกนี้ชอบมาก

ข้อสอง แปลอย่างนี้ได้อีกไหมตรับ

something  learnt in a short time is easy to forget.

แบบเรียนแบบไม่ลึกซึ้ง อะครับ

ข้อสี่ ประมาณ ฟางเส้นสุดท้ายหรือเปล่า ครับ

ข้อเจ็ด เป็นบ่อยมาก อยู่ดีๆเกินไอเดีย ตอนตื่นนอนใหม่ๆ หรือเข้าห้องน้ำ หาปากกากระดาษแทบไม่ทัน

เด็กๆ ชอบเล่นเกมเป็นสิ่งที่คู่กันจริงๆ นะครับ แต่ก่อนสอนเด็กนะครับ ให้เด็กเล่น hang man ทีนี้(จะชอบมากเกินไปหรือเปล่า ขอเล่นทุกช.ม.เลย) มาตอนหลังเลยเลือกเกมที่เล่นสนุก แต่เล่นเยอะจะเบื่อ เดี๋ยวไม่อยากเรียนอย่างอื่น 

 

P

ครับนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการเรียนรู้ศัพท์จริงๆ  ที่จริงผมสนับสนุนความคิดพี่ โอ๋-อโณ  ในการ share ความรู้และเทคนิคการจำศัพท์ เพราะคิดว่าแต่ละคนต้องมีของดีเก็บไว้  ขอแบบ ready to use เลยนะครับ  แล้วจะติดตามครับผม

ตอบ อาจารย์เกศวิไล

 

P
ครับ นี่ล่ะครับทุกคนในห้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับศัพท์ คำว่า freedom  (ภาษาอังกฤษ คือ engage in the situation )  เหตุการณ์ที่อาจารย์คุยกับเด็กคนนั้น มัน เป็นเหตุการณ์ที่ เป็นธรรมชาติ มีความหมายจริงๆ สำหรับเขา (meaningful) ส่วนในหนังสือมันไม่ใช่เหตุการณ์ที่มีความหมายสำหรับเขาเลย เนื้อหาบางทีแนะนำ ฤดูใบไม้ผลิในต่างประเทศอย่างนี้  เด็กไม่เข้าใจบรรยาศหรอกครับว่าฤดูนี้มันเป็นยังไง เพราะร้อนกับฝนที่ได้สัมผัส และก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องให้เด็กเล่นเกม  ผมเคยโดนผู้ปกครองว่า ว่าทำไมให้ลูกเขาเล่นเกมไม่ให้เรียนภาษาอังกฤษ  ไม่กล้าพูดตรงๆ (ในใจบอกว่าถ้าให้สอนแบบ บอกไปเลย นักเรียน คำนี้ แปลว่า อะไร เชื่อสิครับ จำไม่ได้หรอก )  แต่บางทีผมก็ต้องเอาตัวรอดแบบแปลกๆ เวลาสอนข้อสอบแล้วให้สอนศัพท์ ผม จะสอนเรื่องอื่นไปเลย เด็กชอบจำอะไรแปลกๆ เพราะไอ้ความประหลาดเป็นสิ่งที่มีความหมายสำหรับเขา เช่น pull  ก็ภูกระดึงไง  pull แปลว่าดึง    fertilizer แปลว่า นางงามจักรวาลคนที่สองของไทย (ปุ๋ย) ดูแล้วประสาทๆ ใช่ไหมครับ แต่ได้ผลดีนะครับแล้วประหยัดเวลาทำกิจกรรมด้วยครับ

get out มีอีกความหมายว่าแปลว่าเป็นที่รู้กัน ครับ(ลองเปิด dict ดู ) และยังมีอีกมากมายหลายความหมายครับ

If this get out there will be trouble.

In my view, the mentioned webs are terrific due to providing us a plenty of multi media features.

 https://www3.nationalgeographic.com/genographic/atlas.html

 

The text illustrates that humans first went out of Africa, their genetic evidences were discovered until today. Thus, the scientist can create the  migrations map of them.

A LANDMARK STUDY OF THE HUMAN JOURNEY

To sum up

The DNA evidences suggest that all of us decend from the African people.

Dr. Wells can trace our ancestors lineage through DNA analysis methodology.

ผมมีประสบการณ์การเรียนภาษาจีน จดหมดทุกคำ แต่เชื่อไหมครับจำไม่ค่อยได้  ที่จำคำศัพท์ได้มันมาจากการพูดและเขียนเรียงความมากกว่า เลยคิดว่าปัญหาน่ามาจากศัพท์เหล่านั้น มันไม่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ (meaningful) ไม่รู้คำไทยใช้อะไร 

จริงๆไม่ชอบเลยครับ google  ยอมรับว่าเหมาะสำหรับ search ภาษาไทย เพราะ engine อื่นอาจได้ content ไม่ครบ หรือมีภาษาขอม แต่ถ้าใช้ภาษาอังกฤษบางทีใช้อย่างอื่นดีกว่า เพราะgoogle มันให้ content ที่เยอะเกินไป อันไหนไม่ค่อยเกี่ยวก็เอามาลง คือเหมาหมด  อยากให้รู้ว่า content เยอะสุด บางทีหาเสียเวลามาก ตอนนี้ส่วนมากใช้ ask.com บ้าง

สวัสดีครับ

 

P

การเรียนรู้ผมเห็นว่าปัญหาส่วนมากคือการมีโอกาสทบทวนของเด็ก การทบทวนด้วยตัวเองคือการเอาความรู้ของคุณครูมาเข้าใจในคำพูดหรือความหมายของเขา จุดนี้หลาย class ได้พลาดไปทำให้ เหมือนตักน้ำใส่ตุ่มรั่ว จุดประสงค์ของสมุดคำศัพท์คือสิ่งนี้ ถ้าอาจารย์ให้เด็กเดาความหมายของศัพท์อาจได้ความหมายที่คล้ายๆกันแต่อาจแตกต่างกันเล็กน้อย เช่น discuss  ถก  เถียง ใช้เหตุผล  คุยกันหาทางออก หรืออภิปราย  ให้เด็กจำความหมายที่เด็กรับรู้เกี่ยวกับศัพท์คำนั้นจะทำให้เด็กจำได้ดีกว่า ความหมายที่ครูบอกว่ามันแปลว่าอย่างนี้นะ ผมชอบไอเดีย ธนาคารคำศัพท์ของอาจารย์มาก แต่ยังเชื่อในหลักการเรียงลำดับความสำคัญของศัพท์ เพราะบางทีศัพท์บางตัวเด็กจะได้รู้เพียงครั้งนี้ครั้งเดียวแล้วอีกหลายปี เขาถึงจะได้เจออีก ความคิดผมอาจารย์อาจจะต้องกำหนด ขอบเขตความสำคัญของศัพท์ อาจจะบอกว่า ศัพท์ตัวนี้มีค่า ห้าร้อยบาท(ถ้าใช้บ่อย เช่น although such as ศัพท์ตัวนี้มีค่าห้าบาท เช่น  แล้วน่าจะมีรางวัลล่อใจหน่อย นะครับ ฝากเงินยังได้ดอกเลย ฝากศัพท์น่าจะได้ใบประกาศหรือรางวัลดินสอสักโหลหนึ่ง 55

สวัสดีครับพี่สิริพร

 

P

ขอบคุณครับที่เล่าประสบการณ์ของพี่และเป็นตัวอย่างที่ดีนะครับ เรียนภาษาต้องรู้สึกสนุกที่ได้จำ จริงๆ ที่จริงสมุดคำศัพท์นั้นมีค่ามาก ถ้าได้บันทึกประสบการณ์ ศัพท์ ที่เราเรียนไปใหม่ๆด้วยความสนุกสนาน แต่มันจะไม่มีค่าเลย ถ้าต้องจำศัพท์ที่เราเหมือนถูกบังคับให้จำ  บางทีอยากให้นักเรียนกับครูร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่าคำไหนเราควรจะจำเพราะใช้บ่อย เป็นศัพท์เกี่ยวกับไวยกรณ์ที่ใช้บ่อย หรือไม่จำ เช่นเพราะยากเกินไป หรือความถี่ที่ใช้น้อยเกินไป  สมุดศัพท์ผมจะจดน้อยมาก เพราะส่วนมากผมจะใช้การอ่านแล้วจำจากเจอคำนั้นบ่อยๆ ถ้าคำนี้เจอไม่บ่อยก็จะจดลงไปบ้างครับถ้าคิดว่ามันสำคัญ ขอบคุณอีกครั้งครับที่ร่วมแสดงความคิดเห็น

 

P
บ่าววีร์
เมื่อ อ.
KHUN  V

โดยส่วนตัวคิดว่าเหมือนการสอนคณิตศาสตร์ คืออาจเริ่มจากยกตัวอย่างโจทย์แล้วนำไปสู่สูตรที่ใช้ หรือสอนสูตรก่อนแล้วสอนการประยุกต์ในโจทย์ ขอ assume ว่าที่สอนนิยามแล้ว คนไม่รู้เรื่องเนื่องจากติดที่ ภาษาของคำอธิบาย (meta language) ถ้าอธิบายง่ายๆ ตัวอย่างเหมือนข้างบน ประธานเอกพจน์บุรุษที่สาม ถ้าคุณเรียนครั้งแรกอาจารย์อธิบาย บุรุษที่ หนึ่งคือใคร สองใคร สามใครแถมยังคนเดียวอีกคือใคร มันก็ไม่ใช่แค่ he she it  dog cat คุณงงไหมเนื้อหามากมายที่คุณต้องเข้าใจทำให้สับสนในท้ายที่สุด ถ้าเปลี่ยนเป็นภาษาง่ายๆ โดนเลย อย่าง"ตัวอะไรก็ได้ในโลกนี้ที่มีอยู่หนึ่งตัวหรือหนึ่งคน ไม่ใช่คนพูด และคนที่คุย"  (ขออภัยที่มันลุกทุ่งมาก แต่คุณรู้เลย คืออะไร) นำไปใช้ได้เลย เหมือนสูตรลัดคณิตศาสตร์ที่มีสูตรเต็ม และสูตรย่อใช้ง่าย  แต่ข่าวดีไม่มีใครสอนอย่างนี้หรอก ก็บอกแล้วไงของดีๆ คนชอบคิดว่ามันไม่ดีนะครับ5555 ส่วนการยกตัวอย่างก็ต้องเอาตัวอย่างที่สามารถให้เข้าถึงกฏได้รวดเร็วที่สุด ถ้าเอาตัวอย่างยากๆ มันก็ไม่มีประสิทธิภาพเหมือนกัน น่าจะอยู่ที่ตัวผู้สอนนั้นแหละแต่ขอย้ำอีกทีคือไม่ควรจะบอกผู้เรียน แต่ให้รู้ด้วยตัวเองดีที่สุด อ่านหัวข้อที่แล้วของผมแล้วคุณ Vจะเข้าใจเพราะเป็นการเรียนรู้ที่มันใช้ทั้งจิตใจเรียน มันจะจำได้ดีกว่ากรอกหูแล้วก็ออกไป 

 

P
บ่าววีร์
เมื่อ อ. 22
ตอบ คุณ V

ตัวอย่างก็เป็น จิ๊กซอร์แค่ตัวเดียว สิบตัวอย่างก็จิ๊กซอร์สิบตัว มันไม่ใช่การที่คุณจะต้องรู้แค่ว่าในจิ๊กซอร์ตัวหนึ่งมีอะไรอยู่ แต่รวมถึงต้องเอามารวมกันเป็นภาพที่สวยงาม  การรู้กฎมันดีแน่นอน ข้อยกเว้นก็สำคัญเหมือนกัน แต่สิ่งที่ขาดคือการนำไปประยุกต์ใช้ในแต่ละกรณี ซึ่งมันไม่ใช่แค่แบบฝึกหัดสิบข้อ ถ้าผมบอกว่าคุณ V เดี๋ยวไปเขียน เรื่องชีวิตต้องสู้ มาให้อ่านหน่อย กฏทั้งหมดที่เรียนมาเอามาสร้างเป็นเรื่องมันจะเริ่มอย่างไร มันต้องเรียนรู้จากการเขียนอย่างนี้ พอผมมาดูผมก็บอกว่า เออลองเอาไปให้อาจารย์จอห์นตรวจสิ อาจารย์จอห์นก็จะขีดเส้นใต้หลายที่ มาให้คุณแล้วให้คุณไปหามาสิว่ามันต้องเปลี่ยนเป็นอะไร เพราะต่อให้คุณศึกษาตัวอย่างขนาดไหน แม่นขนาดไหน เชื่อเถอะพอลงมือเขียนเป็นเรื่องจริงๆ มันจะมีผิด ถ้าไม่เคยเขียนมาก่อน เพราะมันไม่คุ้นกับการทำอย่างนี้เลยไม่ระวังไม่พอ และมันเป็นการรวมเอาแกรมม่าหลายส่วนมาใช้ ด้วยกัน แต่เริ่มต้นเรียนก็ยอมรับครับว่าต้องเริ่มเป็นทีละ grammar point การเอาตัวอย่างขึ้นก่อนหรือกฏขึ้นก่อนคงไม่สำคัญ มันอยู่ที่จะสามารถทำให้เด็กเข้าใจและนำไปใช้เป็นหรือเปล่า

Reply Khun Sasinanda

 

P
sasinanda
เมื่อ จ. 21 พฤษภาคม

Thank you for your new resource of learning English and I wish everyone will participate in Khun Sasinanda's page.

After visiting your link, I have to say that it is pretty impressive for your new family member.

Congratulations again krap.

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี