ความเห็นล่าสุด


ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันนะครับถ้่่าผิดก็ขออภัยก็แล้วกัน

เป็นบุคคลหรือสิ่งของก็ได้ ในที่นี้หมายถึงบุคคลแต่ต้องมีกลุ่มที่อ้างอิง

ถ้าเต็มๆน่าจะเป็น

Who were in that group?

I was one. (of that group)

เป็นกำลังใจให้ครับ เชื่อไหมครับเมื่อก่อนผมเรียนภาษาอังกฤษ ไม่รู้เรื่องรู้ราวกับเขาว่าเขาเรียนอย่างไร ไปเข้าสถาบันสอนภาษาต่างๆ เขาก็ใช้ฝรั่งสอนนะครับ เอ แต่ทำไมเราคุยกับเขาไม่ได้ บางทีฟังเขาไม่ออก เหมือนเรียนไม่พอสักที ให้เล่นแต่เกม หรือไม่ก็ทำงานกลุ่มหรือ พูดกับเพื่อนที่เป็นคนไทย

พอเรียนจบ ป โท ถึงได้รู้ว่่าถูกหลอก เพราะ class หนึงคนมันเยอะ โอกาสพูดกับฝรั่งได้สักกี่ประโยคในห้าสิบนาที แถมภาษาในหนังสือ เป็นภาษาที่บางครั้งมัน เนื่อหามันไม่ใช่สิ่งที่เราจำเป็นต้องใช้ เชื่อไหมครับ เด็กบางคนเรียนระดับมหาลัยแล้วผมถามว่าจะถามฝรั่งว่ากินข้าวหรือยัง หรือว่า ไปไหนมา แม้แต่ รู้สึกไม่สบายหรือเปล่ายังตอบไม่ได้เลย แต่ เรียน course book ระดับ intermediate นะ มันเหมือนกับเอาเด็กอนุบาลมาเรียน calculas แล้วมหาลัยแก้ปัญหาอย่างไร ใช้สูตร s+have to+ v1 ....+so+s+will+....

สูตรเป็นประโยคเพื่อให้นักเรียนสอบผ่าน

กลับมาที่ฝรั่งแบบนอกห้องเรียนเพื่อแก้ปัญหาที่คนไทยประสบอยู่ตอนนี้คือ ไม่กล้าพูด ไม่มีแรงจูงใจที่จะเรียน เพราะเมื่อคุณสื่อสารกับฝรั่งได้เล็กๆน้อยๆในตอนเริ่มต้นจะทำให้เกิดแรงจูงใจที่จะพูดให้มากขึ้น

แต่ปัญหาคือจะหาฝรั่งยังไง แล้วฝรั่งจะสนใจเรานานๆได้อย่างไร นี่เป็นเหตุผลว่า แฟนฝรั่ง

จึงได้เปรียบ ผมเคยมีประสบการณ์เรียนจีน เราก็ set กันเป็นกลุ่มนี่แหละครับ แต่ปัญหาคือ ถ้าแต่ละคนรู้สึกว่าไม่ได้อะไร มันจะ fail ฝรั่งก็ต้องการอะไรเหมือนกัน มันอาจจะไม่ใช่เงิน ถ้า set กิจกรรมต้องมันเป็นสิ่งที่ทุกคนสนใจจริงและพิเศษ เขาถึงจะมีแรงจูงใจนานๆ ไม่ต้อง

แบบเรียนภาษาชัดเจนอาจกิจกรรมอื่นๆ ถ้ามันสนุกผ่ิอนคลาย หรือได้ความสุขทางใจ

ตอนผมเรียนภาษาจีน ผมเลือกแลกเปลี่ยนภาษากับคนๆเดียว เพราะผมไม่ชอบคนมาก เป็นคนที่เขาไม่ใช่แค่ต้องการรู้ภาษาไทยจแต่มันจำเป็นสำหรับประกอบอาชีพของเขา

จริงๆ แล้ว set เวลาเรียนแน่นอน ผมชอบอะไรที่เป็นระบบแบบแผนแน่นอน ไม่ต้องรอใคร ผมจะเลือกคนที่มีอายุ และเป็นผู้ใหญ่ เพราะส่วนมากจะไม่สายหรือไม่รับผิดชอบ แล้วคุยกันวางเป้าหมายชัดเจน ว่าเราจะเดินไปอย่างไรวิธีสอนที่ทำให้คุณพูดได้ผมก็ได้เป็นอย่างไร ครับ

สวัสดึครับ ผมเจอหัวเรื่องคุณเม้งโดยบังเอิญ รู้สึกว่าเจอคุณตอนผมเขียนบล้อกใหม่ๆ อยากแสดงความคิดเห็นนะครับ ผมว่าคนส่วนมากไม่รู้ว่าตัวเองเกิดมาเพื่ออะไร (หมายถึง เกิดมาเป้าหมายที่แท้จริงในชีวิตคืออะไร อะไรคือความจริงของชีวิต ผมเคยถามฝรั่ง เขาว่าผม idiot เพราะคำถามนี้ไม่มีคำตอบให้คุณ) แต่ผมว่าชีวิต ที่ยึดติดกับสิ่งแวดล้อมที่วุ่นวาย แข่งขัน เอาเปรียบ และ sophisticated (ซับซ้อนมาก ต้องระวังตัวมาก หรือมีเงื่อนไขการดำเนินชีวิตมากอย่าง) คงไม่น่าใช่สิ่งที่ถูกต้องครับ เพราะมันไม่เห็นสร้างความสุขที่แท้จริงได้เลย

 

ตอบ พี่ sasinanda

เคยสอนนักเรียนที่เป็นผู้ใหญ่ครับ พี่เขาแต่งงานกับคนฝรั่งเศส ที่บ้านพูดภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษากลาง ผมว่าไพเราะนะครับ

เราเรียนกับเจ้าของภาษานี่ก็ดีมากครับ แต่มันเสียค่าใช้จ่ายมาก ไม่น่าเชื่อนะครับ เรียนภาษาค่าใช้จ่ายสูงมากจริงๆ แต่ก็เห็นใจครับฝรั่งนี่รายได้เขาสูงกว่าคนไทย  จริงๆอยากจะใช้ภาษาจีนที่มีอยู่น้อยนิดเหมือนกัน แต่นี่มัน  blog  Eng ไม่รู้จะได้ไหม   wo  zhen de  hen  gao xing  you ji hui shuo zhong wen  ไม่ได้ใช้นานตลกดีครับ

ตอบคุณ V

ผมเดาว่า dao de jing ของคุณวี น่าจะเป็น da dao de shen jing

dao คือ หนทาง (ธรรม)  shen jing คือคัมภีร์ เดาเอานะครับ ถ้าผิดต้องอภัย  แต่ไม่รู้เหมือนกันครับ ผมมีความรู้น้อย ตอนที่เรียนจีนจะอ่านเป็น gu shi (นิทานโบราณ) แต่ก็เป็นเบสิก

ขอให้ฟังคนจีนรู้เรื่องและ สนทนากับเขาได้ก่อนอย่างอื่นจะตามมาครับ ภาษาจีน เขาจะเรียน เป็นระดับ มี 500 คำ 1000 คำ แค่พันคำก็จะสามารถสื่อสารพื้นๆได้

P 11. พี่อักษร ทับแก้ว

ตอบ พี่อักษร

piss ไม่มี off ถ้าเป็น slang จะขำมากเพราะมันคือ pee ครับ เปิด dict เขาบอกว่า piss off อีกความหมายหนึ่งนอกจาก to make sb annoyed คือ get away ครับ ผม อยากติด UBC เหมือนกัน แต่คิดว่าไม่ค่อยมีเวลา จึงดูทุกอย่างทั้งบันเทิงข่าว เรื่องไร้สาระ มีสาระ ผ่่่าน youtube ครับ ดีใจที่ได้รู้จัก N2MU

 

P

ตอบ คุณ  V
อยากบอกคนที่เรียนภาษาจีนคือเรียนไม่เป็น จะใช้เวลานานมาก เราควร เรียนแบบสนทนากับคนจีนโดยตรงเลย เอาให้สื่อสารกันได้ก่อนค่อยมาเรียนอ่านเขียนครับ ปัญหาการเรียนภาษาจีนคือเรียนกับอาจารย์ไทยแล้วพูดภาษาไทยในชั้นเรียน

มาเรียนก็มาอ่านแต่ละบทแล้วก็ไป เรียน20 ปีก็เรียนไม่ได้ครับ

 

ตอบพี่ Sasinanda

to come out for ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าแปลว่าสนับสนุนผมคง แปลว่าออกมาเพื่อ......... แหงครับ

ตอบ อาจารย์ ธวัชชัย

ผมเคยได้ยินว่า มี free revision ครับ ฝรั่งแก้ฟรี(งานเขียน) แต่ไม่เคยลอง       ใช้ google อาจมีปัญหา consistency ของการเขียนหรือเปล่าครับ ไม่แน่ใจ คือมันอาจจะ ทางการมากไปหรือไม่ทางการเลย แต่ idea อาจารย์นี่ดีครับ

'to zero in on'

to fix all your attention on the person or thing mentioned.

I zero in on the issues that  you have questioned me.

P 3. वीर

ตอบ คุณวีร์

ไปดูช็อกโกแลตยังครับ ดูแปล sub Eng สิครับ ถ้าไม่เยอะและใช้ได้ดี ก็มีอยู่เท่านั้นครับ เป็นภาษาที่สื่อสารได้แบบ straight forward พวกนี้เป็นภาษาที่ฝรั่งใช้กัน ถ้าดูในวรรณกรรมจะเยอะครับ  font เท่ห์ครับ

หายไปนานครับ อาจารย์สบายดีนะครับ ตอนแรกว่าจะเขียนเกี่ยวกับ Youtube.com ในการเรียนภาษาเพราะ site ที่ ทำได้หลายอย่าง และเป็นอะไร ที่ interactive มากแต่ ก็ยังไม่เข้าใจการใช้บางจุด คงต้องเป็นครั้งหน้าครับ

 

ความท้าทายมาจากการเลือกเป็นอันดับแรก การเลือกคือความสนใจในสิ่งที่ต่างกัน อาจจะเป็นสิ่งเดียวกันแต่มีความแตกต่างกัน ฟังแล้วงงนะครับ ลองยกตัวอย่าง ถ้าผมพูดว่าภาษาอังกฤษ คุณแดนน้อยจะเรียนอะไร

คุณแดนน้อยก็บอกว่าผมไม่รู้ครับ สมมติ ผมเป็นอาจารย์ผมก็คิดว่าคุณแดนน้อยอายุเท่านี้ ควรจะต้องเรียนเรื่องนี้สนใจเรื่องนี้ แล้วมันใช่หรือเปล่าละครับ อาจจะใช่หรือไม่ใช่ 

ฉะนั้นถ้าเข้าเรียนควรจะ พยายามสนใจสิ่งที่อาจารย์ป้อนให้ แต่ถ้าอาจารย์ที่ดี ก็จะมีตัวเลือกให้ และ สุดท้ายก็ให้เด็กไปหาเอง นี่ก็คือความท้าทายอย่างหนึ่ง และเป็นเหตุผลว่าทำไมครูชอบให้นักเรียนไปสัมภาษณ์ ฝรั่ง

ความท้าทายในการเรียนภาษากับการใช้ภาษาคงเป็นคนละส่วน  แต่แนวคิดเดียวกันคือต้องเลือกสิ่งที่อยากทำ  อย่างเช่นว่า การใช้ภาษาใน net คุณแดนน้อย อยากจะ โพสต์ โต้ตอบฝรั่งใน youtube ได้ ผมอยากเขียน blog เป็นภาษาอังกฤษ  เล่าเรื่องต่างๆในจังหวัดผม  นี่ก็คือสิ่งที่ผมและคุณแดนน้อยเลือก  การเลือกทำให้เกิดแรงจูงใจภายใน มาก แต่ปัญหาคือสิ่งที่เราเลือกนั้นเหมาะกับเราหรือเปล่า คือ มันยากไปไหม ถ้ายากไปเราต้องแบ่งเป็นขั้นๆ แล้วก็ทำไปทีละขั้น มันต้องวางแผน จึงจะสำเร็จ  เป็นคำถามที่ดีมากครับเพราะผมเจอนักเรียนไทยหลายคนในชีวิตคงไม่

เคยชอบหรือสนใจอะไรเป็นพิเศษ พอถามว่าเรียนเรื่องนี้ไหม เฉยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อย่างนี้หมดหวังครับ

นั่นแหละครับ เหตุผลที่ต้องบอกว่า ภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียว (แถมมีคนแซวยากเยอะๆ) เพราะเราต้องบอกว่ามันง่ายง่ายๆ จึงไปต่อได้

Please change what we believe ( I am not Obama )

English is not easy and English is not difficult.

English is difficult as you cannot generate  English language.

English can be easy if you can figure out what is the easy English. 

 

ภาษาอังกฤษที่ผู้เรียนที่ไม่ใช่เด็กแล้ว(แต่รู้สึกว่าตัวเองไม่รู้ภาษาอังกฤษ)ควรเรียนประมาณนี้ คือ

I want to study English because my English is not good enough for talking to other people. I have learned English for several years but I cannot speak it fluently. I take a lot of time to think of how to say in English. Sometimes I think of Thai sentences first and then try so much to translate them into English. Often I do not know English words so I stop speaking. Then the foreigner walks away. And I am so upset.

เป็นภาษาที่หลายคนอาจดูถูกว่าไม่มีความสละสลวย เชื่อไหมว่าเพื่อนผมเขียนไม่ได้ มันเป็นเรื่องที่ฟังแล้วบ้าๆแต่จริง นี่มั้งคือประเด็นที่คนไทยไม่เคยสื่อสารอะไรที่มันง่ายๆ

ดีครับจริงๆ ใช้ multimedia นี้ดีมากครับทำให้เด็กเห็นภาพเคลื่อนไหว เคย ดู Tumble books (เป็นหนังสือ online บางที เคลื่อนไหวได้แล้วเป็นเรื่องดีมากครับ แต่คงต้องรอให้โตสักหน่อย) ผมเคยสอนพิเศษเด็กที่เรียน หลักสูตร inter เขาใช้ฝรั่งทุกวิชายกเว้นภาษาไทย ก็ไม่มีปัญหา ครับสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี และยังเก่งภาษาไทยด้วย แต่เด็กที่เรียน EP (English Program) ค่อนข้างมีปัญหามาก เพราะ จะเริ่มเมื่อเด็กโตมากไปเช่นมต้น มปลาย เด็กสื่อสารกับฝรั่งไม่ค่อยได้ยังต้องมาฟังเนื้อหาที่มันยากๆ อีก ที่จริงถ้าหลักสูตรภาษาไทย เด็กต้องได้เรียนแบบเจอเจ้าของภาษาแต่เด็กนี่จะดีมากครับ เพราะเขาจะได้ทักษะการสื่อสาร ตั้งแต่เด็กครับ

เห็นด้วยครับ คือถ้ามีบริบท ( context) เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วครับ สำหรับการเรียนภาษา เด็กๆ มัก สนใจอะไรไม่นานเท่าผู้ใหญ่อีกทั้งต้องมีสิ่งที่ดึงดูดใจ หนังสือของ วอลดีสนีย์ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เด็กชอบ ผมยังไม่เคยเห็นหนังสือสอนเด็กพูดครับ เห็นแต่นิทาน ซึ่งค่อนข้างมีปัญหาตรงมีโครงสร้างภาษาที่ซับซ้อนเกินไปสำหรับเด็ก ถ้าเลือกอันที่ง่ายๆก็คงดี แต่ถ้าที่บ้านทุกคนพูดอังกฤษได้ จริงๆ น่าจะใช้เป็นภาษากลางเวลาที่เด็กอยู่ด้วย จะ work มากครับเพราะการเด็กจะเกิดการ acquire เหมือนภาษาไทย ขอบคุณนะครับ ยินดีที่ได้คุยกับพี่ครับ

 

สวัสดีครับพี่เกศวิไล

คงประมาณนั้นนะครับ จริงๆครับ คนเราเหมือนที่ทฤษฎีบอกไว้ หนึ่งต้องรู้สึกว่าทำสิ่งนั้นได้ ไม่ใช่ง่ายเกินไป หรือยากเกินไป สอง สิ่งที่ทำมันต้องท้าทาย แปลกใหม่ (challenge)  ที่จริงมันก็มีอะไรที่ต้องเรียนรู้อีกมากครับ อาทิตย์ที่แล้วมีพี่วานให้สอนแทน(สอนพิเศษ) แต่เขาเอาเด็กประถมมารวมกัน สามสิบสี่สิบคน (โกลาหล) เลยเข้าใจเลยว่าทำไมอาจารย์ต้องดุ ไม่งั้นเอาเด็กไม่อยู่ แต่กิจกรรมนี่ก็ทำให้รวมตัวกันได้ พอสอนเสร็จ  จุก เลย (ใช้เสียงเยอะ) เลยคิดว่าจริงๆประเทศไทยนี้การปฎิรูปการศึกษาน่าจะมีการทำวิจัยเกี่ยวกับ groupwork ให้เป็นเรื่องเป็นราวแบบจริงจังกว่านี้ที่จริงฝรั่งเขาก็ทำเยอะครับ แต่ไม่มีใครเอามาช่วยกันศึกษา(อาจติดปัญหา ความรู้พื้นฐานที่จะเข้าใจในสิ่งที่เขาพูด) ที่เบื่อเพราะตรงนี้แหละครับ ความรู้จากงานวิจัยไม่ได้ถ่ายทอดสู่ครูผู้ปฏิบัติเท่าไหร่เลย เมืองไทย สงสัยต่อไปอาจจะเขียนแต่เรื่องการสอนนี้แหละครับ

เห็นด้วยกับการเรียนแบบเริ่มต้นที่มุ่งเน้นการสื่อสาร

เด็กฝรั่งหรือ โรงเรียนอินเตอร์จะเรียน แบบ grammmar เพราะเขาพูดอังกฤษใน class จึงจำเป็นต้องเรียน Linguistics สำหรับหลักการไอ้นี่บวกไอ้นั้นไม่ใช่ grammar translation method แต่เป็นสูตรที่อาจารย์สอนภาษาใช้สอนนักเรียนครับ รากฐานที่แท้จริงของวิธีนี้คือ การเรียน terminologies เช่น อะไรคือ infinitive ถ้าเรียนก็จะรู้เลยว่าทำไมต้องตามด้วยกรรม เพราะเดิมทีมันเป็น verb แต่ทำหน้าที่ adjective หรือ adverb ในบางกรณี ซึ่งจะไม่มีการจำแบบสูตร ๆ เช่น if clause สามแบบรากฐานจาก subjunctive ถ้ารู้ว่า subjuctive คืออะไร ก็ไม่ต้องจำสูตร วิธีการนี้มีข้อดีคือ รู้จริง ทราบเหตุผลของภาษา แต่ถ้าสอนแบบ ไอ้นี่บวกไอ้นั้น นี้คงไม่ได้แน่ อย่าง S+to be + Ving  เราไม่ควรสอน แต่ เน้นว่า con  คือ กำลังดำเนินอยู่  นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม perfect con ถึงทำตั้งแต่ในอดีตปัจจุบันทำและยังดำเนินอยู่

ซึ่งเราสอนแค่ว่าเทอมของ simple, con. past, perfect, future คืออะไร จากนั้นก็มารวมกัน ให้เด็กดูเด็กก็รู้แล้ว อีกอย่างมันไม่ได้ งง มาก แถม พูดเป็นภาษาไทยได้เลย เช่น perfect = ได้  ฉันได้เรียนอังกฤษ

I have learned English  ฉันจะไป  I will go. 

 แต่มันต้องใช้ intellectuals เยอะหน่อย แต่จะเป็นประโยชน์สำหรับการสร้างภาษาด้วยตัวเอง มากครับ

 

ตอบ อาจารย์ ธวัชชัย
ครับผมเห็นด้วยกับอาจารย์ แต่อาจารย์ไทยที่สอนภาษาอังกฤษระดับเด็กเล็กๆ นี่ก็น่าเห็นใจว่าต้องเปลี่ยนวิธีการสอนมาใช้การพูดอังกฤษทั้งหมด อาจารย์บางท่าน อาจจะต้องฝึกเรื่องการพูดมากขึ้น อย่างพูดสั่งให้นักเรียนเอาเสื่อใส่ในการเกง อย่างนี้ (จะไม่พูดไทยเลย เหมือนโรงเรียนอินเตอร์ ) ถ้าโผล่พูดไทยนิดหนึง ก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กคิดว่าไม่ต้องซีเรียสจะพูดไทยกับครูก็ย่อมได้ สุดท้ายก็พูดไทยตลอด 

การแปลสระขอต่อต้านครับ (แรงไปหน่อย) แต่การแปลสระ มันจะนำไปสู่ความยุ่งยากเพราะภาษาอังกฤษมันไม่ตายตัว สระออกเสียงไม่ซ้ำกันทำให้เด็กออกเสียงได้ช้าเพราะต้องมานั่งคิด ควรจะเป็นการเรียนแบบ subconcious คือจากจิตใต้สำนึกของเด็กในการจดจำรูปแบบ หรือคำเช่น mother ทำไมออกเสียงเป็น มา ละครับ แทนที่จะเป็นมอ เหมือนคนที่อยากออกเสียงได้ไปเรียน phonetic นั่นมันสำหรับนักภาษาเรียน ไม่ใช่ให้คนที่อยากพูดได้เรียน

ตอบ คุณแดนน้อย

อายุประมาณ ม 3-4 ครับ  ภาษาเหมือนคณิตศาสตร์ ในเรื่องของความยาก ถ้ารู้สึกเหนื่อยในการอ่าน คือ ความไม่คุ้นเคยสามสิ่ง 1 ศัพท์  2 โครงสร้าง (หมายถึง การใช้ แกรมม่า บอกความหมาย เช่น คำว่าถูกคือ passive voice การเรียงลำดับคำซึงต่างจากของไทย สาวสวย ฝรั่งใช้สวยสาว ( a beautiful girl) 3 สำนวน 

การแก้ปัญหา ต้องปรับระดับความยากในสามส่วนนี้ให้ลดลง ซึ่ง สำนักพิมพ์ Penguin, Puffin, Oxford : Dominoes,  Macmillan  เป็นต้น ได้ทำไว้แล้วแต่ยังไม่ใช่ภาษาที่ใช้ระดับที่เป็นจริง (authentic) แต่เป็นเหมือนบันไดที่จะก้าวขึ้นไปเรื่อยๆ ลองไปดูที่ศูนย์หนังสือ สื่อภาษา สยามสแควร์ มีทุกอย่างทุกเรื่อง เหมาะ กับคนไทยครับ

สวัสดีครับ พี่เกศวิไล

หายไปนานจริงๆครับ  พอดียุ่งอยู่กับเรื่องที่บ้านนะครับ ต้องขอประทานโทษนะครับ ไม่ได้ไปป่วนเลย

ตอนที่เรียนอาจารย์จะเน้นให้เปลี่ยนเด็กครับเพราะถึงครูเตรียมดีขนาดไหน ถ้าเด็กยังไม่เปลี่ยนนี่ก็เหมือนเดิมจริงไหมครับ ที่เขาเรียกว่า scaffolding หรือนั่งร้าน ครูนี่ก็เป็นนั่งร้าน นักเรียนเป็นสิ่งที่ต้องยืนด้วยตัวเอง วันไหนนักเรียนเรียนรู้ได้เอง ก็คือประสบผลสำเร็จสูง สุด แต่ส่วนมากเราไม่รู้จะสอนอย่างไรให้เขารู้จักที่จะเรียนด้วยตัวเอง  ไม่เหมือนฝรั่ง เขานี้จอมแก้ปัญหา    ถ้าอาจารย์ ได้ดูเรื่อง Dead poet society จะรู้ว่าเรื่องแรงบันดาลใจ (inspirations) ที่ฝรั่งเขานั้นทุกสิ่งทุกอย่างนี่มันสำคัญต่อการเรียนรู้มาก เพราะกว่าเราจะเรียนภาษาได้ มันต้องใช้ motivation ทั้งยาวนานและต่อเนื่อง ไม่ใช่การเล่นเกมในห้องสนุกแล้วจบกัน มันต้องต่อไปที่บ้าน การเปิดเวปต่างประเทศ การฟังเพลง การดูหนังฝรั่ง การอ่าน ที่สำคัญมาก ตราบใดที่เด็กยังไม่หยิบหนังสือฝรั่งมาอ่าน ต่อให้เรียนจนมหาวิทยาลัย เด็กคนนั้นก็ยังมีปัญหาอยู่  สรุป ทำอย่างไรจะทำให้ไม่ใช่แค่รัก แต่ต้อง เป็นการ appreciation แบบด้วยจิตวิญญาณจริงๆ (สังเกตุได้คนเก่งภาษานี่เป็นกันทุกคน)  ขอบคุณนะครับนึกว่าลืมผมเสียแล้ว

 

P

อาจารย์ทำให้ผมนึกถึง ตอนเรียนหนังสือ ผมจะพูดช้าติดๆขัดๆตลอดครับ    เวลาอาจารย์ให้ออกไปนำเสนอ (presentation)จะ ติดคำว่า

like a ตลอดเวลา  ตลกมาก ดูเป็นภาษาพูดนะครับ แต่ ไม่รู้ตอนนั้นทำไมไม่ค่อยใช้ such as, namely, for instance ที่ ดูดีกว่าเยอะ ไม่รู้ตัวเองเหมือนกัน สงสัยมันใช้ง่ายดี

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี